บทที่1 หวนคืนสู่เกมส์(ท่อนที่ 1)
เดือนกันยายน ปี ค.ศ. 2022…
ณ หุบเหวแห่งหนึ่งในเกมส์เซียออนไลน์...
สายลมแรงพัดผ่านร่างบุคคลปริศนาสองร่าง บ้างก็ม้วนตัวลอยหอบเอาฝุ่นละอองคละคลุ้งเป็หย่อม ๆ บ้างก็เลียบพื้นตะกุยฝุ่นขึ้นเป็ควัน บ้างก็
พัดผ่านหุบเหวด้านล่างจนดังก้องสะท้อนเป็เสียงหวีดหวิว
ผมถอนหายใจออกช้าๆ ยืนมองคู่ต่อสู้ที่ทั้งชีวิตตัวเองขวนขวายและอยากเจอมากที่สุด สายตาที่มุ่งมั่นของผมกำลังหรี่ลงอย่างมีความหมาย ภายในใจก็ย้ำคิดอยู่ตลอดว่า อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวเท่านั้น เพียงแค่อีกนิดเดียวผมก็จะได้ขึ้นเป็ที่หนึ่งของผู้เล่นสายอาชีพนักดาบแล้ว ขอเพียงแค่ชนะคนที่ยืนอยู่ข้างหน้านี้เท่านั้น
คนที่ทั่วทั้งเกมส์เซียออนไลน์ ขนานนามให้เป็ เทพแห่งดาบ…
ย้อนกลับไปอีกหลายเดือนก่อนหน้านี้ผมได้รับเครื่องแคปซูลแชร์ความคิดเป็ของขวัญวันเกิด พร้อมกับเกมส์ที่ชื่อว่าเซียออนไลน์ และนั่นก็เป็จุดเริ่มต้นของเื่ราวการผจญภัยในเกมส์ทั้งหมดของผม
ผมเริ่มจากศูนย์ไม่มีอะไรและไร้ซึ่งจุดหมาย ผ่านกาลเวลาและสั่งสมค่าประสบการณ์ทั้งตัวเลขและร่างกาย จนค้นพบสิ่งที่ตัวเอง้ามากที่สุดในเกมส์นี้
นั่นก็คือการเป็ผู้เล่นสายอาชีพดาบที่เก่งที่สุด...
ผมผ่านภารกิจมามากมาย ทั้งยาก ทั้งเสี่ยงลดระดับ และทั้งเหนื่อย แต่ผมก็ผ่านมันมาได้เพื่อเป้าหมายเดียวของตัวเอง และมันก็คือวัตถุประสงค์หลักที่ทำให้ผมมายืนอยู่ต่อหน้า ผู้เล่นอันดับ 1ที่ได้ชื่อว่าเป็เทพแห่งดาบในขณะนี้
“ไม่คิดว่าจะเป็เธอ จอมดาบสยบศาสตรา”
ผมเลิกคิ้วข้างซ้ายขึ้นเล็กน้อยเมื่อฝ่ายตรงข้ามเอ่ยฉายาของผมในขณะนี้ มันเป็ฉายาที่ทั่วทั้งเกมส์เซียออนไลน์ขนานนามให้ แน่นอนว่าผมไม่รู้สาเหตุที่มาของฉายาหรอกนะ
ผู้เล่นส่วนมากในเกมส์พร้อมใจกันโหวตให้ มันเป็สมญานามที่ใช้เรียกความสามารถทั้งหมดที่ผมมี ถ้าจะมีเหตุผลใดอันเป็ที่มาของฉายา ก็คงเป็เพราะดาบและเพลงดาบที่แข็งแกร่งไม่แพ้ผู้เล่นใด ซึ่งมันมีอยู่ในการของผมกระมัง แต่ถึงอย่างนั้นศัตรูต่างหน้า ต่างอาวุธ ต่างความคิด ผมก็ไม่เคยกลัวถ้าได้จับดาบและฟาดฟันมันออกไป ต่อให้เป็ศัตรูแกร่งแค่ไหน ผมก็จะฟันมันเป็สองท่อน
แต่มันยังไม่พอหรอกหากผมยังเป็รองแค่เทพแห่งดาบ…
“นายเป็คนที่เท่าไหร่แล้วนะ ที่มาท้าสู้กับฉัน”
คำถามเหมือนอยากจะให้ผมตอบหากผมก็ได้แต่นิ่งเงียบ เพราะไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมาไม้ไหน
“ก็ไม่รู้สินะ...เทพแห่งดาบดราก้อนฟิช” เป็ครั้งแรกที่ผมเปิดปาก และนั่นก็คือชื่อในเกมส์ของเทพแห่งดาบ
ฝ่ายนั้นเองก็ยิ้มให้เมื่อผมเอ่ยชื่อเขา
“ประลองกันเลยไหม” ดราก้อนฟิชกล่าวเสียงเรียบและมันก็เป็คำพูดง่าย ๆ เพราะก็รู้อยู่แล้วว่าผมมาหาเขาด้วยจุดประสงค์อะไร
“รับมือ”
ผมกล่าวแล้วยิ้มให้ตบท้ายก่อนจะปลดดาบออกจากกลางหลังแล้ววาดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว บังเกิดเป็คลื่นลมดาบขนาดใหญ่เหวี่ยงตัวฟาดอย่างรุนแรงเข้าหาดราก้อนฟิช กระนั้นอีกฝ่ายกลับเพียงแค่ยืนเอามือไขว้หลังอย่างสงบ
ฟ้าว! ตูม!
