บทที่ 33 หมดเวลาแห่งการฝึกฝน
นี่ก็ผ่านมาแล้ว 29วันหลังจากที่ทุกคนได้ออกเดินทางไปฝึกฝนประสบการณ์
หลิว เฟ่ยหงส์ และ ประมุขทั้ง3คนต่างก็ได้ จิติญญาอสูรติดไม้ติดมือกันมาเพียบ แต่ว่าพวกเขาก็ยังไม่พอใจกับผลลัพธ์ที่ได้พวกเขาจึงเริ่มเดินทางเพื่อใช้เวลาที่เหลือทั้งหมด กับการเก็บรวบรวมจิติญญาอสูรต่อไป
หลิว เฟ่ยหงส์ กล่าวออกมาว่า “ก่อนที่พวกเราจะกลับไปหาท่านอาจารย์ข้าอยากจะให้พวกเ้าล่าสัตว์อสูรในที่แห่งนี้ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ข้ามีเวลาให้แค่10ชั่วโมงรีบไปกันได้แล้ว ลุย!!”
ทุกคนในกลุ่มของ หลิว เฟ่ยหงส์ ที่เริ่มจะแข็งแกร่งขึ้นมานิดหน่อยก็ได้ออกไปล่าสัตว์อสูรกันอีกครั้ง ก่อนที่จะครบกำหนดเวลานัดหมายของ ชิวเหวินเจี้ยน
ทางด้านของ 2พี่น้องหุ่ย ในตอนนี้พวกเขาได้ออกไปทำภารกิจบางอย่างที่ ชิว เหวินเจี้ยน เป็คนสั่ง คือการให้ไปรวบรวมวัตถุดิบสำหรับมาทำอาวุธและชุดเกราะต่างๆ รวมถึงวัตถุดิบในการทำอาหารอีกด้วย
เสียงของ หุ่ย เฟย ก็ได้ดังขึ้นมา “ท่านพี่หุ่ย เฟยข้าว่าพวกเราก็รวบรวมวัตถุดิบกันมาได้เยอะมากพอแล้ว เราควรที่จะกลับไปรวมตัวกันได้แล้วนะขอรับ”
เสียงของ หุ่ย เฟิง ก็ดังตอบกลับมา “เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็กลับกันเถอะ เราจะไปช้ากว่ากลุ่มอื่นไม่ได้เพราะพวกเราแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว”
2พี่น้องหุ่ย ก็ได้หายไปจากสถานที่แห่งนั้นในทันทีเพื่อที่จะเดินทางกลับไปยังตระกูลชิว
.
.
.
มาถึงทางด้านของ ชิว หลิงซี ที่นางกำลังฝึกฝนวิชาัแดงอยู่นั่นเอง
ชิว หลิงซี ที่กำลังฝึกฝนวิชาัแดงตอนนี้นางมีเวลาอีก ไม่ถึง1เดือนแล้ว นางยังไม่ได้ไปถึงไหนเลย หรือก็คือ นางยังฝึกฝนไม่บรรลุแม้แต่ขั้นที่1ของวิชาัแดงเลยด้วยซ้ำ
ชิว หลิงซี ได้กล่าวขึ้นมาอย่างร้อนรนว่า“นี่ท่านัแดง ข้ามีเวลาฝึกฝนอีกไม่ถึง30วันแล้วนะแบบนี้ข้าจะสามารถบรรลุขั้นที่1ของวิชาัแดงได้หรือไม่”
ัแดง ที่หน้าตาของมันกำลังเหมือนจ้องมองนางอย่างสิ้นหวังก็ได้กล่าวออกมาว่า “เ้าจะต้องทำสำเร็จอย่างแน่นอนถึงจะเป็แค่ขั้นที่1 แต่มันก็จะช่วยให้เ้าแข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาลเลยทีเดียว ”
