สำหรับสัตว์อสูรแล้ว หนทางสู่ความแข็งแกร่งมีอยู่ 3 เส้นทางหลักๆ คือ กิน! ฝึก! และ... สู้!
การกินคือการเติมสารอาหารให้ร่างกาย เป็วิธีพื้นฐานที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด
การฝึกจะยากขึ้นมาหน่อย แต่ช่วยขัดเกลาความสามารถให้เฉียบคม ทำให้เติบโตได้อย่างมีคุณภาพ
ส่วนการต่อสู้... คือหนทางที่อันตรายที่สุด แต่ก็ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด โดยเฉพาะการต่อสู้จริงที่ต้องทุ่มทั้งสมาธิและแรงใจทั้งหมด
แม้จะไม่ถึงขั้นเสี่ยงเป็เสี่ยงตาย แต่แรงกดดันจากการต่อสู้จริงจะช่วยรีดเร้นศักยภาพของสัตว์อสูรออกมาได้ถึงขีดสุด ซึ่งเป็สิ่งที่การฝึกซ้อมธรรมดาเทียบไม่ติด
ดังนั้น หากอยากปั้นสัตว์อสูรให้เก่งเทพ จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้
---
เป้าหมายของสืออวี่ในตอนนี้ คือการพาเ้าสิบเอ็ดไปหาคู่ซ้อมที่มีฝีมือสูสีกัน
แน่นอนว่าโจทย์สำคัญคือ ต้องเป็การต่อสู้ในสถานที่ที่ถูกกฎหมาย มีกติกาชัดเจน และที่สำคัญ... ต้องไม่เสี่ยงตาย!
สำหรับเขาและเ้าสิบเอ็ดในตอนนี้ มันยังเร็วเกินไปที่จะเอาชีวิตไปแขวนบนเส้นด้าย อีกอย่างในเมืองที่เจริญแล้วแบบนี้ จะไปหาที่อันตรายขนาดนั้นฝึกก็คงยาก
และต่อให้มี... สืออวี่ก็ไม่คิดจะเอาชีวิตไปทิ้งหรอกนะ
เขาเป็แค่คนธรรมดา (ที่มีสูตรโกงนิดหน่อย) การค่อยๆ เติบโตอย่างมั่นคงปลอดภัยย่อมเป็ทางเลือกที่ฉลาดกว่า
...
่บ่าย สืออวี่เรียกเ้าสัตว์กินเหล็กกลับเข้าห้วงมิติอสูร แล้วเดินออกจากบ้าน
ในเมืองที่พัฒนาแล้ว สถานที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ฝึกอสูรถือเป็โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็ ไม่ว่าจะเป็สมาคมผู้ฝึกอสูร กองทหาร โรงเรียน หรือศูนย์เพาะเลี้ยง และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ... สนามประลอง
สนามประลองส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล เป็สถานที่เพียงไม่กี่แห่งในเขตเมืองที่อนุญาตให้ผู้ฝึกอสูรสู้กันได้แบบถูกกฎหมาย
ถ้าอยากหาคู่ซ้อมแบบเป็กิจจะลักษณะ ที่นี่คือคำตอบที่ดีที่สุด
จริงๆ จะออกไปหาสัตว์อสูรนอกเมืองก็ได้ แต่มันเสี่ยงเกินไปสำหรับมือใหม่อย่างพวกเขา
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าคิดจะยึดอาชีพนี้จริงจัง สักวันก็ต้องออกไปลุยโลกกว้างอยู่ดี เพราะการสอบใบอนุญาตมืออาชีพ มีหัวข้อการเอาตัวรอดในป่ารวมอยู่ด้วย
เอาเป็ว่า... ตอนนี้พวกเขายังอ่อนหัดเกินไป รอให้เก่งจนรับมือศัตรูได้แบบชิลๆ ก่อน ค่อยว่ากัน