คลื่นลมพุ่งแหวกอากาศตัดร่างของดราก้อนฟิชออกเป็สองท่อน แล้วกระทบเข้ากับโขดหินด้านหลังจนะเิออกเสียงดัง แต่ผมไม่ได้คิดอย่างนั้น ไม่ได้คิดว่าดราก้อนฟิชจะถูกฟันง่ายอย่างนี้
“มองอะไรอยู่” เสียงของดราก้อนฟิชดังขึ้นเื้ั
ผมเบิกตาโพล่งอย่างใก่อนจะหมุนตัวตวัดดาบตามสัญชาตญาณอย่างไม่คิด แต่ดาบของผมกลับถูกนิ้วชี้กับนิ้วกลางของผู้ที่ได้ชื่อว่าเทพแห่งดาบคีบไว้อย่างง่ายดาย ราวกับมันเป็เพียงแค่กระดาษบาง ๆ
“ดาบดี”
ดราก้อนฟิชชม ผมได้จังหวะจึงะเิคลื่นลมขึ้นอีกครั้ง และดราก้อนฟิชเองก็เหมือนจะรับรู้ถึงอันตรายจึงปล่อยดาบออกแล้วะโลอยไปด้านหลังด้วยท่วงท่าที่แ่เบาราวกับขนนกปลิดปลิว ผมสบโอกาสจึงวาดดาบส่งคลื่นลมตามไป แต่เขาก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างง่ายดาย
“เยี่ยม...สามารถสร้างคลื่นลมดาบได้โดยไม่ต้องเรียกใช้ทักษะ...น่าสนใจจริงๆ ” ผมยิ้มให้กับคำชมในครั้งนี้ แต่ทางที่ดีก็ไม่ควรประมาท
“ส่วนดาบนั่นก็คงจะได้มาจากภารกิจลูกศิษย์นายช่างสินะ” อีกครั้งที่ผมเลิกคิ้วขึ้น
ถูกต้องอย่างที่ดราก้อนฟิชพูดดาบซามูไรกว้าง 3 เิเ ยาว 1 เมตร หนาครึ่งเิเ และไร้ที่คั้นดาบในมือของผมตอนนี้ ผมได้มาจากภารกิจลับระดับ SS ที่น้อยคนจะรู้
“ของรางวัลจากภารกิจ ก็คืออาวุธอะไรก็ได้ ที่เ้าตัวปรารถนาซึ่งสามารถบรรจุความสามารถพิเศษได้สามอย่าง...ดูเหมือนโกงจังเลยนะ” ประโยคหลังดราก้อนฟิชทำเสียงประชดนิด ๆ พร้อมกับยิ้มที่มุมปากให้หนึ่งที
“มันก็ไม่เท่าไหร่หรอก...แล้วไหนดาบของคุณล่ะ”
ดราก้อนฟิชยิ้มกริ่มเมื่อผมถามเขายื่นนิ้วชี้และนิ้วกลางออกไปข้างลำตัวช้า ๆ พลันบังเกิดคลื่นพลังมหาศาลล้นทะลักออกจากร่างของเขาก่อนจะไหลเข้าไปรวมกันที่ปลายนิ้วมือทั้งสอง และก่อตัวเป็รูปใบดาบผลึกใสยาวหนึ่งเมตรในฉับพลัน
“เมื่อใดที่ไร้ดาบ เมื่อนั้นก็จะแข่งแกร่งที่สุด จำไว้”
ผมกัดฟันแน่นเมื่อได้ยินคำตอบก่อนจะแผ่พลังออร่าของตัวเองให้ไหลไปรวมกับดาบ และผนึกพลังเพื่อให้มันแข็งแกร่งขึ้นจนใบดาบเริ่มประกายแสงสีขาวอ่อน ๆ
“มาตัดสินกันในทักษะเดียวเถอะ”
“ก็ได้ถ้าหากว่านาย้า”
ดราก้อนฟิชตอบรับครั้งสุดท้ายแล้วะเิคลื่นพลังจนเกิดลมแรงพัดกระจายไปทั่ว ผมจับดาบไว้แน่นในมือขวาและเปิดใช้ทักษะเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ของตัวเองเพื่อเร่งพลังโจมตี
ทักษะเผ่าพันธุ์ กายาเพลิง
ทักษะเผ่าพันธุ์ ไฟทมิฬ
พรึ่บ!
