เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นั้แ่เช้าตรู่ปลุกให้คนทั้งสองตื่นด้วยความงัวเงียแม็กซ์เดินไปเปิดประตูก็ได้พบกับชายวัยกลางคนที่คุ้นเคยเป็อย่างดี
“ได้กี่ศพแล้ว?” คีธยิงคำถามทันทีที่ได้เห็นหน้าลูกชาย
“2 ครับพ่อ”ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น สีหน้าที่ดูอ่อนล้าของเขาเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว
“ดี! รีบไปเตรียมตัวซะ วันนี้เราจะช้าไม่ได้!” ชายวัยกลางคนพยักหน้า สีหน้าและน้ำเสียงของเขาดูคร่ำเครียดจริงจังมากกว่าปกติ
“ลุงคีธไปไหนมาคะ?” บทสนทนาของสองพ่อลูกถูกแทรกขึ้นจากหญิงสาวเฟอร่าเดินลงบันไดพลางหาวไปด้วย เรี่ยวแรงถูกใช้หมดไปกับเมื่อคืนยังคงไม่ทันได้ฟื้นตัวเต็มที่เลย
“ฉันไปตามหาเ้านี่มา” ลุงคีธดึงมีดสั้นออกจากปลอกข้างเอวขึ้นมาให้คนทั้งสองดูลักษณะเป็มีดสั้นสีดำสนิทั้แ่ด้ามจับไปจนถึงตัวใบมีด สิ่งที่ทำให้อาวุธนี้ดูลึกลับยิ่งกว่านั้นคือแสงสีแดงวาววับที่สะท้อนออกมาจากใบมีดเมื่อมีแสงตกกระทบ ให้ความรู้สึกน่าเกรงขามและทรงพลังอย่างยิ่ง
“มีเพียงเ้านี่เท่านั้นที่จะจัดการมันได้” สีหน้าเคร่งเครียดจากนักล่าปีศาจรุ่นใหญ่บ่งบอกชัดเจนว่าสิ่งที่พวกเขากำลังจะเผชิญในวันนี้คงจะไม่ธรรมดาแน่นอน
“ศพนี้เราต้องมัดเชือกโลหิตพร้อมกันเฟอร่ารับผิดชอบส่วนคอ แม็กซ์มัดที่ข้อเท้า ฉันจะจัดการที่ข้อมือเอง รอสัญญาณจากฉันดีๆ”ลุงคีธมอบหมายหน้าที่ขณะยื่นเชือกโลหิตให้คนทั้งสอง
วันนี้เป็ศพของบาทหลวงวัยกลางคนใบหน้าและลำตัวของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยขีดข่วนและแผลฟกช้ำเต็มไปหมด ก่อนหมดลมหายใจเ้าของร่างคงจะสู้กับปีศาจตนนี้สุดกำลังแล้ว
“พร้อมนะ สาม สอง หนึ่ง มัด!” ทันทีที่ลุงคีธส่งสัญญาณ ทุกคนลงมือใช้เชือกผูกมัดร่างนั้นในทันทีศพถูกพันธนาการอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า เมื่อเืจากเชือกแทรกซึมเข้าไปในร่าง ศพบาทหลวงก็ได้ตื่นลืมตาขึ้นมาทันใดตามมาด้วยเสียงหัวเราะในลำคออย่างชั่วร้าย
“หึๆ แค่นี้ คิดว่าจะทำอะไรข้าได้!”บาทหลวงมองมาทางคนทั้งสามตาขวางพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปากอย่างเ้าเล่ห์ ก่อนที่มันจะออกแรงกระชากเชือกขาดออกจากกันอย่างง่ายดายพร้อมกับตั้งท่าจะหนี
แต่ดูเหมือนว่า นักล่าปีศาจรุ่นใหญ่จะเตรียมการสำหรับเื่นี้ไว้แล้วลุงคีธกระชากคอเสื้อของมันให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน แต่ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบของปีศาจบาทหลวงพลันหลบหลีกแล้วพุ่งตัวเข้าไปบีบคอลุงคีธแทน แม็กซ์ช่วยคว้าคอมันจากทางด้านหลังแต่เ้าปีศาจกลับดูไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด มืออันเหี่ยวแห้งของมันยังคงเพิ่มแรงบีบขึ้นเรื่อยๆจนใบหน้าของลุงคีธแดงก่ำไม่สามารถเปล่งเสียงได้
ทว่า มีหรือที่นักล่าปีศาจมากประสบการณ์คนนี้จะยอมแพ้ไปง่ายๆลุงคีธคว้ามีดสั้นสีดำทมิฬเล่มนั้นออกมาจ้วงแทงไปที่ท้องของมันทันทีปีศาจในร่างของบาทหลวงร้องลั่นออกมาด้วยความเ็ป ร่างขาวซีดล้มลงดีดดิ้นบนพื้นอย่างทุรนทุรายก่อนที่มันจะใช้แรงเฮือกใหญ่ดึงมีดเล่มนั้นออกแล้วสะบัดทิ้งทันที ความร้อนมหาศาลของมีดได้ทิ้งรอยไหม้ที่ท้องและมือของมันเป็วงกว้าง
ลุงคีธคุกเข่าหายใจหอบฟื้นแรงหลังจากที่ถูกปล่อยให้เป็อิสระเฟอร่าและแม็กซ์จึงได้ช่วยกันจับตรึงร่างของบาทหลวงเอาไว้ แต่ถึงแม้ร่างกายของมันจะาเ็สาหัสปีศาจยังคงพยายามดีดดิ้นต่อต้านสุดแรง
และดูเหมือนทั้งสามจะไม่ทันได้สังเกตว่า ปากของมันกำลังกระซิบท่องคาถาอะไรบางอย่างเสียงแ่...
