หลังจากเข้ามาให้มิติอีกครั้งนางไม่ได้ไปหาไขมันน้อย คราวนี้มู่เยว่ชิงเข้าไปในห้อง เดินไปทางชั้นหนังสือแล้วเอื้อมมือออกไปหยิบหนังสือเล่มนึงที่ชั้นที่ 3 หนังสือเล่มนี้ไม่หนามากหน้าปกดูค่อนข้างเก่าแต่ว่าไม่มีฝุ่นจับอยู่เลย ด้านหน้าจารึกไว้ว่า
'การกลั่นเก้าดาว'
ในความทรงจำของนางหนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มนึงที่บอกวิธีการฝึกของร่างกาย ก่อนที่ผู้ฝึกตนจะฝึกการรวบรวมลมปราณ อย่างแรกที่ต้องทำคือการล้างไขกระดูกแล้วตามมาด้วยวิธีการกลั่นร่างกาย การกลั่นเก้าดาวหมายถึงการทำลายห่วงของร่างกาย 9 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะทำให้ร่างกายเหมาะกับการเพาะปลูกมากยิ่งขึ้น
ตอนนี้เธอกำลังจะเริ่มฝึกการกลั่นเก้าดาว
การกลั่นเก้าดาวแบ่งออกเป็น 9 ขั้นตอนเหมือนการรวบรวมลมปราณ แต่จะมีรายละเอียดน้อยกว่า ทุกๆระดับสามารถขับของเสียที่อยู่ในร่างกายออกมาได้บางส่วน แต่ละขั้นตอนสามารถยกน้ำหนักได้เพิ่ม 200 จิน เช่นการกลั่นเก้าดาวขั้นตอนที่ 1 สามารถยกน้ำหนักได้ประมาณ 200 จิน (1 จิน เท่ากับ 500 กรัม 200 จิน เท่ากับ 100 กิโล) และยังสามารถเปิดทะเลจิตวิญญานได้
เมื่อถึงขั้นที่ 9 สามารถยกได้เพิ่ม 400 จิน รวมแล้วหากฝึกตั้งแต่ขั้นที่ 1-9 สามารถยกได้ถึง 2000 จิน ไม่เพียงแค่นั้นแต่ยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเนื้อหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น เส้นเลือดและเส้นลมปราณ รวมถึงอวัยวะภายในทั้ง 5 ในระหว่างการฝึกจะสามารถเปิดจุดลมปราณได้ ในร่างกายมีเส้นลมปราณ 8 เส้นหลัก เส้นรอง 108 เส้นและเส้นย่อยอีกนับ 10000 หากเปิดได้สำเร็จนอกจากจะสามารถเก็บลมปราณได้มากขึ้นแล้วการไหลเวียนของพลังลมปราณก็จะดีขึ้นเป็นอย่างมาก หากฝึกสำเร็จสำหรับมู่เยว่ชิงนั้นถือได้ว่านี่เป็นการเริ่มต้นที่ดี
มองเนื้อหาภายในจนมั่นใจว่าจำได้แล้ว มู่เยว่ชิงเก็บหนังสือไว้ในชั้นเหมือนเดิม
ออกจากมิตินางเดินไปที่อ่างที่เคยแช่น้ำยาอีกครั้งเหมือนรอบที่แล้ว มู่เยว่ชิงดึงน้ำจากมิติเข้าไปในอ่างครั้งนี้การใช้น้ำหลิงชวนไม่เหมือนกับครั้งแรก
ตามหนังสือการกลั่นเก้าดาวปกติผู้ฝึกจะต้องรวบรวมฉีใน อากาศ เข้าไปในร่างกายแต่ไม่ใช้เพื่อเปิดตันเถียน แต่นำลมปราณโคจรให้ไปตามเส้นลมปราณทั่วร่างกายแล้วให้ร่างกายดูดซับ หากดูดซับลมปราณตามปกติจะไม่มีผลอะไร แต่ถ้าใช้วิธีตามหนังสือ มู่เยว่ชิงสามารถทำให้ร่างกายดูดซับลมปราณและใช้ได้