เปลวไฟลุกท่วมท้นกายของผู้ใช้ทักษะ ก่อนมันจะม้วนตัวขึ้นสูงและแผ่รังสีความร้อนกระจายไปทั่วรัศมี3 เมตร ฉับพลันนั้นเองเปลวไฟทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็สีดำในพริบตา ยังความแปลกใจมาให้ดราก้อนฟิชเล็กน้อย
ทักษะเผ่าพันธุ์ ปีกอัคคี
อีกทักษะของเผ่าพันธุ์นกฟินิกซ์ที่ผมเรียกใช้พลันบังเกิดไฟกลุ่มหนึ่งงอกออกมาจากลางหลังของผมก่อนมันจะสยายออกกลายเป็ปีกเพลิงสีดำคู่ ที่สะบัดและกระพืออย่างรุนแรงจนเกิดลมร้อนหอบหนึ่งพัดกรรโชกไปทั่วกาย แม้แต่ดราก้อนฟิชเองก็ยังััได้ถึงไอร้อนนั้น
ฟุบ!
ชั่ววินาทีนั้นร่างของผมก็ดีดตัวขึ้นสู่อากาศจนมองเห็นเป็เหมือนก้อนเปลวไฟสีดำบินได้ ผมแผ่เปลวไฟทมิฬไปสู่ดาบในมือของตัวเอง ซึ่งไม่กี่วินาทีมันก็ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสีดำไม่ต่างจากร่างกายของผมและขณะเดียวกันนั้นปลายดาบที่โหมกระพือด้วยไฟสีดำก็ถูกตวัดยกขึ้น เปล่งอำนาจเตรียมสำแดงเดชทักษะที่รุนแรงที่สุดออกมา
ทักษะเพลงดาบมหนภา ดับโลกันต์
วูบ!
บังเกิดลมกรรโชกหนักขณะที่ผมยกปลายดาบขึ้นสูงด้วยสองมือ ก่อนสายลมนั้นจะพัดกระจายหายไปแล้วปรากฏเป็เปลวไฟสีดำลุกโหมกระพือมากกว่าเดิมในชั่วพริบตาและวินาทีนั้นผมก็วาดดาบออกข้างตัวช้า ๆ และพุ่งลงเข้าหาร่างของดราก้อนฟิชด้วยความเร็วสูง…
“เพลงดาบมหนภางั้นเหรอ” ดราก้อนฟิชเอ่ยอย่างพอใจแล้วหรี่สายตาลงประหนึ่งกำลังใช้ความคิด
“เป็เพลงดาบที่น่าสนใจ” สิ้นคำพูดร่างของดราก้อนฟิชก็พุ่งทยานขึ้นเหนือฟากฟ้าเป้าหมายคือตัวของผมที่กำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟทมิฬ
ตอนนี้รอบตัวของดราก้อนฟิชมีคลื่นลมกรรโชกแรงอีกทั้งยังโหมกระพือหนักขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้ตัวผม จนดูเหมือนลูกอุกกาบาตเปลวไฟสีดำกับบอลลมขนาดใหญ่กำลังจะพุ่งชนกัน
ทักษะเพลงดาบไร้ิญญา ิญญาหวนคืน
บึ้ม!!!!!
