ภายในเต็นท์ผ้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นควันจากไปป์ของราเมซ บรรยากาศคลายความตึงเครียดลงหลังจากที่เขาตบมือสั่งให้ทุกคนวางอาวุธ ราเมซโบกมือเชื้อเชิญอาเธอร์และเดวิดนั่งลงบนเบาะผ้าทอหยาบที่ปูไว้ เขาสูดไปป์ลึกอีกรอบ ควันลอยวนเป็วงก่อนจางหายไปในอากาศอบอุ่นของเช้าตรู่
“ขอแนะนำตัวอีกรอบ” ราเมซเริ่มด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเป็มิตรและภูมิใจ “ข้าชื่อราเมซ จากตระกูลอัลดาริส หนึ่งในสิบตระกูลของสภาพ่อค้าแห่งทารอน” เขาทาบมือซ้ายที่อกขวา ก้มศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาทท้องถิ่น
อาเธอร์ยิ้มมุมปาก มองท่าทางของราเมซก่อนจะตอบกลับ “ข้าชื่ออาเธอร์ และนี่คือเดวิด พวกเราคือนักเดินทางที่กำลังหลงทางอยู่ในทวีปแห่งนี้” เขาทำท่าเลียนแบบราเมซ ทาบมือที่อกแล้วก้มศีรษะ เดวิดแปลคำพูดของเขาด้วยน้ำเสียงนิ่งตามเคย อาเธอร์หันไปสบตาราเมซอีกครั้ง “ดูท่าข้าจะเดาไม่ผิดสินะ ราเมซ ท่านเป็คนใหญ่คนโตจริงๆ”
ราเมซมองทั้งสองที่เลียนแบบท่าทางของเขา ดวงตาเป็ประกายด้วยความขบขัน เขายิ้มกว้าง “ท่านอะไรกันเล่า เรียกราเมซเฉยๆ เถอะ” เขาโบกมือ “ถึงข้าจะมาจากตระกูลอัลดาริส แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไรในตระกูลขนาดนั้น... ก็อย่างที่พวกเ้าเห็นนี่แหละ” เขายิ้มแห้งๆ ชี้ไปรอบเต็นท์ที่ดูเรียบง่ายเกินกว่าตระกูลใหญ่ในสภาพ่อค้าจะใช้
เขาเปลี่ยนเื่อย่างรวดเร็ว “ว่าแต่ เื่ราวของพวกเ้าเป็มายังไงกัน ถึงได้มาหลงอยู่แถวนี้?”
อาเธอร์สูดหายใจลึก เขาเริ่มเล่าเื่ราวที่หมู่บ้านคาริก แน่นอนว่าเขาไม่บอกเื่ที่พวกเขามาจากอีกโลก เขาเล่าแค่ว่า “พวกเราตื่นขึ้นมากลางทะเลทราย ไม่รู้ว่ามาถึงได้ยังไง จากนั้นก็เจอหมู่บ้านคาริกเข้า ได้ช่วยพวกเขาต่อสู้กับโจรกลุ่มหนึ่งที่บุกมา” เดวิดแปลอย่างคล่องแคล่ว อาเธอร์พูดต่อ “ต่อมาได้รู้ว่าพวกโจรนั่นไม่ใช่โจรธรรมดา แต่เป็ทหารจากคาร์ทุซที่ปลอมตัวมาเพื่อปล้นและทำลายหมู่บ้านรอบๆ ทารอน หลังจากนั้นโบทัส หัวหน้าหมู่บ้าน ก็แนะนำให้พวกเรามาทารอนเพื่อหาคำตอบเพิ่ม แล้วก็มาเจอท่านที่นี่”
ราเมซฟังอย่างตั้งใจ ดวงตาคู่คมจับจ้องทุกคำพูด เมื่ออาเธอร์เล่าจบ เขาหลับตาครู่หนึ่งราวกับกำลังครุ่นคิด แล้วพูดขึ้น “พวกเ้าบอกว่าได้ต่อสู้กับทหารคาร์ทุซที่ปลอมเป็โจรสินะ?”
