ตอนที่ 22 ไสหัวไป!
"เขาเป็ใครเหรอครับ?" หลิวเฉินเหลือบมองหลินเยี่ย แล้วถามเหอจวินด้วยรอยยิ้ม
"หลินเยี่ยเป็แผนกรักษาความปลอดภัยของบริษัทเรา..." เหอจวินกําลังจะแนะนํา แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
ใบหน้าหลิวเฉินเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม เขากล่าวคำอย่างไม่พอใจ "ประธานเหอ คุณเห็นผมเป็ใครถึงให้ยามมาต้อนรับ?”
"ถ้าอย่างนั้นฉันจะให้รองประธานและผู้บริหารของบริษัทมาต้อนรับแทน" เหอจวินหยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมจะโทรออก
ตอนนี้เธอคิดเพียง้าที่จะกําจัดทายาทมหาเศรษฐีขี้ตื้อคนนี้ออกไปเท่านั้น
่นี้โดนหลิวเฉินตามตื้อไม่หยุด จึงทําให้เธอรู้สึกเบื่อหน่ายมากจนไม่อยากทำอะไร
ถ้าไม่ใช่เพราะคังหยวนเวชภัณฑ์กรุ๊ปกับเทคโนโลยีหม้อโอสถเป็พันธมิตรที่ดีต่อกัน เธอคงไม่ต้องจำใจต้อนรับชายขี้ตื๊อตรงหน้านี้
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ผมยังมีมีหลายเื่ที่อยากคุยกับคุณ" หลิวเฉินหยุดเหอจวินไม่ให้โทรศัพท์ พร้อมหันไปสั่งหลินเยี่ยว่า "เอาล่ะ นายออกไปได้แล้ว”
"..."
หลินเยี่ยยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ยอมเคลื่อนไหวตามคำของหลงเฉิน
"ยืนบื๊ออยู่ทําไม? ฉันบอกให้แกออกไป" หลิวเฉินะโออกอย่างไม่พอใจ
"คุณไม่มีสิทธิ์ชี้นิ้วสั่งผม" น้ำเสียงของหลินเยี่ยเต็มไปด้วยความเ็าและไม่แยแส
เขาไม่สนใจเด็กหนุ่มตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ อีกฝ่ายไม่มีค่าพอให้เขาสนใจสักนิด
"แก..."
มุมปากของหลิวเฉินกระตุกอย่างรุนแรง เขาพยายามระงับความโกรธและหันหน้าไปมองเหอจวิน "ประธานเหอ ทําไม รปภ.ของคุณถึงไร้มารยาทอย่างนี้? ”
"คุณชายหลิวอย่าโมโหไปเลยหน่า" เหอจวินยิ้มหวานแล้วเปลี่ยนเื่ทันที "ตอนนี้ที่บริษัทมีประชุม ฉันต้องขอตัวก่อน ต้องขออภัยด้วยค่ะ”
หลังพูดจบก็หันหาหลินเยี่ยแล้วพูดว่า "ไปประชุมกับฉัน"
เหอจวินขยิบตาให้หลินเยี่ย แล้วเดินตรงไปที่ด้านนอกห้องทํางานอย่างรวดเร็ว หลินเยี่ยจึงเดินตามเธอไปติด ๆ
หลิวเฉินยืนนิ่งเหมือนคนโง่ เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหอจวินจะเ็าได้ถึงขนาดนี้
คุณชายของบริษัทเทคโนโลยีหม้อโอสถย่อมไม่พอใจที่ถูกเมินเฉย หลังจากยืนอึ้งอยู่นานเขาก็ตัดสินใจเดินตามออกไป
"ประธานเหอ..."
เมื่อเห็นว่าทั้งสองเดินเข้าลิฟต์ไปเตรียมจะปิดประตู หลิวเฉินรีบวิ่งตามไป แต่สุดท้ายหลินเยี่ยก็ขวางทางหน้าประตูลิฟต์เอาไว้
"นี่... แกจะมาขวางหน้าลิฟต์ทำไม?" หลิวเฉินตะคอกถามอย่างไม่สบอารมณ์
"คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามา" หลินเยี่ยไม่อ้อมค้อม น้ำเสียงเย็นะเืราวกับก้อนหิน
"ถุย!"
