ตอนที่ 11
เมื่อไป๋กุนหลางและสหายสังสรรค์กันจนได้ฤกษ์ที่งามได้ยามที่ดีแล้วก็ได้พาสาวๆแยกย้ายไปขึ้นเขาวูซันลูกของใครลูกของมันในระหว่างที่พวกเขากำลังจะเดินออกจากประตูก็ไม่เสียงดังขึ้นว่า "ดูเ้าช่างสุขสำราญจริงๆเลยนะน้องห้าทั้งที่เพิ่งทำร้ายพี่ชายของตัวเองจนาเ็สาหัส"
ได้ยินอย่างนั้นไป๋กุนหลางจึงหันไปมองผู้พูดเมื่อเห็นว่าเป็องค์ชายใหญ่และเพื่อนๆก็ได้ตอบกลับอย่างยียวนว่า "นึกว่าใครที่แท้ก็องค์ชายใหญ่และพรรคพวก มาหาความสำราญเหรอ?แต่นี่มันศาลาริมน้ำที่ข้าจองนี่หรือพวกเ้าไม่มีเงินจ่ายให้ผู้ดูแลประตูจึงต้องเดินหาศาลาว่างเอาเอง? หรือจะยืมเงินของข้าก่อนไหมล่ะ?ถือเสียว่าข้าได้ส่งเสริมพวกเ้าขึ้น์"
ด้านองค์ชายใหญ่ที่ได้ยินอย่างนี้ก็กำมือที่ไขว้หลังแน่นจนสั่นเพื่อข่มโทสะที่พุ่งขึ้นมาส่วนเหล่าเพื่อนๆนั้นได้แสดงท่าทางโกรธเคืองอย่างเห็นได้ชัด
เหล่าผู้คนที่มาเที่ยวหาความสำราญพอได้สังเกตเห็นว่าทางนี้กำลังจะมีเื่ต่างก็พากันทยอยออกมาชมดูความสนุกสนาน (ผู้คนนี้หนอเหมือนกันทุกบ้านทุกเมืองยกเว้นผู้แต่งถ้าเห็นว่าจะมีเื่ผู้แต่งจะวิ่งหนีเป็คนแรก) เมื่อองค์ชายใหญ่สามารถข่มโทสะได้แล้วจึงจัดท่าทางตัวเองให้ดูสูงส่งแล้วกล่าวขึ้นว่า "ข้าไม่ได้มาเที่ยวข้ามีเื่พูดคุยกับเ้า,เ้ากับซื่อหนานเป็พี่น้องกันเ้าไม่ควรทำร้ายซื่อหนานจนาเ็สาหัสถึงขนาดนั้น"
ไป๋กุนหลางที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้ตอบกลับไปว่า "ข้าก็แค่จิ้มมันไปเบาๆทีเดียวใครจะรู้ล่ะว่าไอ้โง่นั่นมันเกิดอยากเป็นกแล้วบินออกจากระเบียงชั้น 2 ร้านอาหารลงไปนอนที่พื้นอย่างนั้น"
"เ้าถึงกับเรียกพี่ชายตัวเองว่าไอ้โง่" องค์ชายใหญ่พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ…แล้วก็จัดท่าทางของตัวเอง สายตามองทอดไปไกลแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประดุจผู้าุโสั่งสอนเด็กน้อยว่า "น้องห้าข้ารู้ตอนนี้ผู้คนทั้งเมืองต่างก็ยกย่องชื่นชมว่าเ้าเป็อัจฉริยะข้ารู้เ้าคงรู้สึกภูมิใจอย่างมากจนคิดว่าตัวเองอยู่เหนือผู้อื่นแต่ข้าจะบอกให้ว่าเ้านั้นคิดผิด ท้องฟ้าที่แท้จริงนั้นทั้งกว้างใหญ่และอยู่สูงเกินกว่าที่เ้าจะจินตนาการได้ข้าเคยััมันมาแล้ว (ตอนไหน) เพราะฉะนั้นน้องห้าอย่าได้ให้คำยกย่องชื่นชมมาบังตาเ้าจนอาจหาญไปท้าทายท้องฟ้าที่แท้จริงมิฉะนั้นเ้าอาจจะมีอันตรายถึงตายได้เข้าใจหรือไม่"
".....( เงียบจนสล็อตฉี่เสร็จ )....."
เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับองค์ชายใหญ่ก็คิดว่าไป๋กุนหลางคงจะทึ่งในภูมิความรู้ของเขาจึงได้เบนสายตากลับมามองไป๋กุนหลางหวังที่จะได้เห็นสีหน้าของไป๋กุนหลางที่พึ่งรู้ว่าตัวเองคือมดที่ได้มาเจอกับท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เช่นเขา
แต่ภาพที่ได้เห็นคือไป๋กุนหลางกำลังแหวกปกเสื้อของเว่ยเว่ยและพยายามซุกหน้าเข้าไปในูเาสีขาวอมชมพูสองลูกนั่นโดยมีเว่ยเว่ยพยายามพลักหัวเขาออกสิ่งที่ได้เห็นถึงกับทำให้องค์ชายใหญ่โกรธจนเส้นเอ็นที่ขมับปูดขึ้นแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงปนตะคอกว่า "ไป๋!!!กุน!!!หลาง!!!"
