หลังจากที่แสงกลับมา นี่ก็ผ่านมา 2 เดือนแล้วที่ชาติกับทไวซ์ช่วยกันตามหาคนที่ชื่อ **ผา** เพราะเส้นสายของทไวซ์เลยทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้หนีออกนอกประเทศผ่านทางเครื่องบิน ส่วนทางชายแดนก็ไม่รอดจากสายตาของชาติเช่นกัน จากสิ่งที่ชาติหามาได้ มีคนหลบหนีทางชายแดนหลายคนแต่ยังไม่มีข้อมูลของคนที่มีลักษณะใกล้เคียงกับผา ตอนแรกแสงไม่มั่นใจในข้อมูลนี้นัก แต่ชาติสามารถเอาข้อมูลและรูปถ่ายของคนที่เดินทางเข้าออกทางชายแดนตลอดทั้ง 1 ปีที่ผ่านมาให้แสงดู ทำให้เขาเข้าใจว่าชาตินั้นใส่ใจในรายละเอียดมาก เขาแทบจะเอารูปของผามาวางเทียบกับทุกรูปที่หามาได้ มันทำให้แสงค่อนข้างมั่นใจในระดับหนึ่งว่า ผายังอยู่ในประเทศ
ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา หมอกต้องฝึกสู้กับเ้าหมีและเ้านกฮูกสลับกับการไปฝึก MMA ปัจจุบันหมอกใส่ที่ถ่วงน้ำหนักข้างละ 1 กิโลกรัม ไม่ต่างอะไรกับการถือขวดน้ำขนาดกลางตลอดเวลา ตอนนี้รวมทั้งตัวเขามีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 4 กิโลกรัม เขาใส่มันแม้แต่ตอนที่ฝึกสู้กับเ้าหมีและเ้านกฮูกโดยไม่ได้ถอดออกเลย ถึงแม้ว่าตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาเขาจะยังไม่เคยเอาชนะทั้งสองคนได้เลยก็ตาม หมอกต้องฝึกพร้อมกับการไปเรียน หลายครั้งเขาเริ่มรู้สึกถึงความเครียดทางร่างกาย บางครั้งเขาได้กลิ่นคาวเืหรือกลิ่นสนิมทั้งที่รอบตัวเป็สวน ถึงแบบนั้นหมอกกลับรู้สึกกังวลมากกว่าถ้าไม่สามารถเอาชนะเ้าหมีกับเ้านกฮูกได้ นี่อาจเป็โอกาสเดียวที่เขาจะได้ไปเจอฆาตกรที่ฆ่าล้างครอบครัวเขา แม้เขาจะยังไม่แน่ใจว่าถ้าเจอตัวจริงแล้วจะทำอะไรกับอีกฝ่าย เขาอาจคุมตัวเองไม่อยู่ก็ได้ พอคิดมาถึงตรงนี้เขาก็เริ่มกลัวตัวเองที่มีความคิดอยากจะฆ่าใครสักคน มันน่ากลัวมากกว่าที่เขาคิดไว้ น่ากลัวพอๆ กับความเกลียดชังที่กำลังเพิ่มขึ้นในใจเขา
่เย็น ตึกเก่าของแสง
หมอกกลับมาจากโรงเรียนเพื่อเตรียมฝึกซ้อมตามปกติ แต่ครั้งนี้ทั้งราม สา ทไวซ์ เ้าหมี เ้านกฮูก และลุงแสง กลับมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ครบทุกคน หมอกได้แต่ทำหน้างงถามขึ้นว่า
"นัดปาร์ตี้ฉลองวันเกิด จนต้องปิดร้านกันเลยเหรอ"
"เป็ปาร์ตี้วันเกิดก็คงดี" ทไวซ์พูดเสียงเรียบ
"เราเจอแล้ว ผา อยู่ที่เมืองศรีสันชัย เมืองข้างๆ เรานี่เอง" แสงพูดขึ้น
"เขาไปทำอะไรที่นั่น" สาถาม
"เขาอาจจะแค่ไปแอบซ่อนตัวเฉยๆ ก็ได้ครับ" รามสันนิษฐาน
"ถูกของราม เขาเป็คนเมืองใต้ เมืองเกิดของเขาต้องถูกจับตาอยู่แล้ว และเขาก่อเหตุที่เมืองทางเหนือ การที่เขามาโผล่เมืองฝั่งตะวันออกก็สมเหตุสมผลอยู่" ทไวซ์พูด
