เสิ่นเฟยอวี้ลืมตาขึ้นมาด้วยความสะลึมสะลือก่อนที่จะรู้สึกถึงความหนักอึ้งที่่ท้อง
รับรู้ถึงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของใครบางคนเสิ่นเฟยอวี้จึงหันมองก็เห็น เย่หลี่จวินนอนข้างๆนาง
เสิ่นเฟยอวี้อยากขยับหนีห่างแต่ติดที่ฝ่ามือของเขารั้งเอวนางไว้
นางรู้สึกสมองเบลอไปชั่วขณะนี่มันเื่อะไรกันเนี่ยจำได้ว่านางเจอเย่หลี่จวินที่โรงน้ำชาจึงหนีกลับแต่ระหว่างทางนางโดนวางยาสลบแถมพอตื่นมายังมีเย่หลี่จวินนอนข้างๆอีก!!
สรุปเกิดอะไรขึ้นกันเเน่ทั้งที่นางพยายามหนีเขาเเต่กลับตื่นมาอยู่บนเตียงกับเขาเดี๋ยวนะ
เสิ่นเฟยอวี้ลุกพรวดขึ้นมามองสำรวจร่างกายตัวก่อนจะพบว่าชุดของนางยังอยู่เหมือนเดิมมีเพียงผ้าคลุมหน้านางที่หายไป
"เ้าตื่นแล้วหรือ"
เสิ่นเฟยอวี้สะดุ้งหันขวับมองก็เห็นว่าเย่หลี่จวินนั้นตื่นแล้วยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถามสิ่งใดเขาก็จับนางกดลงกับเตียง
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนนางไม่ทันตั้งตัวรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขาขึ้นคร่อมนางเเล้วไม่เพียงแค่นั้นเขายังเอื้อมมือมาจับเส้นผมของนางก่อนจะยกขึ้นสูดดมกลิ่นหอม
"เ้า!!"เสิ่นเฟยอวี้พูดไม่ออกมิรู้จักสรรหาคำใดมาด่าอีกฝ่าย
"หืม..ข้าทำไมหรือ"คราวนี้เขาสบตากับนางตรงๆั์ตาสีอำพันมีเสน่ห์คู่นั้นราวกับกำลังสะกดให้นางตกอยู่ในห้วงภวังค์
ใบหน้าของเย่หลี่จวินใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนััถึงลมหายใจของการและกันริมฝีปากหยักยกยิ้มก่อนจะเลื่อนไปจูบหน้าผากนางครู่หนึ่ง
เสิ่นเฟยอวี้เลื่อนฝ่ามือทั้งสองมากำที่หัวใจแน่นเพราะตอนนี้มันเต้นเร็วเเรงจนนางกลัวว่าจะทะลุออกมาใบหน้างามเเดงระเรื่อพร้อมั์ตาสุกใสหันมองไปทางอื่น
"จ..เ้าลุกออกไปก่อนได้หรือไม่"นางพูดตะกุกตะกักไม่เต็มเสียงนัก ก่อนได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอตามมาคำตอบ
"หากข้าบอกว่าไม่ล่ะ"เสิ่นเฟยอวี้หันขวับกลับมองพร้อมกับที่ปากหยักก้มลงมาฉกชิงริมฝีปากของนางเขามันอย่างเอาแต่ใจตักตวงความหวานจากปากนางอย่างคนกระหาย
เนิ่นนานก่อนจะปล่อยเสิ่นเฟยอวี้ได้แต่หอบหายใจร่างทั้งร่างสั่นอย่างคนหมดแรง
"ร่างกายของเ้าอ่อนแอเสียจริง ต่อไปคงต้องบำรุงดีๆแล้วกระมังจะได้ไม่หมดแรงง่ายเช่น"
นางมองเขาด้วยสายตาเคืองหากไม่ใช่เพราะเขานางจะเหนื่อยแบบนี้หรือ
เย่หลี่จวินไม่เพียงไม่สะทกสะท้านกลับยังยิ้มส่งมาให้นางก่อนจะกล่าว
"ทีนี้เราจะคุยกันแบบจริงจังได้หรือยัง"
พอรู้ตัวว่าไม่อาจขัดขืนหรือต่อต้านอีกฝ่ายได้แล้วนางจึงเอ่ย
