“ขอบคุณนะ ลาก่อน”
ไป่ฟานเซียนบอกลาเ้าของร้านชราในมือของฮุ่ยเอ๋อมีกระเป๋าที่อัดแน่นเอาไว้ด้วยเงินสดสิบล้านเหรียญก่อนนี้เกือบจะเป็เื่วุ่นวาย เพราะตัวไป่ฟานเซียนเป็คนจากยุคสมัยเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนไม่ใช่แค่บัญชีธนาคารเลย กระทั่งบัตรประชาชนก็ยังไม่มี
ยังดีที่ด้วยใบหน้าแสนเ็าที่แทบไม่แสดงความรู้สึกและความคิดไปเองของเ้าของร้านชราทำให้เขาคิดไปว่าหญิงสาวอาจจะ้าเงินสดหลังจากที่ไม่ยอมบอกเลขบัญชีธนาคารเขาจึงจ่ายเป็เงินสดที่สำรองไว้ในร้านแทน
“ไม่เป็ไรหรอกคุณหนูไว้มาอีกนะ”
นี่อาจะเป็จุดประสงค์หลักของชายชราเพราะหญิงสาวคนนี้เต็มไปด้วยความลึกลับ การที่สามารถนำสมุนไพรมีค่าเช่นนี้มาขายก็อาจจะแปลว่าเธอมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา
การผูกมิตรเอาไว้จึงเป็ทางเลือกที่ฉลาดกว่า
“...อืม”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้าเบาๆยามที่เธอเดินออกไปจากร้าน เสียงกระดิ่งเบาๆที่หน้าร้านเป็ตัวบางบอกว่าเธอจากไปแล้ว
ชายชราเ้าของร้านถอนหายใจเบาๆ
เขามองไปที่โสมร้อยปีที่อยู่บนโต๊ะแล้วจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาคนๆหนึ่งแทน
“ตาแก่เจิ้งมีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย”
“ข่าวร้ายคือพวกกองทัพก็้าโสม50 ปีต้นนั้นเหมือนกัน”
เมื่อพูดจบเสียงจากปลายสายก็ดูจะทอดถอนใจเล็กน้อย แต่ก่อนที่อีกฝั่งจะวางสายไปเ้าของร้านชราก็รีบหยุดเอาไว้เสียก่อน
“แต่ข่าวดีก็คือฉันพึ่งได้โสม100 ปีมา ทั้งยังมาจากเส้นทางที่พวกนั้นยังไม่รู้”
เสียงจากปลายสายกลายเป็ตื่นเต้นเ้าของร้านชราได้ยินเสียงโวยวายจากอีกฝั่งทั้งยังยังได้ยินว่าอีกฝั่งจะออกมาที่นี่ทันที
“เข้าใจแล้วหลานแกก็เหมือนหลานฉัน ยังไงโสมร้อยปีนี้ก็ต้องเอาไปช่วยเหม่ยอิง”
ไป่ฟานเซียนและฮุ่ยเอ๋อกำลังเดินอยู่ที่บริเวณย่านการค้าอีกครั้งทั้งสองคนกลายเป็จุดศูนย์กลางความสนใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้สาเหตุสำคัญน่าจะเป็เพราะชุดที่พวกเธอใส่อยู่
“คงต้องดูเสื้อผ้าใหม่เสียก่อน...”
