บทที่ 24 ยิ่งคิดยิ่งน้ำลายสอ (รีไรต์)
ทางด้านไฉ่ซื่อเมื่อชำระล้างร่างกายเสร็จสิ้น ก็ก้าวเข้ามาในห้องนอน แล้วนางเห็นเด็ก ๆ รวมตัวกันเป็กลุ่มก้อน
เหล่าพี่ชายต่างรุมล้อมมุงดูสิ่งใดบางอย่างในมือน้องสาว นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "พวกเ้าเหตุใดจึงยังไม่เข้านอน มัวแต่มุงดูสิ่งใดกันหรือ"
เหล่าลูกชายต่างพากันซุกตัวอยู่ในที่นอนของหวังเทียนโกวเพื่อหาความอบอุ่น จนเบียดหวังเทียนโกวออกไปอยู่ด้านนอก หวังเทียนโกวคลุมเสื้อนั่งอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ได้เอ่ยปากบ่นอะไร
เ้าก้อนแป้งน้อยทำท่าราวกับอวดของล้ำค่า นางชูแผ่นยันต์ทั้งสี่ใบขึ้นมา
"ท่านแม่เ้าคะ ข้ามอบยันต์คุ้มครองให้ท่านแผ่นหนึ่ง ใส่ติดตัวไว้จะได้แคล้วคลาดปลอดภัยเ้าค่ะ!"
ไฉ่ซื่อรู้สึกปลาบปลื้มใจยิ่งนัก "ขอบใจลูกมากนะ"
ไม่กังวลว่ายันต์นั้นจะมีฤทธิ์เดชจริงหรือไม่ เพียงเป็น้ำใจจากบุตรสาวตัวน้อย นางย่อมต้องเก็บรักษาไว้อย่างดีที่สุด
"พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม พวกท่านก็เอาไปคนละแผ่นนะเ้าคะ จะได้ปลอดภัยด้วย!"
ซานเป่าเป็คนแรกที่รับไปด้วยความดีใจ "ขอบใจนะน้องสาว! เ้าช่างแสนดีนัก วางใจเถิด พี่สามจะพกติดตัวไว้ในอกเสื้อ ต่อให้ยามถ่ายหนักหรือยามผายลม พี่ก็จะไม่ถอดมันออกเด็ดขาด"
ต้าเป่ารับไปเป็คนที่สอง เขาเอื้อมมือไปลูบหัวน้องสาวด้วยความรัก "พี่ใหญ่ก็ขอบใจเ้าเช่นกัน"
อย่างไรเสีย ยันต์ของน้องสาวก็เคยขายได้ถึงสิบตำลึงเชียวหนา...
อืม เก็บไว้ก่อนเถิด หากวันใดขัดสนเงินทอง ค่อยนำยันต์นี้ไปขายให้แม่หมอหลิวอีกครา เผื่อจักแลกเงินมาได้บ้าง
เอ้อร์เป่าเป็คนสุดท้ายที่รับไป เขาเป็ผู้ที่รอบคอบที่สุดในหมู่พี่น้อง
ไม่รู้ด้วยเหตุใด เขาเกิดความรู้สึกเกรงกลัวยันต์แผ่นนี้อยู่ลึก ๆ
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะตัดสินใจยื่นมือมารับยันต์ไว้ "ขอบใจนะน้องสาว"
คงเหลือเพียงหวังเทียนโกว เขามองดูเ้าก้อนแป้งน้อยด้วยสายตาละห้อย "แล้วของข้าเล่า"
ในมือน้อย ๆ ของเสี่ยวหยวนเป่าว่างเปล่าเสียแล้ว "ไม่มีแล้วเ้าค่ะ ท่านไม่จำเป็ต้องใช้ พี่เทียนโกว... ท่านมีบุญบารมีคุ้มกาย สิ่งชั่วร้ายเข้าใกล้ท่านไม่ได้"
เมื่อเห็นสายตาตัดพ้อของหวังเทียนโกว เ้าก้อนแป้งน้อยก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย จึงเอ่ยเสริมอีกประโยค
"ท่านไม่จำเป็ต้องใช้จริง ๆ นะเ้าคะ..."