ทักษะเพลงดาบของดราก้อนฟิชและผมปะทะกันจนเกิดะเิเป็วงกว้างส่งผลให้ฝุ่น ดิน และก้อนหินตลบอบอวลไปหมดจนมองไม่เห็นอะไรนอกจากควันที่ปกคลุมไปทั่วหุบเหว เป็นานหลายนาทีกว่าลมที่พัดอยู่บนหุบเหว จะหอบเอาฝุ่นเ่าั้ให้จางลง จนเผยให้เห็นร่างสองร่างที่ยืนหันหลังให้กันอย่างสงบนิ่ง
“นายฟันไป 30 ครั้ง” เสียงของผมพูดอย่างแ่เบา
“31 ต่างหาก”
ฉัวะ!
สิ้นคำพูดนั้นเืภายในกายของผมก็พุ่งกระฉูดตามรอยฟันเป็ทางยาวั้แ่หัวไหล่จนถึงหน้าท้อง...
ผมไม่รู้ว่าดาบที่31 ของดราก้อนฟิชที่ตวัดฟันมาตอนท้ายนั้นโจมตีถูกตอนไหน กระนั้น ณ เวลานี้ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอีกแล้วร่างของผมค่อย ๆ ทรุดฮวบล้มลงคุกเข่ากับพื้น ความรู้สึกพ่ายแพ้กำลังกัดกินหัวใจของผมช้า ๆ วินาทีนี้เองที่ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันพังทลายนั้นเป็เช่นไร ผมกำลังรับรู้มันช้า ๆ รับรู้ว่าทุกสิ่งอย่างที่ผมเพียรพยายามมาทั้งหมด มันถูกทำลายลงด้วยดาบที่ 31ของดราก้อนฟิชที่ผมมองไม่ออก
“นายยังสามารถพัฒนาได้อีก จอมดาบสยบศาสตรา” แว่วเสียงของดราก้อนฟิชดังเข้ามาในโสตประสาท แต่ผมกลับไม่รับฟังอะไรอีกแล้วในเวลานี้
“ออฟไลน์” นั่นเป็คำสุดท้ายของผมที่ได้กล่าวก่อนร่างกายทั้งร่างจะกลายเป็แสงสีขาวแล้วเลือนหายไป
“แล้วกลับมาสู้กันอีกนะ...เควิน”
เพียงเท่านั้นร่างของดราก้อนฟิช ก็ร่วงทรุดลงกับพื้นไม่ต่างกับร่างของคนที่ออฟไลน์ไปก่อนหน้าพร้อมกับหยดเืสีแดงสดที่ค่อย ๆ ไหลย้อยออกมุมปากของเขาช้า ๆ และเสียงหัวเราะแปลก ๆ จากดราก้อนฟิชที่ดังสะท้อนไปทั่วหุบเหว
12ปีต่อมา ค.ศ. 2034
ณ ห้องควบคุณระบบดรีมเน็ตเวิร์ก
เสียงอึกทึกจากการวิ่งพล่านไปทั่วของพนักงานในห้องควบคุม ไม่ได้ทำให้ดร.เนวันรู้สึกรำคาญเหมือนที่เคยเขากำลังจับจ้องมองดูการต่อสู้ของชายสองคน บนมอนิเตอร์โปร่งแสงที่ลอยนิ่ง ๆ อยู่ตรงหน้ามันเป็การต่อสู้ของชายที่ได้ชื่อว่าที่ 1 กับที่ 2 ของผู้เล่นเกมส์ที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อ12 ปีก่อน
“ท่านครับ” เสียงของพนักงานคนหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ยังผลให้ดร.เนวันละสายตาจากจอมอนิเตอร์โปร่งแสง และหันมามองด้วยความสงสัย
“ว่าไง” พนักงานนั่นทำท่านิ่งคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะยื่นกระจกใสโปร่งแสงที่มีขนาดเท่ากระดาษเอสี่ให้แผ่นหนึ่ง
“ข้อมูลของผู้เล่น เควินที่ท่านให้หาได้แล้วครับ เป็ข้อมูลเมื่อ 12 ปีที่แล้ว” พูดจบพนักงานก็ขยับออกห่างจากดร.เนวันเล็กน้อย พอให้ผู้ที่ได้ชื่อว่าหัวหน้าได้อ่านรายละเอียดที่อยู่บนแผ่นกระจกโปร่งแสงถนัดตา
