คนในชุดฮู้ดที่หลายคนคิดว่าหลบหนีมันกลับไม่ได้เป็อย่างที่ใครเข้าใจ สายลมปลิวพัดชุดที่สวมให้ปลิวสะบัดผิวกายรับรู้ถึงความชื้นจากบริเวณท่าเรืออย่างเด่นชัด อาศัยเวลาพักหนึ่งกว่าจะพาตัวเองมาอยู่ที่ริมตลิ่งได้แบบนี้
สายตาจ้องมองไปยังร่างที่กำลังเคลื่อนไหวเปะปะเหมือนกำลังควานหาอะไรบางอย่าง ให้เดาคงเป็เขาหรือไม่ก็พวกตำรวจที่ยกพลมาล้อมมันไว้ก่อนหน้า มันกำลังเดินด้วยความย่ามใจและทำลายทุกอย่างไปทั่วบริเวณ เหมือนกำลังสนุกกับพลังที่มันกำลังถือครอง
แน่นอนมันย่อมไม่รู้ว่าการเคลื่อนไหวเ่าั้ถูกจับจ้องด้วยสายตาใครบางคน มีทั้งคนที่กำลังหวาดกลัวและหาทางหนี คนที่กำลังหาช่องทางในการทำอะไรสักอย่าง หรือจะเป็คนที่กำลังหาหนทางในการกลบฝังมันก็ตาม
“ เดี๋ยวก่อนนะคะD เอาจริงหรือคะ สิ่งที่คุณกำลังจะทำมันเสี่ยงมากเลยนะคะถึงจะมีโอกาสสำเร็จแต่ถ้าพลาดขึ้นมา... ” หลังได้ฟังแผนการที่ได้รับการบอกเล่าเธอกลับรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาอย่างไรพิกล
“ จะร่วมหรือไม่ร่วม? ” ห้วนสั้นได้ใจความการถามที่เหมือนจะยืนยันว่าอย่างไรเขาก็ไม่ถอย ไม่ว่าจะมีเธอเข้ามาช่วยเหลือหรือไม่ก็ตาม
คำพูดนั้นทำเอาสาวเ้าได้แต่เงียบงันและเลือกจะส่งภาพจากกล้องวงจรปิดที่พอเหลือไปให้ ภาพอาจห่างเพราะกล้องตัวที่อยู่ใกล้ต่างถูกทำลายจนเสียหายแต่นั่นก็มากเกินพอสำหรับเขา
สายตาเหลือบมองไปยังร่างกายแผลยังไม่หายสนิทขาข้างที่โดนจับยังมีปัญหา ความบอบช้ำภายในก็ไม่ได้เลือนหายทุกครั้งที่ขยับยังััได้แค่เพียงสะกดความเจ็บเอาไว้ชั่วคราว เพื่อที่มันจะไม่มารบกวนการต่อสู้หลังจากนี้
กดปุ่มเบาๆจากที่เคยอยู่ในสถานะของปืนสั้นก็เริ่มแปรเปลี่ยน ปืนในมือขวาเริ่มยืดยาวในขณะที่ด้านซ้ายเองก็เริ่มหุบด้ามปืนเข้าไปอุปกรณ์เสริมมากมายโผล่พ้นอย่างพิศวง ก่อนเขาจะนำปืนทั้งสองมาเชื่อมเข้าหาจนกลายเป็ไรเฟิลยาวกระบอกหนึ่ง
อย่างที่เคยบอกว่าเขาเองก็ใช่จะไม่มีเกียร์ไม่ว่าจะหมวกที่สวมหรือปืนที่ใช้ก็เป็หนึ่งในอุปกรณ์ล้ำยุค ต่างตรงที่มันไม่ได้มีความพิเศษล้ำหน้าอะไรแค่เพียงประยุกต์ได้หลากหลาย เพื่อให้มันใช้งานได้ในมากสถานการณ์
คนอื่นอาจอยากได้อุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีล้ำยุคหรืออะไรก็ตามที่มันพิเศษแต่ของเขาแตกต่าง อุปกรณ์ที่ติดตั้งและใช้งานทั้งหมดเป็อุปกรณ์ที่ไม่ได้พิสดารเพราะคิดว่าอะไรที่มากไปก็รังแต่จะถูกเพ่งเล็ง ใช้อุปกรณ์พื้นฐานให้ดีก็มากพอที่จะนำเขาไปสู่จุดหมายแล้ว