ไป่ฟานเซียนประเมินจากสายตาด้วยตัวเองถึงนางจะไม่ค่อยใส่ใจแต่การเป็จุดสนใจตลอดเวลาที่กำลังเดินอยู่มันก็เริ่มสร้างความรำคาญให้นางไม่น้อยเสียแล้ว
“ฮุ่ยเอ๋อ...หาชุดให้เ้าก่อนแล้วกัน”
ไป่ฟานเซ๊ยนพูดกับฮุ่ยเอ๋อที่ถือกระเป๋าใส่เงินสดไว้อย่างขยันขันแข็ง
“ค่ะนายหญิง”เด็กน้อยตอบรับอย่างว่าง่าย
หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นฮุ่ยเอ๋อในตอนนี้อยู่ในชุดกระโปรงสีดำตัดกับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูเรียบร้อยเธอผูกเนกไทอันจิ๋วไว้ที่คอ ทั้งยังสวมรองเท้าหนังคู่เล็กที่เข้ากับถุงเท้าสีขาวสั้นๆนั้นอย่างยิ่ง
เด็กน้อยพยายามปฏิเสธนายหญิงของตนอย่างแข็งขันในตอนแรกเพราะชุดนี้มันแพงถึง 3,000 เหรียญกับเด็กอย่างเธอที่โตมาไม่เคยจับเงินมากมายจึงมองว่าเป็สิ่งสิ้นเปลืองไปโดยปริยาย
เธอ้าแค่เสื้อผ้าถูกๆไม่กี่สิบเหรียญก็เพียงพอแล้ว
แต่นายหญิงของเธอกลับขู่ด้วยสถานะของเธอนายหญิงบอกว่าจะเป็ผู้ติดตามของไป่ฟานเซียนต้องแต่งตัวให้ดูดีห้ามให้ใครมาดูถูกได้เด็ดขาด เธอจึงรับชุดนี้มาใส่ได้อย่างสบายใจและเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ
ทำให้ฮุ่ยเอ๋อในตอนนี้ดูเหมือนเลขาตัวน้อยที่คอยถือกระเป๋าให้เ้านายยิ่งเธออาบน้ำแต่งตัวทั้งยังได้กินเม็ดยาแปลกๆของไป่ฟานเซียนไปเมื่อวานเธอจึงเต็มไปด้วยเสน่ห์ของเด็กน้อยที่ดูน่ารักน่าชังเป็อย่างยิ่ง
ส่วนทางฝั่งนายหญิงอย่างไป่ฟานเซียนนั้นกลับยังอยู่ในชุดที่ดูเหมือนชุดจีนโบราณตัวเดิมอยู่นางไม่ค่อนจะถูกใจชุดสมัยใหม่เหล่านี้เสียเท่าไรแค่เื่วัตถุดิบที่ใช้ก็ไม่มีชุดไหนในโลกเทียบได้กับชุดที่นางสวมอยู่ในตอนนี้แล้ว
แต่เมื่อนางเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นสายตาของนางที่กวาดมองไปเรื่อยกับไปสะดุดเข้ากับชุดชุดหนึ่งที่แขวนอยู่หน้าร้านเข้า
มันไม่ใช่แม้แต่ชุดแฟชั่นนำสมัย
ไม่ใช่ชุดมีแบรนด์ที่ราคาแพงมหาศาล
ไม่ใช่แม้แต่จะครบชุดเพราะมันเป็แค่เสื้อ
ทั้งยังเป็แค่“เสื้อยืด” ธรรมดาๆ ที่มีลายการ์ตูนเป็รูปหน้าหมีน้อยกลมๆสีน้ำตาลสกรีนอยู่ที่หน้าอกเท่านั้น
“ลิตเติลแบร์นี่คะ”ฮุ่ยเอ๋อพูดอย่างแปลกใจเมื่อเห็นนายหญิงเอาแต่จับจ้องไปที่เสื้อยืดตัวนั้น
“...เ้ารู้จักหรือฮุ่ยเอ๋อ?” ไป่ฟานเซียนถามโดยที่สายตายังคงจับจ้องที่เสื้อนั้น
“ค่ะ...เป็การ์ตูนดังมากเลยนะ”
ฮุ่ยเอ๋อรู้สึกเศร้าเล็กน้อยเมื่อนึกถึงอดีตถึงเธอกับแม่จะไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่นานๆครั้งเธอก็สามารถไปดู “ลิตเติลแบร์”นี้ในตอนที่ร้านขายทีวีในเมืองเปิดเอาไว้อยู่
“งั้นหรือ...”
ไป่ฟานเซียนเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าเ้าของร้านที่เป็หญิงสาววัยกลางคนผงะไปเล็กน้อยเมื่อเห็นไป่ฟานเซียนเพราะทั้งความสวยและออร่าแปลกๆนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนปกติจะมีได้เลย
“เสื้อตัวนั้นราคาเท่าใด?”
ไป่ฟานเซียนชี้ไปยังเสื้อยืดสีขาวที่มีลายลิตเติลแบร์ตัวนั้น
“เอ่อ...ตัวละ 150เหรียญจ้ะ แต่ตัวนั้นมันจะไม่ใหญ่ไปสำหรับเด็กคนนั้นหรือ?”
คุณป้าที่เป็เ้าของร้านตอบอย่างประหม่าแต่ก็ยังแนะนำอย่างใจดีเมื่อเห็นรูปร่างของฮุ่ยเอ๋อที่วิ่งตามเข้ามาเพราะเสื้อที่หญิงสาวชี้ไปนั้นมันเป็ขนาดของผู้ใหญ่
“...ข้าซื้อไปใส่เอง”
“...”