ถ้าจำไม่ผิด ทางสมาคมมักจะจัดการฝึกภาคสนามสำหรับมือใหม่อยู่เรื่อยๆ ซึ่งเขาสามารถไปลงชื่อเข้าร่วมได้
ในกิจกรรมลักษณะนี้ สัตว์อสูรระดับสูงในพื้นที่จะถูกเคลียร์ออกไปจนเกือบหมด แถมยังมีผู้ฝึกอสูรระดับสูงคอยซัพพอร์ตอยู่แนวหลัง
หากต้องไปลุยป่าจริง ไปเป็กลุ่มแบบนั้นปลอดภัยกว่าเยอะ ถึงจะต้องเสียค่าสมัคร แต่ถ้าโชคดีได้วัตถุดิบหายาก หรือได้คัดลอกสกิลเจ๋งๆ กลับมา ก็ถือว่ากำไรเห็นๆ
หลังจากนั่งรถมาพักใหญ่ สืออวี่ก็มาถึงสนามประลอง ซึ่งตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากบ้านพอสมควร
เขตผิงเฉิงมีประชากรอาศัยอยู่ราวหนึ่งแสนคน สัดส่วนของผู้ฝึกอสูรจัดว่าไม่น้อย
แม้ระดับมืออาชีพอาจมีไม่มาก แต่ระดับฝึกหัดนั้นแทบจะเดินไหล่ชนกัน ด้วยเหตุนี้จำนวนสนามประลองจึงผุดขึ้นมารองรับความ้า โดยเฉพาะสนามระดับฝึกหัดที่มีจำนวนมากที่สุด
…
ณ สนามประลองผิงเฉิง สาขาถนนอวี๋หยาง
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่สนามประลองผิงเฉิงค่ะ”
พนักงานต้อนรับสาวกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มการค้า บรรยากาศภายในโถงคึกคักไปด้วยผู้คนที่มาลงทะเบียน
“สวัสดีครับ ผมอยากมาประลองครับ แต่เพิ่งเคยมาครั้งแรก ต้องทำยังไงบ้างครับ?” สืออวี่เดินเข้าไปสอบถาม
พนักงานสาวยิ้มตอบอย่างคล่องแคล่ว “สนามประลองสาขานี้รองรับเฉพาะสัตว์อสูรระดับต่ำกว่าเหนือสามัญนะคะ ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะประลองแบบนัดหมายหรือประลองแบบสุ่มจับคู่ค่ะ”
“แบบนัดหมายเอง ทางเราจะเตรียมสถานที่ กรรมการ และทีมแพทย์สแตนด์บายให้”
“ส่วนแบบสุ่ม แค่กรอกข้อมูลลงระบบ เดี๋ยวระบบจะแมตช์คู่ต่อสู้ที่เลเวลใกล้เคียงกันให้ค่ะ โดยจะแบ่งเป็รุ่นต่ำกว่าเลเวล 6 และรุ่นเลเวล 7-10”
“ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ค่าบริการคนละ 100 หยวนต่อรอบค่ะ”
ร้อยหยวน?
สืออวี่หน้าชาไปแวบหนึ่ง... สู้แค่รอบเดียวร้อยนึง! นี่มันค่าอาหารสามวันของเขาเลยนะเว้ย!
แต่เมื่อคำนึงถึงค่าบำรุงรักษาสถานที่ ค่าจ้างกรรมการ ค่าหมอ... ราคานี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผลแล้วล่ะมั้ง หากไม่มีรัฐบาลอุดหนุน ราคาคงขูดเืขูดเนื้อกว่านี้แน่
“อ้อ! จริงสิ ยังมีการประลองแบบวางเดิมพันด้วยนะคะ”
พนักงานรีบเสริมเมื่อเห็นสืออวี่ทำหน้าลังเล “ทั้งสองฝ่ายตกลงเดิมพันก่อนแข่งได้ กติกาง่ายๆ คือ... ผู้แพ้จะต้องจ่ายค่าใช้สนามของทั้งสองฝ่าย (รวม 200 หยวน) ส่วนคนชนะเล่นฟรีค่ะ”
วิ้ง! ดวงตาของสืออวี่เปล่งประกายขึ้นมาทันที
“ผมเอาโหมดสุ่มแบบวางเดิมพันวางเดิมพันครับ! ขอรุ่นต่ำกว่าเลเวล 6!”