"จะคุยทั้งแบบนี้จริงหรือ"สภาพที่เขาคร่อมนางอยู่แบบนี้เนี่ยนะคนปกติที่ไหนเขาคุยท่านี้กันเห็นทีก็คงมีแต่คนวิปริตอย่างเย่หลี่จวินนั่นแหละ
"เ้าไม่ต้องประนามข้าในใจก็ได้นะถ้าแววตาจะชัดเจนเช่นนี้"เสิ่นเฟยอวี้พูดอะไรไม่ออก
เย่หลี่จวินยอมลุกขึ้นก่อนจะประคองให้นางลุกขึ้นมานั่งตักเขาในลักษณะคร่อมตักฝ่ามือนึงจับเอวนางอีกมือจับคาง
อีกแล้วบุรุษผู้นี้เป็อะไรกับท่าทางเหล่นนี้มากมายคราวก่อนก็คร่อมนางจับนางนั่งตักมาคราวนี้ก็ยังไม่พ้นต้องนั่งแบบเดิม
"เพราะหากเ้าโกหกสายตาเ้าจะบ่งบอกไงล่ะเด็กน้อย"
เขากล่าวขึ้นมาราวกับอ่านสายตานางออก
"ทีนี้เ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่าเ้ามีนามว่าอะไร"
จริงสิั้แ่เเรกเจอนางยังไม่เคยบอกชื่อกับเย่หลี่จวินเลยเพราะคิดว่ายังไงก็คงไม่เจอกันอีกแต่ไม่นึกว่า
"ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรแล้วที่นี่คือที่ไหน"
ทันที่ที่กล่าวจบนางก็รับรู้ถึงความไม่พอใจของอีกฝ่ายผ่านทางสายตาไม่เพียงเเค่นั้นเเรงที่จับเอวนางก็เเน่นขึ้นดันร่างของนางแนบชิดกับเขา
"เพียงแค่บอกนามของเ้าให้ข้ามันยากขนาดนั้นเลยหรือหากไม่พูดก็อยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆเนี่ยแหละแต่ข้าไม่รับปากหรอกนะว่าจะอยู่นิ่ง"
ไม่พูดเปล่ามือที่จับคางเปลี่ยนไปจับแก้มนางลูบใบหน้าเคลื่อนเข้ามาใกล้ นางใช้มือทั้งสองดันไหล่เขาก่อนจะกล่าวอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก
"เสิ่นเฟยอวี้ นามของข้าคือเสิ่นเฟยอวี้ข้าพูดแล้วพอใจเ้าหรือยัง"
ทั้งที่ปกติจะบอกแค่ชื่อแท้ๆแต่คราวนี้ไม่รู้ทำไมกลับพลั้งบอกบอกแซ่ไปด้วยซะได้
"เสิ่นเฟยอวี้ อาอวี้"เย่หลี่จวินกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่แต่นางเห็นว่าั์ตาของเขากำลังเปล่งประกายมันงดงามจนไม่อาจละสายตา
"อาอวี้ ข้าเรียกเ้าอย่างนี้ได้หรือไม่"
"หากข้าบอกว่าไม่"นางแทบจะบอกปฏิเสธทันควันเพราะเขากับนางไม่ได้สนิทขนาดนั้น
"ข้าก็จะเรียกอยู่ดี อาอวี้"
แล้วจะถามนางทำไมในเมื่อจะเรียกนางแบบนั้นนี่เขาตั้งใจปั่นประสาทนางใช่หรือไม่
"ทีนี้เ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่าที่นี่ที่ไหนแล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"
เย่หลี่จวินไม่ได้ตอบนางในทันทีเขาใช้มือเกลี่ยผมของนางเล่นจนเสิ่นเฟยอวี้ทนไม่ไหวนางจับมือเขาให้หยุดเล่นผมของนางสักที
"เรียกข้าว่าฟูจวินก่อนสิแล้วข้าจะบอก"ใบหน้าเทพเซียนนิ่งสงบไม่แยแสต่อสิ่งใดที่นางเคยเห็นครั้งก่อนราวกับภาพมายาที่ไม่มีอยู่จริงเพราะเขานั้นช่างไร้ยางอายเหลือเกิน ฟูจวินบ้านเ้าน่ะสิ!!
