บทที่ 1 การเดินทางข้ามเวลาและการหลับนอนกับชายหนุ่มรูปงาม
เจียงหว่านกำลังข่มขืนทหารหนุ่มหน้าตาน่ากินคนหนึ่งในความฝันของเธอ
เธออยู่ในกระท่อมมุงจากดูทรุดโทรม ส่วนชายคนนั้นสวมเสื้อคลุมแบบทหารดูหล่อเหลามีสไตล์
เขาหล่อมาก แต่สีหน้ากลับซีดเผือดราวกระดาษ ริมฝีปากหนาเม้มแน่นจนเป็เส้นตรง ราวกับกำลังสะกดกลั้นอะไรบางอย่าง
ในความฝัน เจียงหว่านยื่นมืออวบอ้วนเหมือนมือหมูรุกถอดเสื้อคลุมของเขา
จากนั้นเธอแสดงการกระทำหยาบช้า ฉีกเสื้อของเขาจนกระดุมขาดไปหลายเม็ด
เผยให้เห็นกล้ามเนื้อสีเข้มและกล้ามท้องมาตรฐานแปดแพ็ค
เจียงหว่านรู้สึกว่าตัวเองกำลังกลืนน้ำลาย ย่อตัวลงและดึงเข็มขัดเขาออก ก่อนมืออ้วน ๆ ของเธอจะสอดเข้าไป!
ทันใดนั้นดวงตาของชายหนุ่มเบิกโพลงราวกับเป็การตอบสนอง ั์ตาเปล่งประกายฉายแววเย็นะเื
"คุณเป็ใคร…"
เจียงหว่านตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว กัดฟันแน่น ก่อนตัดสินใจพลิกตัวขึ้นกดร่างนั้นเอาไว้ และอุดริมฝีปากของเขาด้วยปากของเธอพร้อมขบกัดอย่างแรง
ชายคนนั้นเบิกตากว้าง จ้องมองเธอด้วยความโกรธ เส้นเืบนหน้าผากของเขานูนชัด แต่เขาไม่สามารถต้านทานสัญชาตญาณของร่างกายได้
คืนนี้ ท่ามกลางความอับอายและความโกรธของชายคนนั้น เจียงหว่านในความฝันได้สมปรารถนาของเธอ
หลังตื่นจากความฝัน ทันทีที่ลืมตาขึ้น เธอเห็นกำแพงปูนเปลือยกับหลอดไฟทังสเตนชำรุดทรุดโทรมติดอยู่เหนือหัว
เนื่องจากใช้มันมาเป็เวลานาน หลอดไฟจึงไหม้เป็สีดำ
ยกเว้นเตียงเดี่ยวสองเตียง หนึ่งเตียงใหญ่กับหนึ่งเตียงเล็ก นอกนั้นในห้องก็แทบไม่มีอะไรเลย
ฝั่งตรงข้ามในระนาบสายตาลอดผ่านหน้าต่างทรุดโทรม เธอมองเห็นกำแพงอิฐสีแดงอยู่ไม่ไกลนัก ที่นั่นมีคำขวัญตัวใหญ่ ๆ ติดอยู่ ‘ทหารเข้มแข็ง ประเทศชาติแข็งแกร่ง!’
ที่นี่ที่ไหน? ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้!
เจียงหว่านจำได้ว่าเธอเป็นักเขียนบนอินเทอร์เน็ต และกำลังจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มที่รักกันมาสามปี แต่ในคืนก่อนวันแต่งงาน เธอกลับเห็นเขามีอะไรกับเพื่อนรักของเธอ
จากนั้นเธอก็ถูกแฟนและเพื่อนรักโยนลงมาจากระเบียง
ตกลงจากชั้นที่ 14 แบบนั้น เธอเดาว่าเธอคงตายไปแล้ว แต่ทำไมพอลืมตาขึ้น เธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
ขณะนึกถึงเื่นี้ เธอก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงจนต้องกุมหัวแน่น แต่เมื่อยื่นมือออกไป เธอกลับเห็นมือตนเองอวบอ้วน อ้วนจนกลมมองไม่เห็นข้อต่อ!
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังก้องในสมอง และชิ้นส่วนความทรงจำนับไม่ถ้วนก็ะเิขึ้นในจิตใจ
นี่คือปี 1985!
เ้าของร่างเดิมชื่อว่า เจียงหว่าน เธอเป็นักต้มตุ๋น สิบแปดมงกุฎ จอมี้เี และนักพนันจะกละ หนักประมาณร้อยห้าสิบกิโลกรัม!
เธออายุยี่สิบ แต่ไม่มีใครเอา!