กล้องถูกนำมาติดตั้งไว้กับตัวปืนก่อนเขาจะยัดแมกกาซีนเข้าไปด้านในเท่านี้ก็เสร็จสิ้น เปลี่ยนจากปืนสั้นสองกระบอกให้กลายเป็สไนเปอร์ไรเฟิลอยางสมบูรณ์แบบ
ไม่อะไรให้มากความมือทั้งสองข้างประคองปืนก่อนประทับเล็ง ดวงตาจ้องผ่านกล้องที่ติดตั้งเล็งไปยังร่างที่กำลังอาละวาดอยู่ตรงนั้น มือทั้งสองข้างนิ่งสนิทเช่นเดียวกับลมหายใจที่สงบนิ่งก่อนเขาจะลั่นไกออกไป
ระยะห่างครึ่งกิโล แรงลมและสภาพอากาศที่ใกล้ฝั่งชวนให้เป็ปัญหาแต่ไม่ใช่สำหรับเขา ะุถูกลั่นไกเป็เส้นตรงไปยังเป้าหมายก่อนกระแทกเข้าใส่ส่วนหัวของหมวกเกราะอย่างเต็มเหนี่ยว
ความรุนแรงของะุบวกกับตัวปืนตามปกติไม่มีทางที่ใครจะรอดชีวิต ไรเฟิลในมือสามารถเป่ากะโหลกคนให้กระจุยได้ในนัดเดียวแต่ครั้งนี้ไม่ใช่ ร่างที่ถูกยิงคล้ายไม่รู้สึกอะไรแค่เพียงงุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น
คนยิงเองก็ไม่ได้ให้ความสนใจหลังลั่นไกนัดแรกเขาก็ดึงสไลด์ดีดปลอกะุออก ระบบในปืนส่งะุนัดใหม่ไปบรรจุในรังเพลิงก่อนเขาจะลั่นไกออกไปเป็นัดที่สอง
ครั้งนี้ก็เข้าหัวทั้งยังกระแทกเข้าใส่ตำแหน่งเดิมอย่างแม่นยำ การยิงที่บอกถึงฝีมือถึงฝีมือกลับไม่ได้อยู่ในความรับรู้ของทางนั้น หนึ่งเดียวที่มันเข้าใจคือทิศทางของะุที่ยิงใส่ก่อนจะเริ่มพุ่งมายังทิศทางที่เขาอยู่
กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกร้อนรนมือยังคงขยับอย่างเนิบนาบทุกส่วนในร่างยังสงบนิ่ง อย่าว่าแต่ความเยือกเย็นหรือสติกระทั่งเหงื่อสักหยดยังแทบไม่ออก เหมือนไม่ได้สนใจการพุ่งเป้าของทางนั้นที่มีต่อตนเลย
การลั่นไกยังคงเป็ไปอย่างหนุนเนื่องะุยังคงถูกส่งออกจากรังเพลิง ปากกระบอกปรากฏแสงและส่งลูกตะกั่วเข้าไปปะทะกับศัตรูแต่กลับไร้ซึ่งความหมาย ะุทั้งมวลเหมือนจะไร้ค่าต่อหน้าเกราะที่แสนทนทานของฝ่ายนั้น
เป้าการเล็งเริ่มเคลื่อนออกจากที่ควรเป็จากสองนัดแรกที่เคยเล็งหัวยามนี้มันเริ่มเบนออก ภาพที่ชวนให้คนสวมเกราะรู้สึกย่ามใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังถูกตนกดดันจนลนลาน ความแม่นยำที่เคยมีจึงพลาดเป้าไปอย่างช่วยไม่ได้
