“เ้ามนุษย์หน้าโง่ วันนี้คือวันตายของเ้า!!”กระทิงโลหิตวิ่งพุ่งชนหมายจะปลิดชีพชายหนุ่มให้ตายคาที่แต่แล้วมันก็ต้องงงงวยกับสิ่งที่หนิงเฟยหลงกระทำ
“ก็เข้ามาสิเ้ากระทิงบ้าข้ายังมีพลังที่เก็บซ่อนเอาไว้ แน่จริงเ้าก็เข้ามา ข้าจะฆ่าเ้า!!”ชายหนุ่มะโลั่นหมายอวดอ้างพลังอำนาจ ข่มขวัญเ้ากระทิง
ฟิ้ว!
.....ชายหนุ่มโคจรพลังหยวน ทำท่าจะโจมตีแต่แล้วมันก็สับขาวิ่งพวยพุ่งหนีกระทิงโลหิตอย่างไม่คิดชีวิต
กระทิงโลหิตถึงกับต้องชะลอความเร็วเมื่อเห็นการหนีของชายหนุ่มมันเองไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะวิ่งหนีได้เร็วเช่นนี้และยิ่งไม่คิดว่ามันนั้นจะหน้าด้านเช่นนี้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเ้ามนุษย์บ้า!ถ้าไม่หยุดข้าจะฆ่าเ้า!”
“แน่จริงเ้าก็ตามข้าให้ทันเสียก่อนหากทันแล้วเ้าอาจจะฆ่าข้าสำเร็จก็ได้นะ เ้าวัวน้อย”คราวนี้หนิงเฟยหลงก็ยังคงไม่เลิกที่จะกวนประสาท และยังคงเร่งฝีเท้าต่อไป
โฮก!!!!
กระทิงโลหิตโดนกวนประสาทมากก็เริ่มคลั่งสติแตกแผดเสียงร้องคำรามวิ่งตะบึงชนต้นไม้ล้มลงระเนระนาด สมุนไพรถูกเหยียบเละเทะไปหมด
“นี่สินะที่เรียกว่าวิ่งจนป่าราบ ฮ่าๆ”หนิงเฟยหลงยังคงติดตลก แต่แล้วพอมันหันกลับมามองสมุนไพรก็ต้องชะงักเกือบหยุดฝีเท้าด้วยความเสียดายและจังหวะนั้นเองก็เป็จังหวะที่กระทิงโลหิตเข้าประชิดตัวชายหนุ่มได้ทัน
ตู้ม!!!!
อั่ก....พรวดด! หนิงเฟยหลงโดนชนกระเด็นไปไกลกว่าสามสิบจั้งพุ่งชนต้นไม้และโขดหินจบแทบสลบไป กระทิงโลหิตไม่รอช้ารีบวิ่งตะบึงตรงไปยังชายหนุ่มหมายจะสังหารมันดั่งที่มันเคยลั่นวาจาไว้ไม่ปล่อยให้มีโอกาสรอดชีวิต!
“หึๆ...เ้า..วัวนี่....ช่างใจร้าย.....เสียจริง!”ชายหนุ่มกล่าวด้วยเสียงแหบพร่าคล้ายจะหมดแรง
กระทิงโลหิตได้ยินดังนั้นในใจก็เกิดความกระหยิ่มยิ้มย่อง“เ้ามนุษย์ถือว่าวันนี้เ้าดวงกุดก็แล้วกันที่ได้มาเจอสัตว์อสูรเช่นข้า”มันกล่าวพร้อมแสยะยิ้ม
“อาศัยเ้านะเหรอจะฆ่าข้าได้ตอนนี้มันยังเร็วเกินไปอีกร้อยปี!”ชายหนุ่มยังคงไม่วายที่จะกวนประสาทแม้ตนเองจะขยับตัวไม่ได้แล้วก็ตาม “แล้วเจอกันใหม่เ้า...วัว....โง่.....ตัวน้อย ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“เ้ามนุษย์น่ารังเกียจ ตาย! ตาย! ตาย!!!!” กระทิงโลหิตโกรธาถึงขีดสุดหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อสักครู่ได้เปลี่ยนเป็หน้าที่ดูแล้วเหมือนอสูรกายั์มารก็ไม่ปานความกระหายในการสังหารแผ่ซ่านออกมาอย่างสูงสุดความเร็วในการวิ่งเพิ่มขึ้นห้าเท่าตัว “ตาย!!!!!”
วืด!
