“หลานลองอธิบายให้ย่าฟังได้ไหมว่าทำไมหลานถึงไม่อยากให้คนนำเถ้ากระดูกของหลานมาเก็บไว้ที่สุสานของตระกูลเรา” คุณย่าหลินพยายามใจเย็นถาม อีกมือหนึ่งก็กุมมือสามีเอาไว้
หลินเจิ้งฉีมองดูคุณปู่กับคุณย่าหลินก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ “คุณปู่ครับ คุณย่าครับ อย่าเพิ่งโกรธผมเลยนะครับ ั้แ่ผมเกิดมา คุณย่าก็ให้ความรักและเลี้ยงดูผมมาอย่างดี ชีวิตผมไม่ได้ขาดอะไร คุณย่าให้ผมมากจริงๆ แม้กระทั่งเื่ที่ไม่ถูกต้องอย่างเื่นั้น คุณย่าก็ยังทำเพื่อผมได้ คุณย่าก็รู้ว่าเื่นั้นคือความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจผมมาตลอด และอีกเื่หนึ่งก็คือตระกูลหลินของเราเป็ตระกูลที่ร่ำรวยมาก สมบัติที่มีอยู่จะใช้อีกกี่รุ่นก็ไม่มีวันหมด แต่เพราะสมบัติพวกนั้นทำให้ผมกับจิงจือที่เป็พี่น้องคลานตามกันมาถึงขนาดกับจะกลายมาเป็ศัตรูกัน น้องไม่เคยเห็นผมเป็พี่เลยสักครั้ง เื่ผู้สืบทอดอะไรนั่นผมไม่เคยอยากได้เลยนะครับ ผมแค่อยากจะบริหารกิจการของตระกูลเราให้ดีก็เท่านั้นเอง แต่ทุกคนก็ไม่คิดเหมือนผม ทุกคนอยากยืนเป็ที่หนึ่งของทุกวงการ คุณย่าอยากเป็ที่หนึ่งของธุรกิจเสื้อผ้า คุณย่ายอมทำเื่ต่างๆ มากมายเพื่อให้ยืนอยู่ในตำแหน่งนั้นได้ ส่วนคุณพ่อก็อยากเป็ที่หนึ่งของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คุณพ่อทำได้แม้กระทั่งทำให้ตระกูลเย่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวไป คุณแม่ก็เอาแต่ออกงานสังคมและทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางธุรกิจผ่านสื่อ และจิงจือน้องสาวเพียงคนเดียวของผมก็เอาแต่ใจและเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองเป็ใหญ่ พออยากได้อะไร เธอก็ลงมือทำเื่ร้ายๆ ได้ทุกอย่างโดยไม่สนใจวิธีการหรือแม้แต่ไม่คำนึงถึงชีวิตหรือชื่อเสียงของคนอื่น ดูอย่างเื่ที่น้องตั้งใจจะทำลายชีวิตของซูเจินสิครับ แต่ผลสุดท้ายเป็ยังไง น้องก็ถูกซูเจินเอาคืนแบบเดียวกัน เหตุผลทั้งหมดนี้พอไหมครับคุณย่า”
“ย่าเชื่อว่าตอนนี้ทุกคนคงสำนึกกับความผิดของตัวเองได้แล้วนะจ๊ะ”
“สำนึกผิดเมื่อตอนที่ทุกอย่างมันสายไปแล้วน่ะหรือครับ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมาล่ะครับคุณย่า คนที่เขาสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปเพราะตระกูลหลิน หรือแม้แต่คนที่ต้องมาสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะตระกูลหลินของเราล่ะครับ คุณย่าครับ เหตุผลที่ผมอยากมาใช้ชีวิตเงียบๆ ที่ชนบทมันไม่ใช่เพราะผมอยากหลีกหนีความวุ่นวายเพียงอย่างเดียวหรอกนะครับ แต่เพราะผมไม่กล้าออกไปสู้หน้าใครต่อใครอีกแล้วต่างหาก”
“แกเป็ลูกผู้ชายนะ ทำไมแกถึงได้อ่อนแออย่างนี้ แกต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อตระกูลหลินของเราสิ เื่ไหนที่เราเคยทำไม่ถูก แกก็ต้องแก้ไขเพื่อตระกูลของเราจะได้เติบโตและก้าวหน้าต่อไป” คุณปู่หลินะโถามอย่างทนไม่ไหว
“ผมถึงบอกอยู่นี่ไงล่ะครับว่าผมไม่อยากเป็แล้วคนตระกูลหลิน ผมไม่อยากเป็คุณชายใหญ่หลิน ผมไม่อยากเป็หลินเจิ้งฉี” หลินเจิ้งฉีะโกลับเสียงดังเหมือนกัน