แต่ปัญหาแรกสำหรับนาง ลมปราณในอากาศในเมืองมีไม่เพียงพอ ตามการสังเกตของนางมันเบาบางซะจนแทบจะสัมผัสไม่ได้ ถ้าฝึกตามปกติคงใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะถึงระดับ 1 นอกจากนี้นางยังไม่เคยดูดซับลมปราณมาก่อนเพราะงั้นอาจจะเสียเวลา
ดังนั้นนางจึงใช้วิธีอีกอย่างนั้นคือการใช้ยาต่างๆหรือสมบัติที่มีผลเกี่ยวกับร่างกาย ตอนแรกนางยังคิดอยู่ว่าจะทำยังไง แต่นางก็นึกขึ้นได้ว่ามันมีอยู่ไม่ใช้หรอ? นั่นคือน้ำหลิงชวนที่นางเคยใช้มาก่อนถ้าหากมันมีผลที่สามารถทำให้ร่างกายสะอาดได้แล้วมันก็สามารถใช้สำหรับการฝึกเช่นกันไม่ต้องพูดถึงเรื่องการฝึก
มองไปที่อ่างไม้เต็มไปด้วยน้ำ มู่เยว่ชิงถอดชุดออกอีกครั้งและลงไปนั่นขัดสมาธิภายในอ่าง ครั้งนี้นางลองดำเนินตามวิธีการดูดซับตามหนังสือ
เวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าใด แรกๆมู่เยว่ชิงยังไม่สามารถดูดซับน้ำหลิงชวน นางจึงลองดื่มน้ำหลิงชวนแทนบางส่วนจึงสามารถดูดซับได้ นางจำความรู้สึกตอนที่ร่างกายได้ดูดซึมและค่อยๆทำตามความรู้สึกไปเรื่อยๆ แรกๆมันดูดซับได้บ้างไม่ได้บ้างแต่นางก็ยังไม่ยอมแพ้ พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆความรู้สึกก็ค่อยๆต่อเนื่องกัน จนในที่สุดก็คล่องตัว
แคร่ก
เสียงเหมือนอะไรบางอย่างหักจากภายในร่างกาย ดำเนินตามวิธีการในใบหยกนางเพ่งสมาธิของของนางและมองไปภายในร่างกาย
มองไปต้นทางของเสียงที่หักนั่นคือเส้นลมปราณ 1 ใน 8 เส้นหลักบริเวณหัวใจ นางเข้าใจได้ทันทีเสียงที่หักนั่นคือเธอได้เปิดเส้นลมปราณหลักบริเวณหัวใจแล้ว เนื่องจากยังไม่มีลมปราณภายในร่างกายของนาง นางจึงไม่ได้รู้สึกถึงประโยชน์ของเส้นลมปราณที่เปิดขึ้นในทันที อีกครั้งมองไปในสมองของเธอ นางเห็นทะเลสาบสีทองขนาดเล็กลอยอยู่ภายใน
นี่คือทะเลสาบจิตวิญาณของนาง สำหรับผู้เพาะปลูกแล้วทะเลสาบจิตวิญาณเป็นส่วนที่สำคัญมากไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามหรือคนใกล้ชิด จะต้องไม่เปิดทะเลจิตวิญาณให้คนอื่นเข้าไปมั่วๆ เพราะถือว่าเป็นเส้นชีวิตของตัวเอง ถ้าคนที่เข้าไปทำลายทะเลสาบจิตวิญาณ คนๆนั้นก็จะตาย ถ้าไม่ตายก็จะกลายเป็นบ้าไปหรือต้องนอนอยู่บนเตียงตลอดไป
ออกมาจากภายใน มองไปที่ตัวของนางเองอีกครั้ง ตอนนี้ตัวนางกลายเป็นหมึกอีกแล้ว แต่ยังดีที่กลิ่นไม่ได้เหม็นขนาดรอบที่แล้ว นอกจากนี่เธอมีความรู้สึกใหม่ๆ นางสามารภรับรู้ได้ว่าร่างกายนางแข็งแกร่งขึ้นความรู้สึกนี้เป็นที่เด่นชัดกว่าตอนที่เธอพึ่งล้างไขกระดูกเสร็จซะอีก ยกหมัดขึ้นกำหมัดและชกไปข้างหน้า
