ทันทีที่มาวินก้าวเข้ามา เด็กหนุ่มก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งกาย คล้ายเดินผ่านสายน้ำที่เชี่ยวกราก เพียงแต่ยังหายใจได้และไม่รู้สึกถึงความเปียกชื้น ถึงกระนั้น ดวงตาก็ยังปิดลงตามสัญชาตญาณ
พอพ้นคลื่นน้ำ สิ่งแรกที่ััได้คือสายลมอ่อนที่ปะทะใบหน้า เด็กหนุ่มจึงค่อยๆลืมตา และในวินาทีต่อมา เขาก็ต้องอุทานดังด้วยความใ
“ ว้าว นี่มันอะไรเนี่ย อลังการงานสร้างชัดๆ ”
สิ่งที่เห็นคือภาพเมืองกว้างขวาง อันประกอบไปด้วยบ้านเรือนมากมาย ส่วนใหญ่เป็บ้านชั้นเดียวทรงสี่เหลี่ยม หลังคาแหลม ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา พวกเขาล้วนแต่งตัวประหลาดและหลากหลาย มีทั้งแนวชาวบ้านยุคกลาง กิมิโนแบบญี่ปุ่น บ้างก็แต่งชุดตัวตลก แต่กว่า90เปอร์เซ็นต์ล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เด็กหนุ่มพบในโหมดสร้างตัวละคร
“นี่เราอยู่ในเกมจริงๆหรือ ” มาวินพูดกับตัวเอง พลางเดินไปตามถนนหินที่ปูไว้โดยรอบ
มาวินเดินไปเดินมาได้ไม่นาน ก็พบว่าที่นี่วุ่นวายไม่แพ้เมืองใหญ่ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านขายของ โรงแรม ร้านเหล้าให้บริการ ไม่ผิดไปจากโลกที่เขาอยู่อาศัย จะแตกต่างก็เพียงสไตค์การแต่งตัวและสภาพสิ่งปลูกสร้างที่ออกไปในแนวแฟนตาซี
หลังสำรวจเมืองอยู่พักหนึ่ง มาวินก็สังเกตเห็นบางอย่าง นั่นก็คือคนที่แต่งชุดแนวเดียวกับเขา ส่วนใหญ่จะเป็เด็กที่มีอายุเฉลี่ยราวๆ8-13 ปี นานๆจะเจอคนรุ่นเดียวกัน ที่สำคัญตรงข้อมือของทุกคนจะมีนาฬิกาสปอร์ตที่ดูคล้าย G SHOCK หลากสีสันประดับอยู่ ทว่าเด็กหนุ่มไม่ใส่ใจเื่นี้
“อืม เดินเที่ยวเมืองมาตั้งนาน ชักอยากออกแรงแล้วสิ แวบไปตีมอนสเตอร์ดีกว่า”เด็กหนุ่มบิดกายไปมา เพื่อคลายอาการเมื่อยขบ
มาวินเร่งฝีเท้าไปที่หน้าประตูเมือง เพื่อออกไปตีมอนสเตอร์ ไม่นานก็ถึงจุดหมาย ประตูทางเข้าดังกล่าวทำมาจากท่อนซุงขนาดสองคนโอบจำนวนหกท่อน มีเชือกใหญ่ผูกมัดให้รวมเป็หนึ่งเดียว ผู้รักษาทวารคือทหารใส่เกราะหนังสีดำสองนาย พวกเขาถือหอกยาวบนศีรษะสวมหมวกเหล็กทรงกลม ใบหน้าฉายแววจริงจัง
ทีแรกมาวินไม่ใส่ใจทหารทั้งสอง เพราะในขณะที่ผู้คนเดินผ่านเข้าออก พวกเขาได้แต่ยืนเฉย แต่ในทันทีที่เด็กหนุ่มกำลังจะก้าวพ้นประตู หนึ่งในนั้นก็ตวาดใส่อย่างดุดัน