“......!”กระทิงโลหิตวิ่งวนรอบบริเวณที่หนิงเฟยหลงหายตัวไปมันหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ “เ้านั่นหายไปไหนกัน โถ่เว้ยย!! อย่าให้ข้าได้เจอเ้าอีกเชียว..”กระทิงโลหิตเองก็เสียพลังไปพอสมควร ทุกการโจมตีใส่ชงหยางในคราแรกหรือแม้กระทั้งการโจมตีใส่หนิงเฟยหลงในครั้งที่สองนั้นต่างก็ทุ่มพลังในการโจมตีมันเองก็ต้องหยุดพักเพื่อฟื้นพลัง
แต่แล้วการพักฟื้นฟูพลังมันก็ต้องสิ้นสุดลงเมื่อหนิงเฟยหลงปรากฏตัวอีกครั้งในตำแหน่งเดิมแต่กลับมาด้วยสภาพที่สมบูรณ์เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังมากเสียยิ่งกว่าครั้งก่อนกระทิงโลหิตอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง!
แม้มันจะไม่ฉลาดแต่ก็ไม่ถึงกับโง่ไม่น่าเป็ไปได้ที่จะมีคนระดับกำเนิดพลังรักษาชีวิตจากการโจมตีของมันได้แม้จะโจมตีเพียงครั้งก็ตาม ก็นับว่าเป็การโจมตีของชนชั้นแดนพิภพ ที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะท้านไปทั่วแว่นแคว้นได้
“ข้าอยู่นี่แล้ว เ้าจะสู้ต่อหรือไม่?” ชายหนุ่มกล่าววาจาอย่างห้าวหาญดูเหมือนไม่หวั่นเกรงต่ออันตรายใดๆจากกระทิงโลหิตแต่ในใจกลับตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด มันในตอนนี้เข้าสู่ขั้นที่สี่ได้แล้วเืลมในกายเดือดพล่านอยากที่จะประมือเต็มทน!
หลังจากที่ได้รับาเ็มันก็รีบฟื้นฟูรักษาแผลของมันหายอย่างรวดเร็วจึงตัดสินใจที่จะเสี่ยงทะลวงขั้นด้วยการดูดซับพลังชีวิตมหาศาลเข้าไปยังร่างกายสะสมในจุดตันเถียนเปิดทะเลลมปราณของมันขยายใหญ่ขึ้นจากเดิมที่มีสภาพเป็แค่บ่อน้อยได้แปรเปลี่ยนเป็บึงน้ำแล้วทันทีที่เข้าสู่ขั้นกลางก็ได้รับรู้ถึงลมปราณมากยิ่งขึ้นมันรับรู้ได้ถึงพลังหยวนที่เข้มข้นขึ้นมันรู้สึกได้ว่าพอจะต่อกรกับเ้ากระทิงโลหิตได้แล้วจึงไม่ลังเลที่จะท้าทายสัตว์อสูรนั่น
กระทิงโลหิตไม่พูดพร่ำทำเพลงมันกระทืบเท้าวิ่งพุ่งเข้าใส่ชายหนุ่มด้วยความเกรี้ยวกราดดุจลูกะุปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกไป!
ปัง!
แต่แล้วฝีเท้าของมันก็ต้องหยุดลงตัวของมันกระเด็นไปไกลถึงสิบลี้เมื่อมีฝ่ามือหนึ่งมาัักลางศีรษะของมันบุรุษร่างใหญ่ผู้นั้นยืนนิ่งท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของหนิงเฟยหลงและองครักษ์
“ท่านพ่อ! สำเร็จแล้วหรือ?.....นี่นะหรือพลังแห่งชนชั้นพิภพ!!!!”หนิงเฟยหลงไม่รีรอที่จะถามมันตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดที่บิดาได้เข้าสู่ขอบเขตแดนพิภพแล้ว นั่นเท่ากับว่าตระกูลหนิงมีขอบเขตพิภพด้วยกันถึงสองคน! นับเป็กลุ่มขั้วอำนาจที่ทรงอำนาจมากที่สุดในแคว้นเยว่ในเวลานี้ความสามารถนั้นทัดเทียมได้กับสองตระกูลใหญ่รวมกันในเวลานี้เลยและแน่นอนว่าหนิงเฉิงจะได้ถูกรับเลือกให้เป็ผู้สืบทอดตระกูลอย่างไม่ต้องสงสัย
เดิมทีมันคิดว่าการที่มันอาศัยเพียงระดับกำเนิดพลังขั้นปลายกับเพลิงสีชาดขั้นสองก็สามารถประมือกับสัตว์อสูรขั้นห้าและขอบเขตแดนพิภพได้แล้วแต่ความคิดนี้ผิดถนัดเมื่อได้เห็นถึงพลานุภาพของฝ่ามือที่บิดาของมันปลดปล่อยออกมาแล้วมันรับรู้ได้เลยว่ายังมากเสียกว่าการทุ่มพลังทั้งหมดของมันในการต่อสู้อย่างเต็มกำลังเสียอีกความฮึกเหิมที่อยากจะต่อสู้ของมันหายไปทันที
“อืม....สำเร็จแล้ว แต่ยังไม่คุ้นชินเท่าไหร่นัก”กล่าวจบมันก็ปลดปล่อยพลังหยวนออกจากฝ่ามือพลังหยวนก่อตัวเป็ฝ่ามือขนาดั์ที่ยังมีลวดลายไม่ชัดเจนเท่าไหร่นักมองดูไปแล้วเหมือนเทือกเขาสูงทั้งห้าที่มีลักษณะตามนิ้วมือมีฐานที่มั่นคงแกร่งดุจหินผาที่ไม่อาจทลายได้มันเคลื่อนตัวอย่างช้าๆอย่างมั่นคงมุ่งไปยังกระทิงโลหิต
วิชาระดับปฐี!!!!