นายหญิงและบ่าวตัวน้อยออกมาเดินที่ถนนใหญ่อีกครั้งหลังจากที่วุ่นวายกันไปสักพักเพราะหลังจากที่ไป่ฟานเซียนเห็นว่านอกจากเสื้อยืดตัวนั้นแล้วในราวเสื้อนั้นยังมีเสื้อยืดลาย “ลิตเติลแบร์” ในอีกหลายสีหลากท่าทางอีกนับสิบตัวอีกด้วย
การเหมาเสื้อผ้าทั้งราวจึงเกิดขึ้นต่อหน้าเด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อ
นอกจากนี้ยังมีกางเกงขาสั้นที่ไว้ใส่อยู่บ้านอีกหลายสีขายด้วย
แน่นอนว่าพวกมันก็มี“ลิตเติลแบร์” ตัวเล็กๆสกรีนอยู่ที่ต้นขาเช่นกัน
แต่สิ่งที่ทำให้ฮุ่ยเอ๋อดีใจจนยิ้มแฉ่งอีกครั้งก็คือเมื่อรู้จากเ้าของร้านว่ามีไซส์สำหรับเด็กจำหน่ายไป่ฟานเซียนก็ไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะกวาดพวกมันมาด้วยทำให้ตอนนี้สองนายบ่าวมีเสื้อผ้าสำหรับอยู่บ้านอยู่หลายสิบชุดจนเปลี่ยนไม่ซ้ำสีกันได้ทุกวัน
ถึงมันจะซ้ำลายเพราะมันมีแค่ลายเดียวก็เถอะ...
เสื้อผ้าหลายสิบชุดแน่นอนว่าต้องลำบากเมื่อขนย้ายแต่เมื่อออกมาจากร้านขายเสื้อผ้าไป่ฟานเซียนก็จัดการส่งพวกมันเข้าไปในมิติของนางจนหมดสิ้นโดยไม่มีใครเห็นเหลือไว้แค่กระเป๋าใส่เงินในมือฮุ่ยเอ๋อเพราะนางเห็นว่าสะดวกดีในการใช้จ่าย
“ฮุ่ยเอ๋อเ้าชอบบ้านแบบไหนรึ?”
ไป่ฟานเซียนถามฮุ่ยเอ๋อยามที่ทั้งสองคนเดินอยู่ด้วยกันทำให้ฮุ่ยเอ๋อมองนายหญิงของตนอย่างไม่เข้าใจแล้วถามกลับว่า
“นายหญิงจะซื้อบ้านใหม่หรือคะ?”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับ“ห้องที่เ้าไปเมื่อวานนี้ไม่เหมาะที่จะอาศัยอยู่นักทั้งข้ายังเก็บของออกมาหมดแล้ว”
นางไม่ได้พูดต่อว่านางเก็บ“ห้อง” มาทั้งห้องเลยต่างหาก
“หนูไม่ค่อยจะรู้เื่บ้านเท่าไรหรอกค่ะ...”ฮุ่ยเอ๋อตอบแบบอายๆก่อนนี้นางเคยอาศัยอยู่กับแม่ก็เป็แค่ห้องรูหนูเล็กๆในสลัมเท่านั้น ไม่มีโอกาสได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่เลยสักนิด
“งั้นหรือ...”ไป่ฟานเซียนไม่ได้ต่อว่าเด็กน้อยทั้งยังลูบหัวเบาๆ“เช่นนั้นในเมืองนี้มีโรงเตี๊ยมหรือไม่ คืนนี้เราไปพักที่โรงเตี๊ยมก่อนก็แล้วกัน”
“นายหญิงหมายถึงโรงแรมหรือเปล่าคะ?”
ฮุ่ยเอ๋อถามอย่างไม่เข้าใจ
“โรงแรมนั่นลักษณะเป็เช่นไร?”
“โรงแรมก็คือ...”