หวังเทียนโกว "..."
ในเมื่อเขาเป็คนนอก ของดีมีค่าจะตกมาถึงมือเขาได้อย่างไร ก็พูดมาตรง ๆ เถิด
อันใดคือไม่จำเป็
เขาจำเป็อย่างยิ่ง!
เขาคือคนที่เคยผ่านความตายมาแล้วคราหนึ่ง อีกทั้งยามกลางค่ำกลางคืนยังมีสิ่งชั่วร้ายจ้องมองอยู่ หากเขาหา้าใช้ยันต์คุ้มครองแล้ว ผู้ใดเล่าจัก้า
ช่างเถิด เขาคงคิดมากไปเอง
ก็ในเมื่อเ้าก้อนแป้งน้อยไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ของเขานี่นา เว้นเสียแต่ว่า... เขาจะทำให้เ้าก้อนแป้งบ้านคนอื่นกลายมาเป็เด็กบ้านตนเองเสีย เมื่อนั้นของดี ๆ คงจะมีเผื่อแผ่มาถึงเขาบ้าง
……
เหล่าเด็กชายต่างเพิ่งเคยัักับฟูกและผ้าห่มที่นุ่มนิ่มเป็ครั้งแรก ช่างแสนสบายยิ่งนัก
ซ้ำยังได้รับยันต์คุ้มครองจากเสี่ยวหยวนเป่า ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจจนชวนกันสนทนาอยู่นานโข กว่าบ้านจะสงบเงียบลง เสี่ยวหยวนเป่าก็เข้าสู่นิทราไปนานแล้ว
ยามล่วงเข้าสู่่กลางดึก
บนไหล่เขาใกล้กับที่พักของเสี่ยวหยวนเป่า มีดวงตาเย็นเยือกสองดวงจ้องมองลงมายังบ้านหลังน้อยจากระยะไกล ทว่ามันไม่กล้าก้าวย่างลงมา
เหตุการณ์ที่มันถูกเสี่ยวหยวนเป่าสูบบารมีไปครั้งก่อน ยังคงเป็รอยแค้นที่ฝังรากลึกในใจ
ทุกวัน มันจะลอบมาสังเกต 'เหยื่อ' ของมัน ซึ่งก็คือหวังเทียนโกว แม้ไม่อาจเขมือบได้ในยามนี้ เพียงได้ลอบสูดดมกลิ่นอายรอบกายเขาก็นับว่ายังดี
ทว่าวันนี้ หวังเทียนโกวกลับเข้าไปพักอาศัยในบ้านหลังนั้น มันไม่กล้าล่วงล้ำเข้าไป ทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความครั่นคร้าม ดวงตาของมันฉายแววอาฆาตมาดร้ายยิ่งขึ้น
หวังเทียนโกวมีบุญคุ้มตัว มันเฝ้าจ้องมองมานานแสนนาน หากเป็เด็กคนอื่น มันคงหาโอกาสเขมือบไปนานแล้ว ทว่าแสงแห่งบุญบารมีบนตัวเขานั้นคอยปกป้องไว้ มันจึงไม่อาจทำสิ่งใดได้
อุตส่าห์หาวิธีทำให้เขาจมน้ำตายได้สำเร็จ
จะกินตอนเป็ก็เป็ไปไม่ได้ ก็หวังจะกินตอนตาย เมื่อใดที่พวกเขาฝังศพหวังเทียนโกว มันตั้งใจจะไปขุดหลุมศพเพื่อกัดกินซากศพของเขา ซึ่งจะช่วยให้ตบะของมันเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล
ทว่าแผนการทุกอย่างกลับถูกเ้าก้อนแป้งน้อยทำลายจนสิ้น
ซ้ำยังถูกนางสูบตบะไปอีก
ยามนี้นางยังรู้ถึงการมีอยู่ของมัน และให้เหยื่อของมันเข้าไปพักอาศัยในบ้านของนางเสียอีก
ผู้ใดที่กล้าขวางทางมัน มันจักไม่ละเว้นแม้เพียงคนเดียว
ขนาดหวังเทียนโกวที่มีบุญคุ้มตัว มันยังหาโอกาสจัดการจนเกือบตายได้ มันเชื่อมั่นว่าย่อมต้องมีโอกาสจัดการเ้าก้อนแป้งน้อย ไม่ใช่สิ ต้องจัดการคนทั้งบ้านของนางให้สิ้นซาก!
