หลังกลับจากทำงานในไร่ คืนนั้นเต็มกมลถึงกับหมดสภาพ มาถึงหัวก็ถึงหมอนและหลับไปั้แ่หัวค่ำ แม้แต่ข้าวปลาก็ไม่ได้ตกถึงท้อง มารู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังอยู่โดยรอบเรือนพัก หล่อนลืมตาขึ้นมางัวเงียในความมืด แสงจากหลอดไฟภายนอกส่องเข้ามาให้มองเห็นภายในห้องได้รางๆ หล่อนผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะคลานไปอีกฝั่งของที่นอนซึ่งติดกับหน้าต่างที่ถูกเปิดแง้มไว้ั้แ่ตอนเย็นเมื่อมาถึง
มีเื่อะไรกัน?! เสียงเหมือนคนทะเลาะกัน มีเสียงคนร้องะโโหวกเหวกโวยวาย เต็มกมลมองฝ่าความมืดออกไปเห็นกลุ่มคนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด มองเห็นฝุ่นฟุ้งกระจาย และเห็นคนสองคนกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงต่อยตีกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย โดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามจากคนที่อยู่โดยรอบ หล่อนไม่เข้าใจคำพูดพื้นเมืองของคนแถวนี้จึงไม่เข้าใจเหตุการณ์นัก หล่อนปิดหน้าต่างไม่อยากสนใจเื่ชาวบ้าน เพราะลำพังตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แต่เพราะเสียงร้องะโขอความช่วยเหลือของใครคนหนึ่งซึ่งดังอยู่ไม่ไกลนักจากด้านนอกเรือนพัก ทำให้หล่อนอดรนทนไม่ไหวจำต้องลุกขึ้นแล้วเปิดประตูก้าวลงจากเรือนมา และพบว่ามีใครคนหนึ่งกำลังประคองร่างของชายซึ่งเปียกโชกไปด้วยเืตรงศรีษะอาบรดไหลลงมาตามเนื้อตัวที่เปลือยเปล่าเพราะไม่ได้ใส่เสื้อ เต็มกมลมองภาพนั้นด้วยความหวาดเสียว
‘นี่เล่นกันแรงขนาดเืตกยางออกเลยเหรอเนี่ย!!’
“ช่วยหาผ้าสะอาดๆ น้ำและก็ส่องไฟให้หน่อยได้มั๊ยครับ?” เต็มกมลได้สติรีบวิ่งไปทำตามคำสั่ง เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองได้แต่ยืนมองคนเจ็บเฉยอยู่โดยไม่ได้ทำอะไรเลย หล่อนวิ่งกลับเข้าไปบนเรือนพักเปิดไฟ ก่อนจะรื้อค้นอะไรอยู่ขั่วครู่ แล้ววิ่งกลับมาพร้อมเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวหนึ่งซึ่งซักไว้ยังไม่ถูกใช้งาน กับกะละมังที่มีน้ำอยู่ภายในครึ่งหนึ่ง
ชายหนุ่มรับสิ่งของมาจากหญิงสาวก่อนจะฉีกเสื้อแขนยาวตัวนั้นให้ขาดเป็ส่วนๆ หยิบไม้สองท่อนขนาดใกล้เคียงกันซึ่งถูกนำมารอเตรียมไว้ ขนาบเข้ากับแขนข้างหนึ่งของคนเจ็บที่ยังส่งเสียงร้องโอดครวญด้วยความเ็ป ก่อนพันเข้าไว้ด้วยกันเป็การปฐมพยาบาลเบื้องต้น เต็มกมลมองการพยาบาลอย่างคล่องแคล่วของชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวพรรณสะอาดสะอ้านอย่างรู้สึกทึ่ง ผู้ชายคนนี้น่าจะไม่ใช่คนงานธรรมดา ถ้าบอกว่าเป็หมอหล่อนก็จะเชื่อ เพราะดูจะมีความรู้ทางการรักษาอยู่ไม่น้อย หล่อนกลายเป็ลูกมือคอยหยิบจับและทำตามคำสั่งของอีกฝ่ายไปโดยปริยาย
“พรุ่งนี้เข้าไปที่อนามัยอีกทีนะ ผมจะดูแผลให้ ถ้าจำเป็ก็อาจต้องเข้าเฝือก พยายามอย่าขยับเขยื้อนแขนข้างที่เจ็บล่ะ” ชายหนุ่มหันไปพูดกับคนงานที่ได้รับาเ็หลังจากทำแผลและปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว อีกฝ่ายยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะลุกออกไปจากตรงนั้นด้วยสีหน้าที่ยังดูไม่ดีนัก