"ฟู..ฟูจวิน พอใจหรือยัง"สุดท้ายก็ตัดสินใจพูดออกไปจนได้ หากนางไม่ทำตามมิรู้อีกฝ่ายจะหาวิธีการใดเอาเปรียบนางอีก
เย่หลี่จวินท่าทางพอใจอยู่ไม่น้อยเขายิ้มก่อนจะกล่าว "ที่นี่ก็บ้านของเราไงฟูเหริน"
เป็รอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่คำพูดของเย่หลี่จวินนั้นทำให้คนฟังอย่างนางตะลึงแล้วตะลึงอีก
ที่เขากำลังเล่นพ่อแม่ลูกอยู่หรือไงเช่นนั้นก็ไปเล่นที่สนามหญ้าไหมหรือยังไงดีแล้วควรจะมีห่อผ้าแทนลูกทารกไหมบอกนางที
"อะแฮ่ม ที่นี่เป็ที่อยู่ของพรรคกระบี่เงา์แล้วที่ที่เราอยู่ตอนนี้เป็ที่อยู่ของข้าส่วนเื่ที่เ้าอยู่ที่นี่ได้ยังไงนั้น ข้าเป็คนพาเ้ามาเองเ้ามีอะไรจะถามอีกมั้ย"
เสิ่นเฟยอวี่อ้าปากค้างั้แ่ที่รู้ว่าเป็ที่อยู่ของพรรคกระบี่เงา์ใครจะไม่รู้บ้างล่ะว่าพรรคนี้เป็พรรคอันดับหนึ่งในยุทธภพไม่เพียงความแข็งแกร่งแต่ยังพัวพันไปถึงความโเี้อำมหิต
ไม่ต้องพูดอะไรเสิ่นเฟยอวี้ก็เข้าใจในทันทีว่าบุรุษผู้บังคับรถม้าที่นางให้เขาส่งนางกลับบ้านแท้จริงแล้วคือเย่หลี่จวินมิน่าถึงสวมหมวกต่ำแบบนั้นเพราะกลัวว่านางจะรู้แล้วเื่ยาสลบที่ผสมกับธูปหอมในรถก็คงไม่พ้นฝีมือของเย่หลี่จวิน
เสิ่นเฟยอวี้เข้าใจแล้วว่าทำไนางจึงไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับคนผู้นี้ทั้งยังคอยหลบหน้านั่นอาจเป็สัญชาตญาณที่กำลังบอกกับนางว่าคนผู้นี้อันตราย
"อาอวี้ เป็อะไรไป"ฝ่ามืออุ่นลูบศีรษะนางอย่างแ่เบาปลุกสติให้เสิ่นเฟยอวี้เงยหน้าขึ้นสบตาเขา
"เ้าเป็ใคร"ดูการตกแต่งภายในห้องแล้วไม่น่าจะใช่แค่ลูกพรรคธรรมดาคนนึงถึงนางจะไม่มีบ้านหรูแบบนี้แต่ใช่ว่าจะไม่เคยเห็น
"แล้ว..เ้าคิดว่าข้าเป็ใคร"เสิ่นเฟยอวี้จ้องเขม็งอีกฝ่ายอย่างขุ่นเคือง นี่นางถามเขาอยู่นะไม่ใช่ให้มาย้อนถามนางแบบนี้สิ
"เอาล่ะๆข้าจะบอกเ้าข้าชื่อเย่หลี่จวินเป็ศิษย์เอกสายตรงจากประมุขพรรคเป็ว่าที่ประมุขพรรคคนต่อไป"
ที่เเท้เขาก็เป็ถึงว่าที่ประมุขพรรคเลยเช่นนั้นวรยุทธ์ก็ไม่น้อยเลย
เมื่อเห็นว่าเสิ่นเฟยอวี้ไม่ได้พูดอะไรเย่หลี่จวินจึงกล่าวต่อ