เพื่อระบายโทสะที่คุกรุ่นอยู่ในอก
เ้าก้อนแป้งน้อยผู้นี้ไม่รู้ว่ามีที่มาอย่างไร มันจึงยังไม่อาจหยั่งรู้ตื้นลึกหนาบางได้ในทันที ทว่าคนรอบข้างนางล้วนเป็เพียงมนุษย์เดินดินธรรมดา เื่นี้มันมั่นใจยิ่งนัก
หากจัดการเ้าก้อนแป้งน้อยไม่ได้ในคราวเดียว เริ่มลงมือจากคนรอบข้างนางก่อนก็ย่อมทำได้
เ้าเด็กพวกนั้น แม้จะผอมโซไปบ้าง แต่ขึ้นชื่อว่าเป็เด็ก ย่อมต้องมีรสชาติหอมหวานไม่น้อย
ส่วนไฉ่ซื่อ หญิงสาววัยแรกรุ่นผู้นั้น รสััของเนื้อนางก็คงจะไม่เลวทีเดียว
ยิ่งคิด... สิ่งอัปมงคลนั้นก็ยิ่งน้ำลายสอ
……
ราตรีผ่านพ้นไปอย่างสงบสุข
หวังเทียนโกวไม่ได้หลับสนิทเช่นนี้มานานแสนนานแล้ว ก่อนที่เขาจะเกือบจมน้ำตาย เขามักจะฝันร้ายอยู่เป็นิจ หลังจากรอดชีวิตมาได้ก็ยังคงฝันร้ายไม่หยุดหย่อน ทว่าเมื่อคืนนี้ กลับนิทราไร้ฝันจนถึงรุ่งสาง
ไฉ่ซื่อและต้าเป่าตื่นขึ้นมาจัดการงานบ้านั้แ่เช้าตรู่ หวังเทียนโกวเองก็ตื่นตามมาด้วย ตั้งใจจะช่วยกวาดลานบ้านหรือทำงานเล็กน้อย ทว่ากลับถูกไฉ่ซื่อเอ่ยห้ามไว้
"เทียนโกว เ้าเป็คนมีความรู้ มีหน้าที่อ่านตำราก็ทำไปเถิด เื่กวาดพื้นปล่อยให้เป็หน้าที่ของซานเป่า"
"ไม่เป็ไรขอรับ อยู่ที่บ้านข้าก็กวาดพื้นเองเสมอ ให้ข้าทำเถิด"
ทันใดนั้น ต้าเป่าก็ส่งสายตาให้ซานเป่า ซานเป่ารีบวิ่งเข้าไปแย่งไม้กวาดมาทันที เขากล่าวพลางยื้อแย่ง
"พี่ใหญ่บอกข้าไว้ ว่าห้ามปล่อยให้ 'เนื้อ' ของบ้านเราต้องทำงานหนักเด็ดขาด!"
ไฉ่ซื่อได้ฟังก็งงงวยไม่ทันเข้าใจความหมาย
ต้าเป่าหันไปมองท้องฟ้าแก้เก้อ
ส่วนหวังเทียนโกวนั้นเข้าใจในทันที เขาจึงเลิกราจากการกวาดพื้น แล้วกลับเข้าห้องไปอ่านตำรา พร้อมกับคอยเฝ้าดูเ้าก้อนแป้งน้อยที่ยังคงหลับใหล
เสี่ยวหยวนเป่านอนคว่ำหน้า เส้นผมที่ยุ่งเหยิงชี้โด่เด่ขึ้นมาสองสามเส้น บนใบหน้าอวบอิ่มนั้นมีแพขนตายาวหนาประดุจพัดดูล้ำค่าน่ารัก ทว่าแม้ยามหลับ น้ำลายก็ยังไหลยืดจนเปียกโชกไปครึ่งหน้า
ช่างเป็ภาพที่ไม่อาจทนดูได้จริง ๆ
ประจวบเหมาะกับที่เสี่ยวหยวนเป่าลืมตาตื่นขึ้นมาพอดี นางสบตาเข้ากับเขา
"พี่เทียนโกว ท่านตื่นแล้วรึเ้าคะ"
หวังเทียนโกวพยักหน้า
เมื่อเห็นเ้าก้อนแป้งน้อยดูน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ เขาจึงนึกอยากจะเย้านางเล่นสักครา
"เสี่ยวหยวนเป่า วอโถวข้าวโพดเนี่ย ลูกใหญ่ดีหรือลูกเล็กดีรึ"
ถูกทักเื่ของกินั้แ่เช้าตรู่ เสี่ยวหยวนเป่าก็เริ่มทำปากขมุบขมิบทันที นางตอบอย่างไม่พักต้องคิด "ลูกใหญ่เ้าค่ะ!"
