จักรพรรดิแห่งการทำลายหลินหมิงลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ด้วยการเตะเพียงครั้งเดียวของเฟยหรงมันหนักเสียยิ่งกว่าต้องรับลูกเตะของราชันเทวะสิบคนด้วยกันเสียอีก อีกทั้งในเวลานี้มันยังรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก แต่ทว่าแววตาของมันกลับมองไปที่เฟยหรงด้วยความสงสัย เนื่องจากเขาคาดเดาพลังของชายคนนี้ไม่ออกเลยแม้แต่น้อย และด้วยที่ตนผ่านศึกมามากเขาสามารถบอกได้เลยว่าชายคนนี้นั้นแข็งแกร่งกว่าเขาเป็นไหนๆ
"เจ้าเป็นใคร?เหตุใดถึงต้องมายุ่งเรื่องของพวกเรา!"หลินหมิงกล่าวถามพร้อมกับปาดเลือดที่ติดอยู่มุมปากของตน
"เป็นใคร? ข้าว่าข้าบอกไปแล้วนะว่าข้าเป็นสามีของพวกนาง การที่เจ้าจะฆ่านางเช่นนี้ดูเหมือนว่าตัวเองก็เตรียมใจที่จะตายแล้วสินะ!!"น้ำเสียงของเฟยหรงเยือกเย้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะที่เขาหันไปคุยกับหลินหมิงนั้นเองเฟยอู่หยางและเฟยอู่เทียนก็พลันพุ่งเข้ามาพร้อมกับหอกเปลวเพลิงทมิฬและใบมิดมิติของพวกเขาอีกครั้ง เฟยหรงเพียงแค่ดีดนิ้วโดยพลันลมปราณทั้งสองอย่างพลันหายไปจากมือของทั้งสองราวกับมันไม่เคยมีมาก่อน
"เป็นไปไม่ได้!!" เสียงอุทานของทั้งสองดังขึ้นมาพร้อมกัน เฟยหรงหันกลับไปหนึ่งฝ่ามืออัดกระแทกไปที่เฟยอู่หยาง ส่วนอีกหนึ่งลูกเตะอัดไปที่ชายโครงของเฟยอู่เทียนอย่างจังจนกระเด็นทะลุภูเขาไปและกระอักเลือดออกมาคำโต
การโจมตีของชายหนุ่มไม่มีปราณีพวกเขาเลยแม้แต่น้อย แม้จะแซ่เฟยเหมือนกันก็ตามหากกล่าวกันตามจริงแม้หนึ่งในนั้นจะเป็นทวดของเขาจริงๆเฟยหรงก็หาได้ใส่ใจไม่ คนที่ไล่ทั้งปู่และพ่อของเขาออกมาจากตระกูลยังจะหลงเหลืออะไรให้เขานับถืออีก
"ดาบมังกรแห่งการทำลายล้าง!"หลินหมิงอาศัยจังหวะที่เฟยหรงหันหลังให้ฟาดดาบสีแดงใหญ่เข้าใส่เฟยหรงในทันทีเวลานี้ในใจคิดไว้ว่าจะต้องฆ่าเฟยหรงได้อย่างแน่นอน
"เพล้ง!"
เสียงการปะทะกันดังขึ้นกึงก้องแววตาของหลินหมิงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเนื่องจากทักษะดาบมังกรแห่งการทำลายล้างระดับนิพพานของเขา ถูกชายหนุ่มหยุดไว้ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียวเท่านั้น ทั้งยังหันหลังให้กับเขาอีกต่างหาก
"อ่อนหัด ลมปราณของมังกรสามกงเล็บระดับกลางกลับกล้าใช้มันต่อหน้าข้า"ลมปราณสีทองแผ่พุ่งออกมาจากตัวชายหนุ่มไม่ขาดสาย หลินหมิงหรือจักรพรรดิทำลายล่างตะลึงงันในใจ สิ่งที่อยู่เบื้องหน้านี้ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร
มันคือลมปราณมังกรที่บริสุทธิ์กว่าของเขามาก อีกทั้งยังมีชนชั้นสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเหตุใดชายที่มีลมปราณมังกรระดับนี้ถึงได้ปรากฏตัวอยู่ที่นี่ได้