"การที่ข้าพาเ้ามาเพราะอยากให้เ้ารับผิดชอบข้าถึงตอนนั้นที่ทำไปจะเป็การช่วยเราทั้งสองคนก็เถอะ"
ห๊ะ!!!นี่นางไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่คนผู้นี้บอกว่าให้นางรับผิดชอบเขา
"ข้าเนี่ยนะ"
"ใช่เ้าทำลายความบริสุทธิ์ข้าเ้าต้องรับผิดชอบ"อีกฝ่ายทำราวกับเป็สาวน้อยที่ถูกโจรใจโหดขืนใจจึงร้องใหโจรใจโหดอย่างนางรับผิดชอบ
เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ล่ะ ทำไมมันสลับบทบาทแบบนี้ล่ะอีกอย่างนางไม่ใช่โจรเด็ดบุปผาเสียหน่อย
"ข้าว่าเ้าต้องเข้าใจอะไรผิดไปเเน่คนที่เสียหายคือข้าคนที่เสียเปรียบก็คือข้าไม่ใช่เ้าคนที่ต้องรับผิดชอบคือเ้าไม่ใช่ข้า"
หลังนางกล่าวจบเย่หลี่จวินก็หลุดยิ้มนางมองเขาอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจจนวินาทีต่อมาถึงรู้ว่าพลั้งปากไปเสียแล้ว
"เช่นนั้นก็ให้ข้ารับผิดชอบเ้าเถอะ แต่งงานกับ"เสิ่นเฟยอวี้ยกมือปิดปากเย่หลี่จวินไว้ก่อนเขาจะกล่าวจบประโยค เขามองนางราวกับอยากจะถามว่าทำไม เสิ่นเฟยอวี้ถอนหายใจเล็กน้อย
"การใช้ชีวิตอย่างแรกต้องมีพื้นฐานของความรักเสียก่อนต่อมาก็มีความเข้าใจยอมรับตัวตนซึ่งกันและกันหลังจากนั้นจึงค่อยพูดถึงการแต่งงาน แค่อย่างแรกเ้ากับข้าก็ไม่มีแล้วอย่าพูดถึงเื่แต่งงานเลย"
เสิ่นเฟยอวี้กล่าวขึ้นอย่างจริงจัง นางเกิดมาในครอบครัวที่มีแต่ท่านแม่หากนางจะเเต่งงานจริงๆนางก็อยากได้คนที่รักและยอมรับนางจากตัวตนไม่ใช่หลงในรูปโฉม
"ตอนนี้เ้าอาจจะชอบข้าเเต่หากต่อไปข้าร้ายกาจขึ้นมาเ้ารับได้หรือ"
ที่นางพูดเช่นนี้เพราะแม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่แน่ใจว่าต่อไปนางจะยังรู้สึกแบบเดิมอยู่ไหม
"เ้าไม่เชื่อใจข้าเลยหรือ"เขาถามั์ตาอำพันมองนางอย่างเว้าวอน เสิ่นเฟยอวี้หลบสายตาคู่นั้น
"เย่หลี่จวิน เ้าลองถามตัวเองดีๆว่าแท้จริงเ้าชอบข้าหรือแค่หลงในรูปโฉมของข้ากันแน่"
นางเองก็เป็เพียงสตรีตัวเล็กๆนางหนึ่งนางแค่อยากปกป้องหัวใจตัวเอง
"ข้าเข้าใจแล้ว"