ระยะห่างเริ่มลดลงทุกขณะจากครึ่งกิโลยามนี้เริ่มกระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีมันก็อยู่นะระยะไม่ถึงร้อยเมตร เวลาผ่านไปไม่ทันจะถึงสองนาทีระยะห่างทั้งมวลกลับเลือนหายท่ามกลางการแสยะยิ้มภายใต้หมวกเกราะ
“ เป็แกนี่เองไอ้พวกที่ชอบเล่นจำอวด อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าโดนหมัดนี้แล้วจะยังปากดีได้หรือเปล่า ” หมัดหมุนเหวี่ยงท่วงท่าที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ถูกทดแทนด้วยเกราะ พลังทำลายและการป้องกันทั้งมวลถูกเมินข้ามเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็อสูรกายจักรกล นั่นคือสิ่งที่ใครต่อใครเข้าใจ
คนมองเองก็สงบนิ่งสายตาเื้ัหมวกกันน็อคยังคงเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น แรงกดดันหรือความมาดร้ายใดๆแทบไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเหมือนมันไม่มีตัวตน มือยังคงคาอยู่ที่ไกเช่นเดียวกับปากกระบอกปืนที่รอช่องว่างที่จะเกิดในเสี้ยววินาที
อีกครั้งที่ะุลั่นไกแน่นอนว่ามันย่อมไม่ได้สนใจทุกครั้งที่โดนยิงแทบไม่รู้สึกรู้สาครั้งนี้เองก็ไม่ต่าง ความเคยชินเริ่มทำให้มันเมินข้ามการป้องกันทุ่มสมาธิไปยังร่างที่อยู่ตรงหน้า จวบจนกระทั่งมันััได้ถึงความผิดปกติ
ลมหายใจสะดุดร่างทั้งร่างแข็งค้างหมัดที่ดวงตาเหลือกโพลงคอหอยคล้ายโดนขยี้ การโจมตีไม่คาดฝันทะลุผ่านเกราะและเข้ามาสร้างความเสียหาย กำปั้นที่เคยปล่อยออกไปหยุดนิ่งท่ามกลางความไม่เข้าใจของคนที่โดน
แรงปะทะที่เกิดไม่ได้มาจากใดอื่นนอกจากะุปืน ไรเฟิลส่งะุออกไปในระยะแทบจะเผาขนกระแทกเข้าใส่คอหอยของศัตรู การโจมตีที่ทำให้ทางนั้นกุมลำคออย่างทรมานผิดกับการโจมตีที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง
โอกาสหนึ่งในหมื่นที่ไม่มีวันปล่อยให้เสียเปล่าร่างของเด็กหนุ่มลากสังขารของตนอย่างว่องไว ใช้ความเร็วเท่าที่ขาอันไม่สมบูรณ์ของตนจะทำได้ถอยห่างจากอีกฝ่าย มือก็ประกอบชิ้นส่วนอีกชิ้นใส่ปืนในมือของตนไปด้วย
ส่วนเสริมสุดท้ายที่จะเปลี่ยนปืนนี้ให้กลายเป็อาวุธสังหารสารพัดประโยชน์ ส่วนตัวเขาไม่ค่อยได้ใช้เพราะต้องประกอบทั้งยังเชื่องช้าจึงมักใช้ะเิแบบอื่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเ้านี่คืออาวุธที่แรงที่สุดเท่าที่เขามีอยู่
ส่วนเสริมที่ถูกเรียกว่าเครื่องยิงลูกะเิ
ตูม!!
