เมื่อตำรวจชั้นผู้น้อยทั้งสองต่างช่วยกันยกแผ่นไม้กระดานขนาดใหญ่ให้ตั้งขึ้นกลิ่นเหม็นที่แรงกว่าเดิมก็ปะทะเข้าจมูกอย่างจังทำให้ลมในท้องตีขึ้นมาจนเกือบจะต้องขย้อนอาหารกลางวันที่เพิ่งกินลงไปออกมามือของทั้งสองแทบอ่อนแรงเกือบจะปล่อยให้แผ่นไม้ลงไปกองอยู่ที่เดิมแต่ภาพที่อยู่ภายใต้แผ่นไม้กระดานทำให้ตำรวจทั้งสามถึงกับตาเบิกโพลงกลิ่นเหม็นเน่าจนแสบคอของศพตรงหน้านั้นแรงเสียจนต้องย่นจมูกกลั้นลมหายใจไปตาม ๆกัน
“อื้อฮือผู้หมวดกลิ่นเหม็นกว่าตอนที่เข้ามาอีกนะครับเนี่ย”เสียงอู้อี้ในลำคอจากจ่าที่ยืนอยู่ใกล้กับศพของบัวมากที่สุดบ่นกระปอดกระแปดกลั้นลมหายใจไปชั่วขณะหนึ่ง
“เอาน่าจ่าจบคดีนี้เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวชุดใหญ่เลย”ผู้ที่ตำแหน่งสูงที่สุดในทีมเอ่ยขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาทำงานต่อไป
“ผมขอเลือกร้าน…”
“อย่า…”เสียงร้องของนายกรขัดจังหวะการสนทนาของตำรวจทั้งสามจนต้องหันกลับมามองต้นเสียงนั้นอีกครั้งนายตำรวจทั้งสองเอนแผ่นไม้กระดานพิงเข้ากับกำแพงด้านข้างและชะโงกหน้าเข้าไปดูชายหนุ่มที่กำลังใช้มือทั้งสองข้างปัดป้องไปมากลางอากาศโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อยว่าตอนนี้ตนเองได้หลุดออกพันธนาการใต้เตียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“นี่ไอ้หนุ่มเป็นอะไรรึเปล่า”
“ใครก็ได้ช่วยด้วยผมยังไม่อยากตาย” นายกรยังคงหลับตาปี๋ตะโกนออกมาจนสุดเสียง
“นี่ๆ ลืมตามาคุยกันก่อน” ผู้ที่นอนอยู่เบื้องล่างค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างกล้า ๆ กลัวๆ กลอกตาไปมา แต่เมื่อเห็นแสงไฟจากด้านบนแทนแผ่นไม้กระดาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่ด้านข้างสองนายก็ต้องขยี้ตาและลืมตาอีกครั้งเพื่อเตือนสติของตัวเองว่าไม่ได้ฝันไปนายกรลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เหมือนฝันร้ายได้จบลงเสียที
“ไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ย”นายกรรีบกระเด้งลุกออกมาจากที่ที่ตนเคยนอน มือทั้งสองปัดเศษอาหารเศษหนอนให้ออกจากตัวด้วยความขยะแขยงพร้อมทั้งกระโดดข้ามศพของบัวที่นอนอยู่ด้านข้างและกระโจนเข้าเกาะแขนจ่าผู้ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด
“ผีนังบัวไปแล้วใช่ไหมผีนังบัวไปแล้วใช่ไหม” ผู้กระทำความผิดเขย่าแขนของตำรวจ ถามวนไปวนมา
“เฮ้ย!ปล่อยก่อน” ทันทีที่จ่าสะบัดแขนออกสายตาของนายกรก็เหลือบไปมองทีปกรอย่างอาฆาตพร้อมที่จะฆ่าให้ตายคามือไปอีกครั้งจึงวิ่งเข้าหาทันที
“แกเป็นคนสั่งให้ผีนังบัวทำแบบนี้กับฉันใช่ไหมฉันเห็นนะว่ามันช่วยแกอยู่” ไอ้กรบีบคอทีปกรที่กำลังนอนกองอยู่บนพื้นโดยไม่สนใจว่าสภาพของคนตรงหน้าเป็นอย่างไร จากที่บอบบางอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งอ่อนปวกเปียกโยกไปตามแรงของผู้กระทำความผิดไปมาโดยไม่มีแรงจะต่อสู้เลยสักนิด
“เฮ้ย!ทำอะไรของแกเนี่ย”ผู้หมวดที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดกระชากแขนของนายกรออกพร้อมทั้งจับมือสองข้างไพล่หลังและกดลงไปให้นอนกับพื้นเพื่อสงบสติอารมณ์ส่วนหมู่ก็รีบเข้ามาช่วยผู้หมวดจับตัวผู้กระทำความผิดใส่กุญแจมือและจ่าก็รีบวิ่งเข้าไปประคองทีปกรให้กลับมานั่งดังเดิม
“ทางเราจำเป็นต้องพาคุณไปสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพักแล้วอย่าขัดขืนล่ะ เพราะเรามีทั้งหลักฐานและพยานรวมไปถึงทางเราได้บันทึกคำรับสารภาพของคุณไว้เรียบร้อยแล้ว ลองมองไปยังจุดสีแดงมุมซ้ายของห้องสิ”เมื่อสิ้นเสียงของผู้หมวดหนุ่มก็ทำให้ผู้กระทำความผิดถึงกับผงะเพราะไม่คิดว่าจะมีคนอื่นล่วงรู้ในสิ่งที่ตนทำเอาไว้
“คุณตำรวจปล่อยผมไปเถอะผมไม่ได้ตั้งใจฆ่านังบัว”จากน้ำเสียงที่เคยแข็งกระด้างแปรเปลี่ยนเป็นขอร้องเพื่อให้ตำรวจเห็นใจตนเองบ้าง
“ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ตั้งใจฆ่าน้องผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้นก็จริงแต่คุณตั้งใจจะฆ่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคุณเพราะฉะนั้นเก็บแรงและสงบสติเอาไว้ไปให้การที่โรงพักจะดีกว่า”
"ผมไม่ยอมนะ ผมไม่ยอมจะมาจับผมไปคนเดียวได้ยังไงในเมื่อยังมีเสี่ยพงษ์ศักดิ์อีกคนที่เป็นคนจ้างผมคุณก็ต้องจับเขาไปด้วย อีกไม่นานเขาก็จะมาที่นี่และเขาจะต้องช่วยผมได้แน่”