สองนายบ่าวเสียเวลาในการทำความเข้าใจอยู่ครู่หนึ่งเมื่อไป่ฟานเซียนแน่ใจว่าโรงแรมที่ฮุ่ยเอ๋อพูดถึงคือสิ่งที่คล้ายกับโรงเตี๊ยมที่นางรู้จักทั้งสองก็พุ่งตรงไปตามหาโรงแรมที่ใกล้ที่สุดทันที
เพราะเมื่อก่อนฮุ่ยเอ๋อเร่ร่อนไปทั่วเมืองแห่งนี้จึงชำนางเส้นทางบางส่วนเป็อย่างยิ่งเธอนำทางไป่ฟานเซียนไปยังโรงแรมที่ดีที่สุดในเมืองแต่นั่นก็ทำให้พวกเธอออกมาจากส่วนย่านการค้าในที่สุด
ถนนที่เต็มไปด้วยรถคือสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกนางแม้ว่าทางเดินด้านข้างจะเต็มไปด้วยตึกและร้านค้าสวยงามแต่รถยนต์บนถนนก็ดึงความสนใจไป่ฟานเซียนได้เป็อย่างดี
“ข้าว่าจะถามเ้าพวกนั้นคือพาหนะในยุคนี้สินะ”
เพราะเธอััได้ถึงตัวตนของคนธรรมดาในกล่องเ่าั้เต็มไปหมดทั้งยังมีบางสิ่งที่วิ่งอยู่ใต้ดินนี้และบรรทุกคนจำนวนมากเอาไว้ทั้งยังเคลื่อนที่ได้รวดเร็วอยู่ด้วย
“ใช่ค่ะนายหญิงมันเรียกว่ารถยนต์ เวลานั่งมันสบายมากๆแล้วยังเร็วด้วย” ฮุ่ยเอ๋อเองก็เคยนั่งรถยนต์นานๆครั้งเมื่อตอนที่แม่ของเธอยังอยู่
“งั้นหรือ”ไป่ฟานเซียนเลิกที่จะสนใจพวกมันอีกนางคิดเพียงว่าถ้าสหายนักประดิษฐ์ของนางได้มาเห็นวิทยาการในยุคนี้คงจะเป็เื่ที่ดีไม่น้อย
พวกนางเดินมาถึงที่สี่แยกและมีทางม้าลายผู้คนจำนวนมากกำลังรอเพื่อที่จะข้ามถนนฮุ่ยเอ๋อเองก็ชี้ให้ดูอีกฝั่งคือตึกสูงหลายสิบชั้นที่ตกแต่งอย่างสวยงามและบอกว่านั่นคือ“โรงแรม” ที่เธอพูดถึง
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับนางเองก็กำลังรอที่ทางม้าลายเช่นเดียวกับคนอื่นเพราะฮุ่ยเอ๋อบอกว่ามันเป็เื่ที่ทุกคนทำกัน คือรอให้ไฟเป็สีแดงจึงจะข้ามถนนนี้ไปได้
ถึงชุดของไป่ฟานเซียนจะดูโดดเด่นแต่ก็ไม่ได้มีใครสนใจมากนักเพราะสมัยนี้การแต่งตัวแปลกๆมีให้เห็นอยู่เต็มไปหมดทั้งยังไม่ค่อยมาสนใจมองดูหน้าตาไม่เหมือนในถนนคนเดินก่อนหน้าเพราะตรงนี้เป็ถนนใหญ่
ไฟสีเขียวเปลี่ยนเป็สีแดงรถยนต์ตามถนนก็ค่อยๆหยุดลงจนนิ่งสนิทผู้คนที่รออยู่ที่ทางม้าลายเริ่มเดินข้ามถนนใหญ่นี้อย่างปกติ
ไป่ฟานเซียนเองก็เดินตามผู้คนไปเช่นกันโดยมีฮุ่ยเอ๋อเดินตามต้อยๆอยู่ไม่ห่างตัว
“กรี๊ดด!”
ที่กลางทางนั้น เสียงะโร้องใของผู้หญิงหลายคนต่างดังขึ้นพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมายเพราะมีรถยนต์สีดำสองคัน ขับไล่ตามกันมาด้วยความเร็วเต็มที่ เมื่อมาถึงจุดที่กำลังติดไฟแดงอยู่ก็เบี่ยงขวาออกมาอีกเลนอย่างรีบเร่งส่วนรถคันด้านหลังก็ขับตามมาอย่างไม่ลดละ
และเพราะความรีบเร่งนี้เองทำให้คนขับไม่ทันได้สังเกตว่าเบื้องหน้าแถวรถที่ติดเพราะไฟแดงนั้นคือคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินข้ามทางม้าลายอยู่!
เสียงใดังขึ้นรอบด้านเพราะเหตุการณ์มันเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วเป็อย่างยิ่งรู้ตัวอีกที่รถคันหน้าก็มาอยู่ห่างจากกลุ่มคนที่กำลังข้ามทางม้าลายในระยะประชิดเสียแล้ว
แม้คนขับจะพยายามเบรกแต่มันก็ไม่ทันเสียแล้ว รถที่ขับมาด้วยความเร็วการจะเบรกในระยะทางสั้นๆมันไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่นอนทำให้รถนั้นไถลและกำลังจะพุ่งชนกลุ่มคน!
แต่ที่สำคัญก็คือคนที่อยู่ใกล้รถคันนั้นมากที่สุดกลับเป็เด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งกำลังถือกระเป๋าและมองรถที่พุ่งเข้าใส่ตัวเองด้วยดวงตาเปิกกว้าง
ฮุ่ยเอ๋อ!