บทที่ 21 ให้ไปที่ตำหนักนิพพานก็แล้วกัน
โจวอ้านตายแล้ว
สิ่งที่เหลียงซิงเฉินเป็กังวลอยู่ตอนนี้ก็คือเหลียงจือ
ตอนที่เหลียงซิงเฉินออกมาจากหุบเขาอวิ๋นเสินก่อนหน้านี้ โจวอ้านนั้นอยู่กับเหลียงจือ แต่ตอนนี้ ไม่อาจบอกได้เลยว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกับหญิงสาว
‘หากเกิดอะไรขึ้นกับเหลียงจือ ข้าจะหั่นร่างของเ้าเป็ชิ้น ๆ อย่างแน่นอน!’ เหลียงซิงเฉินเอ่ยขึ้นในใจ ดวงตาฉายแววมืดมนและน่ากลัว
โจวอวี่ฝูเองก็จ้องมองไปที่เซียวนั่วอย่างดุร้าย จากนั้นจึงเดินลงไปทางด้านล่างของบันไดพยับ
บนยอดเขา เสียงพูดคุยยังคงดังขึ้นไม่รู้จบ
เหล่าผู้าุโมองหน้ากันและถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ มามอบรางวัลกันเถอะ!" ผู้าุโคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
ตราบใดที่เ้าสามารถขึ้นบันไดพยับมาได้สำเร็จ เ้าก็จะได้รับรางวัลเป็ยาสร้างรากฐานหนึ่งเม็ด
สำหรับห้าอันดับแรกจะได้รับเป็สองเท่า นั่นคือสองเม็ด
อันดับสาม ยาปรับรากฐานสามเม็ด และตำราเคล็ดวิชาของศิษย์สายในหนึ่งเคล็ด
อันดับสอง ยาปรับรากฐานสี่เม็ด และอาวุธิญญาระดับต่ำหนึ่งชิ้น
อันดับหนึ่ง ยาปรับรากฐานห้าเม็ด และอาวุธิญญาระดับกลางหนึ่งชิ้น
ของรางวัลเริ่มถูกแจกจ่าย
"นี่คืออาวุธิญญาระดับกลาง ‘โซ่เหล็กเสวียนหาน' ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งป้องกันและโจมตี และยังสามารถใช้เพื่อกักขังศัตรูได้ด้วย ข้าขอมอบมันให้กับเ้า"
คนทั้งหมดมองไปยังสายโซ่ที่เต็มไปด้วยพลังปราณด้วยสีหน้าอิจฉา
ดวงตาของเซียวนั่วเองก็เป็ประกายขึ้นเช่นกัน โซ่เหล็กเสวียนหาน ถูกม้วนเข้าด้วยกันเหมือนแส้ ขนาดไม่ได้หนานัก และทำให้ผู้คนไม่รู้สึกว่ามันหนักอันใด โดยบนตัวโซ่มีกระแสความเย็นสีขาวไหลเวียนอยู่ เมื่อถือไว้ในมือ ความรู้สึกเย็นแทรกซึมไปทุกอณู
เมื่อมองไปยังเซียวนั่วที่ได้รับโซ่เหล็กเสวียนหาน และยาปรับรากฐานทั้งห้าเม็ดไป สีหน้าของผู้าุโหลายคนก็เปลี่ยนเป็แปลกประหลาดเล็กน้อย
สิ่งนี้ถูกเตรียมไว้ให้โจวอ้านและเหลียงจือ แต่ตอนนี้ มันกลับตกไปอยู่ในมือของผู้อื่นแล้ว
อันดับสองคือหญิงสาวชุดแดง นางได้รับยาปรับรากฐานสี่เม็ดและเข็มบินสามเล่ม
เข็มบินทั้งสามมีรูปร่างคล้ายกับตะเกียบ ซึ่งมีแสงสีทองหุ้มพวกมันเอาไว้ มันเป็อาวุธิญญาที่ดีเช่นกัน
หลังจากที่ทำการมอบของรางวัลเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกศิษย์
“ความแข็งแกร่งของเ้าไม่เลวเลย และพร์ก็ยอดเยี่ยม เ้าอยากเข้าร่วม ‘ตำหนักหวนคืน’ ของข้าหรือไม่" ผู้าุโคนหนึ่งเดินตรงไปหาหญิงสาวชุดแดง
หญิงสาวชุดแดงที่ได้อันดับสองตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นจึงแย้มยิ้มอย่างดีใจ "อยากเ้าค่ะ"
จากนั้น ผู้าุโอีกคนหนึ่งก็เดินไปหาชายหนุ่มที่ได้อันดับสาม
"เ้าอยากจะเข้า ‘ตำหนักั' ของข้าหรือไม่?"
