“พูดให้เร็วหน่อย!ข้าถามว่าม้าอีกห้าตัวหายไปไหน! ชักช้าขลาดเขลาเผยพิรุธ เดี๋ยวได้ตายกันหมดหรอก”
ณป้อมปราการหัวเมืองซานลู่ หรือถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเมืองม้ามองจากหอคอยสูงจะเห็นยอดหญ้าพลิ้วไหวดุจนารีเต้นระบำถัดไปสองรั้วจะเป็ลานกระโจมกว้างใหญ่ไพศาล นั่นเรียกว่าตลาดเสรีของคาราวานพ่อค้าคนจากต่างแดนเดินทางมาค้าขายที่นี่โดยเฉพาะเวลานี้มีกลิ่นหมอกยามเช้าพัดพามาเป็ระลอก อบอวลให้บรรยากาศน่าสราญรมย์จะผิดก็แต่คำพูดโหวกเหวกโวยวายนั่น!
เสียงเถ้าแก่สูงวัยเค้นถามทาสสองคนของโรงม้าอย่างเหลือกลานปากก็บอกว่าบริวารของตนมีความผิด ฐานที่รวมหัวกันคดโกงผู้เป็นาย ลักลอบเอาม้างามของลูกค้าไปขายกระทั่งทำให้เถ้าแก่พลอยเดือดร้อนไปด้วย แต่ไหนแต่ไรโรงม้าเมิ่งเข่อไม่มีนโยบายตุ๋นคนทั้งยังมีกฎเกณฑ์เข้มงวด ไหนเลยจะกล้าเล่นแง่กับลูกค้าของตัวเอง
เหตุการณ์นี้สะท้อนอยู่ใต้ดวงตาที่หรี่แคบของชายหน้าคมเขาทนมองละครน้ำเน่านานกว่าครึ่งชั่วยาม บัดนี้หมดความอดทนลงแล้ว... จึงสาวก้าวยาวๆ เพื่อเข้าไปยุติบทสนทนาเสียให้มันรู้แล้วรู้รอด!
“คนดีอายุสั้นคนชั่วอายุยืนพันปี สำนวนนี้ใช้กับข้าไม่ได้!!”
ผู้มีนามว่าจ้วนเจ๋อหร่านชักกระบี่ออกจากฝักใช้มันบากมวยผมของพ่อค้าสูงวัยจนขาดวิ่น ม่านตาปราศจากความเมตตารอบกายโอบล้อมไปด้วยจิตสังหารเข้มข้น ผู้ใดเห็นก็ต้องร้องขอชีวิต!
ʘᴥʘ
"คนผู้นี้น่ากลัวยิ่งนัก~"
เด็กหญิงวัยสี่ขวบผลุยหัวผลุบโผล่อยู่ในคอกเก็บฟางนางใช้นิ้วมือนุ่มนิ่มปิดตาตัวเองไว้แน่น แต่ไม่ลืมง้างซอกนิ้วให้มีช่องว่างเล็ก ๆเพื่อแอบมองเหตุการณ์คับขันตรงหน้า นางเห็นเต็มสองตาว่าชายร่างใหญ่เหมือนหมีกำลังรังแกคนสูงวัย พฤติกรรมไร้ยางอายของคนผู้นี้ น่าจับไปแขวนประณามนัก
สมองของเด็กหญิงวัยสี่ขวบคิดได้แค่นั้น~
คนผู้นั้นเป็ใครกัน? ไม่เหมือนคนท้องถิ่น และไม่เหมือนพ่อค้าต่างแดนอาภรณ์ที่สวมใส่เป็สีครามสลับแดง เนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่จรดข้อขาพับมีลวดลายมัจฉาร่อนประดับประดาแม้ใบหน้าดูเข้มเกรียมเสมือนคนทำงานตรากตรำอยู่กลางแจ้งแต่อาภรณ์ที่นุ่งห่มบ่งบอกว่าคนผู้นี้หาใช่ปุถุชนคนธรรมดา
ซือฉุยวัยสี่ขวบส่ายหน้าเอือมระอาอยากประท้วงความเ้าอำนาจของคนผู้นั้นสักครั้ง แต่ทว่าคิดวิเคราะห์ไปในทางกลับกันท่านตาเ้าของโรงม้าเมิ่งเข่อก็ใช่ว่าขาวสะอาดหนึ่งวันหนึ่งคืนที่ซือฉุยซ่อนตัวในคอกเก็บฟาง เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นตั้งหลายอย่าง
เช่นนั้นซือฉุยไม่ควรเห็นใจท่านตาแต่ควรเห็นใจพี่ชายสองคนที่ถูกบังคับให้เป็แพะรับบาปใช่หรือไม่?
