“เอ็งเป็คนสวยสวยมากจนข้าอดไม่ได้ที่จะมอง ผิวพรรณก็ดีแล้วนี่มีคู่ครองหรือยังล่ะ?”
“มีแล้วจ่ะ แต่เขาไม่อยู่ เขาไปทำงานที่เมืองนอก แม่ผัวได้โอกาสจึงคิดจะฆ่าบัวเขาหวงลูกชายมากน่ะจ่ะป้า”
“เสียดาย ถ้ายังบริสุทธ์อยู่คง....”
“คงอะไรจ๊ะป้า?”
“ปล่าว ๆ อีกสามวันข้าจะพาเอ็งไปฝากงาน ที่เมืองกาญงานดีเงินดีสบายด้วย แค่นั่ง ๆนอน ๆ ก็ได้สตางค์ใช้แล้ว ถ้าเอ็งมีชีวิตที่ดี แม่ผัวเอ็งก็จะไม่ดูถูกในวันที่เอ็งกลับไปหาผัวเขาจะเห็นคุณค่าของเอ็งบ้าง”
“งานอะไรมันจะสบายแบบนั้นล่ะจ๊ะป้า”
“เอาเถอะมีก็แล้วกัน หน้าตาอย่างเอ็งต่อให้มีตำหนิ ก็ยัง”
ทางด้านคุณนายรัศมี เมื่อได้ทราบว่า นารี ตายไปแล้ว ก็รู้สึกโล่งใจเพราะนารีคือหนามที่ยอกอกของเธอ ทุกวัน ั้แ่ประจักรได้นารีเป็เมียก็ทำให้คุณนายรัศมีรู้สึกกลัดกลุ้มด้วยความเป็ห่วงลูกชายและหวงลูกชายอยากจะให้เขาได้ผู้หญิงที่ดีกว่านี้ ส่วนลำเพย นั้นกลับรู้สึกเป็ห่วง และไม่ค่อยอยากเชื่อ คำกล่าวอ้างที่คุณนายรัศมีบอกสักเท่าไร
“คุณนายคะนังบัวมันไม่รู้จักใครที่นี่แล้วมันจะหนีไปอยู่ที่ไหน?”
“นังบัว มันหนีไปแล้ว อีลำเพยกูเป็คนจ่ายเงินเดือนมึงนะไม่ใช่มันจะมาถามซอกแซกหาพระแสงอะไรของมึงไปทำงานซะไป๊.. ไปให้พ้นหน้ากู”
“ก็ได้เ้าค่ะ แต่ นังบัวมันจะหนีไปไหนได้ มันไม่เคยออกจากบ้านไปไหนเลย อีกอย่างมันกำลังท้องกำลังไส้อยู่ด้วย”
“เอ็งว่าอะไรนะ?”
“นังบัวมันท้องค่ะ”
คุณนายรัศมี หน้าซีดขาวเหงื่อแตกทันใดเมื่อรู้ว่าตนเองได้สังหารลูกของประจักรไปแล้ว เธอทรุดตัวลงอย่างหมดแรง เมื่อเห็นว่า ลำเพยออกไปจากตรงนั้นแล้ว
“ดีแล้วมันจะได้ไม่ต้องเอาลูกมาเป็ข้อต่อรองกับกูตัดไฟเสียั้แ่ต้นลม ต่อให้มีลูก กูก็ไม่เอามึงไว้หรอก...อีบัว....”
(่าโลกครั้งที่สอง)
ป้าชื่นพาบัวขึ้นรถไปจากราชบุรีจนมาถึงกาญจนบุรี นารีมองรอบ ๆ สถานีรถไฟซึ่งมีแต่ททารญี่ปุ่น เดินกันขวักไขว่ เต็มไปหมด ที่นี่คงรุ่งเรือง เฟื่องฟูเพราะมีชาวต่างชาติ เข้ามา แล้วพวกนี้ เข้ามาทำอะไร ในสยามประเทศนารีไม่เคยได้ฟังวิทยุ อ่านหนังสือก็ไม่เป็ ถึงจะเคยเห็นหนังสือพิมพ์ที่คุณนายรัศมีซื้อมาอ่านอยู่บ้างแต่ก็ดูแค่ภาพ ไม่เข้าใจเนื้อหาในนั้น
“ป้าชื่นทหารพวกนี้พูดอะไรเขามาจากที่ใดกัน”
“ทหารแดนอาทิตย์อุทัยาโลกเริ่มขึ้นแล้วเอ็งไม่เคยได้ฟังข่าวคราวกับเขาบ้างเหรอ?”