'ฟุ่บ'
เต็มไปด้วยความตื่นเต้น มันไม่ใช้แค่ความรู้สึกของนางเท่านั้นที่แข็งแกร่ง แต่ร่างกายของนางแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ นั่นเป็นข้อยืนยันอีกอย่างนึงคือ นางสำเร็จ 'การดับร่างกายครั้งที่ 1' แล้ว ตอนนี่นางมีแรงเท่ากับ 200 จิน
หากคนภายนอกมากเห็นเกรงว่าจะต้องตกใจตายแน่ ไม่ใช้เพราะเด็ก 6 ขวบ มีแรงถึง 200 จิน เป็นเพราะวิธีที่นางฝึกนั่นได้หายไปจากโลกเพาะปลูกเป็นล้านๆปีแล้ว
ลุกออกจากอ่างไม้และไปหลังบ้านเพื่อล้างตัวอีกครั้ง
หลังจากล้างผิวของนางดูดีมากขึ้น เมื่อเธอกำลังจะเข้าไปในห้องเพื่อฝึกอีกครั้ง มีเสียงเรียกหานางจากหน้าบ้าน
"ชิงเอ๋อร์ หลานอยู่ไหม?"จากหน้าห้องนอน มู่เยว่ชิงมองไปที่ประตูรั่ว ไม่เป็นใครอื่น นอกจากป้าหลี่ของนางเอง
เดินไปหา "ป้าหลี่ มีอะไรรึเจ้าคะ" มองไปที่ป้าหลี่ของนาง ซึ่งวันนี้ก็ยังคงสวยเหมือนเดิม
ป้าหลี่เห็นหลานสาวของนาง ที่ดูแปลกตาไปลืมตอบกลับ เพราะมัวแต่สังเกตหลานของเธออยู่"หลานรักไปทำอะไรมาผิวถึงได้ดูดีขึ้นมาได้ละเนี่ย...อืม ไม่ต้องบอกป้าก็ได้" เห็นมู่เซว่หยิงทำหน้าลังเล ป้าหลี่จึงไม่ได้ถามต่อ
ไม่ใช่ว่ามู่เยว่ชิงไม่เชื่อใจป้าของนางแต่ว่ามันเกี่ยวข้องกับแหวนเงินของนาง มู่เยว่ชิงไม่อยากให้ความลับของสิ่งนี้รั่วออกไป ยิ่งคนรู้น้อยก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้น เพราะฉะนั้นนางจึงตั้งใจเก็บไว้คนเดียวตลอดไป แต่หารู้ไม่ที่นางทำแบบนี้มันยิ่งน่าสงสัยขึ้นกว่าเดิมอีก หากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช้ป้าหลี่นางคงโดนทักไปแล้ว
หลักจากเงียบไปพักนึง นึกขึ้นได้ ป้าหลี่เลยพูด" ป้าว่าจะมาบอกหลาน ปีนี่ใกล้จะมีการคัดเลือกศิษย์จากนิกายใหญ่จัดขึ้น เผื่อหลานลืมป้าเลยมาบอก"
นี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่ป้าหลี่มาบอกนางเกี่ยวกับการคัดเลือกศิษย์ของสำนักใหญ่
ทุกๆปีสำนักใหญ่ที่ติด 10 อันดับแรกจากภาคกลางจะจัดงานคัดเลือกศิษย์ทุกเมืองใหญ่หรือเล็กทั่วทั้งทวีปมังกรสวรรค์ ในปีที่แล้วป้าหลี่ก็มาบอกนางเหมือนกันครั้งนั้นนางอยากจะไปคัดเลือกเหมือนกันแต่นางต้องการอยู่ดูแลคุณปู่มากกว่านางเลยไม่ได้ไป แต่ครั้งนี้ปู่ของนางไม่อยู่แล้ว แต่นางก็ลังเลอยู่เนื่องจากนางมีแหวนเงินนี่ติดอยู่กับตัวมันจะไม่เปิดเผยหรอ ?