“ดีมาก” ดร.เนวันกล่าวชมแล้วก้มดูข้อมูลของผู้เล่นเควิน
ข้อมูลผู้เล่นทั่วไป
*************
ชื่อผู้เล่น : เควิน / อาชีพ : นักดาบ / เผ่า : นกฟินิกซ์
ชั้น : โกลด์ (Gold) / เลเวล : 99
ค่าประสบการณ์ : 15,850,000 /16,975,000
พลังชีวิต : 1,950,450 / พลังออร่า : 1,600,490 / พลังเวทย์: 504,600
“ทักษะวิชาเพลงดาบมหนภา...งั้นเหรอ”
ดร.เนวันไล่สายตามองข้อมูลอย่างพึงพอใจ ก่อนจะมาสะดุดอยู่ที่ทักษะหนึ่ง ถึงจะยังเป็แค่ระดับ 99 ชั้นโกลด์ แต่มีความสามารถของทักษะขนาดนี้คงจะมีดีอะไรพอตัว
“ครับ...เป็รางวัลที่เขาทำภารกิจพิทักษ์เมืองจากการรุกรานของGM สำเร็จในกิจกรรมวันขึ้นปีใหม่เมื่อ 12 ปีก่อนนะครับ” พนักงานเอ่ยอธิบายเพิ่มเติมอย่างรู้งาน เพราะเขาคิดว่าดร.เนวันคงยังไม่รู้เื่นี้ เนื่องจากข้อมูลที่เห็นเป็ของ 12 ปีก่อน ซึ่ง่เวลานั้นดร.เมลวันยังรับหน้าที่คุมห้องนี้ไม่ใช่ดร.เนวัน
“ของรางวัลก็คือทักษะอะไรก็ได้หนึ่งทักษะสินะ” ดร.เนวันกล่าวถามอีก
“ครับเขา้าทักษะดาบที่แข็งแกร่งไม่แพ้ดราก้อนฟิชทางเราเลยเลือกทักษะวิชาเพลงดาบมหนภาให้”
“อืม...” ดร.เนวันครางในลำคอเบา ๆ
“เรียกตัวเขามาพบผมที” พนักงานคนนั้นเงยหน้าขึ้นเมื่อได้รับคำสั่งเขารู้อยู่แล้วว่าต้องเป็แบบนี้
“แต่ว่าเขาจะทำได้เหรอครับ”
“ผมไม่รู้เื่นั้น...แต่เราต้องพึ่งเขาหรือไม่ก็สวดขอพรกับพระเ้าเพื่อไม่ให้ปัญหาแย่กว่าที่เป็”
สีหน้าของพนักงานหม่นลงเล็กน้อย เขาเข้าใจความรู้สึกของดร.เนวันในตอนนี้ แต่ว่าเขาก็ยังมีเื่สงสัยอีกเื่ที่ยังไม่รู้สึกกระจ่าง
“ดอกเตอร์ครับผมมีเื่สงสัย” พนักงานที่อยู่ตรงหน้าของดร.เนวันตัดสินใจถาม
“เื่อะไร”
“คือ...ดอกเตอร์จะปรับเวลาในเกมส์เป็1 ชั่วโมงต่อ 15 วันจริง ๆ หรือครับ” ดร.เนวันนิ่งคิดเมื่อได้ยินคำถาม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วตอบ
“ช่วยไม่ได้นี่นะเื่มาถึงขั้นนี้แล้วเราก็ต้องกำจัดตัวปัญหาให้เร็วที่สุดขืนยืดเยื้ออาจจะไม่เป็ผลดีก็ได้”
“แต่มันจะไม่กระทบกับระบบประสาทของผู้ใช้เหรอครับ”
“ไม่หรอก...” ดร.เนวันลากเสียงยาว “โดยปกติมนุษย์ก็มีการประมวลผลของสมองในอัตราที่เร็วอยู่แล้วถึงเราจะเร่งเวลามากแค่ไหนก็ไม่กระทบหรอก อีกอย่างมันเป็แค่ความฝัน และความฝันโดยปกติทั่วไปก็เกิดขึ้นรวดเร็วมากอาทิเช่นการนอนกลางวันแค่งีบเดียว แต่ความฝันที่เกิดขึ้นบางครั้งมันก็เป็เื่ที่ผ่านไปแล้วนับสิบกว่าวันทั้งๆ ที่คนงีบ พึ่งหลับไปแค่10-20 นาที”