“เฮ้ย ไอ้หนูหัวเขียว นายยังออกนอกเมืองไม่ได้ รีบไปลงทะเบียนกับNPC ประจำอาชีพ และรับนาฬิกาประจำตัวก่อน”
“เฮ้ ทีคนอื่นยังผ่านได้เลย แล้วทำไมชั้นถึงออกไม่ได้ อีกอย่าง NPCที่ว่านั่น อยู่ที่ไหนฟะ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวโวยกลับ เพราะหงุดหงิดที่ถูกทหารยามตะคอกใส่
“ไม่ต้องพูดมาก ถ้าไม่ลงทะเบียนกับรับนาฬิกา อย่าได้ก้าวออกนอกเมือง ถ้าคิดฝ่าฝืน เจอดีแน่ ” ทหารเฝ้าประตูไม่พูดเปล่า มือทั้งสองเริ่มกระชับหอกคมในท่าเตรียมแทง
“ฮะๆ โอเค ไม่ออกก็ไม่ออก”เมื่อเห็นท่าทางเอาจริงของทหารเฝ้าประตู เด็กหนุ่มก็ยอมแพ้
มาวินรีบถอยฉากออกมา เพราะถ้ายังชักช้า อาจทำให้เขาไส้ไหล ขณะที่ยังหันซ้ายแลขวา เพราะไม่รู้จะไปไหน ก็มีเด็กหนุ่มรุ่นน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาหา
เด็กหนุ่มผู้นั้นอายุราวๆ 15 ปี ใบหน้าอวบอูม ดวงตาเล็กหยีถูกบดบังด้วยแว่นทรงกลมแนวเด็กเรียน ร่างอ้วนเตี้ยถูกซ่อนในเสื้อคลุมยาวสีขาว อันเป็สไตค์เดียวกับชุดสุดเห่ยที่เจอในโหมดสร้างตัวละคร
“ไง พี่ชาย ”เด็กหนุ่มร่างอ้วนร้องทัก ใบหน้ายิ้มแย้ม
มาวินมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาเคลือบแคลง เขารู้สึกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้คล้ายใครบางคนที่เคยรู้จัก หลังจากเค้นสมองอยู่ครู่หนึ่ง ก็นึกออก
“เฮ้ย นั่นมัน…..ไอ้ตุ้ยนุ้ยนี่หว่า ”
“ เอ๊ะ ใครคือตุ้ยนุ้ยเหรอครับ”เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยตีหน้างง
“ก็นายไงเล่า นี่คิดจะเล่นตลกอะไรฟะ ไอ้ตุ้ยนุ้ย ”มาวินเริ่มหัวเสีย เขาเข้าใจว่าตุ้ยนุ้ยแกล้งจำชื่อตัวเองไม่ได้ เพื่อทำให้เสียศูนย์
“พี่คงจำคนผิด ผมชื่อ “เอเรียล” แล้วเราเพิ่งเจอกันครั้งแรก ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนแนะนำตัว นับว่าเป็นามกรที่ดูหล่อเหลา ผิดกับลุคจริงของเ้าตัว ราวฟ้ากับดิน
“หน็อย ไอ้อ้วน นี่แกกล้าอำชั้นถึงขนาดนี้เลยเหรอ นี่แน่ะ”มาวินโกรธจนควันออกหู จึงะโเตะแก้มก้นของเด็กหนุ่มร่างอ้วนไปสองที
“โอ๊ย เตะผมทำไมครับ”เด็กร่างอ้วนรีบขยับก้นใหญ่ๆหนี ปากก็ร้องะโด้วยความเ็ป
“ก็นายแกล้งอำชั้นไม่เลิกนี่หว่า หยุดเล่นได้แล้วโว้ย ไอ้ตุ้ยนุ้ย”มาวินคำราม และทำท่าจะตามไปเตะตูดอีกหลายที