เสียงะเิดังก้องพลังทำลายมหาศาลฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกเหลวไม่เว้นกระทั่งคนยิง ร่างปลิวไปกระแทกกับกำแพงแรงอัดมากพอจะซ้ำเติมความบอบช้ำที่มีอยู่เดิมให้สาหัส โลหิตเอ่อขึ้นมาจากลำคอมันคล้ายจะหากเขาก็ฝืนกลืนมันกลับเข้าไป
ความเ็ปที่คุ้มค่าเพราะยามนี้ทุกอย่างเป็ไปตามแผนการที่เขาร่างเอาไว้ในหัวจนสิ้น
เท้าก้าวอย่างเรียบเรื่อยรั้วที่มีไว้กั้นไม่ให้ใครร่วงลงไปกระจุยด้วยผลจากลูกะเิที่ยิง ทั้งหมดกลับเป็เื่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาพที่กำลังเห็น สถานการณ์ที่เขาจงใจสร้างอย่างยากเย็นเพื่อนำมาสู่ผลลัพธ์นี้
“ นะ นี่มันอะไรกัน เกิดอะไร แค่ก ” คนในเกราะดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อจะไม่ให้ร่างของตนจมลงน่าเสียดายมันกลับยากเข็ญ จุดเด่นที่เคยมีกลับกลายเป็จุดอ่อนที่กำลังคร่าชีวิตมันอย่างทรมาน
การเคลื่อนไหวที่ผ่านมาทั้งหมดไม่ได้มาจากการเปะปะไร้หัวคิด เมื่อาเ็แม้ห้ามเืแต่จะขยับตัวย่อมต้องคิดให้มาก ทำอย่างไรไม่ให้ร่างกายที่เสียหายของตนเป็ภาระ สังหารศัตรูอย่างไรเมื่อตนเคลื่อนไหวไม่ได้ดังใจเช่นนี้
อย่างแรกที่เขาทำคือไล่ข้อมูลในสมองตั้งเป้าหมายและไล่เรียง คิดถึงสิ่งที่เกิดและความเป็ไปได้ที่มีก่อนจะเริ่มจากต้นทางของข้อมูล ที่เขาต่อกรด้วยคือของๆกองทัพบกถ้าเจาะข้อมูลที่นั่นอาจได้แปลนหรือพิมพ์เขียวหรืออย่างน้อยก็ได้ข้อมูลของมันมา
่เวลาที่เขาระบุให้เนลไปหาคือ่ที่ได้ข่าวว่ามีการทุจริตกันในกองทัพ ข้าวของบางส่วนหายไปจนทำให้ทางการต้องตามหากันเสียให้ควัก แม้จะพยายามแต่การเรียกคืนอุปกรณ์ต่างๆก็ทำไม่ได้ทั้งหมด เขาคิดว่าเกียร์ที่อยู่ตรงหน้าเองก็ถือเป็หนึ่งในนั้นและเริ่มให้แฮคเกอร์ของตนหาข้อมูลเชิงลึกและก็ได้อะไรติดไม้ติดมือมาพอสมควร
เกียร์ที่สวมใส่นี้เป็ของตกมาตรฐานที่มีช่องโหว่บริเวณลำคอ ข้อต่อ่คอมีส่วนเล็กๆที่เกราะบางกว่าปกติถึงมันจะช่วยป้องกันคมะุแต่ไม่อาจสลายแรงปะทะได้ทั้งหมด นั่นคือสาเหตุของความเ็ปจนนำไปสู่อาการชะงักของฝ่ายนั้น
แต่เท่านี้ยังไม่พอช่องโหว่ที่คอเป็จุดเริ่มต้นที่ดีแต่ก็ยังไม่มากพอจะเจาะ เขาอาจเล่นงานมันได้อย่างเจ็บแสบแต่การจะฆ่ามันได้ต้องใช้อะไรมากกว่านั้น ด้วยอาวุธที่เขามีถึงเป็เกราะบางก็ยังยากเกินกว่าจะเจาะ ก่อนเขาจะเกิดความคิดขึ้นมาอย่างหนึ่ง
ในเมื่อเขาเจาะไม่ได้ก็ไม่จำเป็ต้องเจาะให้เปลืองแรง ใช้วิธีบีบให้ทางนั้นเปิดออกมาเองก็พอ