พนักงานคนนั้นพยักหน้า หลังจากฟังคำอธิบายเชิงวิชาการจากคนเป็ด็อกเตอร์อย่างยืดยาวจบ
“แต่เราไม่มีรหัสเข้าไปเปลี่ยนไม่ใช่เหรอครับ”
“ผมมีอยู่ส่วนหนึ่ง ดร.เมลวันมอบไว้ให้ ซึ่งพอจะเข้าไปแก้ไขส่วนนี้ได้”
“แบบนั้นเวลาข้างนอกเกมส์กับในเกมส์ก็ห่างมากเลยนะครับแล้วแบบนี้เราจะตามเหตุการณ์ในเกมส์ทันได้อย่างไร”
“ไม่เห็นยาก...” ดร.เนวันเว้นวรรคพูด “เราก็ยกสำนักงานเข้าไปในเกมส์เสียก็สิ้นเื่”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะก่อนที่พนักงานคนนั้นจะก้มหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
“เข้าใจแล้วครับ”
พนักงานนั่นตอบรับและเดินหายออกจากห้องควบคุมไปทิ้งให้ดร.เนวันมองดูการต่อสู้ของ 2 ผู้แข็งแกร่งที่สุดในเกมส์เมื่อ 12 ปีที่ตอนนี้มันกรอกลับมาฉายซ้ำอีกครั้ง
“ช่วยรับคำขอร้องของเราทีเถอะ”
ณ สำนักงานทนายความพสิฐ
“วันนี้คณะกรรมการบริษัทเซียคอเปอเรชั่นนายองอาจ ธารุวรรณ ได้ออกมาแถลงข่าวถึงเื่วิกฤตของระบบดรีมเน็ตเวิร์คว่าไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ข่าวลือได้กล่าวกันซึ่งตัวของนายองอาจเองก็ยอมรับว่าระบบนี้เคยมีปัญหาเมื่อ 12 ปีก่อนแต่ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว และทางบริษัทก็พัฒนาจนให้มันเป็ระบบที่ดีที่สุดนายองอาจยังกล่าวอีกว่า ข่าวลือที่ถูกปล่อยออกมานั้นอาจเป็แผนทางธุรกิจขออย่าให้ผู้ใช้ระบบดรีมเน็ตเวิร์คตื่นตระหนก...”
ผมกดปิดโทรทัศน์ด้วยรีโมททันที หลังจากผู้รายงานข่าวกล่าวจบ ซึ่งผมพบว่าข่าวที่ออกในวันนี้ยังคงย้ำอยู่เื่เดิมบริษัทเดิม เหมือนเมื่อวาน มันไม่ได้มีข่าวใหม่ให้ผมสนใจเลยสักนิด และผมก็เบื่อที่ต้องมานั่งฟังคณะกรรมการของบริษัทบ้าๆ นี่ พล่ามถึงข่าวลือเื่วิกฤตของระบบดรีมเน็ตเวิร์ค ระบบที่มีไว้เพื่อให้คนเจอกันในความฝันซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบ ซึ่งมันเป็รอบที่ 3 แล้วของวันนี้
ความจริงผมก็เคยใช้ระบบนี้เมื่อ10 กว่าปีที่แล้ว และก็จำไม่ได้ด้วยว่าใช้มันในเื่อะไร ตอนไหน ผมจำไม่ได้จริง ๆ เอาเป็ว่ามันไร้สาระสำหรับผมไปแล้ว
“เฮ้อ!”
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วยกกาแฟขึ้นจิบยามบ่าย ก่อนจะมองดูตัวเองในกระจกบนโต๊ะทำงาน พินิจดูดวงตาสีน้ำตาลเปลือกไม้ที่ถอดแบบออกมาจากคุณแม่ของตัวเอง ส่วนโครงหน้าที่คมสัน จมูกโด่ง ริมฝีปากบางเรียวนั้นได้มาจากคุณพ่อทั้งสิ้น แต่ตอนนี้พวกท่านทั้งสองไม่ได้อยู่แล้ว พ่อกับแม่ของผมจากผมไปเมื่อ 2ปีก่อนด้วยโรควัยชรา
ท่านจากไปอย่างสงบ แต่ผมยังต้องมีชีวิตอยู่ต่อและทำงาน...
