พิษร้ายและสายใยความผูกพัน
สายลมยามค่ำคืนโชยอ่อนผ่านผืนป่าเงียบงัน แสงจันทร์ซีดสาดต้องเงาร่างสองร่างที่เร่งรุดจากจวนตระกูลหลี่อย่างมิคิดชีวิต หลี่ิประคองแม่นมผู้ชราซึ่งเป็เสมือนมารดาผู้หนึ่งของเขา เรือนกายของนางสั่นระริกและอ่อนแรงลงทุกขณะ ฝีเท้าที่เคยก้าวอย่างมั่นคงบัดนี้เซซวนจนเขาต้องหยุดยืนใต้เงาไม้ใหญ่ ดวงตาคมกริบของหลี่ิฉายแวววิตกกังวลเมื่อััได้ถึงความผิดปกติในร่างแม่นม คนที่เลี้ยงดูเขามาั้แ่เยาว์วัยกำลังมีอาการประหลาดที่น่าใจหาย
หลี่ิพินิจใบหน้าซีดเผือดของแม่นมใต้แสงจันทร์ เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มหน้าผาก ริมฝีปากแห้งผากเขียวคล้ำ “แม่นม! ท่านเป็อะไรไป?” ชายหนุ่มร้องถามเสียงสั่นเครือ ใจเขาหล่นวูบเมื่อฝ่ามืออังหน้าผากพบว่าเนื้อตัวนางเย็นเฉียบผิดวิสัย “คุณชาย… แม่นมไม่เป็ไรดอกเ้าค่ะ…”นางตอบเบาๆ แต่สุ้มเสียงนั้นอ่อนแรงนัก แม่นมพยายามฝืนยิ้มให้เขา ทว่ามุมปากกลับสั่นระริก
ดวงใจของหลี่ิปวดแปลบ เขารีบทรุดกายลงข้างนาง ตรวจดูชีพจรที่ข้อมือพลางส่งลมปราณเข้าไปหยั่งดูอาการ ภายในกายแม่นมบัดนี้ลมปราณปั่นป่วน ดั่งมีกระแสพิษร้ายไหลเวียนไปทั่วช่องทางเื “พิษ!” หลี่ิสูดหายใจลึก ดวงตาฉายแววตกตะลึงและโกรธแค้นในคราเดียวกัน “บิดาข้า…ท่านช่างอำมหิตนัก!” เขาพึมพำเสียงกร้าวในลำคอ พลันนึกถึงแผนร้ายของบิดาตน—ผู้ซึ่งไม่เพียงลงมือสังหารมารดาเขา แต่ยังคิดกำจัดทุกคนที่จงรักภักดีต่อเขา แม้กระทั่งแม่นมผู้ไร้ความผิดก็มิอาจรอดพ้นเงื้อมมือบิดาผู้ใจโหด
“คุณชาย…” แม่นมเอื้อมมือเหี่ยวย่นมาััแขนเสื้อของเขา ดวงตาฝ้าฟางมองดูใบหน้าหล่อเหลาของหลี่ิด้วยความเป็ห่วง “อย่าโกรธเลยเ้าค่ะ แม่นมไม่อยากเห็นคุณหนูเป็ทุกข์…”น้ำเสียงสั่นเครือของนางมีแววปลอบประโลม แม้กระทั่งยามเ็ปทรมาน นางก็ยังห่วงใยเขายิ่งกว่าตัวเอง
ยิ่งเห็นเช่นนั้น หลี่ิยิ่งสะท้านในอก ความผูกพันลึกซึ้งที่มีต่อแม่นมผู้เปรียบเสมือนแม่แท้ๆ ทำให้ดวงตาของชายหนุ่มร้อนผ่าว “แม่นม โปรดอย่าพูดเช่นนี้เลย ข้าจะต้องรักษาท่านให้ได้!”เขากุมมือนางไว้แแ่ ตัดสินใจแน่วแน่ ดึงกล่องยาเล็กๆ ออกจากอกเสื้อ ล้วงหยิบโอสถเม็ดสีฟ้าอ่อนขึ้นมา เม็ดยานั้นส่งกลิ่นหอมเย็นโชยบางๆ เป็ยาระงับพิษชั่วคราวที่เขาปรุงเตรียมไว้ยามฉุกเฉิน
“แม่นม นี่คือยาระงับพิษชั่วคราว กลืนลงไปเถิดนะ” หลี่ิประคองร่างแม่นมให้พิงต้นไม้ ก่อนจะป้อนโอสถใส่ปากนางอย่างระมัดระวัง แม่นมพยายามกลืนยาลงช้าๆ ทันใดนั้นเอง สีหน้าซีดขาวของนางก็คลายความหม่นหมองลงเล็กน้อย หยาดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้าผากเริ่มลดลง บรรยากาศหนักอึ้งเบาบางลงเมื่อยานั้นซึมซาบสู่กาย แม้จะเป็เพียงการระงับพิษไว้ชั่วคราวแต่ก็พอประวิงเวลาได้