โชคดีบริเวณที่พวกเขาอาละวาดกันอยู่เป็ท่าเรือ ขอแค่จัดสถานการณ์ดีพอการจะฆ่ามันก็ไม่ใช่เื่เกินมือ
ด้วยความที่มันเป็ชุดที่ถูกสร้างโดยกองทัพบกมีจุดประสงค์หลักอยู่ที่การรบแบบภาคพื้น แน่นอนว่ามันย่อมไม่มีระบบสนับสนุนที่จะใช้ในน้ำปราศจากถังออกซิเจนหรือระบบป้องกันน้ำเข้า อย่างดีก็มีเพียงชูชีพลอยตัวเพื่อเอาชีวิตรอดเล็กๆน้อยๆและแน่นอนว่าเขาใช้ไรเฟิลสอยของแบบนั้นไปจนสิ้น
เมื่อไร้ซึ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือต่อหน้าผืนน้ำอันกว้างใหญ่เกราะที่หนาหนักชนิดนี้จึงเป็ได้เพียงก้อนโลหะที่พร้อมจะจมลงสู่เบื้องล่าง กลายเป็ตุ้มถ่วงที่พร้อมจะลากอีกฝ่ายให้ลงไปสู่นรกภูมิ
ทางรอดยังคงมีหากนั่นไม่ได้อยู่ในความสนใจเพราะเขาเองก็เตรียมการสำหรับรับมือเอาไว้แล้ว
ร่างที่สวมเกราะหายลับไปจากสายตาน้ำหนักของชุดทำให้มันจมหายไปกับพื้นน้ำที่มืดมิด กลับไม่ได้ทำให้คนมองแปลกใจหมวกที่สวมถูกสลับให้อยู่ในโหมดอินฟราเรดจ้องมองไปยังผืนน้ำเบื้องล่างอย่างเงียบเชียบ
คนที่เคยรอดพ้นการตรวจรับเริ่มปรากฏออกมาทันทีที่เกราะนั้นจมสู่ใต้ผิวน้ำก็ไม่มีทางเลือกใดเหลือ อาศัยพละกำลังของตัวเองตะเกียดตะกายขึ้นมาบนผิวน้ำหมายจะควานหาอากาศ พริบตาที่ศีรษะนั้นโผล่พ้นเขาก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย
ลูกตะกั่วเจาะเข้าไปสมองของอีกฝ่ายครั้งนี้ปราศจากสิ่งป้องกันใดๆ แรงอัดที่มากพอให้ศีรษะสะบัดพร้อมเืสีแดงฉานที่อาบย้อมผิวน้ำ ความพยายามตะเกียดตะกายไม่มีผลเพราะมันไม่จำเป็ต้องหายใจอีกต่อไป
อย่างที่บอกเขาจะไม่ปล่อยให้มันรอดชีวิตไปจากที่นี่ ไม่ว่ามันจะมีเกราะเส็งเคร็งนั่นหรือไม่ก็ตาม
“ ภารกิจเสร็จสิ้น เตรียมถอน... ”
“ หยุดอยู่ตรงนั้น!! ทิ้งอาวุธแล้วชูมือขึ้นเหนือหัวซะ!! ” เสียงะโแทบจะกลบเสียงของเขาจนมิดชวนให้รู้สึกแปลกใจ สายตาเหลือบไปยังกระจกที่อยู่ด้านข้างจ้องมองคนที่มาอยู่ทางด้านหลังของตน
คนพูดคือชายอายุประมาณยี่สิบกลางๆทันทีที่เห็นหน้าและชุดที่สวมก็รู้ได้ว่าเป็หนึ่งในตำรวจที่ยกพลมาล้อมจับเ้าชุดเกราะเมื่อครู่ ปืนในมือเล็งมาทางเขาทั้งยังปลดเซฟไว้พร้อมจะลั่นไกเข้าใส่ มันกลับไม่ทำให้เขารู้สึกรู้สาอะไร
“ จะจับฉันทั้งที่แกก็ร่วมมือกับคนประเภทเดียวกับฉันงั้นเหรอ? ฟังดูย้อนแย้งไปหน่อยนะ ”
“ ฉันไม่เคยร่วมมือกับโจรอย่างพวกแก ”
“ ไม่ยักรู้ว่าคนที่ทั้งขู่กรรโชก บุกรุกและทำร้ายร่างกายอย่างมูนไนท์ไม่นับเป็อาชญากร มาตรฐานของแกเบี้ยวพอสมควรเลยนะ จ่าสิบเอก เลโอ ไลโอนิส ” เท่านั้นเองที่สีหน้าของคนฟังผันเปลี่ยน หากนั่นก็เป็เวลาเพียงแค่ไม่ถึงวินาที
“ ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าแกจะรู้อะไรหรือรู้ได้ยังไง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ฉันปล่อยแกไป ” ปืนในมือยังคงเล็งมาทางนี้เหมือนเื่ที่โดนทักไม่อาจทำลายสมาธิของเ้าตัว ความหนักแน่นที่ชวนให้คนมองหัวเราะในลำคอ
“ ก็ตอบได้สมกับเป็ผู้รักษากฎหมายดีล่ะนะ ถึงจะรู้สึกว่ามันจะลำเอียงไปหน่อยก็เถอะ ”
“ ฉันอาจไม่รู้จักมักคุ้นอะไรกับหมอนั่นมากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจ มูนไนท์ไม่เหมือนกับแก แค่แบกปืนมาไล่ยิงชาวบ้านอย่าคิดว่าจะยกตัวไปทัดเทียมกับหมอนั่น ”
“ ใช่ ฉันไม่เหมือนกับเ้าอัศวินนั่นหรอก อย่างน้อยทุกการลงมือของฉันก็มีความเสี่ยงทุกการต่อสู้มันถึงเืถึงเนื้อ ใครมันจะไปโชคดีมีเกราะสารพัดประโยชน์เวลาสู้ก็ไม่ต้องลำบาก เอาแต่มุดหัวในเกราะโง่ๆ... ”
เปรี้ยง
ะุนัดหนึ่งเฉี่ยวผ่านหัวของเขาไปอย่างหวุดหวิดไม่ใช่การเล็งพลาดแต่เป็ความจงใจ ปากกระบอกส่งะุออกมาจากรังเพลิงทักทายและหยุดยั้งคำพูดของเขาด้วยการคุกคามอย่างชัดแจ้ง
“ ฉันไม่สนว่าใครจะพูดหรือคิดกับฉันยังไง ไม่สนด้วยว่าตัวเองจะโดนด่าว่าหรือเหยียดหยาบยังไงก็ช่าง ตำรวจเป็อาชีพที่มีหน้าที่เก็บกวาดเื่พวกนี้อยู่แล้ว ” ประกายในแววตาสงบนิ่งหากมันแฝงเอาไว้ทั้งความเยือกเย็นและอำมหิต
“ แต่คนที่เอาแต่แบกปืนไปยิงกบาลคนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างแกไม่มีสิทธิไปว่าหมอนั่น ไม่มีสิทธิไปว่าคนที่พยายามลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อเมืองนี้ โดยเฉพาะฆาตกรที่ฆ่าคนเป็ผักปลาอย่างแก ”
“ แล้วฉันก็จะไม่นับถึงสาม ถ้าไม่อยากตายก็วางอาวุธ!! ” คำยืนยันที่ครั้งนี้เพิ่มความแข็งกร้าวและดุดันเป็เท่าทวี ขณะที่เด็กหนุ่มที่เห็นดังนั้นกลับหัวเราะในลำคอ
สายตาบ่งบอกถึงความมาดร้ายปืนในมือเล็งมายังร่างของเขาพร้อมลั่นไกได้ทุกเวลา และครั้งนี้มันจะไม่ใช่เป็เพียงคำขู่ถ้าเขาขัดขืนหรือต่อสู้ทางนั้นจะไม่ลังเลในการเหนี่ยวไก แถมเ้าตัวยังยืนยันความแม่นยำของตัวเองไปแล้วด้วย
ไรเฟิลในมือถูกวางลงไปบนพื้นอย่างแ่เบาท่วงท่าสงบนิ่งคล้ายยอมจำนนกลับไม่ได้ทำให้ทางนั้นคลายใจ เหมือนจะรู้ข้อมูลหรือประเมินจากที่เขาปราบเ้าชุดเกราะนั่นแล้วว่าเขาอันตรายเกินกว่าจะลดปืน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้คนมองร้อนใจ