"ผู้น้อยไม่ปฏิเสธ" ชายหนุ่มรีบตอบตกลงทันที
ผู้าุโคนอื่น ๆ เองก็เลือกผู้มาใหม่ทีละคน แต่แทบทุกคนเพิกเฉยต่อเซียวนั่วโดยสมบูรณ์
อันที่จริง ผู้าุโเหล่านี้เองก็รู้สึกผิดในใจ
พร์ของเซียวนั่วนั้นไม่ธรรมดา ทั้งยังมีบุคลิกสงบนิ่ง ในตอนที่คนผู้นี้ขึ้นมาถึงยอดเขาเป็คนแรก ก็ทำให้ผู้าุโหลายคนมีความคิดที่จะแย่งกันเพื่อชิงตัวเขาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ชายผู้นี้ได้สร้างความไม่พอใจให้กับโจวอวี่ฝูและเหลียงซิงเฉิน
พูดกันตามตรง โจวอวี่ฝูนั้นไม่เป็ไร แม้ว่านางจะเป็ผู้าุโระดับสูง แต่มันก็ไม่เพียงพอให้พวกเขาต้องกลัว
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือมือกระบี่พิฆาตเหลียงซิงเฉิน
เหลียงซิงเฉินคือหัวหน้าของศิษย์สายในหนึ่งในสิบผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด และเมื่อไม่นานมานี้ ยังได้รับสิทธิ์ในการดูแลเมืองซาเฉิงเพียงหนึ่งเดียวอีกด้วย
ชายหนุ่มได้ผ่านความเห็นชอบจากกลุ่มผู้าุโระดับสูง เมื่อท่านประมุขพยักหน้า เหลียงซิงเฉินก็จะได้เป็ศิษย์ชั้นยอดของสำนักพยับเร้นลับ
ศิษย์ชั้นยอดคืออะไร? ผู้าุโทุกคนรู้ดี
ในบรรดาศิษย์มากกว่าแสนคนของสำนักพยับเร้นลับ คนเหล่านี้คือผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุด
เหลียงซิงเฉินจะได้รับทรัพยากรมากมายของสำนัก และอาจมีโอกาสที่จะได้เป็ผู้ชิงตำแหน่งประมุขคนต่อไปด้วยซ้ำ
แม้ว่าเซียวนั่ว จะมีพร์ที่น่าจับตามองเพียงใด แต่ผู้าุโเหล่านี้ก็ไม่กล้าล่วงเกินเหลียงซิงเฉินเพราะผู้มาใหม่เพียงคนเดียว
ไม่ช้า ผู้มาใหม่ทั้งหมดก็ได้รับเลือกจนหมด เหลือเพียงเซียวนั่วเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม
ขณะที่เหล่าผู้าุโกำลังนำศิษย์ของตนไปยังประตูในูเา ผู้ต้อนรับก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นในที่สุด
“ผู้าุโหาน แล้วชายหนุ่มผู้นั้นเล่าขอรับ?"
ผู้าุโหานมองไปทางเซียวนั่วที่ยืนอยู่อีกด้าน จากนั้นจึงเอ่ย “ให้เขาไปที่ 'ตำหนักนิพพาน' ก็แล้วกัน"
"หือ?" ผู้ต้อนรับมีสีหน้าแปลกประหลาด ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากันและเอ่ย "มันจะดีหรือขอรับ? อย่างน้อยเขาก็ได้อันดับหนึ่ง การให้ไปที่ตำหนักนิพพานเช่นนี้มัน...”
ผู้าุโหานเอ่ยอย่างไม่พอใจนัก “ข้าเองก็อยากจะเห็นแก่พร์ของเขา แต่ข้าไม่กล้าเสี่ยงทำให้ ‘ผู้เข้าชิงตำแหน่งประมุข’ ในอนาคตไม่พอใจ ลองคิดดู มันเป็เื่ที่แน่นอนอยู่แล้วว่าเหลียงซิงเฉินจะได้เป็ศิษย์สายตรง หากเขาขึ้นครองอำนาจในอนาคต ข้าจะยังสามารถอยู่ในสำนักพยับเร้นลับได้อีกหรือไม่?"