เวลาผ่านไปเพียงไม่นานเสียงหวีดร้องบาดหูของตัวอะไรบางอย่างที่มาพร้อมกันจำนวนมากดังขึ้นจากที่ไกลๆเสียงเซ็งแซ่เ่าั้เริ่มใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ แสงสว่างยามเช้าพลันถูกกลุ่มเมฆสีดำทะมึนเคลื่อนตัวเข้ามาบดบังจนรอบกายพวกเขาถูกครอบคลุมไปด้วยความมืดมิด
“บ้าเอ๊ย! เรียกพวกมางั้นเหรอ!” ลุงคีธสบถออกมาท่ามกลางเสียงโหยหวนเ่าั้ดวงตาระแวดระวังจับจ้องไปยังประตูทางเข้าบ้านเขม็ง นักล่าปีศาจมากประสบการณ์ใช้เวลาไม่นานสำหรับการวิเคราะห์หาทางออกของสถานการณ์ตรงหน้าก่อนที่จะเอ่ยคำสั่งขึ้น
“ปล่อยมันไปก่อน แล้วมารับนี่ไป!” ลุงคีธโยนหนังสือบางอย่างเล่มเล็กๆ ให้พวกเขาคนละเล่มซึ่งเป็จังหวะเดียวกันที่บาทหลวงปีศาจใช้โอกาสนี้หลบหนีไป
“ต้องทำอย่างไรต่อคะ?” เฟอร่าถามขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเธอไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
“ตามฉันมา” ชายวัยกลางคนเดินนำหนุ่มสาวทั้งสองไปยังส่วนห้องโถงใหญ่ของบ้านประจำตระกูลลุงคีธเปิดหน้าต่างทุกบานออก ก่อนจะหยิบเกลือจากถุงในกระเป๋าสะพายขึ้นมาโรยบนพื้นล้อมรอบเป็วงกลมที่ขนาดใหญ่พอให้พวกเขาเข้าไปยืนในนั้นได้
เวลาเพียงไม่นานหลังจากหน้าต่างถูกเปิด เสียงกรีดร้องบาดหูพลันดังระงมขึ้นรอบห้องโถงแห่งนี้บรรยากาศด้านในเย็นเฉียบลงกะทันหันจนเกิดเป็ไอเย็นลอยขึ้นมาจากพื้น เงาดำตะคุ่มและดวงไฟจำนวนมากลอยฉวัดเฉวียนอยู่ล้อมรอบวงของคนทั้งสามพวกมันมาพร้อมกับเสียงของของแข็งชิ้นน้อยใหญ่หลายชิ้นที่ถูกใครบางคนเขวี้ยงใส่หลังคาจนเกิดเสียงดังสนั่นจนอาคารสั่นะเื
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าหยุดสวดมนต์เด็ดขาด”คีธเอ่ยกำชับคนทั้งสอง ก่อนจะส่งสัญญาณให้ทุกคนเริ่มอ่านบทสวด
“ขอพระเ้าและอัครเทวดาผู้รุ่งโรจน์ โปรดคุ้มครองข้าพเ้าจากภยันอันตรายเบื้องหน้า...”เสียงบทสวดถูกขับขานขึ้นอย่างทรงพลังท่ามกลางเสียงหวีดร้องโกลาหลรอบกาย เฟอร่าประคองสายประคำไว้ในมือความสงบนิ่งเริ่มหมุนเวียนอยู่ภายใต้เบื้องลึกของจิตจนรู้สึกถึงเพียงความว่างเปล่าอันเบาหวิว
หลังจากที่บทสวดถูกขับเคลื่อนไปได้ไม่นาน ปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้นแสงเรืองรองคล้ายแสงสุริยาได้สว่างวาบขึ้นมารอบกายพวกเขา สายลมเย็นหอบกลิ่นหอมของบุปผชาติลูบไล้ผ่านผิวกายของคนทั้งสามอย่างแ่เบาแม้จะเป็ลมโชยบางเบาเหมือนต้นฤดูใบไม้ร่วง แต่แสนยานุภาพการทำลายล้างนั้นกลับยิ่งกว่าลมพายุกลุ่มเงาและดวงไฟทั้งหลายถูกปัดเป่าปลิวหายไปกับสายลมในเวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้นเสียงหวีดร้องและความวุ่นวายได้มลายไปแล้วกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