“ ขอถามอะไรอีกสักอย่างก็แล้วกันคุณตำรวจ มั่นใจแล้วเหรอว่าทางเดินของเ้าอัศวินนั่น ทางเดินมูนไนท์เป็สิ่งที่ถูกต้อง เป็หนทางที่เมืองนี้ควรเป็ เป็เส้นทางที่อยากจะร่วมหัวจมท้ายไปด้วย? ”
“ เออ ”
“ ทั้งที่ก็น่าจะรู้แก่ใจว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล ทั้งที่ส่วนลึกในใจก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้น่ะรึ? ” คำย้อนที่ชวนให้คนฟังนิ่งงันถ้าเื่เมื่อครู่น่าแปลกใจแล้วสิ่งนี้กลับทำให้ตำรวจหนุ่มตระหนก ดวงตาของเขาเปิดกว้างคล้ายกับโดนจี้ใจดำสมาธิเลือนหายและเป็วินาทีที่เขาเฝ้ารอ
ะเิที่พกมาถูกดึงสลักก่อนโยนออกไปด้านหลัง พริบตาเดียวกับที่ทางนั้นสังเกตเห็นความผิดปกติและเลือกจะส่งลูกตะกั่วมาทักทายเพื่อหยุดความเคลื่อนไหว ก่อนกระโจนไปเพื่อหลบเลี่ยงสิ่งที่พุ่งมาทางตน
คนที่เป็เป้าก็คล้ายนกรู้ร่างของเขาทิ้งตัวก่อนที่ทางนั้นจะลั่นไก ก่อนปิดระบบปิดการรับแสงและเสียงจากภายนอกเตรียมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดในวินาทีต่อมา
ตูม
แสงสว่างเจิดจ้าเช่นเดียวกับคลื่นเสียงที่หนักหน่วงเล่นเอาโลกทั้งใบหมุนคว้าง คนที่อยู่ในระยะประชิดเข่าอ่อนปืนในมือร่วงหล่นเพราะความมึนงงจากสิ่งเร้าที่เกิด นึกรู้ทันทีว่าที่ขว้างมามันคืออะไร
“ ะเิแสง โธ่ว้อย!!! ” การมองเห็นและได้ยินถูกทำลายไปอย่างพร้อมเพรียงจนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความมึนงงและสับสนทำให้เ้าตัวแยกทิศทางไม่ได้มีเพียงแค่ทรุดเข่าลงไปบนพื้นเท่านั้น
แตกต่างจากรายของเด็กหนุ่มที่เลือกจะเปิดระบบรับรู้ทั้งหมดในวินาทีต่อมา หนึ่งในอุปกรณ์บังสายตาที่ช่วยให้เขาเอาตัวรอดมาหลายต่อหลายครั้งและครั้งนี้ก็เช่นกัน มือเอื้อมไปหยิบไรเฟิลที่อยู่บนพื้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ เอาเป็ว่าฉันจะไม่ฆ่าแกแล้วกัน อย่ามาขวางทางบ่อยนักล่ะ ” ไม่รู้ว่าทางนั้นจะได้ยินหรือไม่จากหูที่ดับเพราะะเิของเขาแต่ของแบบนั้นไม่ใช่เื่ต้องสนใจ สายตาจ้องมองแผนที่บนหน้าจอก่อนเคลื่อนไหวไปตามเส้นทางอย่างรวดเร็ว
นานนับนาทีกว่าอากาศตาพร่าและหูดับจะเลือนหายพอรู้สึกตัวทุกอย่างก็ว่างเปล่า เ้าคนที่โดนเล็งปืนเข้าใส่เลือนหายเหลือเพียงศพที่ลอยคออยู่ในน้ำ
“ บัดซบเอ๊ย!! ” ทั้งที่อยู่แค่นั้นยังจับไม่ได้สิ่งนั้นชวนให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิด มือเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ติดต่อประสานงานขอกำลังเสริม หากในใจยังขบคิดถึงเื่ที่ทางนั้นพูด