บทที่ 91 ทักษะวายุศักดิ์สิทธิ์
“ซัลฟา ทำไมนายถึงเอาแต่ยินนิ่งล่ะ รีบๆสังหารนังผู้หญิงนั่นเร็ว” เอนวิลดิ์กล่าวเร่งเมื่อเห็นว่าซัลฟายืนนิ่ง ไม่มีความคิดสังหารรินแม้แต่น้อย
“...” ซัลฟาไม่สนใจคำพูดเอนวิลดิ์ มันยังคงไม่มีความคิดสังหารรินเหมือนเดิม
“นายต้องการช่วยไอ้หัวฟ้านั่นงั้นเหรอ? นายรู้มั้ยว่าทำแบบนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น? นายอยากเป็นศัตรูกับพวกเราใช่มั้ย?” เอนวิลดิ์พูดขู่ ซัลฟาไม่มีความเกรงกลัวซักนิด มันกล่าวขึ้นว่า “นายนี่มันขู่เก่งจริงๆ ฉันล่ะรำคาญนายสุดๆ นายจะจัดการไอ้หัวฟ้านั่นฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่นายไม่สามารถสังหารผู้หญิงคนนี้ได้ เธอเป็นคนจากกลุ่มของฉันเธอไม่ได้ก่อเรื่องอะไร!”
“แต่เธอเป็นเพื่อนกับเจ้านั่น เธอจะต้องตาย!” เอนวิลดิ์คำรามลั่น มันพุ่งเข้าโจมตีซัลฟา ซัลฟาสงบนิ่งเช่นเดิมแม้ว่าดาบดินใกล้ถึงตัวมันแล้วก็ตาม
“คิดว่าคนอ่อนแอแบบนายจะสามารถทำร้ายฉันได้เหรอ? เป็นเรื่องที่น่าหัวเราะ! ไม่ว่านายจะใช้อะไร นายก็ไม่สามารถทำร้ายฉันได้อยู่ดี” ซัลฟาใช้ขวานของมันป้องกันดาบดินได้อย่างง่ายๆ หลังป้องกันสำเร็จ ซัลฟาก็โจมตีสวนกลับไป
ปึง! ตูมม!
เอนวิลดิ์สร้างกำแพงดินขึ้นเพื่อป้องกันขวานซัลฟา น่าเสียดาย ขวานของซัลฟาแข็งแกร่งมากกว่าที่มันคิด กำแพงดินสามารถคงอยู่ได้เพียงหนึ่งวินาทีก่อนสลายหายไปกับสายลม เห็นกำแพงดินสลายไปแล้วซัลฟาพลันขว้างขวานไปใส่เอนวิลดิ์ เป้าหมายคือกลางหัวมัน
“ฉันไม่ยอมตายที่นี่หรอก!” เอนวิลดิ์กล่าวด้วยเสียงอันดัง มันหยิบขวดยาบางอย่างขึ้นมาจากนั้นก็เปิดฝาจุก ดื่มของเหลวลงคอไป วินาทีถัดมาเอนวิลดิ์ก็สร้างกำแพงดินขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้กำแพงดินแข็งแกร่งกว่าครั้งก่อนมาก ดังนั้นขวานซัลฟาจึงไม่สามารถทำลายมันได้
“หึหึ ซัลฟา ต่อจากนี้ฉันจะฆ่าแกเป็นคนแรก!” เอนวิลดิ์หัวเราะพลางหยิบขวานที่ปักกำแพงดินอยู่ออก ก่อนจะมองไปยังซัลฟาซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เมื่อครู่มันเกือบตายเพราะอีกฝ่ายแล้ว โชคดีที่มันนำยาเสริมพลังธาตุชั่วครู่มาด้วย ไม่งั้นตอนนี้ตัวมันคงตายไปแล้วอย่างแน่นอน