“เปล่าๆ ผมไม่ได้อำ งั้นดูให้ดี นี่คือหลักฐานยืนยันว่าผมชื่อเอเรียลจริงๆ”เด็กหนุ่มร่างอ้วนรีบแจง พร้อมกดปุ่มที่นาฬิกาข้อมือ
ทันใดนั้นเอง แผงประวัติของเด็กหนุ่มร่างอ้วนก็ปรากฏขึ้นมาที่กลางอากาศ มันเป็ตัวอักษรโฮโลแกรมสามมิติที่แสนไฮเทค ทำให้มาวินถึงกับอ้าปากค้าง
"นะ นี่มัน"
เอเรียลมองคู่สนทนา สีหน้างุนงง คล้ายเห็นตัวประหลาดอยู่ตรงหน้า เนื่องจากทุกคนบนโลกTheDark World ล้วนรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร จึงย้อนถาม
"ถามจริงเถอะ พี่ไม่รู้จักสิ่งนี้จริงเหรอ"
ทันทีที่ได้ยิน มาวินก็ชะงักงัน ทว่าเขาก็ไม่ยอมเสียเหลี่ยมให้ผู้คนมองว่าโง่เง่าโดยง่าย จึงแสร้งทำเป็รู้ พร้อมหัวเราะกลบเกลื่อน
"ฮะ ฮะ ฮะ ของแค่นี้ ใครจะไม่รู้จักเล่า"
"ฮะ ฮะ นั่นสินะ ผมนึกว่าพี่ไม่รู้จริงๆซะอีก " เอเรียลหัวเราะบ้าง เพราะเชื่อแล้วว่ามาวินคงแกล้งอำเล่น
แม้ในใจของมาวินจะงงงวยกับโฮโลแกรมที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่พอสำรวจอย่างละเอียด ก็พบว่ามันคือประวัติโดยย่อและค่าพลังของคนๆหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็ของเด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยตรงหน้า รายละเอียดมีดังนี้
ชื่อ เอเรียล อัลฟาซี่ เพศ ชาย อาชีพ นักศึกษาชั้นต้น
LV 3
พลังชีวิต 28/30 กำลัง 3 โชค 7
พลังกาย 6/6 ความเร็ว 2 ปัญญา 13
พลังเวท 70/70 ทนทาน 3 ทักษะ 25
ประสบการณ์ 11/25 ค่าสเตตัสคงเหลือ 0
"นี่คือชื่อและค่าพลังของนาย ใช่มั้ย"มาวินถามย้ำอีกครั้ง เป็เหตุให้เอเรียลหันมามองแบบงงๆ เพราะคำถามดังกล่าวเป็อะไรที่ประสาทสุดๆ กระนั้นเขาก็ยอมตอบ เพื่อรักษามารยาท
"อ่า ใช่ครับ นี่คือค่าพลังของผม มันถูกบันทึกไว้ในนาฬิกาประจำตัว"
“เออ นายชื่อเอเรียลจริงๆด้วย เหอๆ โทษทีนะที่เตะนาย พอดีชั้นจำคนผิดน่ะ”เด็กหนุ่มก้มหัวขอโทษ ในใจคิดว่าหมอนี่น่าจะไม่โกหก เพราะตุ้ยนุ้ยไม่มี ”แว่นส่งจิต” จึงไม่น่าเข้ามาในเกมนี้ได้
“ฮะๆ ไม่เป็ไรครับ ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ”เอเรียลหัวเราะแหยๆ
แม้ประเด็นถกเถียงจะจบลง แต่มาวินยังไม่วายแคลงใจในค่าพลัง จึงออกปากวิจารณ์ตรงๆตามสไตค์ของคนที่มีสุนัขอยู่ในปาก
“ อืม เท่าที่ดูข้อมูล ชั้นคิดว่าค่าพลังมันดูกากๆนะ ท่าทางนายคงจะโคตรอ่อน”