'แบบนี้แย่แน่มรดกมังกรมารแห่งการลำลายล้างของข้าเพียงแค่มังกรสามกงเล็บเท่านั้น มันจะไปเทียบลมปราณของชายคนนี้ได้อย่างไร'หลินหมิงแทบจะหมดกำลังใจในการต่อสู้ในทันที ในเวลานี้แม้แต่เฟยอู่หยางและเฟยอู่เทียนที่ทำท่าทีหยิ่งผยองอยู่เมื่อครู่ก็อดไม่ได้ที่จะคุกเข่าออกมา
ส่วนสองสามีภรรยาตระกูลหวังในตอนนี้ไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะหลบหนีมังกรผนึกจันทราได้อีกต่อไป พร้อมกับโดนมังกรนั้นรัดเอาไว้และถูกช่วงชิงทุกประสาทสัมผัสไปและไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นในเวลานี้
สุดท้ายคือทางด้านของจ้าวหลานการสู้ข้ามขั้นทั้งยังโดนลุมเช่นนี้ทำให้นางรับประสาทสัมผัสได้เฉียบคมยิ่งขึ้นอีกทั้งยังก้าวเข้าสู้ระดับแก่นแท้กระบี่ได้สำเร็จและสร้างกระบี่ลมปราณได้ทั้งหมดสามเล่มด้วยกัน และด้วยพรสวรรค์แห่งมือกระบี่นางได้ฟันแขนขาของสองพี่น้องตระกูลโจวออกไปจนหมดและทำให้พวกมันต้องฆ่าตัวตายด้วยการระเบิดตัวเองไปตามๆกันเนื่องจากมันนั้นไม่สามารถทนอยุ่อย่างอัปยศเช่นนี้ได้
สถานการณ์โดยรวมไปนับว่าทางฝั่งของเฟยหรงได้เปรียบทุกประการ แต่ทว่าดูเหมือนว่าการต่อสู้นั้นมันจะยังไม่จบแต่อย่างใด เฟยหรงหันหน้าไปทางฝั่งตรงข้ามกับเมืองในทันใดวิหคขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นพร้อมด้วยชายสองคนที่ดูหล่อเหล่าไม่น้อยกำลังมาทางนี้
"จักรพรรดิเทวะขั้นต้น ทวีประดับสูงก็มีหรือ"เฟยหรงกล่าวด้วยความประหลาดใจ ไม่เพียงแต่ราชันเทวะแต่นี่กลับมีถึงจักรพรรดิเทวะการพัฒนาของทวีประดับสูงนี้เหนือความคาดหมายของเขาจริงๆมรดกที่พวกเขาได้มาแม้จะไม่ได้ทรงพลังมากแต่ก็ทำให้พวกเขาได้พัฒนากันอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว
"ท่านพ่อ ท่านอาจารย์!!"หลินหมิงตะโกนลั่นด้วยความดีใจ ชายหนุ่มทั้งสองค่อยๆลอยลงมาด้านล่างมือทั้งสองไขว่หลังดูแล้วดูองอาจไม่น้อย
"หมิงเอ๋อ ใครทำเจ้า"หนึ่งในชายสองคนที่มีนามหลินจงกล่าวถาม เขาคือพ่อแท้ๆของหลินหมิงนั่นเอง
"ท่านพ่อเป็นมัน!!"หลินหมิงชี้ไปทางเฟยหรง ทำให้ชายหนุ่มหัวเราะออกมา "นี่หรือจักรพรรดิทำลายล้าง ที่แท้ก็เด็กขี้แยที่พอสู้ไม่ได้ก็เอาไปฟ้องพ่อแม่นี่เอง"
เฟยหรงกล่าวประชดประชันหลินจงได้ยินดังนั้นความโกรธก็พลันแผ่พุ่งในทันที การเคลื่อนไหวร่างกายประดุจหายไปในพริบตาไม่ช้าก็มาอยู่ด้านหน้าของเฟยหรงพร้อมด้วยปล่อยหมัดที่ห่อหุ้มพลังปราณลงไป เฟยหรงเมื่อเห้นดังนั้นก็ไม่ได้ตกใจอะไรเขาเพียงใช้นิ้วของตัวเองที่คล้ายจะคล้ายกับกลายเป็นกรงเล็บมังกรเข้าป้องกัน
"ฉึก!!"