มันช่างเป็วัฏจักรที่ไม่มีทางจบสิ้นง่ายๆ ตราบใดที่มนุษย์ยังคง เกิด เรียน ทำงานเรียน ทำงาน และก็เรียน ทำงาน วัฏจักรแสนเบื่อหน่ายที่ว่าก็คงต้องหมุนต่อไป
ปิ้งป่อง! ปิ้งป่อง!
เสียงออดหน้าประดูดังขึ้นสองรอบ ความคิดที่ล่องลอยในยามบ่ายของผมหยุดชงัก ผมรีบปรับสีหน้าตัวเองให้เป็ปกติ ก่อนจะกระชับสูทสีดำที่กำลังใส่อยู่ แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อเดินไปเปิดประตูให้กับลูกค้าในวันนี้
“สวัสดีครับ เชิญข้างในก่อนนะครับ”
ผมกล่าวต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มหลังจากเลื่อนประตูเปิดออกเผยให้เห็นชายดูมีภูมิฐานสองคน คนหนึ่งนั้นมีผมหยักศกสีเทาผอม สูง สายตาของเขาดูว่างเปล่า ส่วนอีกคนตัวเตี้ยกว่าคนแรก เขามีผมสีดำที่หวีแปล้ไปด้านหลัง ใบหน้าดูสะอาดสะอ้านและมีสายตาที่เฉียบคม ซึ่งผมเดาว่างานนี้คงเป็คดีหนักแน่ ๆ
ถ้าสังเกตดูจากบุคลิกของลูกค้าแล้วล่ะก็นะ...
“ขอบคุณครับ” ชายที่มีผมสีเทาคนนั้นกล่าว ก่อนจะเดินเข้าไปในสำนักงานทนายความของผม
พวกเขานั่งลงบนโซฟาตรงมุมห้องซึ่งผมติดกระจกใสไว้ สามารถมองทะลุออกไปเห็นความวุ่นวายบนท้องถนนได้และผมก็เลือกนั่งตรงข้ามกับพวกเขา
“เรามีเื่ให้คุณช่วย” คราวนี้เป็ชายที่หวีผมแปล้เป็คนพูด
“ได้ครับ...เป็เื่อะไรล่ะครับฉ้อฉล ถูกโกง หรือพินัยกรรม” ผมเปิดประเด็น เพราะคนที่มีภูมิฐานแบบนี้ถ้าไม่ใช่เื่เงิน ๆ ทอง ๆ ก็ต้องเป็เื่การโกงภายในบริษัทหรือต่างบริษัทอยู่แล้ว
“เปล่า...เราไม่ได้มาหาคุณเื่คดีหรอก” ผมอึ้งเล็กน้อยที่มีคนมาหาผมนอกจากเื่คดี
“ผมชื่อ เอดิสัน” ชายผมสีเทาเริ่มแนะนำตัว “และนี่ก็ เวคิน” คนที่ชื่อเอดิสันผายมือไปยังคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
“เรามาขอให้คุณช่วยเรา”
“ช่วยพวกคุณ” ผมทำท่าชี้มือไปที่เอดิสันอย่างงงๆ
“เื่อะไรล่ะครับ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ได้เป็หนี้ใคร” ผมคิดแบบนั้น
“คุณไม่เป็หนี้ครับ...เราอยากให้คุณทำภารกิจหนึ่งให้กับเราแต่ก่อนอื่นคุณช่วยยืนยันตัวตนก่อนนะครับ” เอดิสันเงียบไปสักพักหนึ่งซึ่งผมก็ไม่ได้กล่าวอะไร
“คุณคือ พสิฐ ไมค์เทสันหรือ เควิน หรือ จอมดาบสยบศาสตรา ถูกไหมครับ”
“ใช่...พสิฐ ไมค์เทสันเป็ชื่อผมแต่ชื่อ เควิน หรือ จอมดาบสยบศาสตราอะไรนั่นผมไม่แน่ใจว่าเคยใช้ชื่อเหล่านี้” ผมหมายความตามที่พูดจริง ๆ
“ครับ...คุณอาจจะลืมไปแล้วเพราะมันก็นานเหมือนกัน เควินเป็ชื่อตัวละครในเกมส์เซียออนไลน์ ส่วนจอมดาบสยบศาสตราก็เป็ฉายาของคุณเมื่อ 12ปีที่แล้วในเกมส์...นี่อาจจะทำให้คุณนึกออกได้”