“โธ่ พี่ ก็ผมเพิ่งลงทะเบียนได้อาทิตย์เดียว ่นี้ได้แต่นั่งปรุงยาเก็บค่าประสบการณ์ ยังไม่เคยออกไปสู้จริง เลยกะว่าจะหาทีมไปตีมอนสเตอร์นอกเมือง เผื่อเลเวลจะขึ้นมาบ้าง ” เด็กหนุ่มร่างอ้วนแจง พร้อมส่งสายตาวิงวอน
มาวินอ่านความนัยที่ซ่อนในดวงตาออก แต่ก็จนด้วยเกล้า เพราะยังออกนอกเมืองไม่ได้เด็กหนุ่มจึงทำได้แค่นิ่งเงียบ ไม่นาน เอเรียลก็เริ่มเสนอตัว
“ ว่าแต่พี่จะไปลงทะเบียนกับNPC ประจำอาชีพรึเปล่าครับ เดี๋ยวผมพาพี่ไปก็ได้ ”
“เฮ้อ โอเค พาไปได้เลย ไอ้น้อง ” มาวินถอนหายใจแรง ท่าทางเกมนี้คงยุ่งยากกว่าที่คิด ระหว่างที่เอเรียลทำหน้าที่มัคคุเทศก์ เขาก็เริ่มอธิบายกฎการใช้ชีวิตในโลก The DarkWorld อันสรุปได้ดังนี้
เมื่อทุกคนอายุได้ 8 ปีขึ้นไป ต้องเดินทางมาลงทะเบียนกับ NPC ประจำอาชีพที่เมืองนี้ จึงจะถือว่าเป็ประชากรโดยสมบูรณ์ หลังจากนั้น จะได้รับนาฬิกาจิติญญา สิ่งนี้สามารถตรวจสอบระดับพลังด้านต่างๆ ชื่อ อายุ เพศและอาชีพของเ้าของ วิธีใช้งานก็แสนง่าย เพราะทั้งเรือนมีแค่สองปุ่มให้กด ปุ่มแดงใช้ดูค่าพลัง ปุ่มดำใช้เปิดปิดระบบการทำงาน ส่วนการเลื่อนดูเมนูต่างๆ สามารถใช้นิ้วปัดบนหน้าต่างโฮโลแกรมแบบเดียวกับหน้าจอทัชสกีน
เอเรียลพามาวินมายังจุดลงทะเบียน สถานที่นั้นดูสภาพคล้ายสำนักวิทยายุทธ์ ทางขึ้นเป็บันไดหินอ่อนที่ทอดยาวประมาณ10 ขั้น ประตูทางเข้าทำจากเหล็กทาสีแดง ซึ่งสูงประมาณ5 เมตร ด้านหน้ามีโต๊ะใหญ่ที่ทำด้วยหยกตั้งอยู่
บุคคลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ราคาแพงคือชายร่างใหญ่ในชุดเกราะจีนโบราณ มีวัยรุ่นชายหญิงที่แต่งตัวคล้ายมาวินยืนเข้าคิวอยู่ยาวเหยียด เพื่อกรอกข้อมูลบนกระดาษ พอทุกอย่างเสร็จสรรพ ทุกคนก็ได้รับนาฬิกาจิติญญา
“โอเค ถึงแล้ว พี่ชายไปลงทะเบียนกับคนนั้นเลย เขาคือNPCประจำอาชีพ ” เอเรียลชี้ไปที่ชายร่างใหญ่ที่ใส่ชุดเกราะ
“ขอบใจมาก พวก แล้วเจอกัน”มาวินกล่าวขอบคุณ พร้อมโบกมือลา
“เดี๋ยวก่อนครับ ผมอยากรบกวนอย่างหนึ่ง ไม่ทราบว่าพี่จะกรุณามั้ย”เอเรียลถูมือไปมา ท่าทางเกรงใจ
“ เอ้า ว่ามา ช่วยได้ก็จะช่วย ถือว่าตอบแทนที่นายพามาส่ง ” เด็กหนุ่มตอบกลับ แต่ในใจพอรู้แล้วว่าเอเรียล้าอะไร
“ หลังลงทะเบียนเสร็จ ผมอยากร่วมทีมออกไปตีมอนสเตอร์ ” เอเรียลกัดฟันบอก เขาลุ้นจนตัวโก่ง
