บทที่ 3
“เข่อซิงตื่นขึ้นมาทานยาเสียหน่อยเถิด”หลี่ินั่งพยุงคนร่างเล็กมาไว้ที่อกของตน
“คุณชาย”เสียงที่แหบแห้งเพราะขาดน้ำเอ่ยเรียกคนที่ช้อนหลัง
“อ้าปากข้าจะป้อนยาให้”
เด็กน้อยเข่อซิงสั่นหัวเป็การปฏิเสธท่าทางดื้อรั้น ช่างทำให้หัวใจของข้าเต้นไม่เป็จังหวะ
“ไม่เอา..มันขม”ปลอกตาน้อย ๆ ที่ยังคงปิดไว้อยู่แต่จมูกที่ได้รับกลิ่นยังคงเด่นชัดแค่ได้กลิ่นก็รับรู้ได้แล้วว่ายาถ้วยนี้ต้องขมมากเป็แน่
“อย่าดื้อหากเ้าดื่มยาหนึ่งช้อนข้าก็จะป้อนน้ำผึ้งเ้าหนึ่งช้อนหากเ้าดื่มอีกหนึ่งช้อนข้าก็จะป้อนน้ำผึ้งให้เ้าทุกครั้งหลังดื่มยาหมดหนึ่งช้อนเช่นนี้ดีรึไม่ หืม เด็กดี” น้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติมือก็ยกขึ้นมาลูบผมนุ่มอย่างคุ้นมือ
“อื้ม”เด็กน้อยเข่อซิงพยักหน้ารับพร้อมอ้าปากรอ คุณชายยังคงหลอกล่อข้าเก่งเช่นเดิม
รสชาติของยาที่ัักับลิ้นน้อยก็ต้องรีบกลืนอย่างรวดเร็ว
“ฮืออ ขม”ถัดมาก็มีความรู้สึกหวานหอมแทรกเข้ามาในโพรงปาก น้ำผึ้งป่าช่างหอมรัญจวนใจ
เมื่อทานยาจนหมดหลี่ิก็พาเด็กน้อยเข้านอน ห่มผ้าห่มหนา นั่งเฝ้าจนเด็กน้อยหลับสนิท
ข้ารู้ว่าภายในอนาคตเ้าจะต้องเสียใจกับเื่ที่ข้ามิอาจควบคุ้มได้แม้เ้าจะมีสถานะเป็ได้แค่เมียบ่าว แต่อย่างไรเ้าก็ขึ้นชื่อว่าเป็เมียข้าข้ามิอาจปล่อยเ้าไปได้ เ้าจะรับรู้ความรู้สึกของข้าได้ไหมนะเมื่อเ้าโตขึ้นกว่านี้อีกนิด เมื่อถึงยามนั้น เ้าก็ต้องเป็ของข้า หึข้ายอมเป็คนเห็นแก่ตัวดีกว่าเป็คนดีแล้วจะต้องเสียเ้าไปหากเ้ารับรู้ความคิดอันสกปรกของข้า เ้าจะรังเกียจข้ารึไม่เ้าจะขยาดชายผู้นี้หรือไม่
ถึงเ้าจะรังเกียจข้าแล้วอย่างไรเล่าเมื่อถึงเวลานั้นยามที่เ้าตั้งครรภ์เด็กน้อย ลูกของข้าเ้าก็จะไม่มีทางที่จะหนีได้อยู่ดีเ้าจะต้องอยู่ข้างกายของข้าตลอดไป
ข้ารับรู้ความรู้สึกของข้าดีว่าที่มีต่อเ้าคือสิ่งใดความรู้สึกที่เกินกว่านายกับบ่าวที่ควรจะเป็จนอาเหม่าพูดย้ำเตือนข้าถึงสถานะเราทั้งสอง ยิ่งทำให้ข้าตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด
“คุณชายข้ารู้ว่าท่านชอบพอเ้าหนูเข่อซิงไม่น้อยแต่ด้วยสถานะชนชั้นที่แตกต่างกันนั้นท่านไม่มีทางทำให้เ้าหนูหลุดพ้นตำแหน่งเมียบ่าวได้ขอรับ”
“ไม่! ข้าไม่มีทางยอมให้เข่อซิงเป็เพียงเมียบ่าว”