เอดิสันยื่นแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผมในนั้นมีรายละเอียดบางอย่าง มันเป็ข้อมูลของตัวละครที่ชื่อเควิน มีทั้งรายละเอียดการสมัคร ข้อมูลส่วนตัว และทักษะยิบย่อยของตัวละครที่ชื่อเควิน ซึ่งชั่วขณะนั้นความทรงจำอันเนิ่นนานที่ผมเกือบลืม ก็ค่อย ๆ ปรากฎชัดเจนออกมาในสมอง
“ผมจำได้แล้ว” ผมโพล่งขึ้นมา “ผมเคยเล่นเกมส์นี้เมื่อ12 ปีที่แล้ว แต่สู้แพ้ดราก้อน...อะไรสักอย่างนี้แหละ”
“ดราก้อนฟิช”
“ใช่...ชื่อนั้นแหละ ผมออฟไลน์หลังจากนั้นแล้วก็ไม่ได้กลับไปเล่นอีกเลย”
“นานถึง 12 ปี”
“ก็นะ...มันคือความฝันของผมตอนเด็กๆ พอแพ้แล้วผมก็ไม่รู้จะเล่นไปเพื่ออะไรอีก...แต่มันก็นานจริงๆ รายละเอียดอื่น ๆ ในเกมส์ผมก็จำแทบไม่ค่อยจะได้แล้วด้วย”
“ไม่เป็ไรครับ” เอดิสันกล่าวยิ้ม ๆ แล้วรับกระดาษรายละเอียดที่ผมอ่านเมื่อครู่คืนกลับไป
“ว่าแต่...มีปัญหาอะไรกับตัวละครของผมเหรอครับ” ผมถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะถ้าผมไม่ได้เล่นนานขนาดนี้ตามความเป็จริงบริษัทเกมส์น่าจะลบไอดีผมทิ้งหรือไม่อย่างนั้นก็คงส่งเอกสารยืนยันการเล่นเกมส์มาตั้งนานแล้ว แต่นี้ปล่อยมาถึง 12 ปีโดยไม่แจ้งอะไร คิดว่าน่าจะมีปัญหาสักอย่าง
“เปล่า...ไม่มีแน่นอน” ผมขมวดคิ้วเมื่อคำตอบที่ได้รับตรงข้ามกับที่คิด“เอาเป็ว่าคุณพอมีเวลาสัก 6 ชั่วโมงไหม”
“หมายความว่ายังไง”
“เราอยากจะให้คุณไปพบหัวหน้าของพวกเรา เขาจะอธิบายให้คุณฟังถึงเหตุผลที่ต้องให้คุณช่วยเรา ส่วนคุณจะตกลงช่วยเราหรือไม่เราจะไม่บังคับคุณ”
“แล้วผมจะไว้ใจพวกคุณได้ยังไง” เอดิสันหันไปมองหน้าเวคินอย่างขอความเห็นก่อนจะหันกลับมา
“เราต้องขอประทานโทษที่ไม่ได้บอกพวกเราเป็พนักงานฝ่ายพัฒนาและออกแบบเอไอของเกมส์เซียออนไลน์” พูดจบทั้งเอดิสันและเวคิน ก็ยื่นบัตรประจำตัวพนักงานให้ผมดู
“คุณสามารถจำรหัสพนักงานบนบัตรของเราเพื่อใช้ประโยชน์ในทางกฎหมายได้...คุณเป็ทนายความนี่” เวคินพูดเหมือนรู้ความคิดของผม
จากนั้นก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ผมกำลังใช้ความคิด และใช้สายตามองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเองมันเป็เวลาบ่ายโมงพอดี หากผมไปกับพวกเขา ผมก็จะกลับมาถึงบ้านตอนทุ่มถึงสองทุ่ม
อีกอย่างผมไม่มีนัดในวันนี้…
“ก็ได้...ผมจะไปกับพวกคุณ” เอดิสันและเวคินยิ้มร่าเมื่อผมตอบรับข้อเสนอของพวกเขา
“แล้วเราจะไปไหนกัน”
“บริษัทเซียคอเปอเรชั่น”