“อ้อ เื่แค่นี้เอง ก็เอาดิ เล่นคนเดียวเบื่อจะตาย มีเพื่อนร่วมทีม น่าจะสนุกกว่า ”มาวินตอบเรียบๆ ปากแย้มยิ้มเล็กน้อย
“โอ้………” ทันใดนั้นเอง เอเรียลก็เกิดอาการสติแตก ร่างอ้วนเตี้ยเริ่มสั่นเทิ้ม น้ำตาสีใสปริ่มลงมาที่ขอบตา
“เฮ้ย นายเป็อะไร ” มาวินถามไถ่ด้วยความเป็ห่วง แต่สองเท้ากลับถอยหนี เพราะนึกระแวงต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ทันใดนั้นเอง เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยก็โถมเข้ามาะโกอดเต็มแรงจนแทบทำให้ทั้งคู่ล้มทั้งยืน น้ำใสๆจากดวงตาเล็กหยีร่วงหล่นลงมาบนตัวของมาวินอย่างเนืองนอง เพราะเขากำลังร้องโฮจนสุดเสียง
“โฮ ฮือ พะๆ ซู้ด.... พี่รู้มั้ย ผะ ผมเดินหาเพื่อนร่วมทีมมะๆ ซิกๆ มาตั้งสามวันแล้ว ซิกๆ ก็มีพะ พี่นี่แหละที่รับผมเข้าทีม”เอเรียลพูดไป ก็สะอื้นไป ใบหน้าอวบอูมราวหมูน้อยเปรอะเปื้อนไปด้วยขี้มูกและคราบน้ำตา ชวนให้เวทนาและน่าขยะแขยงในเวลาเดียวกัน
“เอ่อ ดีใจด้วยนะ ไอ้น้อง แต่ถามจริง อาชีพของนายมันกากถึงขั้นไม่มีใครอยากร่วมทีมเลยเหรอ”มาวินพยายามผลักไส เพราะกลัวภัยจากคราบน้ำลายและขี้มูก ในใจเริ่มคิดแล้วว่าการรับปากร่วมทีมกับหมอนี่ อาจเป็ความผิดพลาดก็ได้
“ คะ ครับ ซิกๆ พี่ลองคิดดูนะ ผะ ผมทำได้แค่ปรุงยาเท่านั้นเอง ซิกๆ สู้ก็ไม่เป็ ใช้อาวุธก็ไม่ได้ ซิกๆ ละ แล้วใครที่ไหน จะอยากร่วมทีมดะ ซิกๆ ด้วย”เอเรียลชี้แจงซื่อๆ พร้อมส่งเสียงสะอื้นอย่างน่าสังเวช
“เออๆ รู้แล้ว เดี๋ยวเราร่วมทีมกันก็ได้ ” เด็กหนุ่มเกาหัวแกรกๆ ในใจคิดว่าเอาก็เอาวะ ร่วมทีมกับมันซักพัก แล้วค่อยออกจากเกม ถือว่าเล่นขำๆ
“ครับๆ ผมรอพี่ตรงนี้นะ ”เอเรียลยืนรอ ดวงตาเล็กหยีเปล่งประกายซึ้งใจ
“เหอๆ แล้วเจอกัน”มาวินหัวเราะแห้งๆ จากนั้นก็เดินไปต่อแถวที่ยาวเหยียด
“เดี๋ยวก่อนครับ ” เอเรียลร้องทักอีก
“ หือ ว่าไง ” มาวินหันกลับมาถาม
เอเรียลล้วงเข้าไปในอกเสื้อ เพื่อหยิบหลอดแก้วสีแดงจำนวนห้าขวด และหลอดแก้วสีน้ำเงินจำนวนสามขวดออกมา จากนั้นก็ส่งให้มาวิน
“อะไรเนี่ย เ้าอ้วน”มาวินถามงงๆ
“หลอดสีแดงคือยารักษาอาการาเ็ ส่วนหลอดสีน้ำเงินคือยาฟื้นฟูพลังกาย ผมเป็คนปรุงเอง พี่เก็บไว้ใช้เถอะครับ ”
“เออ ขอบใจมาก ไอ้น้อง ”มาวินเก็บขวดยาไว้ในกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็เดินไปต่อแถว เพื่อลงทะเบียนกับ NPC
............................
เวลาผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมง มาวินก็เดินกลับมาหาเอเรียล สีหน้าดูมุ่ยๆ ท่าทางบ่งบอกว่าเซ็งสุดขีด เด็กหนุ่มร่างอ้วนจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“มีปัญหาอะไรรึเปล่า พี่ชาย”
“ อืม มีดิ มีเยอะเลย ไอ้ั์ใส่ชุดเกราะบอกว่ามันเป็ NPC สายนักสู้ ชั้นไม่ได้อยู่ในอาชีพนี้ เลยลงทะเบียนไม่ได้ ” มาวินแจงเสียงขุ่น ท่าทางหงุดหงิด
“อ้าว ไม่ได้เป็นักสู้หรอกเหรอ เพราะหน่วยก้านของพี่เหมาะกับสายนี้มาก อย่าบอกนะว่าเป็ชาวบ้าน ดูไม่เหมือนเลย แต่ถ้าเป็นักศึกษา พี่น่าจะถนัดเวทมนตร์สายโจมตี ว้า แย่จัง ผมดันลืมเอายาฟื้นพลังเวทมาซะด้วย บลาๆ ” เอเรียลพล่ามไปเรื่อย แน่นอนว่ามาวินเข้าใจในสิ่งที่พูดได้ไม่หมด เพราะตอนที่อยู่บนโลก เขาแทบไม่เคยเล่นเกมแนวเก็บเลเวลเลย
“ว่าแต่พี่ทำอาชีพอะไร ผมจะได้พาไปลงทะเบียนให้ถูกจุด”หลังจากเอเรียลเริ่มเบื่อกับการคาดเดา เขาก็เอ่ยถามตรงๆ
“ชั้นคือพวกไร้อาชีพ ” มาวินตอบทันควัน
“หา อาชีพอะไรนะ”เอเรียลทำตาปริบๆ สองมือยกขึ้นแคะขี้หู จากนั้นก็ถามซ้ำอีกครั้ง ในคราวนี้เขาดูตั้งใจฟังมากกว่าเดิม
“ชั้นคือพวกไร้อาชีพ ” มาวินตอบซ้ำอีกครั้งด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง
เอเรียลยิ้มแฉ่งรับคำตอบ วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มร่างอ้วนก็ก้มหัวคารวะ และเงยหน้าขึ้นมาพูดเบาๆ
“สวัสดีครับ ผมขอลาก่อนนะ โชคดีเราคงได้พบกันใหม่”
“อ้าว เฮ้ย นายช่วยนำทางไปหา NPC ประจำอาชีพก่อนดิ ” มาวินร้องท้วง แต่ไม่ทันแล้ว เด็กหนุ่มร่างอ้วนเตี้ยรีบจ้ำหายเข้าไปในกลุ่มคน
“แล้วชั้นจะหา NPC เจอมั้ยเนี่ย เฮ้อ......”มาวินเกาหัวแกรกๆ เด็กหนุ่มรู้สึกงุนงงเล็กน้อย ที่จู่ๆเอเรียลรีบเผ่นหนีไปในทันทีที่รู้ว่าเขาคือพวกไร้อาชีพ
………………………..