"นี่..." ผู้ต้อนรับหนุ่มไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร ชายหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่งและทำได้เพียงแค่พยักหน้า "เข้าใจแล้ว! เขาสร้างความไม่พอใจให้กับมือกระบี่พิฆาต ในสำนักพยับเร้นลับแห่งนี้คงก้าวหน้าได้ไม่ไกลนัก”
“เอาล่ะ จัดให้เขาไปที่ 'ตำหนักนิพพาน'!"
หลังจากเอ่ยเช่นนั้น ผู้าุโหานก็จากไปพร้อมกับกลุ่มผู้มาใหม่
ในพริบตา คนที่อยู่บนยอดเขาก็หายไปเกือบหมด
ผู้ต้อนรับหนุ่มเดินไปหาเซียวนั่ว
“ศิษย์ชายผู้นี้ เ้าไปที่ 'ตำหนักนิพพาน'!"
เอ่ยจบ เขาก็นำตราหยกออกมา
ขอบของตราสัญลักษณ์ถูกสลักด้วยลวดลายวิจิตรงดงาม ด้านหน้าสลักด้วยคำว่า ‘พยับ’ และด้านหลังสลักด้วยคำว่า ‘นิพพาน’
"นี่คือตราของ 'ตำหนักนิพพาน' หากเ้าใส่พลังปราณเข้าไป เ้าจะสามารถกระตุ้นข้อจำกัดในนี้ได้ ในอนาคต เ้าสามารถเข้าออกตำหนักนิพพานได้อย่างอิสระด้วยสิ่งนี้ และมันก็จะไม่ส่งผลกับค่ายกลของตำหนักนิพพาน"
"ขอบคุณศิษย์พี่" เซียวนั่วรับตรามา จากนั้นจึงถาม "ตำหนักนิพพานอยู่ที่ใดหรือ?"
"หือ?" อีกฝ่ายชะงักไป "เ้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสำนักพยับเร้นลับเลยหรือ?"
"อืม!" เซียวนั่วยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
ดวงตาของอีกฝ่ายเป็ประกายขึ้น ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เข้าใจแล้ว ข้าเกรงว่ามันจะทำร้ายความนับถือตนเองของเ้าจริง ๆ!”
"ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
“ไม่เป็ไร ไม่เป็ไร..." ชายหนุ่มโบกมือไปมาและเอ่ย "สำนักพยับเร้นลับประกอบด้วยห้าตำหนัก ได้แก่ ตำหนักเซียน ตำหนักหวนคืน ตำหนักั ตำหนักวิจิตร และตำหนักนิพพาน ทั้งห้าตำหนักคือห้าสายหลักของสำนักพยับเร้นลับ และวิธีการบ่มเพาะของแต่ละตำหนักเองก็แตกต่างกันออกไป ความชำนาญของแต่ละตำหนักเองก็แตกต่างกัน..."
ตำหนักเซียน ตำหนักหวนคืน ตำหนักั ตำหนักวิจิตร ตำหนักนิพพาน แต่ละชื่อที่ได้ยินต่างให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม
"เหตุใดคนของตำหนักนิพพานถึงไม่อยู่ที่นี่?" เซียวนั่วถาม
"เอ่อ..." ชายหนุ่มตรงหน้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ผู้คนในตำหนักนิพพานต่างยุ่งอยู่กับการบ่มเพาะของตน เ้าสามารถไปที่นั่นได้เลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตำหนักนิพพานคืออันดับหนึ่งของทั้งห้าตำหนัก"
"จริงหรือ?" เซียวนั่วไม่เชื่อ
แต่ตอนนี้ เขาไม่มีทางเลือก หลังจากที่กล่าวขอบคุณ เซียวนั่วก็มุ่งหน้าไปตามคำแนะนำของอีกฝ่าย เพื่อเดินทางไปยังตำหนักนิพพาน
มองดูแผ่นหลังของศิษย์น้องคนใหม่ของสำนัก ผู้ต้อนรับหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาจากนั้นจึงแย้มยิ้มแปลกประหลาด
"อย่าโทษข้าเลยนะ! นอกจากตำหนักนิพพานแล้ว มันก็ไม่มีตำหนักไหนยินดีรับเ้าอีกแล้ว... ตำหนักนิพพานในอดีตคือหัวหน้าของตำหนักทั้งหมดอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้... มันคือความอับอายของสำนักพยับเร้นลับ!"