“ซัลฟา นายจะยอมเป็นศัตรูกับพวกเราเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวอย่างงั้นหรือ?” เอลิดิสถาม มันกับซัลฟารู้จักกันพอสมควร มันรู้ว่าซับฟาน่ะแข็งแกร่งมาก มากจนมันคนเดียวไม่สามารถเอาชนะได้ เพราะงั้นถ้าเป็นไปได้มันก็ไม่อยากจะเป็นศัตรูกับฝ่ายนั้นซักเท่าไหร่
“เธอคือคนจากกลุ่มของฉัน เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันจำเป็นต้องปกป้องเธอ” ซัลฟายืนยันคำเดิม มันรู้ว่ารินน่ะไม่ธรรมดา ระดับสูงคนหนึ่งคอยหนุนหลังเธออยู่ หากเธอตายตอนนี้ระดับสูงคนนั้นคงโกรธมาก ถ้าระดับสูงคนนั้นโกรธกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์จะสูญเสียหมาศาล ในฐานะคนที่จงรักภักดีต่ออาร์ครีเวอร์ มันไม่ต้องการให้กลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์เกิดการสูญเสียใหญ่หลวง
“เฮ้ออ~ พวกเราคงต้องต่อสู้กันจริงๆ” เอลิดิสถอนหายใจก่อนจะเริ่มวิ่งไปโจมตีซัลฟา เอลิดิสกับเอนวิลดิ์ร่วมมือกันต่อสู้กับซัลฟาเป็นผลให้ซัลฟาเกิดความลำบาก ซัลฟาไม่ยอมแพ้ มันใช้พลังทั้งหมดที่ตนเองมีสร้างความได้เปรียบให้กับตัวมัน ทั้งสามต่อสู้กันหลายนาที ยังไม่มีฝ่ายไหนชนะ ตามร่างกายของพวกมันมีแต่บาดแผลซึ่งเกิดจากอาวุธและพลังฝ่ายตรงข้าม
“ฉันจะจบเรื่องนี้เอง” ซัลฟากล่าว ถึงจะมีบาดแผลเต็มตัวแต่มันก็ยังคงปกป้องรินอยู่ วินาทีนี้มันตัดสินใจใช้ไพ่ตายใบสุดท้ายของตัวเองออกมา ไม่ใช่แค่ซัลฟาคนเดียวที่ตัดสินใจได้ เอลิดิสกับเอนวิลดิ์ก็ตัดสินใจได้เช่นกัน
“อาณาเขตวายุศักดิ์สิทธิ์” ซัลฟาพึมพำเบาๆ เวลาเดียวกับที่เขาพึมพำ เหล่าเมฆมากมายพลันเคลื่อนที่มารวมกันบริเวณที่เขาอยู่ เกิดเสียงฟ้าผ่าหลายสิบครั้งติดกัน เกิดลมแรงพัดผ่านบริเวณซัลฟา ลมเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป ฉับพลันฝนตกลงอย่างหนักหน่วง เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเอนวิลดิ์ก็อดตกตะลึงไม่ได้
พวกครึ่งก้าวชั้นยอดซึ่งกำลังต่อสู้กับสายฝนอยู่สามารถสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงได้ สายฝนเองก็เหมือนกัน เขาและพวกมันหยุดสู้กัน รีบหันไปมองยังทิศทางที่ซัลฟาอยู่ ครึ่งก้าวชั้นยอดคนหนึ่งเผลอพูดออกมาว่า “นี่มัน…”
“มันเกิดอะไรขึ้น?” ครึ่งก้าวชั้นยอดอีกคนถามด้วยความกังวล ตลอดชีวิตที่ผ่านมา มันไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน สามารถทำให้เมฆมารวมตัวกันได้ สามารถทำให้เกิดลมแรงได้ สามารถทำให้ฝนตกได้ อะไรกันที่สามารถทำให้เกิดเรื่องพวกนี้?