“คุณชายเ้าหนูนั้นยังเล็กนักปล่อยให้เขาได้เติบใหญ่โดยไร้คำติฉินนินทาเถิด ข้าไม่อยากให้ท่านให้ความหวังกับเขาท่านก็รู้วาสนาของท่านมิได้ผูกไว้กับเขาเื่แต่งงานเป็เื่ของผู้ใหญ่ที่หาลือกันไว้แล้ว เมื่อท่านถึงวัยปักปิ่นคุณหนูบ้านซ่งคงมิยอมหากรู้ว่าผู้ที่เป็สามีของตนเองนั้นโปรดปรานบ่าวรับใช้สถานะต่ำต้อยมากกว่านางที่เป็คุณหนูในห้องหอหากท่านมิอยากทำให้เ้าหนูเข่อซิงต้องรองรับความเจ็บช้ำก็จงตัดขาดความรู้สึกนั้นเถิดขอรับ”
บทสนทนาในห้องครัวจากบ่าวคนสนิทที่คอยเตือนถึงสถานะความเหมาะสม ความเป็ไปได้ที่แสนน้อยนิดความหวังดีต่อข้าและเข่อซิง ยิ่งตอกย้ำว่าอย่างไรข้าก็มิอาจปล่อยเข่อซิงไปได้
“ข้าเป็นายเ้าเป็บ่าว กล้าดีอย่างไรถึงได้สอดปากมายุ่งเื่ของเ้านาย!”
“บ่าวขออภัยเพียงแต่บ่าวมิอยากให้คุณชายทำเื่ที่มิอาจแก้ไขกลับคืนมาได้เท่านั้น”
“จะแก้ไขได้รึไม่ข้าเป็คนตัดสินใจเอง!”
“บ่าวขออภัยขอรับคุณชายใหญ่”
“หนนี้ถือว่าเ้าทำผิดครั้งแรกอย่าให้มีครั้งหน้า!”
“ขอรับ”
หลังจากที่ป้อนยาและรอจนเด็กน้อยหลับก็ไม่ลืมที่จะต้องไปพบผู้เป็มารดาแม้จะเตรียมใจมาอยู่แล้วว่าหนนี้อย่างไรก็คงหนีไม้ที่อยู่ในมือของมารดาไม่ได้ยามปกติที่ถูกมารดาทำโทษจนถึงขั้นโบยย่อมสั่งให้บ่าวเป็คนโบยแทนเพราะอย่างไรบ่าวพวกนั้นก็ไม่คงไม่กล้าโบยข้าแรงแต่ครั้งนี้กับเป็ท่านแม่ที่ทำโทษข้าด้วยตนเองไม่ต้องให้ผู้ใดมาสั่งก็ล้มตัวนอนกับท่อนไม้ยาวที่ตั้งอยู่หน้าเรือน
ผลัว!!
เสียงไม้ไผ่ที่กลมเกลี้ยงถูกฟาดลงที่แผ่นหลังไม่ยั้งแรงคุณชายใหญ่ของจวนแม่ทัพนอนกัดฟันแน่น ไม่แม้แต่ส่งเสียร้องออกมาแม้แต่น้อยผู้เป็มารดามือที่ถือไม้ไผ่อย่างไม่สั้นไหว ดวงตานิ่งเรียบแต่ภายในใจกับรู้สึกผิดคนเป็แม่ย่อมไม่อยากจะทำลูกเจ็บ แต่ในเมื่อพูดดี ๆ แล้วไม่ฟังก็ต้องสั่งสอนให้รู้จักสำนึก
เมื่อโบยจนครบไม้ที่ห้ามือขาวก็ทิ้งไม้ไผ่ลงกับพื้นหันหลังให้กับลูกชาย ดวงตาที่แต่เดิมนิ่งเรียบกับแดงระเรื่อขึ้นมา
“ลูกขอขอบคุณท่านแม่ที่สั่งสอนบุตรไม่ได้ความคนนี้”หลี่ิพยุงตนเองขึ้นอย่างยากลำบาก ฟันที่ขบกันก่อนหน้าได้เป็อิสระมือยกขึ้นประสานกันก้มตัวลงขอบคุณผู้เป็มารดาที่สั่งสอน
เมื่อฟังสิ่งที่ลูกชายพูดเสร็จก็เดินจากมาเหลือเพียงหยดน้ำตาที่ทิ้งรอยไว้บนพื้นหิน
“อาเหม่ยเ้าเอาน้ำแกงถ้วยนี้ไปให้คุณชายใหญ่เสียแล้วก็ยาตลับนี้ก็ให้อาเหม่าเป็ผู้ทาให้เขาด้วย”