“เ้าใหญ่หลานใจเย็นๆ ก่อนนะ คุณคะคุณก็ช่วยใจเย็นก่อนได้ไหมคะ” คุณย่าหลินเริ่มปรามทั้งปู่และหลานชาย
“เ้าใหญ่ ปู่ไม่เคยคิดที่จะให้แกไปเหยียบหัวใครเพื่อให้แกร่ำรวย ปู่ไม่เคยที่จะให้แกไปเอาเปรียบใคร ปู่แค่ไม่อยากให้แกคิดที่จะทอดทิ้งตระกูลของเรา อดีตมันแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่อนาคตแกสามารถสร้างมันได้” คุณปู่หลินพยายามใจเย็น
“คุณปู่คงไม่รู้สินะครับว่าผมถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศแทบจะทันทีหลังจากที่ผมขับรถชนเด็กคนนั้นตาย ผมต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดอยู่คนเดียว สุดท้ายผมก็ต้องเข้ารับการรักษาและต้องเข้ารับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ กว่าที่ผมจะสามารถออกมาใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นในสังคมได้ ผมต้องต่อสู้กับความรู้สึกนั้นอยู่คนเดียวมาตั้งหลายปี” หลินเจิ้งฉีนึกถึงอดีตของตัวเองอย่างะเืใจ “จริงครับ เราไม่สามารถแก้ไขอดีตได้ แต่เราทำอนาคตของเราให้ดีได้ คุณปู่บอกว่าคุณปู่จะให้พรผมข้อหนึ่งใช่ไหมครับ”
“ใช่ แกอยากได้อะไรแกบอกปู่มาได้เลย คำขอของแกจะเป็จริงทุกอย่าง” คุณปู่หลินดีใจนึกว่าหลานชายจะเปลี่ยนใจแล้ว ท่านตอบรับหลานชายอย่างยินดี
“คุณปู่อยากให้ผมทำให้ตระกูลหลินเติบโตและก้าวหน้าต่อไปใช่ไหมครับ” หลินเจิ้งฉีมองคุณปู่หลินเป็เชิงถาม “ถ้าผมบอกว่าผมอยากสร้างครอบครัวของตัวเองขึ้นมาเองล่ะครับ ผมอยากเติบโตและสร้างตัวด้วยตัวเองโดยไม่เบียดเบียนใครเหมือนกับอดีตที่ครอบครัวเราเคยทำไว้กับคนอื่น คุณปู่จะให้ผมได้ไหมครับ”
“ถ้าแกอยากสร้างครอบครัวและสร้างฐานะด้วยลำแข้งของตัวเอง ปู่ก็จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ปู่เข้าใจที่แกไม่อยากเป็ทายาทของตระกูลเราในภพนี้ ถ้าอย่างนั้นปู่จะส่งแกไปอยู่ในที่ที่แกจะต้องเติบโตและสร้างฐานะด้วยตัวของแกเอง” คุณปู่หลินบอก
“คุณปู่ยอมช่วยผมหรือครับ” หลินเจิ้งฉีถามกลับอย่างไม่มั่นใจ
“ใช่ ปู่จะช่วย แต่ปู่คงยอมให้แกใช้แซ่อื่นไม่ได้ เพราะถึงยังไงแกก็เป็หลานชายคนเดียวของปู่ ในที่ที่แกจะไป แกยังจะต้องใช้แซ่หลิน แต่แซ่หลินในที่แห่งนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนของตระกูลเราเลยแม้แต่น้อย ปู่ขอแกอย่างนี้บ้าง แกจะยอมไหม ถือว่าเราตกลงกันคนละครึ่งทาง”
หลินเจิ้งฉีมองคุณปู่หลินนิ่ง เขารู้ดีว่าที่คุณปู่ยอมเขาถึงขนาดนี้เพราะเห็นใจกับสิ่งที่เขาต้องเจอมาในอดีต แต่ถึงยังไงคุณปู่ก็ยังอยากจะให้เขามีทายาท และอย่างน้อยเด็กที่จะเกิดมาในอนาคตก็คือลูกของหลินเจิ้งฉีที่เป็หลานชายเพียงคนเดียวของท่าน
หลินเจิ้งฉีไม่ได้ดึงดันเอาความคิดของตัวเองเป็ใหญ่อีกต่อไป ขอแค่ไม่ใช่คนแซ่หลินในปัจจุบัน จะส่งเขาไปใช้แซ่หลินที่ไหนเขาก็ยินดี แล้วหลังจากนั้นเขาจะสร้างลูกหลานแซ่หลินของเขาขึ้นมาอย่างดี โดยที่จะไม่ให้เหมือนกับคนแซ่หลินในปัจจุบันเป็อันขาด
“ตกลงครับคุณปู่”
สิ้นคำตอบรับของหลินเจิ้งฉีก็เกิดฟ้าแลบและฟ้าร้องขึ้นมา เท่ากับว่าพรของหลินเจิ้งฉีได้รับการยืนยันแล้ว