“คุณเป็หมอเหรอคะ?” เต็มกมลอดรนทนไม่ไหวถามออกไปในที่สุด ชายหนุ่มส่งยิ้มกลับมาให้ มันเป็รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นจริงใจและแตกต่างจากใครหลายคนที่หล่อนเจอที่นี่ หล่อนรู้สึกถูกชะตากับผู้ชายคนนี้ทันทีอย่างบอกไม่ถูก แต่แทนที่อีกฝ่ายจะตอบคำถามหล่อนกลับถามกลับมาทำเอาหล่อนอึ้ง
“เวลาแค่ไม่กี่ปี คุณตรีลืมกันแล้วเหรอครับ? น่าน้อยใจจัง ผมก็เป็หมอมิ่ง หมอชาวป่าคนเดิมที่คุณตรีเคยรู้จักนั่นแหละครับ ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับ”
เขาก็คงคิดว่าหล่อนเป็ตรีชฎาอีกคน แต่ไม่เป็ไรท่าทางและคำพูดที่สุภาพนั่นทำให้หล่อนรู้สึกได้ว่าเขาคงเป็อีกคนที่หล่อนจะผูกมิตรด้วยได้
หล่อนนั่งคุยกับคุณหมอหนุ่มอยู่ตรงหน้าเรือนพักอีกพักใหญ่ เพราะคุณหมอหนุ่มเป็คนที่มีอัธยาศรัยดี คุยสนุก หล่อนจึงได้รับรู้อีกหลายเื่ราวที่ไม่เคยรู้ และเพราะเสียงหัวเราะที่เกิดจากการพูดคุยกันอย่างถูกคอของทั้งสอง จึงเป็เหมือนการดึงดูดใครบางคนให้มุ่งหน้ามาทางนี้
“ดูเหมือนจะมีคนเจ็บอีกคนทางด้านโน้น รอให้คุณหมอไปตรวจดูอาการอยู่นะครับ” เสียงเข้มขรึมดังขึ้น ทั้งสองคนหันไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน เห็นร่างสูงของเ้าของไร่หนุ่มกับนายดำคนสนิท มาหยุดยืนอยู่ตรงระเบียงไม่ห่างไปนัก ใบหน้าคมดูเคร่งขรึม ไม่แสดงความรู้สึก มีเพียงแววตาคมที่มองมานิ่งๆเท่านั้น ที่บอกให้รู้ว่ามีแววไม่พอใจอยู่ในดวงตาคู่นั้น เ้าของไร่หนุ่มเพิ่งกลับเข้ามาจากไร่ ก็มีคนไปรายงานว่ามีการทะเลาะกันเกิดขึ้น เขาจึงรีบมาดูเหตุการณ์ แต่สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้กลับเป็ ชายหญิงสองคนที่กำลังนั่งพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน หน้าเรือนพักในความมืด เพราะไฟตรงระเบียงเรือนพักหลังนี้ มันติดๆดับๆเมื่อหลายวันก่อน มาวันนี้มันคงดับสนิท จึงมีเพียงแสงไฟจากภายในเรือนพักที่ถูกเปิดกว้างไว้ให้แสงส่องมาถึง ทำให้มองเห็นใบหน้าสดใสมีความสุขนั่น ซึ่งเขาเห็นแล้วก็พาลหงุดหงิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ คุณหมอหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย เหมือนนึกขึ้นได้ ก่อนจะขอตัวกลับไป
“อ้อ! ขอบคุณครับ ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน ไว้วันหน้าพบกันใหม่นะครับ” ท้ายประโยคคุณหมอหนุ่มหันมาพูดกับเต็มกมล หล่อนส่งยิ้มให้น้อยๆ ยังรู้สึกเสียดาย ยังคุยกันไม่จบ หล่อนยังอยากฟังวิธีการรักษาของคุณหมอหนุ่มสำหรับอาการแปลกๆของคนไข้ที่นี่ ที่คุณหมอหนุ่มยังเล่าค้างไว้
หล่อนมองส่งคุณหมอหนุ่มไปจนลับสายตา พอหันกลับมาก็พบกับใบหน้านิ่งถมึงทึง สายตาคมคู่นั้นมองมาทางหล่อนมีแววตำหนิและไม่พอใจ ก่อนจะหมุนตัวจากไปโดยไม่เอ่ยคำใดเลย
เชอะ! ใครจะสนกันล่ะ?