ขณะที่รู้สึกเป็กังวลกับชีวิต เธอก็เก็บเฉียวเหลียนเฉิงทหารหนุ่มที่าเ็ และหมดสติได้ทีู่เาหลังบ้าน
เธอเอาเงินติดตัวของเฉียวเหลียนเฉิงไปแลกเปลี่ยนเป็ยาลดไข้กับยาแก้อักเสบ และผงติดสัตว์สำหรับแม่หมูป้อนให้อีกฝ่ายกิน
จากนั้นฉากในฝันก็เกิดขึ้น
วันรุ่งขึ้น เฉียวเหลียนเฉิงสัญญาด้วยสีหน้าหมองหม่นว่าเขาจะรับผิดชอบ
หนึ่งเดือนต่อมา เขากลับมาจริง ๆ เพื่อจดทะเบียนสมรสกับเธอ และพาเธอกลับไปที่กองทัพ
ตอนเธอมาถึงที่นี่ เธอพบว่าเขามีลูกชายวัยห้าขวบอยู่แล้ว
แต่เ้าของร่างยังไม่ทิ้งสันดานเดิม เพียงแค่สามวัน เธอตระเวนไปตามโรงพนันในหมู่บ้านโดยรอบ
ในเวลาเพียงสามเดือน เธอสูญเสียเงินทั้งหมด แถมยังเป็หนี้จำนวนมาก
เพื่อชำระหนี้ เธอถึงกับหลอกผิงอันลูกชายของเฉียวเหลียนเฉิงไปขาย
แต่ทว่าผู้คนในนั้นจำได้ว่าเด็กคนนี้เป็คนในครอบครัวของเขตทหาร พวกเขาจึงไม่กล้ารับซื้อ!
หลังจากทั้งสองกลับมา ผิงอันและเฉียวเหลียนเฉิงก็ได้ยื่นเื่ร้องเรียนอย่างจริงจัง
ใบหน้าของเฉียวเหลียนเฉิงมืดมนด้วยความโกรธ เขาจ้องมองเจียงหว่านด้วยความโกรธเกรี้ยวเป็เวลานานก่อนจะชกเข้ากับกระจกจนแตก
หลังจากนั้น เขากำหมัดเปื้อนเืไว้แน่นและพยายามพูดอย่างใจเย็น
"เราหย่ากัน!"
เ้าของร่างเดิมอ้อนวอนอย่างขมขื่น นอนเกลือกกลิ้งไปมาเพราะไม่อยากจากไป!
แต่เมื่อเห็นความแน่วแน่ของเฉียวเหลียนเฉิง เธอหมดหนทางโขกศีรษะกับโต๊ะเต็มแรง
เธอจากไป และเจียงหว่านก็มาแทนที่!
“ตื่นสักที!” เธอไม่ทันได้ใช้ความคิด เสียงเ็าดังขึ้นข้างหู
เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอเห็นใบหน้าของชายในความฝัน!
………..
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวหลุดลุ่ย
คอเสื้อเปิดกว้างเล็กน้อยเผยให้เห็นลูกกระเดือกเซ็กซี่เด่นชัด ยามลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเป็จังหวะกลืนน้ำลายแ่เบา มันทำให้ร่างกายของเธอร้อนขึ้นโดยไม่มีเหตุผล
กางเกงขายาวทรงกระบอกสีเขียวเข้มที่ส่วนล่างขับเน้นเอวคอดกิ่วของเขา
เฉียวเหลียนเฉิง!
“คุณมองพอหรือยัง?” น้ำเสียงเย็นดังขึ้นอีกครั้ง
“ในเมื่อคุณตื่นแล้วก็ดื่มยาซะ!” ชามใส่ยาน้ำสีดำถูกยกมาวางตรงหน้าเธอ
เฉียวเหลียนเฉิงจ้องมองหญิงสาวอย่างเ็า ราวกับว่าเขา้าเห็นเธอดื่มมันลงไปต่อหน้า!
เจียงหว่านมองยาสีดำสนิทในชาม หยิบมันขึ้นมาดื่มให้หมดในอึกเดียว
ชีวิตนี้เป็ของเธอแล้ว เธอจะไม่ทำให้ตัวเองลำบาก
หลังจากดื่มเสร็จและวางชามลง เธอจึงกล่าว "ขอบคุณ!"
ความประหลาดใจสะท้อนในดวงตาของเฉียวเหลียนเฉิง แต่เพียงไม่นานก็สงบลง!
“พักผ่อนซะ ผมจะไปทำอาหารให้!” เขาลุกขึ้นยืน เดินออกไปพร้อมชามยาว่างเปล่า
เจียงหว่านอดทนต่อรสขมเฝื่อนในปากของเธอ ก่อนพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง
เธอยังปวดหัวและเวียนหัวอยู่ ซึ่งไม่รู้ว่าอีกกี่วันถึงจะดีขึ้น!