ทันใดนั้นหมัดที่หอหุ้มปราณก็พลันถูกเล็บของมังกรแทงเข้าไปจนมิด เฟยหรงงอกรงเล็บปละกระชากอย่างรุนแรงในทันทีระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลางกลายเป็นแผลที่ไม่น่าดูชมเท่าไรนัก
"ต่อไปตาข้า"เฟยหรงสบัดเลือดออกจากนิ้วและซัดหมัดเข้าไปที่ใบหน้าของหลินลงรวดเร็วประดุจสายฟ้า แค่เพียงชั่วพริบตาร่างกายของเขาก็กระเด็นไปเกือบสิบจั้งพร้อมกับเลือดที่เต็มปาก
"ไม่คิดว่าจะทำทานขนาดนี้กะว่าจะเอาอีกสักสองซี่"เฟยหรงกล่าวอย่างขบขัน แน่นอนที่เขาหมายถึงคือฟันในปีกอีกอีกฝ่าย และนั่นยิ่งไปทำให้หลินจงโกรธมันมายกใหญ่ การโจมตีครั้งต่อไปของมันเต็มไปด้วยความร้อนแรงประดุจดวงตะวันฉายอยู่กลางฟ้า
"หมัดสุริยันผลาญภพ"ทักษะนี้รุนแรงที่สุดแล้วที่เคยเจอมา หากว่าอีกฝ่ายเป็นจักรพรรดิเทวะธรรมดาเกรงว่าจะไม่สามารถทนต่อความร้อนแรงนี้ได้เป็นแน่แท้
'ช่างน่าเสียดายเป็นเป็นเปลวเพลิง'เฟยหรงอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว ปราณหมัดที่ร้อนแรงเมื่อมาถึงตัวเขามันก็หายไปราวกับไม่เคยมีแน่นอนเมื่อเป็นเปลวเพลิงมันจะทำร้ายนายของมันได้อย่างไร และยิ่งเป็นพระเจ้าแห่งเปลวอย่างบัลลังก์์ราชันด้วยยิ่งแล้วใหญ่ไม่ว่าไฟอะไรในจักรวาลนี้ล้วนแต่ต้องยอมสยบ
"อะไร!!"เมื่อเห็นทักาะโจมตีที่รุนแรงของตนหายไปต่อหน้าต่อตา หลินจงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงก่อนที่ร่างของมันจะรู้สึกจุกบริเวณกลางลำตัวพร้อมกับร่างกายของมันที่ปลิวอย่างเยี่ยงว่าวที่สานป่านขาดสบั้น สิ่งที่โดนไปนั้นคือหมัดของเฟยหรงที่ได้ไม่แบบอัดพลังปราณเข้าไปแต่อย่างใด
"ท่านพ่อ!!"หลินหมิงอุทานขึ้นมาในทันใดเวลานี้ พ่อของมันติดอยู่กับภูเขาเป็นที่เรียบร้อย
"บุกรุกต้องตาย คิดสังหารครอบครัวข้าต้องตาย คิดเป็นศัตรูกับข้าก็ล้วนต้องตาย สิ่งนี้คือสัจธรรมต้องการที่จะฆ่าก็ต้องเตรียมใจที่จะโดนข้าเช่นกัน"เฟยหรงกล่าวเช่นนั้นเขาก็พุ่งทะยานไปที่หลินจงพร้อมกับหมัดของเขา แต่ทว่าทันใดนั้นเองม่านพลังปราณสิบชั้นได้มาป้องกันเขาเอาไว้
เฟยหรงสามารถทำลายได้เพียงเก้าชั้นเท่านั้นส่วนอีกชั้นหนึ่งเพียงแค่แตกร้าวแน่นอนมันเป็นเพียงแค่พลังกายของเฟยหรงเท่านั้นไม่ได้มีพลังปราณและพลังวิญญานมาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าหนุ่ม หยุดเถอะแล้วพวกเราจะจากไปแต่โดยดี"ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ของหลินหมิงกล่าวขึ้นด้วยท่าทางสงบนิ่ง เขามีนามว่าเฟยอู่หลินเป็นบรรพชนที่เก่าแก่ที่สุดในตระกูลเฟย
"เหอะ หากวันนี้พวกข้าเสียเปรียบเกรงว่าคำพูดนี้จะไม่ได้ออกจากปากของท่าน ไม่คิดหรือว่าคำพูดนั้นมันช่างเห็นแก่ตัว"เฟยหรงกล่าวอย่างเย็นชา ลมปราณของเขาแผ่พุ่งขึ้นสู่ฟ้าและเปิดเผยระดับพลังของเขาในทันที และนี่ทำให้หลินลงและเฟยอู่หลินถึงกับนิ่งอึ้งในทันทีใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
"จะ จักรพรรดิเทวะขั้นกลาง"หลินจงกล่าวพร้อมกับเอาตัวเองออกมาจากภูเขา ในเวลานี้สีหน้าพลันดูเหม่อลอยอย่างช่วยไม่ได้ เห็นได้ชัดเลยว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้เอาจริงด้วยซ้ำ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าตัวมันจะรับไม่ได้แม้แต่การโจมตีเดียวเป็นแน่แท้