ชิว หลิงซี ที่ได้ยินเช่นนั้นก็แทนที่จะดีใจแต่นางกลับรู้สึกเฉยชาซะมากกว่า เพราะว่าหน้าตาของัแดงบ่งบอกได้อย่างชัดเจนแล้วว่านางไม่มีหวังเลยแม้แต่นิดเดียวที่จะฝึกฝนวิชานี้สำเร็จได้
ชิว หลิงซีก็ไม่ได้กล่าวตอบอะไรกลับไป แต่นางก็ยังคงฝึกฝนเคล็ดวิชาัแดงอยู่เรื่อยมาไม่มีวันไหนที่นางเคยหยุดพักเลยแม้สักวันเดียว
อาจารย์ของ ชิว หลิงซีที่เป็รูปปั้นหินขนาดั์ ในตอนนี้ เขาได้แต่ยืนดูนางอยู่ห่างๆ ไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรนางได้เลยนั่นก็เพราะว่า ลูกศิษย์ของเขา นางแข็งแกร่งกว่าเขาไปเป็ที่เรียบร้อย ั้แ่เมื่อ1ปีก่อนแล้ว
ชิว เหวินเจี้ยน ที่มองดูการฝึกฝนของนางตลอดระยะเวลา29วันที่ผ่านมา ก็ได้แต่ผิดหวังในตัวของนาง ที่เขาคิดว่า ‘ถ้านางได้พลังสนามประลองแห่งนี้มาจะสามารถแข็งแกร่งเท่ากับข้าเมื่อตอนที่อายุได้15ปี ในชาติที่แล้วสักหน่อย แต่แม่สาวน้อยเ้าคงทำให้ข้าต้องผิดหวังซะแล้วหละ’ชิว เหวินเจี้ยน หน้าตาของเขาดูเ็าเป็อย่างมากในตอนนี้
ถ้าเกิดใครมาทำให้ ชิว เหวินเจี้ยน โกรธในเวลาที่เขาทำหน้าตาแบบนี้แล้วหละก็บางทีเขาอาจจะเผลอทำลายล้างดาวดวงนั้นให้สิ้นซากไปเลยก็เป็ได้...
.
.
.
ในที่สุดก็ถึงเวลานัด กำหนดรวมตัวกันเป็ที่เรียบร้อยแล้วนั่นก็คือ วันที่30หลังจากที่แยกย้ายออกไปฝึกฝนกัน
เป็ หุ่ย เฟย และ หุ่ย เฟิงที่ได้มาถึงที่ตั้งของตระกูลชิว เป็กลุ่มแรก
ส่วนกลุ่มถัดไป ก็เป็กลุ่มของ หลิว เฟ่ยหงส์ และ ประมุขทั้ง3ท่านแห่งดินแดนเมฆา
ทั้ง2กลุ่มได้มารวมตัวกันครบแล้ว เหลือก็แต่เพียง ชิว หลิงซีคนเดียวเท่านั้น ที่นางยังไม่ได้ออกมาจากสนามฝึกซ้อม
เสียงของ หลิว เฟ่ยหงส์ ก็ได้ดังขึ้นมา “หุ่ย เฟยนี่พวกเ้าได้ออกไปฝึกฝนกันบ้างหรือเปล่า ทำไมถึงได้กลับมาเร็วกว่าพวกข้าได้กัน”
หุ่ย เฟย ได้กล่าวตอบกลับไป “ท่านประมุขหลิวท่านคิดว่าพวกเราไม่ได้ฝึกฝนกันเลยอย่างนั้นหรือ บางทีพวกเรา2พี่น้อง อาจจะแข็งแกร่งที่สุดในดวงดาวแห่งนี้แล้วก็ว่าได้”
ที่ หุ่ย เฟย พูดออกไปแบบนั้น ก็เพราะว่า ชิว เหวินเจี้ยน ได้สอนวิชาปกปิดพลังยุทธ์ไร้เทียมทานให้กับพวกเขาไป และก็ได้บอกกับพวกเขาทั้ง2คนเอาไว้ก่อนแล้วว่า ‘ให้พวกเ้า ลองพูด...กับ หลิว เฟ่ยหงส์ ดูข้าอยากจะรู้ว่าพวกมันนั้นรอบคอบขึ้นบ้างหรือไม่’