เ้าแพนด้าของเขาตอนนี้เลเวล 5 มีสกิลกายาเหล็กขั้นเชี่ยวชาญ แถมยังมีสมานแผลความเร็วสูง ต่อให้เจอสัตว์อสูรเลเวล 6 สายพันธุ์โหดๆ ก็ยืนแลกหมัดได้สบาย
เพื่อประหยัดเงินอันน้อยนิดในกระเป๋า... ต้องขอโทษคู่ต่อสู้ล่วงหน้าด้วย
แต่ถ้าเกิดแพ้ขึ้นมา… ก็แค่ก้มหน้ารับชะตากรรม (และกินแกลบ)
“ได้ค่ะ รบกวนกรอกแบบฟอร์มตรงนี้นะคะ...”
สืออวี่รับเอกสารมากรอกข้อมูล ชื่อ เลขบัตรประชาชน ประเภทสัตว์อสูร และระดับการเติบโต คือข้อมูลสำคัญสี่อย่างที่ต้องระบุ
เมื่อกรอกเสร็จ เขาก็ยื่นแบบฟอร์มคืน พร้อมถามด้วยความหวังเล็กๆ
“ขอโทษนะครับ... ไอ้การแข่งวางเดิมพันเนี่ย เราเพิ่มเงินเดิมพันลงไปอีกได้ไหมครับ?”
ไหนๆ จะชนะแล้ว ก็อยากหากำไรเข้ากระเป๋าบ้าง อารมณ์แบบเทรนเนอร์โปเกมอนที่ตบเด็กแล้วได้ตังค์น่ะ
“ต้องขออภัยด้วยค่ะ เราไม่มีบริการนั้น ทางเราไม่สนับสนุนการพนันค่ะ” พนักงานตอบเสียงแข็งพร้อมรอยยิ้ม
สืออวี่: “...”
ว้า... อดหาเงินเพิ่มเลย
“ลงทะเบียนเรียบร้อยค่ะ เชิญไปนั่งรอที่โถงรับรองได้เลย พอระบบจับคู่ได้แล้ว ชื่อกับหมายเลขห้องจะขึ้นบนจอนะคะ”
สืออวี่รับบัตรคิวแล้วเดินคอตกไปนั่งรอ
...
ขณะเดียวกัน ที่เคาน์เตอร์อีกฝั่งหนึ่ง เด็กหนุ่มสวมแว่น ท่าทางเด็กเรียน ในชุดนักเรียนสีขาวฟ้าคนหนึ่ง กำลังลงทะเบียนอยู่
ชื่อ: เฉินข่าย
สัตว์อสูร: อสูรเกราะน้ำแข็ง
ระดับ: ตื่นรู้ เลเวล 6
โหมด: สุ่มแบบวางเดิมพัน
หลังกรอกข้อมูลเสร็จ เฉินข่ายก็ขยับแว่นพลางยิ้มมุมปากอย่างคาดหวัง
เขาคือระดับท็อปของห้องที่กำลังเบื่อเพื่อนร่วมชั้นสุดขีด… เพราะรอบตัวมีแต่พวกไก่อ่อนซ้อมมือด้วยแล้วไม่ได้อะไร ทำให้เขาไม่รู้สึกกดดันเลยสักนิด
ขืนเป็แบบนี้ต่อไปเมื่อไหร่จะได้เป็มืออาชีพสักที?
สิ่งที่เขา้าคือ แรงกดดัน!
เฉินข่ายเลยเลือกมาสนามประลองสาธารณะเพื่อวัดฝีมือกับคนนอกดูบ้าง ถึงปากจะบอกว่ามาหาแรงกดดัน... แต่ลึกๆ เขาก็มั่นใจในตัวเอง
ระดับหัวกะทิที่ผ่านการฝึกตามหลักสูตรอย่างเขา ไม่มีทางแพ้พวกมวยวัดข้างถนนง่ายๆ หรอกน่า!