"แน่ใจนะครับว่าเจอถูกคนแล้ว ไม่แปลกไปหน่อยเหรอที่เราไม่ใช่กลุ่มเดียวที่พยายามตามหาเขา" หมอกถามด้วยความสงสัย
"ก็ฟันธงขนาดนั้นไม่ได้หรอก แต่สายข่าวบอกมาว่ามีคนที่มีลักษณะคล้ายกันมาก" ทไวซ์ตอบ
"ถึงลักษณะจะไม่ตรงกันทั้งหมด แต่ก็พอมีส่วนที่ใกล้เคียงกันอยู่" แสงเสริม
"ทำไมเราถึงเจอเขา... ทำไมต้องเป็ตอนนี้" หมอกยังคงสงสัย
"เปล่า จริงๆ เราพูดไม่ได้ว่าเจอเขา เขาปกปิดตัวตน แต่เขาไม่ได้หลบซ่อน" สาพูดอย่างมีนัย
"หรือเขา้าความช่วยเหลือ" รามถาม
"ถ้าแบบนั้นก็เป็วิธีขอความช่วยเหลือที่แย่มาก ไม่ใช่แค่คนที่อยากช่วยจะเจอเขา แต่คนที่อยากฆ่าเขาก็จะเจอเขาด้วย" ทไวซ์พูด
"เขาไม่มีทางเลือก กลุ่มทหารรับจ้างที่เหลือของเขาถูกเก็บหมดแล้ว ฉันเพิ่งได้ข้อมูลนี้จากชาติเมื่อชั่วโมงก่อนนี้เอง" แสงตอบ
"สรุปคือไม่ว่าจะเป็ตัวจริงไหม หรือเขามีเหตุผลอะไร เราก็ต้องเดินเข้าไปหาเขาสินะ" สาพูด
"แล้วเราเป็ฝ่ายไหน? ฝ่ายที่ต้องช่วยเขา หรือฝ่ายที่จะฆ่าเขา" อยู่ๆ เ้าหมีก็พูดแทรกขึ้นมา ทุกคนหันไปมองหมอก ก่อนจะเปลี่ยนไปมองที่แสง
"...." ทุกคนนิ่งเงียบราวกับถูกทิ้งอยู่ในป่าช้า
"เราจะช่วยเขา เพราะเขามีข้อมูลที่สำคัญ" แสงพูดก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบเพื่อลดความตึงเครียด
"งั้นเราต้องรีบเดินทางให้เร็วที่สุด อาจต้องไปคืนนี้เลย" หมอกพูดอย่างกระตือรือร้น
"นายยังไม่ผ่านข้อตกลงที่ให้ไว้กับลุงนะหมอก" ทไวซ์เตือน
"ผมรู้... ก่อนเราจะเดินทาง ยังมีเวลาเหลืออีก 4 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นมาทำข้อตกลงให้จบกันเถอะ" หมอกพูดพร้อมกับก้มลงถอดที่ถ่วงน้ำหนักออกจากแขนและขา
ทไวซ์หันไปมองแสง แสงถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าตกลง ทไวซ์เดินไปหาเ้าหมีกับเ้านกฮูกแล้วกระซิบว่า "ไม่ต้องออมมือ ใส่เต็มที่ได้เลย" พอพูดจบทไวซ์ก็เดินไปนั่งข้างแสงและสา เ้าหมีกับเ้านกฮูกเดินออกมากลางห้องอย่างขรึมข้าม
หมอกตั้งท่ามวยไทย มันทำให้ทไวซ์ประหลาดใจนิดหน่อย เพราะหลังจากฝึก MMA มา ทไวซ์คิดว่าหมอกจะใช้สไตล์นั้น แสงเห็นท่าทีของทไวซ์เลยถามว่า "ทำไม? สองคนนั้นไม่เหมาะที่จะใช้มวยไทยสู้เหรอ" ทไวซ์ส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่เกี่ยวหรอกครับ อย่างที่ลุงรู้ พวกผมส่วนใหญ่เป็สไตล์ Street หรือมวยข้างถนน ไม่เน้นลำดับเทคนิคแต่เน้นจุดเด่นเฉพาะตัว อย่างเ้าหมีใช้แรงเข้าว่า ส่วนเ้านกฮูกเน้นความเร็ว แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ การโจมตีครั้งแรกจะรุนแรงและสำคัญที่สุด" แสงได้ยินแบบนั้นก็ปล่อยตัวสบายๆ บอกว่า "ถ้าเป็แบบนั้น ใช้มวยไทยก็ไม่เป็ไรหรอก"