มาวินตามหาจุดลงทะเบียนด้วยตัวเอง โดยอาศัยป้ายบอกทางที่ปักไว้เป็ระยะ เขาเดินผ่านจุดลงทะเบียนของอาชีพนักศึกษา ซึ่งเป็ตึกทรงยุโรปสูง5ชั้นที่สร้างด้วยอิฐแดง บริเวณนั้นมีแต่วัยรุ่นร่างเล็ก ท่าทางก๋องแก๋ง อมโรคหรือไม่ก็อ้วนตึ้บ หน้าตาก็เนิร์ดจ๋าแนว “เอเรียล” เกือบทุกคน พวกเขาสวมชุดคลุมยาว และเดินสวนไปมารอบตัวตึก บางส่วนก็มานั่งสุมหัวอ่านตำราตามมุมต่างๆ
NPC ประจำอาชีพคือหญิงชราร่างเล็กที่สวมชุดคลุมสีดำ บนหัวใส่หมวกปีกแหลมดูคล้ายแม่มดและในขณะนี้ สาวสูงวัยนางนั้นก็ได้ยืนอยู่บนเวทีหน้าตึก เพื่อทำการอบรมเหล่าสมาชิกใหม่
“ ท่าทางเคร่งเครียด ไม่ไหวเฮ้อ…… ” เพียงแค่มอง เด็กหนุ่มก็รู้สึกละเหี่ยใจ
พอมาวินเดินเลยจุดลงทะเบียนนั้นไป เขาพยายามมองหาป้ายบอกทางจนคลำไปเจอจุดลงทะเบียนอาชีพชาวบ้าน ซึ่งเป็เรือนไทยหลังใหญ่ กะคร่าวๆน่าจะมีขนาดไม่ต่ำกว่าศาลาวัด6 หลังรวมกัน
NPC ประจำอาชีพนี้เป็ชายวัยกลางคนร่างท้วม บนศีรษะไว้ผมทรงมหาดไทย หนวดดกและโง้งสูงราวกับเขี้ยว เขากำลังนอนไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์บนแคร่ ซึ่งตั้งอยู่ใต้ถุนบ้าน รอบๆมีวัยรุ่นนับสิบนั่งเล่นอยู่ ทุกคนดูสบายๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส เล่นหัวกันอย่างสนุกสนาน
“ท่าทางน่าสนุก รู้งี้เลือกอาชีพนี้ดีกว่า ฮะๆ ”มาวินนึกเสียดาย จากนั้นก็ตัดใจและรีบจ้ำออกจากโซนนี้ เพื่อตามหา NPC ประจำอาชีพ เนื่องจากเขาอยากออกนอกเมืองไปบู๊กับมอนสเตอร์จนใจจะขาดแล้ว
มาวินเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆจนเกือบสุดโซน ในที่สุด เขาก็มาถึงทุ่งหญ้าโล่งๆขนาดเกือบเท่าสนามฟุตบอล อันมีหมู่ไม้ใหญ่น้อยรายล้อมอยู่รอบๆ กลางลานปรากฏกระท่อมเก่าๆตั้งอยู่โดดเดี่ยว
กระท่อมนั้นดูน่าอนาถและบอบบางที่สุด พิจารณาจากสภาพของมัน คาดว่าแค่ลมพัดมาแรงๆซักทีสองที ก็น่าจะเหลือแต่ซากแล้ว
“กระท่อมบ้าอะไร ที่เก็บของเก่าล่ะมั้ง ว่าแต่แถวนี้ดูโล่งโจ้งยังไงชอบกล ไม่มีใครอยู่เลย”มาวินเหลียวมองรอบตัว ในใจนึกสงสัย
มาวินเดินไปที่กระท่อม พอมาถึง ก็บังเอิญเหยียบโดนป้ายไม้เก่าๆที่ตกอยู่บนพื้น เด็กหนุ่มจึงหยิบมันขึ้นมา แล้วปักลงบนดิน เพราะอยากออกแรงทำอะไรซักอย่างให้หายเซ็ง เขาคิดว่าถ้าอีกครึ่งชั่วโมง ยังไม่เจอ NPC ประจำอาชีพ ก็จะออกจากเกมอย่างถาวร
ขณะที่มาวินกำลังจะจากไป ก็เหลือบไปเห็นป้ายเก่าๆที่เพิ่งปัก ข้อความสีดำจางๆที่ปรากฏบนนั้น อันทำให้เขาใจนดวงตาเบิกโพลง เพราะมันระบุว่า……
“ จุดลงทะเบียนของพวกไร้อาชีพ "
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