ลูกใหญ่ย่อมทำให้อิ่มท้อง ส่วนลูกเล็กไม่อิ่ม
"แล้วผลไม้ป่าเล่า ลูกใหญ่ดีหรือลูกเล็กดี" หวังเทียนโกวถามต่อ
"ลูกใหญ่เ้าค่ะ!" ในความทรงจำของเ้าตัวน้อย ยามที่นางหิวโหย ต้าเป่ามักจะเก็บผลไม้ป่าลูกใหญ่ ๆ จากบนเขามาให้นางกินเสมอ
คนในครอบครัวต่างซูบผอมจนเห็นกระดูก มีเพียงเสี่ยวหยวนเป่าที่ได้รับการประคบประหงมจนเริ่มมีเนื้อมีนัง ใบหน้ากลมเกลี้ยงน่ารัก
หวังเทียนโกวเผยรอยยิ้มออกมา "ของใหญ่ ๆ ล้วนดีทั้งสิ้นสินะ เช่นนั้นหากเสี่ยวหยวนเป่าโตขึ้น อยากจะเป็ 'คนโง่ตัวใหญ่' หรือ 'คนโง่ตัวเล็ก' ดีเล่า"
เ้าตัวน้อยหลุดปากตอบทันควัน "คนโง่ตัวใหญ่เ้าค่ะ!"
พรืด...
หวังเทียนโกวพึงพอใจยิ่งนัก "ได้สิ 'ยัยคนโง่คนใหญ่' ถึงเวลาที่เ้าต้องลุกจากที่นอนได้แล้ว"
ไฉ่ซื่อที่ยืนฟังอยู่หน้าประตูอดไม่ได้ที่จะแอบขำ เด็กโตรู้จักหยอกล้อเด็กเล็กเสียแล้ว
หวังเทียนโกวคงลืมไปกระมัง ว่าตนเองก็อายุเพียงห้าขวบเท่านั้น!
เสี่ยวหยวนเป่าเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทว่าไฉ่ซื่อก็ก้าวเข้ามาล้างหน้าให้นางเสียก่อน ส่วนเ้าดำก็ชะโงกหน้าเข้ามาที่ประตู พลางเห่าเรียกนางเบา ๆ
"เหล่าเฮย อรุณสวัสดิ์นะจ๊ะ!"
ในพริบตานั้น นางก็ลืมเลือนเื่คนโง่คนเล็กคนใหญ่ไปจนสิ้นซาก
หลังมื้อเช้า ไฉ่ซื่อเอ่ยขึ้นว่าจะนำเ้าดำไปคืนเ้าของ ยามนี้ธัญญาหารในบ้านถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าผู้ใดจะมาลอบขโมยอีก
อีกทั้งเ้าดำดูท่าว่าจะใกล้ตกลูกเต็มที ควรให้มันกลับไปพักผ่อนที่บ้านตนเองจะดีกว่า
ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกัน
แม้จะอาลัยอาวรณ์เ้าดำเพียงใด ทว่ายามที่มันใกล้จะให้กำเนิดลูกสุนัขเช่นนี้ ย่อมไม่ควรให้มันลำบากตรากตรำเฝ้าบ้านให้พวกตนอีก
"ท่านแม่เ้าคะ ข้ากับพี่สามจะไปส่งเหล่าเฮยกลับบ้านเองเ้าค่ะ"