ในขณะนี้ หน้าต่างที่อยู่ไม่ไกลดึงดูดความสนใจของเธอ
หน้าต่างมีกระจกสี่ชิ้น แต่กระจกตรงมุมล่างกลับแตก
เธอมองเห็นรอยแตกร้าวเหมือนใยแมงมุมรอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน แต่ตรงกลางของรอยนั้น แตกเป็วงกลมซึ่งเห็นได้ชัดว่าเกิดจากแรงต่อยของใครบางคน
แถมตรงกลางของวงกลมยังคงมีคราบเืติดอยู่
นี่คงเป็กระจกที่เฉียวเหลียนเฉิงต่อยตอนที่เขารู้ว่าเ้าของร่างเดิมทำอะไรลงไป
ลูกชายของตนเกือบถูกขาย ถ้าเธอเป็เฉียวเหลียนเฉิง เธอคงเข้าไปฉีกกระชากอีกฝ่ายให้กลายเป็ชิ้น ๆ
แต่ชายหนุ่มกลับไม่ทำเช่นนั้น และเขาไม่แม้แต่จะสบถออกมาแม้แต่คำเดียว
เขาระบายความโกรธกับกระจกและฟ้องหย่ากับเธออย่างใจเย็น
หลังจากเ้าของร่างเดิมฆ่าตัวตาย เขาไม่เพียงตามหมอมาเท่านั้น แต่ยังต้มยาด้วยตัวเองอีกด้วย ชายคนนี้ช่างจิตใจดี มั่นคง และมีความรับผิดชอบ!
เป็คนดีโดยแท้จริง!
คนดีแบบนี้ เธอจะอยู่ถ่วงเขาไม่ได้แล้ว ไว้ตอนเขากลับมาค่อยพูดกันเื่หย่าดีกว่า!
ในขณะที่เธอกำลังคิดอยู่นั้น ประตูก็เปิดออก เฉียวเหลียนเฉิงเดินเข้ามา
เขาวางชามแกงมันฝรั่งกับหมั่นโถวสองลูก และบะหมี่อีกสองจานลงบนโต๊ะเล็ก
"กินข้าว!"
มันเป็คำพูดเรียบง่ายแต่กลับไร้เยื่อใย
เจียงหว่านเหลือบมองบะหมี่และแกงพลางขมวดคิ้ว แต่ก็รับพวกมันมาและก้มลงกิน
ของพวกนี้ไม่อร่อยเลยจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็แป้งขัดขาวหรือแป้งข้าวโพดก็เถอะ พวกมันไม่ได้บดละเอียด และยังมีส่วนผิวที่แตกแต่ไม่ได้ถูกกรองออกด้วย ทำให้รู้สึกระคายคอหลังจากกินเข้าไป
แต่เพื่อความอยู่รอด เธอจึงต้องจำใจกลืนมัน
หรือถ้ากลืนลงไปไม่ได้จริง ๆ ก็แค่ดื่มแกงตามลงไปเยอะ ๆ ซะ!
เฉียวเหลียนเฉิงนั่งฝั่งตรงข้าม เหลือบมองเธอด้วยความรังเกียจ และจงใจเลี่ยงไม่มอง พลางพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
"มาหย่ากันเถอะ"
เจียงหว่านไม่คิดว่าเขาจะพูดเื่หย่าในเวลานี้ อันที่จริง แม้เขาจะไม่เอ่ยขึ้นมาแต่เธอก็กำลังวางแผนที่จะหย่าอยู่แล้ว
เธอเพิ่งกัดหมั่นโถวเข้าไปคำใหญ่ ถึงจะดื่มแกงตามแล้ว แต่ก็ยังฝืดคออยู่ดี
เมื่อเห็นน้ำแกงเหลือน้อย เจียงหว่านตัดสินใจกัดหมั่นโถวแป้งข้าวโพดอีกสองสามคำก่อน เพราะถ้าไม่มีแกงมันคงติดคอเธอตายไปแล้ว!
เห็นเธอเงียบ เฉียวเหลียนเฉิงคิดว่าเธอไม่มีความสุข เขายังพยายามระงับความรังเกียจของตัวเองอย่างอดกลั้น
“ไม่ว่าความจริงเื่คืนนั้นมันเป็ยังไง แต่ผมก็เป็ผู้ชาย ผมต้องรับผิดชอบ”
“ผมจึงแต่งงานกับคุณ และตอนแต่งงานกับคุณ ผมจริงใจ!”
“แม้ว่าเราจะไม่มีความรู้สึกใด ๆ ต่อกัน ผมก็เต็มใจทำงานหนักร่วมกับคุณเพื่อบ่มเพาะความรู้สึกนั้น”
"แต่คุณไม่เคยเห็นหัวผิงอันเลย"
“ผมทนได้กับความอ้วนและความี้เีของคุณ แต่ผมจะไม่ทนกับความใจร้ายของคุณเด็ดขาด!”