เย่หลี่จวินหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป เป็สายตาที่เ็าก่อนจะปล่อยให้เสิ่นเฟยอวี้นั่งลงแล้วลุกเดินออกไปจากห้อง
เสิ่นเฟยอวี้ตามไล่หลังไปจนอีกฝ่ายออกจากห้องไปก่อนใบหน้างาจะผุดรอยยิ้มเศร้าๆ
บางทีปล่อยให้เป็แบบนี้อาจจะดีแล้วก็ได้
ยามซวี*
ร่างสูงใหญ่เดินโงนเงนเข้ามาภายในห้องเห็นหญิงสาวนอนหลับตาพรีมบนเตียงของเขา
เป็เพียงหญิงสาววัยแรกแย้มแต่ความคิดความอ่านกลับดูโตเป็ผู้ใหญ่นักเเต่เพราะแบบนั้นมันทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้เลยว่าสตรีนางนี้เคยเจออะไรมาทั้งที่วัยเช่นนางควรจะเป็สาวน้อยร่าเริง
มือแกร่งยกขึ้นลูบศีรษะนางอย่างอดไม่ได้จะว่าไปั้แ่รู้จักกันมาเขายังไม่เคยเห็นนางยิ้มเลยสักครั้ง
อาอวี้ชีวิตเ้าเจออะไรมากันแน่เหตุใดเ้าถึงได้ผลักไสข้าถึงสองครั้งสองครา
กลิ่นเหม็นหึ่งทำให้เสิ่นเฟยอวี้เริ่มนอนไม่สงบกลิ่นนั้นรุนแรงจนนางเวียนหัวคิ้วงามขมวดกันสองสามครั้งก่อนจะปรือตาลืมขึ้น
ก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วแล้วขยับถอยห่างจากร่างสูง
"ข้าทำเ้าตื่นเหรอ โทษที"
พอได้ยินเสียงทำให้เสิ่นเฟยอวี้รู้ว่าเป็ใครบวกกับสายตาที่เริ่มปรับสภาพกับความมืดแสงจันทร์ที่ลอดผ่านเข้ามา
"เ้าไปไหนมาเหตุใดถึงได้.. มีกลิ่นเหล้ารุนแรงเช่นนี้ล่ะ"
นางถามทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ควรถาม แต่เพราะลึกๆนางก็แอบเป็ห่วงเขา
พอเห็นสายตาที่แสดงถึงความห่วงใยจากนางเขากำมือแน่นก่อนจะเปือนหน้าหนี
"ข้าแค่ไปชมจันทร์"
พอเห็นแบบนั้นนางก็รู้ตัวว่าเผลอเเสดงออกก่อนจะหลุบตามองต่ำ ชมจันทร์เหรอเอาเหล้าไปด้วยสินะไปหลายชั่วโมงเลยนี่ ปล่อยให้นางกระวนกระวายใจตั้งนานสองนาน แล้วทำไมนางต้องรู้สึกไม่พอใจด้วยล่ะ
"เช่นนั้นหรือ...รา ราตรีสวัสดิ์"
เมื่อไม่รู้ว่านางควรจะพูดอะไรต่อดีก็ตัดบทซะดื้อนก่อนจะล้มตัวลงนอน ก่อนจะเผลอใที่จู่ๆเย่หลี่จวินก็เข้ามากอดเขาจากด้านหลังฝ่ามือร้อนนั้นกอดเอวนางเเน่นใบหน้าราวเทพเซียนซุกลงที่ไหล่เล็ก
"อาอวี้ ข้า.."
*19.00-20.59