“บัว ไม่เคยได้ฟังวิทยุเลยคุณนายไม่ให้ฟัง อ่านหนังสือก็ไม่ออก”
“ดี...อ๊ะ...ดีอย่าไปรู้เื่อะไรให้มันเยอะรกสมอง ทหารพวกนี้แค่มาขอผ่านทางทำทางรถไฟข้ามประเทศพม่าเท่านั้นไม่ได้มีผลกระทบกับเราสักเท่าไรหรอกมีแต่ผลประโยชน์ ั้แ่พวกนี้เข้ามา การค้าขายก็ดี ความเจริญก็เข้ามา เอ็งโชคดีที่ได้มาทำงานที่นี่ ไม่กี่ปีก็ร่ำรวย”
ป้าชื่นโน้มน้าว ปั้นน้ำเป็ตัวสร้างวิมานให้นารีคิดตาม นารีก็เชื่อสนิทใจและหวังว่า เมื่อมีเงินมากพอจะนำเงินที่มากพอเอาไปกองที่หน้าของแม่ผัวสักครั้งพร้อมกับ เล่าความจริงให้ ประจักรได้ทราบว่า แม่ของเขาได้ทำอะไรกับเธอไว้บ้าง ป้าชื่นพานารีมาถึง บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งเมื่อมองดูแล้วไม่เหมือนบ้านสักเท่าไร มีรั้วกำแพงสูงกั้นอยู่รอบ ๆบริเวณนั้นอย่างแ่า ป้าชื่น ะโเรียก ชื่อของใครสักคนพร้อมกับเขย่าประตูรั้วเหล็ก สักพัก คนที่ป้าชื่นเรียกก็มาเปิดประตูให้นารีตามตามผู้ชายคนนั้นไปพร้อมกับป้าชื่น บรรยากาศ ภายนอก บ้านดูเหมือนไม่มีอะไรแต่เมื่อย่างกรายเข้ามา ภายใน มีความคึกคักและครึกครื้น ทั้งแสงไฟเสียงดนตรีจากนักร้อง สาวที่กำลังร้องและร่ายรำ นารีรู้สึกกลัว ด้วยสัญชาติญาณเมื่อเห็นสาว ๆ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้า น้อยชิ้นออกมา บริการ แขกผู้ชายที่มีทั้งชาวสยาม และ ชาวทหารญี่ปุ่น แต่ นารี ผู้ไร้เดียงสา เชื่อสนิทใจว่าเธอมาเป็คนล้างจาน
“ไอ้เข้มพานังหนูนี่ไปส่งที่ห้องของมัน”
“ป้าชื่น”
นารี รู้สึกหวาดกลัว เพราะผู้ชายที่กำลังพาเธอไปนั้น รูปร่างใหญ่โต ตัวคล้ำและโเี้ ป้าชื่นพยักหน้า ให้ นารีทำตามนั้น นารี ยอมเดินตามไป อย่างว่าง่ายแต่ภายในใจก็อดที่จะ หวาดหวั่นไม่ได้ นารีเดินผ่านผู้หญิงหลายคนแต่ละคนนั้นแต่งหน้าแต่งตัวจัดจ้านไม่ต่างกัน เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็น้อยชิ้น เสียจนนารี รู้สึกละอายแทน สายตาที่มองมาที่นารีนั้น ต่างมองด้วยความสงสาร และเห็นใจแต่นารี ไม่เข้าใจ สิ่งที่ทุกคนอยากจะบอก ด้วยแววตา
“เด็กใหม่เหรอไอ้เข้ม สดมั๊ย?”
“ไม่เกี่ยวกับมึง อีผิน เอ็งอย่าไปสนใจกับคำพูดของอีผินมันเลย อี่นี่มันปากปลาร้าเข้าห้องของเอ็งไปซะ อย่าออกมาถ้าข้าไม่เรียก”
ภายในห้องสะอาด มีห้องน้ำอยู่ในห้องนอน เตียงนอนใหญ่และนิ่มมีโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับแต่งหน้า ดั่งที่นารีเคยไฝ่ฝันไว้ว่าอยากมีไว้แต่งหน้าบ้าง เมื่อครั้งขึ้นไปทำความสะอาดในห้องนอนของ คุณนายรัศมีในห้องตกแต่งสวยงาม และมีกลิ่นหอม บนเตียงที่หอมและนุ่มนั้น เป็ครั้งแรกที่นารีได้ััเธอหลับไป พร้อมกับความฝันที่ นารีวาดหวังไว้
“สองร้อย”
“อะไรกัน ดวงใจนังบัวมันสวยจะตายสวยกว่าทุกคนในนี้เสียอีก ทำไมให้ราคาเท่านี้?”
“นังนี่มันไม่สดป้าจะเอาหรือไม่เอา ถ้าไม่เอาก็เอามันกลับไป ประมูลก็ไม่ได้ราคาก็เหมือนกับการซื้อปลาซื้อเนื้อนั่นแหละ ไม่สดราคาก็ตก”
“เออก็ได้ กดราคาฉิบหาย”
ป้าชื่นรับเงินจากแม่เล้าเ้าของโรงชำเรา ใช่แล้ว นารี ถูกป้าชื่นหลอกมาขาย ที่โรงชำเราแห่งนี้โดยที่ไม่นั้นตกแต่งรู้ว่า นารีกำลังตั้งครรภ์ นารีสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเข้ม เธอจึงเดินไปเปิดประตู
“มีอะไรให้บัวทำหรือจ๊ะ?”
“แม่ดวงใจเรียกให้ไปพบ”
นารีเดินตามเข้มไปโดยที่ยังไม่รู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง จนกระทั่งนารีได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง อายุประมาณสามสิบเศษ แต่งกายจัดจ้านทาลิปสติกสีแดงสดมือเรียวขาวนั้นแต่งแต้มสีแดงสดที่เล็บเช่นเดียวกับสีที่อยู่บนริมฝีปากดวงใจวางไปป์ ที่พึ่งพ่นควันสีขาวขุ่น ออกมาจากปาก สวยของเธอพร้อมกับชายตาหันมามองที่นารี
“พรุ่งนี้เอ็งต้องทำงานแล้วเตรียมตัวให้พร้อม เอ็งชื่ออะไร?”
“บัวจ่ะ”
“เชย กูจะปั้นให้มึงเป็ดาวที่นี่ ต่อไปนี้มึงชื่อ นารี ก็แล้วกัน ทิ้งชื้อบัวนั้นไปซะ”
“ดาวคืออะไร..หมายความว่าอย่างไร?”
“ป้าชื่นขายมึงให้กูแล้ว ต่อไปนี้ มึงต้องทำงานให้กู”
“งาน...งานอะไร?”