"อ้าว? ก็ข้าเห็นว่าเ้ามองคานศาลาข้าก็นึกว่าเ้ามีธุระคุยกับมันซะอีก" ไป๋กุนหลางอธิบายอย่างกวนตีนผู้คนที่มามุงดูได้ยินเข้าถึงกับหัวเราะลั่น
หลังจากกวนตีนเสร็จไป๋กุนหลางจึงถามกลับไปว่า "สรุปว่าเ้ามีธุระอะไรนะ"
องค์ชายใหญ่พยายามข่มโทสะอีกรอบแล้วตอบกลับไปว่า "ข้าแค่อยากจะบอกให้เ้ารู้ว่าท้องฟ้า….."
"หยุด!!!"
ก่อนที่องค์ชายใหญ่จะพูดจบประโยคไป๋กุนหลางก็ได้เอ่ยตัดและพูดขึ้นว่า "อะไรของเ้าเนี้ยคำก็ฟ้าสองคำก็ฟ้าถ้าท้องฟ้ามันมีชีวิตมันคงโกรธที่ถูกเ้าเรียกทุกครั้งที่เ้าเอ่ยปากและตอนนี้ข้าหาได้สนใจฟ้าไม่ ข้าสนใจจะชมดูทิวทัศน์ของขุนเขาวูซันแล้วฟ้าไม่ได้บอกเ้าหรือไรว่าการขวางคนอื่นไม่ให้ขึ้นเขาวูซันมันบาปเดี๋ยวฟ้าก็ผ่าเอากลางกบาลของเ้าหรอก"
ฮ่าๆๆๆๆๆ
ฝูงชนที่ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะลั่นขึ้นมาอีกครั้ง
องค์ชายใหญ่อับอายมากจนกลายเป็โทสะจึงคิดจะลงมือจึงได้สืบเท้าขึ้นมาก้าวหนึ่ง
เมื่อเห็นอย่างนั้นไป๋กุนหลางที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็ได้เปลี่ยนมือข้างที่โอบเอวข้างหลังของเว่ยเว่ยเป็ดัชนีพร้อมผนึกพลังอย่างเต็มเปี่ยมแต่องค์ชายใหญ่ก็หยุดลงแล้วพูดขึ้นว่า "ก็ได้ในเมื่อข้าเอ่ยเตือนเ้าดีๆแล้วไม่ฟังข้าก็จะให้เ้าได้เห็นพลังที่แท้จริงของท้องฟ้า!! ข้าขอท้าเ้าประลองในอีก 3 วันข้างหน้าเวลา 10:00 น.บนเวทีเมืองชั้นนอกฝั่งตะวันออกเ้ากล้ารับคำท้าหรือไม่!!"
"ตกลงข้ารับคำท้า" ไป๋กุนหลางตอบ
เมื่อเสร็จเื่ไป๋กุนหลางก็ขอตัวกลับทันทีความห่งความหื่นที่สู้อุตส่าห์ปลุกขึ้นมาอย่างยากลำบากได้หายไปหมดเมื่อมาเจอเื่นี้ส่วนเพื่อนๆก็เข้าใจจึงไม่ว่าอะไร
บอกลาเสร็จไป๋กุนหลางก็เดินทางกลับพระราชวังทันทีแต่เขาไม่ได้กลับไปที่ตำหนักเขาไปนั่งสมาธิที่หอฝึกัเพื่อนึกทบทวนว่าต้องทำยังไงถึงจะชนะเพราะไป๋กุนหลางรู้ว่าการต่อสู้กับองค์ชายใหญ่นั้นยากกว่าการต่อสู้กับองค์ชายรองหลายเท่านัก
เพราะองค์ชายรองนั้นเป็เหมือนไป๋กุนหลางคนก่อนนั่นคือสำมะเลเทเมาไปทั่วไม่ตั้งใจฝึกวิชาแต่องค์ชายใหญ่นั้นแตกต่างเพราะเชื่อมั่นว่าตัวเขาจะได้เป็จักรพรรดิคนต่อไปเขาจึงฝึกฝนวิชาอยู่ทุกวันไม่เคยขาดเพราะงั้นแม้จะเป็ระดับอาจารย์เหมือนกันแต่ระดับฝีมือนั้นองค์ชายใหญ่คงสูงกว่าเขามาก
ส่วนการที่ไป๋กุนหลางกล้ากวนตีนองค์ชายใหญ่ทั้งที่รู้อย่างนี้ก็เพื่อให้องค์ชายใหญ่โกรธจนฟิวขาดแล้วลงมือทันทีเพราะถ้าองค์ชายใหญ่ลงมือในตอนนั้นสถานการณ์ก็คงจะวุ่นวายมากและเขาก็เป็ผู้ที่ชำนาญในการฉกฉวยโอกาสจากความวุ่นวายด้วยกลยุทธ์ 'เปิดแล้วไม่ยอมปิด' ที่ฝึกฝนมานานนับปีแต่องค์ชายใหญ่กลับสามารถควบคุมความโกรธแล้วเอ่ยปากถ้าเขาสู้ได้สมกับเป็ผู้ชั่วร้ายอย่างปกปิดจริงๆ
'น่าเสียดาย' ไป๋กุนหลางคิด