เมื่อบทสวดสิ้นสุดลงหนังสือในมือของพวกเขาก็ได้สูญสลายกลายเป็ผงทรายอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
“ผมไม่เคยได้ยินบทสวดนี้มาก่อน” แม็กซ์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะโดยปกติแล้ว บทสวดขับไล่ปีศาจโดยตรงจะเป็อีกบทสวดและต้องใช้โดยนักบวชเท่านั้น
“นี่เป็บทสวดพิเศษที่ต้นตระกูลนักล่าปีศาจเขียนขึ้นมาใช้ในกรณีถูกรุมโจมตีแบบเมื่อครู่เท่านั้น” คีธเฉลยข้อสงสัยพลางเก็บรวบรวมทรายไว้ในถุงแล้วนำไปเก็บไว้บนชั้นหนังสือ
“ฉันคิดว่า นี่คือร่องรอยของปีศาจนั่น” เฟอร่าชี้ไปยังของเหลวสีดำที่เปรอะเปื้อนอยู่บริเวณขอบประตูทางออกลุงคีธใช้นิ้วแตะเบาๆ ไปที่ของเหลวนั้น...ร้อนดั่งน้ำเดือดเช่นนี้ ไม่ผิดแน่
“นี่คือเืปีศาจ” ชายวัยกลางคนกวาดสายตาสำรวจไปยังบริเวณนอกบ้านแล้วเขาก็ได้พบจริงๆ ร่องรอยของเืแบบเดียวกันหยดลงเป็ทางยาวหายเข้าไปในป่าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
“มันกำลังเจ็บหนัก น่าจะหนีไปได้ไม่ไกล เรารีบไปกันเถอะ”นักล่าปีศาจมือฉมังกล่าว ก่อนจะพาคนทั้งสองติดตามรอยเืเ่าั้ไป
ยิ่งเดินสำรวจออกไปไกลเท่าใดรอยเืเ่าั้ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น คนทั้งสามถูกนำพาไปยังหมู่บ้านร้างกลางป่าแห่งหนึ่งดูจากลักษณะสิ่งปลูกสร้างของที่นี่แล้ว หมู่บ้านแห่งนี้คงจะเคยเจริญรุ่งเรืองมาก่อนเพราะไม่ว่าจะมองไปทางใดก็พบประติมากรรมจากหินอ่อนไปทั่วทุกหนแห่งแต่เพราะเหตุผลใดกันที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ถูกปล่อยร้าง
เมื่อเดินไปถึงกลางเมือง พวกเขาได้พบกับรูปปั้นวานรขนาดสูงใหญ่เทียบเท่ากับมนุษย์ตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวตรงบริเวณฐานรูปปั้นมีร่องรอยการถูกเผาไหม้และทุบทำลายจนคอนกรีตบางส่วนกร่อนหายไป พอเมื่อมองผ่านไปยังด้านหลังรูปปั้นแล้วคนทั้งสามก็ได้หยุดชะงักไปพร้อมกันทันใด เมื่อสายตาทุกคู่ปะทะเข้ากับกองเืสีดำที่ไหลออกมาจากด้านหลังนั้นลักษณะยังเป็เืสดใหม่
คีธเดินนำคนทั้งสองตรงไปยังหลังรูปปั้นนั้นด้วยท่าทีระแวดระวังสิ่งที่พวกเขากำลังตามหาได้ปรากฏอยู่ตรงหน้าแล้วตอนนี้...
+++++++++++++++++++++++++++++
มีข่าวมาแจ้งจ้า E-book เื่เต็มมีแล้วนะคะ สามารถเข้าไปอุดหนุนให้กำลังใจกันได้ที่ meb market นะ ราคาเพียง 119 บาทเท่านั้น