“ฝ่ามือทลายบรรพต!! นี่มันวิชาที่แต่ก่อนท่านพ่อมิอาจใช้มันได้นี่เหตุใดจึงใช้ออกมาได้”ฝ่ามือทลายบรรพตเดิมทีแล้วมีแค่หนิงเทียนเท่านั้นที่ฝึกฝนได้สำเร็จส่วนคนอื่นๆไม่สามารถฝึกฝนได้แม้แต่หนิงเฉิงเองที่นับว่าเป็อัจฉริยะก็ไม่สามารถฝึกฝนมันออกมาได้มันมีอานุภาพที่รุนแรงมากสมชื่อของมันหากฟาดฝ่ามือไปที่ใด ก็จะทำลายล้างที่แห่งนั้นให้ราบเป็หน้ากลอง
แม้จะเป็ูเาสูงเสียดฟ้าหนักแน่นดุจผืนปฐีก็ตามก็คงต้องพังทลายลงวิชานี้มีด้วยกันห้าขั้นหนิงเทียนและหนิงเฉิงยังคงฝึกถึงเพียงแค่ขั้นหนึ่งเท่านั้นในอดีตมีเพียงบรรพชนผู้ก่อตั้งตระกูลหนิงเท่านั้นที่ลุได้ถึงขั้นที่สามแต่ก็เพียงพอให้เขย่าทำลายทวีปหนานโจวแห่งนี้ได้แล้วที่มาของวิชานี้ไม่ทราบว่ามาจากที่ใดบรรพชนตระกูลหนิงได้ไปพบเจอโดยบังเอิญก็เท่านั้นที่ทราบความต่อๆกันมา
การเคลื่อนไปของฝ่ามือนั้นสะกดการเคลื่อนไหวของกระทิงโลหิตมันไม่สามารถที่จะขยับตัวได้เลยแรงกดดันจากฝ่ามือนี้มากเกินกว่ากำลังของมันจะรับไหวถึงแม้มันจะเป็สัตว์อสูรระดับห้าที่ถือว่าเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแดนพิภพก็ตาม
เพียงปรากฏออกมาก็ทำให้จิตใจของมันต้องสะท้าน! ไม่เพียงก้าวหนีไม่ได้แม้การหายใจดังฟึดฟัดของมันก็ได้หายไปคงเหลือไว้แต่ความกลัวที่รุมล้อมเข้ามาขาของมันสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนในชีวิต
แต่แล้วการโจมตีนั้นก็หยุดลง“ท่านพ่อไว้ชีวิตวัวน้อยนี่ได้หรือไม่ ลูกอยากได้มันเป็สัตว์พิทักษ์ขอรับ”
“ได้ เพียงแต่มันมีระดับพลังเหนือล้ำกว่าเ้าเ้าจะควบคุมมันได้อย่างไร?” หนิงเฉิงรู้ดีว่าหากปล่อยให้บุตรของตนควบคุมสัตว์ที่มีพลังสูงกว่าย่อมต้องเกิดอันตรายขึ้น
“เื่นี้ไม่ยากลูกเคยอ่านเจอในม้วนหนังสือประวัติศาสตร์ว่ามีศาสตร์ที่เอาไว้ควบคุมสัตว์อสูรอย่างเบ็ดเสร็จได้ซึ่งลูกก็ได้ศึกษามันแล้วขอเพียงท่านพ่อช่วยให้มันอยู่นิ่งๆให้ลูกเชื่อมจิตของมันเข้ากับลูกก็พอสิ่งที่ต้องใช้คือเืของทั้งสองและเศษเสี่ยวดวงจิตของสัตว์อสูร”
หนิงเฉิงเดินไปข้างหน้าเพียงก้าวก็ลุถึงตัวกระทิงโลหิตจัดการกรีดเนื้อของมันให้เืออก และใช้พลังสะกดให้มันอยู่นิ่ง“เ้าจะทำสิ่งใดก็รีบทำเข้า!”