มีครึ่งก้าวบางคนรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไร มันกล่าวขึ้น “นั่นคือทักษะอาณาเขตวายุศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นทักษะของกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์ สาเหตุที่ทำให้กลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์น่ากลัวก็เพราะทักษะนี้แหละ มีแค่พวกระดับสูงในกลุ่มหรือคนที่ใว้ใจได้จำนวนหนึ่งเท่านั้นถึงจะสามารถศึกษาและฝึกฝนทักษะนี้ได้ ระดับสูงในกลุ่มโจรของฉันเคยบอกว่าทักษะนี้เป็นทักษะที่อาร์ครีเวอร์ได้รับมาจากมิติเร้นลับแห่งหนึ่ง”
“แล้วทักษะอาณาเขตวายุศักดิ์สิทธิ์มันแข็งแกร่งแค่ไหน?” ชายคนหนึ่งนามว่าอีฟานถาม ได้ยินคำถามอีฟาน ครึ่งก้าวชั้นยอดที่รู้เรื่องทักษะอาณาเขตวายุศักดิ์สิทธิ์หรือก็คือเอฟราอิสส่ายหัวไปมา บอกว่า “ฉันไม่รู้หรอกว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ระดับสูงในกลุ่มได้บอกฉันว่าหากเจอเข้ากับทักษะอาณาเขตวายุศักดิ์สิทธิ์ ควรรีบหนีทันที ไม่ควรเข้าใกล้เด็ดขาด ทีแรกฉันก็ไม่เชื่อหรอกว่ามันจะน่ากลัวเหมือนที่ระดับสูงพูด ทว่าพอได้เห็นมันในวันนี้ฉันก็เชื่อทันที ลาก่อน ฉันไม่อยู่แล้ว!” พูดจบเอฟราอิสก็วิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว มันไม่สนใจภาพลักษณ์ตนเองแม้แต่น้อย คนอื่นอาจไม่รู้ว่าทักษะอาณาเขตวายุศักดิ์สิทธิ์ทำอะไรได้แต่มันรู้ มันเป็นไปไม่ได้ที่ระดับครึ่งก้าวจะยังคงมีชีวิตอยู่หลังเจอทักษะนี้ ทักษะนี้มันน่ากลัวถึงขนาดนั้น!
‘ทักษะอาณาเขตวายุศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ? น่าสนใจดีนี่!’ คิดเช่นนั้นเสร็จ สายฝนก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไล่ตามเอฟราอิส
เวลาผ่านไปสามนาที
ฉัวะ!
ดาบเพลิงโลกันตร์ถูกตวัดออกไป วินาทีถัดมาขาทั้งสองของเอฟราอิสพลันขาด มันกรีดร้องออกมาเสียงดัง เต็มไปด้วยความเจ็บปวด มันมองสายฝนโดยใช้สายตาขอร้อง
“ถ้านายบอกฉันว่าทักษะอาณาเขตวายุศักดิ์สิทธิ์ทำอะไรได้ ฉันจะทำให้นายมีชีวิตอยู่ต่อ” สายฝนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับขยับนิ้ว ปรากฏขวดยาขึ้นที่มือของเขาในวินาทีต่อมา เห็นขวดยาในมือสายฝน เอฟราอิสก็รีบบอกทุกอย่างที่มันรู้เกี่ยวกับทักษะอาณาเขตวายุศักดิ์สิทธิ์ให้สายฝนฟัง ระหว่างชีวิตกับข้อมูล มันเลือกชีวิต
///
ฉัวะ! เลือดสาดกระจาย เอฟราอิสจ้องมองสายฝนอย่างโกรธแค้น มันต้องการพูดอะไรบางอย่างทว่าก็หมดลมหายใจไปซะก่อน เอฟราอิสเสียชีวิตแล้ว!
สายฝนเก็บดาบเพลิงโลกันตร์เข้ามิติคลังเก็บสิ่งของก่อนพูดเบาๆกับตนเองว่า “ดูเหมือนฉันจะประมาทเกินไป ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่มีทักษะที่ดี ยังมีสิ่งมีชีวิตมากมายที่มีทักษะแข็งแกร่งเท่าทักษะของฉัน หรือกระทั่งอาจมากกว่าฉันด้วยซํ้า ในอนาคตฉันจำเป็นต้องใช้ชีวิตระวังมากกว่านี้ บางคนที่ฉันคิดว่าอ่อนแออาจมีทักษะบางอย่างซ่อนเอาใว้อยู่”
---
จบบทที่ 91 ทักษะวายุศักดิ์สิทธิ์