ระหว่างที่นางกำลังคิดอยู่นั่นเอง "เจ้านายไม่ต้องเป็นห่วง ฟังก์ชั่นเสริมแหวนเงินสามารถปกปิดตัวของมันเองได้ตราบเท่าที่ไม่ใช้ระดับอมตะมาเองก็ไม่มีทางตรวจเจอแหวนนี่ได้ คนทั่วไปจะเห็นแค่ว่ามันเป็นแหวนเงินธรรมดาๆเท่านั้น แล้วอีกอย่างเมื่อท่านมีระดับการเพาะปลูกที่สูงขึ้นการที่คนอื่นจะมองเห็นลักษณะหลักของแหวนเงินนี้ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ ไม่เพียงแค่นั้นร่างเนื้อของท่านก็สามารถเข้ามาในแหวนมิติได้เช่นกัน" เสียงของเด็กชายน่ารักในหัวของนาง ไม่ใช้ใครอื่นนอกจากไขมันน้อย
นางลืมไปเลยว่าแหวนเงินทำแบบนี้ได้ เพราะนางมัวแต่สนใจแต่การเพาะปลูกจนลืมข้อมูลในแผ่นหยกหมด ด้วยความพึงพอใจ มู่เยว่ชิงถาม "ไขมันน้อย นอกจากน้ำหลิงชวนที่มีประโยชน์แล้วที่ดินสามารถทำอะไรได้บ้าง" ในแผ่นหยกอธิบายเพียงแค่หน้าที่ต่างๆของแหวนเงินและไขมันน้อยเท่านั้น ส่วนรายละเอียดนางต้องไปถามไขมันน้อยเอาเอง
ไขมันน้อยตอบ "เจ้านายที่ดินสามารถปลูกพืชและสมุนไพรต่างๆได้ ที่ดินยังสามารถเร่งเวลาได้เช่นกัน 1 วันข้างนอกเท่ากับ 1 ปีข้างใน ยิ่งระดับเจ้านายสูงเท่าไหร่เวลาก็สามารถเร่งได้เยอะขึ้นเท่านั้น แต่ได้เร่งเวลาได้เฉพาะพืชหรือสมุนไพรที่ปลูกเท่านั้น" ได้ยินไขมันน้อยอธิบายนางจริงๆอยากหัวเราะให้ฟันหลุด โกง! เท่านี่นางก็ไม่ขาดสมุนไพรอายุเยอะๆแล้ว นอกจากจะเอาไว้ใช้เองยังเอาไว้ขายได้อีก แต่พอมองเข้าไปข้างในมิติแล้วเห็นพื้นที่โล่งๆแล้วมันหงุดหงิดยังไงไม่รู้ หลังจากนี่นางจะไปหาสมุนไพรระดับต่ำมาปลูกไว้ก่อนรวมทั้งพวกพืชที่เอาไว้ปรุงรสอาหารด้วย
มองไปที่ป้าหลี่อีกครั้งนางพยักหน้า "ป้าหลี่ ปีนี่ข้าจะไป" เวลาที่นางคุยกับไขมันน้อยนั้นเหมือนจะนาน แต่เวลาจริงๆเพียงผ่านไปแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ได้ยินหลานรักของนางตอบเช่นนั้นป้าหลี่พยักหน้าและยิ้ม "ดีหลานรัก อีก 3 เดือนจะถึงวันจัดงานระหว่างนั้นหลานก็เตรียมตัวให้พร้อมนะ" หลังจากกล่าวจบป้าหลี่ลูบหัวของมู่เย่วชิง แล้วเดินเข้าไปในเมือง
มองตามหลังป้าของนางที่เดินไปไกลจนลับตา
มู่เยว่ชิงคิด 'เหลือเวลาอีก 3 เดือน ตอนนี้ข้าต้องเร่งฝึกการกลั่นเก้าดาว ให้ได้อย่างน้อย ขั้น 8 หรือ 9'
หากเป็นคนอื่นฝึกการกลั่นเก้าดาวให้ถึงขั้น 8 ภายใน 3 เดือนคงจะมีแต่คนหาว่าบ้าไปแล้ว แต่สำหรับนางที่มีน้ำหลิงชวนที่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่ลดนั้นไม่มีปัญหาเลย
ขมวดคิ้วและนวดหน้าผาก มู่เยว่ชิงหันหลังกลับและเดินเข้าไปในบ้าน
นางถอนหายใจและพูดกับตัวเอง "เห้อ~ การเพาะปลูกนี่มันเหนื่อยจริงๆ"