เด็กหญิงชั่งใจอย่างหนักแต่ก็ต้องหดหัวกลับเข้าไปฉับพลันเมื่อเสียงท้องเ้าปัญหาดันดังโครกครากขึ้นมาประท้วงอย่างไร้มารยาทซือฉุยยังไม่ได้กินอะไรั้แ่เมื่อวาน หิวมาก! เกือบไปแล้วไหมล่ะถ้าถูกจับได้ขึ้นมาคงแย่...
“นั่นใคร!?”
ทุกสายตาต่างมองไปยังทิศทางที่มีเสียงโครกครากด้วยจังหวะที่พร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมายพร้อมกับะโถามอย่างคาดคั้น
โอ้!คราวนี้ใครจะอยู่ให้โง่พอรู้ว่าถูกจับสังเกตซือฉุยจึงจ้องจะสาวเท้าไวออกจากจุดเกิดเหตุ แต่เชื่อหรือไม่ว่าพริบตาเดียว ร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ของนาง ขึ้นไปห้อยโตงเตงอยู่บนอากาศด้วยน้ำมือของชายผู้สวมชุดสีครามสลับแดงแย่แล้ว ถูกจับได้แล้วสภาพของเ้าตัวไม่ต่างจากลูกแมวตัวหนึ่งที่ถูกเ้าของตามตัวจนพบ!
“เด็กนี่ช่างสอดไม่เข้าเื่เสียจริง จงสารภาพมา ว่าใครส่งเ้ามาสอดแนมพวกข้า!”
ลมปากเข้มข้นสาดใส่หน้าผากของเด็กน้อยจนหน้าม้าแตกด้วยกลิ่นเหม็นโฉ่ที่รุนแรงเกินอัตราจึงทำให้เด็กหญิงตัวน้อยเผลอยกมืออุดปากชายชุดครามอย่างลืมตัวพร้อมกับบีบจมูกตัวเองไว้แน่น น้ำเสียงของนางเกรี้ยวกราดเกินวัย
“ปากของท่านซ่อนสิ่งใดไว้หรือ?กลิ่นอัปมงคลยิ่งนัก!”
คำถามสุดไร้เดียงสาของผู้ต้องหาวัยสี่ขวบทำให้บุรุษชุดครามนามว่าเจ๋อหร่านเสียความมั่นใจไปชั่วขณะใบหูของเขาร้อนผ่าวเมื่อถูกท้วงติง เด็กปากไม่มีหูรูด เป็ลูกหลานของใครกันน่าจับหักคอเสียให้รู้แล้วรู้รอด
กระนั้นเจ๋อหร่านไม่ลืมที่จะสะบัดใบหน้าแรงๆ เพื่อให้นิ้วมือเล็ก ๆ หลุดออกไป แล้วจึงยกมือข้างที่ยังว่างอยู่ ใช้มันอังปากตนเองหลวมๆ แล้วออกเสียง ‘ฮ้าาา~’ อย่างคับข้องใจตอนนี้เองกลิ่นเต้าหู้เหม็นก็ตีคลุ้งขึ้นจมูกทำเอาเ้าตัวอดกลอกตามองบนเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายมิได้
ไม่สิ!จะคล้อยตามในคำพูดไร้สาระของนางเด็กนี่ไม่ได้ ใจความสำคัญคือสอบสวนคน!
“ข้าถามว่าใครส่งเ้ามา!”
"อยู่ใกล้แค่นี้เหตุใดต้องะโเล่า หากบอกว่าซือฉุยส่งตัวเองมา… ท่านลุงจะยอมเชื่องั้นหรือ"
"ใครลุงเ้า!ข้าจ้วนเจ๋อหร่านไม่เคยนับญาติกับขอทานน้อย"
ความสนใจของเจ๋อหร่านย้ายไปหาเด็กอ้วนเสียส่วนใหญ่สบโอกาสให้เถ้าแก่สูงวัยกระเถิบถอยหนีทีละก้าว หวังเอาตัวรอดจากเหตุการณ์อันตึงเครียดอย่างไรการที่มีลูกค้าโวยวายเื่ม้าหาย มันไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยเช่นนั้นจะทำตัวตื่นตูมไปไย
นี่คือชุดความคิดที่เค้นออกมาปลอบใจตนเองของเถ้าแก่โรงม้าจอมเ้าเล่ห์!