ทั้งสามคนยืนนิ่งดูเชิง เ้านกฮูกพุ่งตัวเข้าไปหวังใช้ความเร็วสร้างจังหวะ แต่หมอกที่รู้ทางอยู่แล้วไม่หลบหมัดที่ชกมา แต่เขาสวนกลับเต็มแรงจนการ์ดของเ้านกฮูกกระเด็น หมอกกำลังจะเข้าไปซ้ำ แต่เ้าหมีพุ่งเข้ามาซ้อน หมอกเอี้ยวตัวหลบก่อนหมุนตัวกลับหลังใช้ส้นเท้าเตะเข้าหน้าเ้าหมีด้วยท่า **"จระเข้ฟาดหาง"** เ้าหมีเซเล็กน้อยก่อนจะพุ่งเข้าใส่ หมอกพยายามเว้นระยะเพราะรู้ดีว่าถ้าถูกจับล็อกเขาจะกลายเป็เป้านิ่งให้เ้านกฮูกโจมตีซ้ำ
ในระหว่างที่หมอกกำลังหลบเ้าหมี เ้านกฮูกก็อ้อมเข้าด้านหลัง ถ้าหมอกหลบเ้านกฮูกจะโดนเ้าหมีจับล็อก แต่ถ้าหลบเ้าหมีก็จะโดนหมัดเ้านกฮูก หมอกตัดสินใจเผชิญหน้ากับเ้านกฮูก เ้านกฮูกชกขวาใส่หน้าหมอก แต่หมอกใส่หมัดซ้ายสวนเข้าลำตัวจนเ้านกฮูกชะงักเพราะจุกจนหายใจลำบาก เ้าหมีใช้แขนขวาโคลทส์ไลน์ใส่หมอก หมอกเอี้ยวหลบออกทางซ้ายก่อนเตะต่ำเข้าข้อพับเ้าหมีจนเสียจังหวะ
เ้านกฮูกเตะกวาดพื้นด้านล่าง หมอกะโหลบแต่เพราะลอยอยู่กลางอากาศเลยโดนเ้าหมีพุ่งเอาหัวไหล่กระแทกจนกระเด็น หมอกม้วนตัวกลับหลังตั้งหลัก เ้านกฮูกไม่ปล่อยโอกาสรัวหมัดใส่หมอกและง้างหมัดกว้างเพื่อจะพังการ์ดให้ขาด จังหวะนั้นหมอกชกหมัดแย็บสวนเข้าหน้าเ้านกฮูกจนชะงักและเซถอยหลัง หมอกไม่รอช้าะโเข่าลอยใส่หน้าเ้านกฮูกจนกระเด็นหมอบไป
เ้าหมีพุ่งเข้าใส่ทันทีชกหมัดฮุคใส่หมอก หมอกก้มหลบก่อนใช้หมัดอัปเปอร์คัตคู่ **(หนุมานถวายแหวน)** ใส่ใต้คางเ้าหมีจนเซถอยหลัง หมอกรีบวิ่งะโพุ่งใช้เข่ากระแทกอกเ้าหมี ก่อนจะเปลี่ยนท่ายืนเป็มวยสากล โยกตัวเป็เลขแปดแนวนอนเพิ่มแรงเหวี่ยงแล้วปล่อยหมัด **"เดมพ์ซี่ โรล (Dempsey Roll)"** ใส่เ้าหมีไม่ยั้งจนเ้าหมีล้มลงคุกเข่า หมอกยืนหอบสั่นไปทั้งตัว เขาคิดว่าถ้าเป็คนอื่นคงหมอบไปนานแล้ว แต่เ้าหมีถึกจนล้มลงแค่คุกเข่า ส่วนเ้านกฮูกนั้นแม้จะไม่หมดสติแต่ก็สะบักสะบอมจนสู้ต่อไม่ไหว
ทุกคนตะลึงกับความสามารถที่ะเิออกมา ทไวซ์หันไปถามแสงว่า "ลุง... ที่บอกว่าใช้มวยไทยไม่มีปัญหา หมายถึงแบบนี้เหรอ" แสงเกาศีรษะตอบ "เปล่า ที่ฉันบอกไม่มีปัญหาเพราะมวยไทยเน้นโจมตีหนักและยืนได้มั่นคง ทำให้เวลาเจอคู่ต่อสู้มากกว่าหนึ่งคน จะไม่ล้มลงกับพื้นโดยไม่จำเป็" แต่ในใจแสงก็แอบคิดว่าหมอกถูกบีบจนต้องใช้มวยสากลเข้าเสริม ทไวซ์ลุกขึ้นยืนก่อนะโประกาศให้หมอกเป็ฝ่ายชนะ หมอกทิ้งตัวลงกับพื้นนอนหอบอย่างหมดแรง
มุมนักเขียน
หวังว่าตอนนี้ทุกคนจะสนุกไปกับฉากต่อสู้นะครับ ในที่สุดเราก็เดินเื่จนถึง่ที่หมอกสามารถเข้าร่วมในศึกระดับเดียวกับทไวซ์หรือแสงได้แล้ว ในตอนหน้าทั้งสามคนต้องเผชิญหน้ากับอะไร และสถานการณ์จะเลวร้ายหรือไม่ ติดตามกันได้ในตอนต่อไปนะครับ