หลี่ิหลับตาส่งลมปราณประคองตัวยา ช่วยขับพิษร้ายให้นิ่งสงบอยู่ในจุดหนึ่งชั่วคราว เขาวางฝ่ามือแนบกลางหลังแม่นม เพ่งจิตวิทยาการรักษาด้วยพลังปราณที่ฝึกฝนมาแต่เยาว์วัย คลื่นพลังอุ่นซ่านแผ่เข้าสู่ชีพจรของนางอย่างนุ่มนวล แม่นมรู้สึกอุ่นวาบในอก หายใจคล่องขึ้นเล็กน้อย นางลืมตาขึ้นมองใบหน้าตั้งสมาธิของหลี่ิ น้ำตาเอ่อคลอด้วยความซาบซึ้ง “คุณชายของแม่นม… ท่านมีวิชาเช่นนี้ด้วยหรือ” นางพึมพำ เบิกตาขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจผสมปลื้มใจ
ชายหนุ่มฝืนยิ้มบางๆ “เป็โชคดีที่ข้าได้ศึกษาวิชาปรุงยาและลมปราณรักษาบ้าง แม่นมอย่าพูดมากเลย พักเถิด” เขากล่าวเบาๆ พลางห่มผ้าคลุมไหล่ตัวเองให้นางเพื่อกันลมหนาวยามราตรี แม่นมพยักหน้าช้าๆ หลับตาพิงลำต้นเพื่อรวบรวมกำลัง
หลี่ิเงยหน้ามองฟ้าสูง ท้องนภาเต็มไปด้วยหมู่ดาวระยับ แต่หัวใจเขากลับหนักอึ้งดั่งก้อนศิลา “ต้องรีบกลับเรือนลับ…”เขาคิดในใจอย่างร้อนรน เรือนลับของเขาซึ่งซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขาห่างไกล คือสถานที่เดียวที่มีเครื่องปรุงยาและตำรับโอสถล้ำค่ามากพอจะรักษาพิษร้ายนี้ได้ ยาที่บิดาวางไว้กับแม่นมเป็พิษเฉพาะ อาจเป็ชนิดเดียวกับที่ใช้สังหารมารดาของเขาในอดีต หลี่ิกำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงความโเี้ของบิดา แต่ไม่นานก็คลายมือออกเมื่อได้ยินเสียงไอแ่เบาของแม่นม เขาตระหนักว่าความโกรธแค้นมิอาจช่วยสิ่งใด มีเพียงสติและความรวดเร็วเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตนางได้
เมื่อแม่นมอาการทรงตัวขึ้นเล็กน้อยด้วยฤทธิ์ยาระงับพิษ หลี่ิไม่รอช้า เขาช้อนร่างผ่ายผอมของแม่นมขึ้นอุ้มไว้ทั้งสองแขน “ข้าจะพาท่านกลับเรือนลับของข้าเดี๋ยวนี้ เราต้องรีบเดินทาง อย่าหลับนะแม่นมนะ” น้ำเสียงเขาอ่อนโยนแต่แฝงความกังวลใจ หลี่ิออกวิ่งเหินไปตามเส้นทางูเาที่คดเคี้ยว ร่างของเขาเคลื่อนรวดเร็วดุจวิหคกลางราตรี ฝีเท้าเบาหวิวจนแทบไร้เสียง ฝ่ามือที่อุ้มแม่นมยังคงส่งพลังปราณหล่อเลี้ยงชีพจรนางตลอดเวลา
กลางป่าเขาลำเนาไพรที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรแว่วดัง ขณะหลี่ิเร่งเดินทาง ความคิดมากมายพลุ่งพล่านในห้วงสำนึก เขาย้อนนึกถึงอดีตอันโหดร้ายที่ผ่านมา หากแม่นมไม่เสี่ยงชีวิตปกป้องเขาในวันนั้น เขาคงไม่มีชีวิตรอดจนวันนี้ “ชีวิตนี้ข้าติดหนี้ท่านยิ่งนัก แม่นม” เขาพึมพำกับตัวเอง แววตาแน่วแน่ “ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะไม่ยอมให้ท่านเป็อันตราย!”
ไม่นานนัก ขณะเหลือระยะทางอีกไม่นานจะพ้นผืนป่า หลี่ิพลันชะลอฝีเท้าเมื่อััได้ถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างเบื้องหน้า ภายใต้แสงเงินยวง ท่ามกลางสายหมอกบางริบหรี่ ร่างระหงหนึ่งปรากฏขึ้นกลางทางเบื้องหน้าของเขา สตรีผู้สวมอาภรณ์สีอ่อนนวล พลิ้วไหวไปกับสายลม ดวงหน้าของนางงดงามหมดจดดุจภาพฝัน ดวงตาคมสวยนั้นเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นหลี่ิประคองร่างหญิงชราอยู่