แต่แล้ว...น้ำเสียงของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาสยบทุกอย่าง...
“จะมุดหัวไปไหนหรือ?แล้วข้าสั่งให้เ้าไปได้ั้แ่เมื่อไหร่?”
เสียงเย็นะเืของใครอีกคนโชยมาจากที่สูงทำเอาเถ้าแก่จอมลวงโลกนึกประหวั่นพรั่นพรึงเป็การใหญ่ยามนี้จำต้องเร่งกระเสือกกระสนหนีตาย แต่ทว่าสองเท้าเ้าปัญหาดันไม่สามัคคีกันพาร่างอ้วนฉุสะดุดล้มหัวคะมำดูน่าสมเพชในตอนนี้เอง...คมศาสตราสีเงินสว่างวาบสะท้อนเงาระยับพาดอยู่บนบ่าของเถ้าแก่ขี้ขลาด
น้ำเสียงของคนผู้นี้สุขุมนุ่มลึกทว่าเต็มไปด้วยอายสังหารไม่ต่างดาบใหญ่ที่เขาถือวิชาตัวเบาเลิศล้ำไม่เพียงทำให้เคลื่อนไหวเฉียดฉิวดุจสายลมแต่ยังเคลื่อนไหวเบาหวิวประหนึ่งขนนกที่ปลิดปลิวในห้วงอากาศ
ไม่ทันไรชายจนตรอกก็ต้องหมอบต่ำอยู่ปลายแทบเท้าแล้วผ่อนเสียงสั่นประหม่าร้องขอชีวิตไม่ต่างจากหมูถูกเชือด
“ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่รู้เื่อะไรทั้งนั้น”
ยามนี้ชายสูงวัยหายใจไม่ทั่วท้องกลัวตายยิ่งนัก ท่าทางปอดแหกของไอ้เฒ่าจอมโลภมากมันน่าขันสิ้นดีคิดจะเล่นกับใครไม่เล่น ดันมาเล่นกับผู้บัญชาการเหวินแห่งสำนักกลาโหมเจวี๋ยไท้หากแก้ตัวว่าไม่รู้จักเหวินวั่งซู เท่ากับโกหกน้ำตื้นอย่าว่าแต่คนเป็ที่ต้องยำเกรง หากไม่หาว่ากล่าวเกินจริงคนตายที่นอนอยู่ในหลุมยังต้องสรรเสริญกับการมาของเขา
ของมันแน่อยู่แล้ว!ผีสางพวกนั้นมีใจเคารพรักในตัวเหวินวั่งซูหาใช่เพราะเขาชอบใช้อำนาจข่มเหงคนเพียงแต่เหวินวั่งซูควรค่าให้เลื่อมใสในฐานะที่เป็ขุนนางเพียงคนเดียวที่กล้าปลิดชีพกษัตริย์ทรราชคืนความผาสุกให้คนในแผ่นดิน
พอทราบกิตติศัพท์ของลูกค้าคนสำคัญ เถ้าแก่โรงม้าจำต้องเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความหวั่นใจในตอนนี้เอง จู่ ๆ น้ำสีเหลืองฉุนไหลราดง้ามขาชุ่มแฉะจนดูน่าสมเพชหากรู้แต่แรกว่าม้าพวกนั้นเป็ของยมบาลแซ่เหวิน สาบานว่าจะไม่แตะต้องมันเด็ดขาด!
“สามวันข้าให้เวลาเ้าสามวัน! เอาเฟิงเฮยกับม้าอีกสี่ตัวคืนมาให้ครบ”
ตอนนี้เองเสียงไอโครกปนกับเสียงท้องร้องของเด็กหญิงมันดังระงมกลบเสียงพูดของผู้บัญชาการหนุ่มจนป่นปี้ ว่าจะไม่สนใจอยู่แล้วเชียวแต่อดไม่ได้ที่จะเอี้ยวหางตากลับไปมองต้นเสียง เหวินวั่งซูนิ่วหน้าหงุดหงิดเมื่อเห็นเด็กหญิงหน้าเขียวหน้าแดงคล้ายจะขาดอากาศหายใจตายอยู่รอมร่อ
พอเจ๋อหร่านถูกผู้บังคับบัญชาตำหนิทางสายตาเขาจึงรีบวางนักโทษวัยสี่ขวบให้เท้าแตะพื้นอย่างอุตลุดทันทีที่หลุดพ้นจากควบคุมของชายแปลกหน้า ปากอวบอ้วนของซือฉุยเร่งหาวพะงาบ ๆอย่างร้อนรนประหนึ่งปลาตะเพียนเกยตื้น ซือฉุยกำลังสูดเอาอากาศเข้าปอดต่างหาก ท่าทางพิลึกกึกกือของนางพลอยให้เจ๋อหร่านถูกตำหนิ...