หลิวเฉินถ่มน้ำลายลงบนพื้น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเย้ยหยันว่า "พูดไม่ดูสารรูปตัวเอง แกเป็แค่ยามกระจอก ๆ แต่กล้าพูดว่าฉันไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?"
"ในสายตาของผม แม้แต่หายใจในลิฟท์… คุณก็ไม่มีสิทธิ์"
"แก..." หลิวเฉินโกรธจัดจนใบหน้าแดงก่ำพร้อมยกกำปั้นขู่ "ไอ้หนุ่ม รีบไสหัวไปซะ"
"คนที่ควรไสหัวไปคือคุณ"
"แกไล่ฉันอย่างนั้นเหรอ" หลิวเฉินยื่นมือออกไปเตรียมผลักหลินเยี่ยออก
แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามใช้แรงอย่างไร หลินเยี่ยก็ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับ ร่างกายของเขาราวกับูเาไท่ขวางหน้าประตูลิฟต์ สีหน้ายังคงสงบนิ่งไม่ไหวติง
หัวใจของหลิวเฉินเต้นแรง เขาไม่คิดว่าร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้าจะยังนิ่งอยู่ที่เดิม โดยเขาไม่สามารถผลักอีกฝ่ายออกไปได้เลย
เช่นนี้เขาจึงใช้พลังทั้งหมดกระแทกหลินเยี่ยอย่างแรง
เมื่อปะทะ กลับกลายเป็หลิวเฉินที่เจ็บตัว แต่หลินเยี่ยกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ร่างกายของอีกฝ่ายยังไงคงไม่ขยับเขยื้อนเลยั้แ่ต้น
"ผมจะพูดอีกครั้งเดียว... คนที่ควรไสหัวไปก็คือคุณ" หลินเยี่ยกําหมัดแน่นเตรียมจะสั่งสอนเ้าเด็กตรงหน้า
"เอาล่ะ หยุดเถอะ!" ใน่เวลาสําคัญ เหอจวินรีบเอ่ยปากคลายบรรยากาศ
เมื่อครู่เธอยอมให้หลินเยี่ยขวางทางหลิวเฉิน แต่เธอไม่อยากให้ทั้งสองคนมีเื่ชกต่อยกันที่นี่
อย่างไรเสียหลิวเฉินก็เป็พันธมิตรของบริษัท หากถูกหลินเยี่ยต่อย เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือในอนาคต
"เห็นแก่หน้าของประธานเหอ วันนี้ฉันจะปล่อยแกไปก่อน แต่ฝากไว้ก่อนเถอะ สักวันฉันจะจัดการแก" หลิวเฉินรู้ว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหนุ่มคนนี้ เขาจึงพูดข่มขู่และหันหลังเดินจากไป
"เฮ้อ!" เหอจวินถอนหายใจยาวหลังจากเห็นว่าผู้ชายคนนั้นยอมถอยออกไปแล้ว
"เอาล่ะ กลับไปที่ห้องทำงานกันเถอะ" พูดจบเหอจวินก็พาหลินเยี่ยกลับไปที่ห้องทํางาน
เมื่อกี้ที่บอกว่าการประชุมแค่จงใจหาข้ออ้างที่จะกําจัดหลิวเฉิน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไปแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะโล่งใจ
"นั่งก่อนสิ!" เมื่อกลับมาถึงห้องทํางาน เหอจวินก็ชี้ไปยังโซฟาฝั่งตรงข้าม เธอยิ้มแล้วพูดว่า "ขอบคุณคุณที่ช่วยฉันนะ”
"ผมเป็บอดี้การ์ดของคุณ ก็ควรช่วยคุณแก้ปัญหา" หลินเยี่ยนั่งลงหยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบ
"โชคดีจริง ๆ ที่ฉันได้บอดี้การ์ดยอดเยี่ยมอย่างคุณ" เหอจวินเอาผมทัดหูแล้วพูดกึ่งล้อเล่นว่า "ด้วยความสามารถยอดเยี่ยมนี้ เงินเดือนแค่สิบล้านมันน้อยเกินไปรึเปล่า?"