“ฮูหยินเื่นี้คุณชายใหญ่มิได้ผิดอันใดเลยนะเ้าคะ”เข่อซิงตกน้ำตกท่าก็เป็เพราะอุบัติเหตุอย่างไรข้าก็มิอาจโทษคุณชายได้ที่ผ่านคุณชายก็ดูแลเข่อซิงมาไม่น้อย
“ข้าสั่งสิ่งใดเ้าก็ไปทำ”
เห็นได้ชัดว่าผู้เป็นายไม่อยากได้ยินเื่นี้อีกบ่าวอย่างข้าก็มีหน้าที่แค่ทำตาม
“อาเหม่า” อู๋เหม่ยเรียกบ่าวรับใช้คนสนิทของคุณชายที่ยื่นเฝ้าอยู่หน้าเรือน
“พี่เหม่ย”
“น้ำแกงถ้วยนี้และยาตลับนี้ฮูหยินให้นำมามอบแก่คุณชายใหญ่”อู๋เหม่ยยื่นถาดให้แก่อาเหม่าสายตาก็มองเข้าไปภายในเรือนข้าอยากเจอลูกชายจะแย่อยู่แล้ว เ้าเด็กน้อยขอข้าจะตื่นขึ้นมาทานข้าวทานยาหรือยัง
“ขอบคุณขอรับ”อาเหม่ารับถาดมาถือไว้ในมือ เมื่อเห็นสายตาของหญิงตรงหน้าย่อมเข้าใจในสิ่งที่คิด
“พี่คงจะมาหาเ้าหนูด้วยใช่หรือไม่”
อู๋เหม่ยพยักหน้าตอบรับแม้ภายในเรือนจะมีบุตรชายของตนแต่ก็ใช่ว่าจะเดินเข้าไปได้จำต้องได้รับอนุญาตเสียก่อน
อาเหม่ายิ้มรับเอ่ยเสียงเบา”คุณชายใหญ่สั่งไว้หากท่านพี่ทั้งสองมาเยี่ยมบุตรก็ให้เข้ามาได้เลยขอรับ”
อู๋เหม่ยเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจยิ่งนักบอกอาเหม่าว่าจะไปตามสามีให้เข้าไปดูอาการลูกชายพร้อมกันอู๋เหม่ยวิ่งจากไปเพียงไม่นานก็เดินมาพร้อมกับสามีเสียงฝีเท้าทั้งสามที่เดินเข้ามาอย่างแ่เบาจนมาหยุดที่ห้องของคุณชายใหญ่หลี่ิ เดินเข้าไปก็เห็นเพียงลูกชายของตนเพียงลำพังรู้สึกผิดไม่น้อยที่เหมือนลูกชายมารบกวนคุณชายอาเหม่าเล่าหลังจากรับโทษคุณชายก็เข้าไปพักในห้องเล็กข้างๆ
ฝ่ามือผู้เป็มารดาลูบหัวบุตรชายอย่างแ่เบาดวงตาที่ยังคงปิดสนิท
“ไว้เ้าหายดีแล้วแม่จะพาไปกินน้ำตาลปั้นของชอบเ้า”
“ลูกรักของพ่อ”มือที่กร้านแดดลูบไล่ใบหน้าเล็กด้วยความห่วงใย
ปกติแล้วลูกของพวกเขาเป็เด็กที่ร่างกายแข็งแรงแม้จะเป็เกอแต่ภาระกำลังกับไม่ได้น้อยอย่างคนอื่นทั่วไป แม้ภายนอกร่างกายจะดูบอบบางแต่เด็กคนนี้กับแบกฝืนขึ้นบ่าได้สองมัดหากเป็เกอหรือเด็กวัยทั่วไปเพียงแค่มัดเดียวก็เซจวนจะล้มแต่ครั้งนี้ดูท่าร่างกายคงไม่ได้แข็งแรงเหมือนอย่างเก่าแล้ว
ดูอาการของลูกชายได้สักพักก็ต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเองอู๋เหม่ยต้องกลับไปดูแลนายหญิงของจวนส่วนโม่ฉือก็ต้องเตรียมไปหาฝืนดังไปทำสำหรับอาหาร