“แค่ขอทานคนหนึ่งเหตุใดเ้าต้องเปลืองแรงข่มขู่?”
.
..
ในท้ายที่สุดเหวินวั่งซูก็ปล่อยให้พวกสารเลวหนีเอาตัวรอดไปได้ง่ายๆ โดยลั่นวาจาไว้ว่า...อีกสามวันให้หลังถ้าพาม้าคู่บุญกลับมาคืนไม่ได้ ค่อยคิดบัญชีกับพวกมันย้อนหลังก็ยังไม่สายยามนี้ดาบใหญ่ด้ามจับสีชาดจึงต้องไหลคืนสู่ฝักทว่าปลายด้ามทู่กลับสะกิดอยู่บนพุงพลุ้ยของซือฉุยแทนซะงั้น
พฤติกรรมของคนผู้นี้...ไม่รู้ว่า้าสิ่งใดจากเด็กหญิงวัยสี่ขวบกันแน่?
U...U สนุกนักหรือไงนี่เรียกว่าพุง หาใช่ของเล่น จิ้มอยู่ได้!
เด็กหญิงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วหยัดตัวลุกขึ้นยืนพร้อมทำท่าโอหังนิ้วมือที่ไม่ต่างจากแง่งขิงบังอาจชี้หน้ายมบาลแซ่เหวิน
แล้วเสียงป่าว ๆของเด็กหญิงต่างบ่งบอกว่านาง้าต่อต้าน
“ซือฉุยไม่ใช่ขอทาน!ขอทานบ้านท่านอ้วนงั้นหรือ?”
โอ้!คำพูดสั้นห้วนของเด็กหญิงทำผู้ใหญ่สองคนอึ้งงันไร้วาจาไปชั่วขณะเจ๋อหร่านเกรงว่านายท่านจะพลั้งมือฆ่านางเด็กเมื่อวานซืนจึงรีบสืบเท้าเข้าไปกำบังร่างอ้วนไว้มิด
“เด็กไม่รู้ความนึกอยากพูดอะไรก็พูดไปเรื่อยนายท่านไม่จำเป็ต้องเปลืองแรงสั่งสอน นายท่านอย่าถือสาเลยขอรับ นางเป็แค่ขอทานน้อยประเดี๋ยวก็อดตายไปเอง”
ครั้นรอดจากเงื้อมมือของยมบาลแซ่เหวินไปได้ซือฉุยคงต้องบวชชีให้เจ๋อหร่านสักสามร้อยปีกระมังในสำนักกลาโหมเจวี๋ยไท้มีผู้ใต้บัญชาห้าร้อยชีวิต ยามผู้บัญชาการเหวินออกโอวาทยังไม่มีผู้ใดกล้าแสดงออกว่าเห็นต่างเลยแม้แต่คนเดียว กระทั่งจังหวะลมหายใจก็ต้องรักษาให้มั่นคง
แต่นี่!นางเป็แค่เด็กวัยสี่ขวบ กลับไม่รักชีวิตเสียแล้ว
ขณะเดียวกันนี้ดวงตากลมโตของเด็กหญิงจ้องเขม็งพลางครุ่นคิดมองหัวจรดเท้าแล้วชั่งใจ ท่านลุงทั้งสองน่าจะมีเงินไม่น้อยดังนั้นซือฉุยควรเรียกร้องค่าเสียหาย หนึ่งคนถกคอเสื้อ หนึ่งคนใช้ฝักดาบเขี่ยพุงซือฉุยขวัญเสียไปหมดแล้ว…
ฮี่ฮี่ >___<
ไม่รู้ว่าเอาหัวแม่เท้าคิดหรือเอาสมองซีกไหนคิด ถึงได้ประมวลผลออกมาอย่างนั้นมันง่ายนักหรือที่เด็กสี่ขวบจะขูดรีดทรัพย์สินจากบุรุษร่างกำยำทั้งสอง ง่ายหรือยากซือฉุยไม่รับปาก มิสู้จับตาดูเอาเองเถิด…