"อ้อ ผมไม่รังเกียจถ้าท่านประธานเหอจะขึ้นเงินเดือนให้"
"หึ!” เหอจวินกลอกตาไปมาก่อนจะตอบกลับ "ฉันแค่พูดไปเรื่อย คุณอย่าจริงจังเลยหน่า”
ต้องยอมรับเลยว่าเธอไม่ได้มีความสุขแบบนี้มานานแล้ว บางทีอาจเป็เพราะเธอได้รับบอดี้การ์ดที่ยอดเยี่ยมอย่างหลินเยี่ยจึงทําให้รู้สึกปลอดภัยเป็พิเศษ เธอรู้สึกราวกับได้รับสมบัติล้ำค่าอย่างไรอย่างนั้น
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ถึงแม้หลินเยี่ยจะไม่ยิ้ม ไม่สบตาและเ็ามาก แต่เธอกลับก็รู้สึกสนิทสนมเป็พิเศษั้แ่ครั้งแรกที่ได้พบ ราวกับรู้จักผู้ชายคนนี้เมื่อนานมาแล้ว
"อ้อ... จริงด้วย ผมมีเื่ต้องรายงาน"
หลินเยี่ยนึกถึงสายลับทางธุรกิจที่เจอที่โรงรถชั้นใต้ดินเมื่อกี้ จึงเอ่ยปากขึ้นว่า "เมื่อกี้ที่โรงรถ ผมเห็นพนักงานทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ข้างรถคุณ”
"เขาทำอะไร?" เหอจวินขมวดคิ้วถามอย่างร้อนรน
"ติดตั้งเครื่องติดตามตําแหน่ง"
"เครื่องติดตามตําแหน่ง?"
"ใช่ เขาเป็สายลับทางธุรกิจจากบริษัทความงามทันใจเวชภัณฑ์ เขาเข้ามาที่บริษัทเพื่อตรวจสอบหายาเพนิซิลลิน" หลินเยี่ยเล่าเื่ราวในโรงรถให้ฟังสั้น ๆ
ใบหน้าเหอจวินซีดเผือดเมื่อได้ยินอย่างนั้น คิดไม่ถึงว่าจะมีสายลับทางธุรกิจแอบแฝงตัวเข้ามาในบริษัทด้วยแต่เธอกลับไม่รู้อะไรเลย
โชคดีที่หลินเยี่ยระแวดระวัง และช่วยเธอจัดการกับสายลับทางธุรกิจคนนั้น ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางรู้ว่ามีคนตามรอยอยู่
ตอนนี้เธอยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจมากขึ้น ดูแล้วการมีหลินเยี่ยเป็บอดี้การ์ด ถือเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเท่าที่เธอเคยทำ
"จริงสิ เขาไปไหนแล้ว?" เหอจวินรีบถามหลังฟื้นคืนสติ
"ใกลัวจนหนีไปแล้ว แต่ผมว่าเขาคงไม่กล้ากลับมาอีกแล้วแหละ" หลินเยี่ยพูดจบก็เปลี่ยนน้ำเสียง "ครั้งนี้เป็แค่พวกปลายแถว ผมเชื่อว่าอีกฝ่ายจะส่งคนมาอีกแน่ พวกเราต้องระวังตัวให้มากกว่านี้”
"เฮ้อ!"
เหอจวินถอนใจเล็กน้อย ใบหน้าขาวสะอาดเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
หลังจากเงียบไปนานจึงกล่าวกับหลินเยี่ยว่า "ฉันกำลังถูกหลายบริษัทจับตามอง รวมถึงพวกมาเฟียใต้ดินอีก พวกเขาล้วนเพ่งเล็งยาเพนิซิลลินในมือของฉัน”
"เพนิซิลลินคืออะไร" หลินเยี่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
ความจริงเขาไม่ค่อยสนใจของสิ่งนี้มากนัก และในชาติก่อนเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันใช้ทำอะไร
"เพนิซิลลินเป็ยาที่ฉันสร้างขึ้นมาจากพืชชนิดหนึ่ง สามารถใช้ประโยชน์จากมันรักษาโรคมะเร็งเม็ดเืขาวและโรคเอดส์ได้ เพราะอย่างนี้มันจึงมีค่ามาก" เหอจวินไม่ลังเลเลยบอกความลับของเพนิซิลลิน
เื่เหล่านี้ล้วนเป็ความลับสุดยอด พูดตามหลักแล้วคือไม่สามารถแพร่งพราย เพียงแต่ว่าเธอค่อนข้างเชื่อใจหลินเยี่ยเป็พิเศษ จึงไม่ได้ปิดบังความลับนี้กับเขา