“ใช่” อาเธอร์ตอบ เขาหยิบตราสัญลักษณ์นกอินทรีสองหัวที่เก็บมาจากศพโจรในคาริก ยื่นให้ราเมซดู “พวกเราเจอสิ่งนี้จากพวกมัน” เดวิดแปลตาม
ราเมซรับตราด้วยมือขวา ใช้นิ้วโป้งลูบพื้นผิวโลหะที่สึกกร่อน เขาขมวดคิ้ว “ตราของหน่วยลับคาร์ทุซ ไม่ผิดแน่” เขาพูดเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง ก่อนจะวางตราลงบนโต๊ะ
อาเธอร์เอียงคอมอง “เื่คาร์ทุซกับทารอนมันยังไงกันแน่?” เขาถาม เดวิดแปลทันที
ราเมซสูบไปป์ลึกจนควันพุ่งออกจากจมูก เขาถอนหายใจยาว แล้วเอนหลังพิงเบาะผ้า “แรกเริ่มเดิมที ทารอนกับคาร์ทุซก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันหรอก” เขาเริ่มเล่า “พวกนั้นออกจะเป็ลูกค้าที่ดีด้วยซ้ำ” เขาสูดไปป์อีกครั้ง “แต่เมื่อไม่นานมานี้ ที่คาร์ทุซเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น มีชายคนหนึ่ง เขาที่ชื่อคาเรซ ฉายาวายุพิฆาต เขาสังหารผู้นำเมืองคาร์ทุซและยึดอำนาจมา ตั้งตัวเองเป็ผู้นำสูงสุดของเมือง มีอำนาจเด็ดขาด”
ราเมซวางไปป์ลงบนโต๊ะ ใบหน้าจริงจังขึ้น “เมื่อหลายปีก่อน ข้าเคยรับผิดชอบงานค้าขายบางอย่างกับคาร์ทุซ ข้าเคยเจอคาเรซ ตอนนั้นมันยังเป็แค่หัวหน้ากองเล็กๆ” เขาหยุดชั่วครู่ “แต่แค่ครั้งนั้น ข้าก็ััได้เลยว่าเ้านี่ไม่ธรรมดา มันมีอะไรบางอย่างที่น่ากลัว... เหมือนหมาป่าที่รอวันผงาด และดูเหมือนข้าจะไม่คิดผิด” เขามองอาเธอร์และเดวิด “จากข่าวลือที่ได้ยินมา คาเรซทั้งฉลาด เ้าเล่ห์ โเี้ และที่สำคัญ มันทะเยอทะยานเกินหยุด มันคงอยากเขตตะวันตกเฉียงใต้ทั้งหมด และเป้าหมายแรกจะเป็ใครไปเล่า นอกจากแกะอ้วนที่ชื่อทารอน”
เขาหยิบถ้วยชาดินเผาขึ้นมาจิบ “สถานการณ์ตอนนี้ ทั้งทารอนและคาร์ทุซต่างทุ่มกำลังสะสมทหารเพื่อรอาที่ใกล้ปะทุเต็มที” ราเมซขมวดคิ้ว “แต่ข้าก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าพวกมันจะใช้แผนส่งทหารปลอมเป็โจรมาปล้นหมู่บ้านแบบนี้” เขามองอาเธอร์และเดวิดด้วยสายตาคาดหวัง “พวกเ้าบอกว่าจะไปทารอนสินะ... เอาแบบนี้เป็ไง ข้ามีข้อเสนอให้”
"ข้อเสนออะไร?" อาเธอร์ถามอย่างสนใจ
ราเมซยิ้มมุมปาก “เดินทางไปกับข้า พวกเราจะแวะหมู่บ้านอีกสองแห่งเพื่อตรวจสอบบางอย่าง จากนั้นก็กลับทารอน”
“หืม?” อาเธอร์ทำเสียงในลำคอ คิ้วขมวดเล็กน้อย
ราเมซสูบไปป์อีกครั้ง “ความจริงคือข้ากำลังทำภารกิจลับ ตามหาสายลับจากคาร์ทุซที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้านรอบๆ ถ้าข้อมูลของพวกเ้าเป็จริง ข้าต้องไปจับโจรพวกนั้นเพื่อดูว่าจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มไหม” เขาหยุดชั่วครู่ “แน่นอน ข้าไม่ให้เ้าไปฟรีๆ ข้าจะจ่ายด้วยทองและข้อมูลบางส่วนที่พวกเ้า้า คิดว่าไงล่ะ?” ดวงตาของเขาเป็ประกายด้วยความคาดหวัง
อาเธอร์และเดวิดหันมามองหน้ากัน เดวิดนิ่งเงียบ อาเธอร์เอียงคอถาม “แล้วทำไมถึงอยากให้เราไปด้วยล่ะ?” เดวิดแปล
ราเมซยิ้มกว้าง “ข้ารู้จักหมู่บ้านคาริกดี ชาวบ้านที่นั่นสู้โจรไม่เป็หรอก เป็พวกเ้านี่แหละที่จัดการทั้งหมด และจากความมั่นใจที่บอกว่าจะชนะคนของข้าทั้งหมดได้ พวกเ้าสองคนต้องเก่งไม่ธรรมดาแน่”
"แค่นี้เองเหรอ?" อาเธอร์เลิกคิ้ว เดวิดแปลตาม
ราเมซส่ายหัว “ไม่ทั้งหมด ในตอนที่เห็นพวกเ้าครั้งแรก ลูกน้องทุกคนบอกเป็เสียงเดียวกันว่าพวกเ้า ‘อันตราย’ แม้แต่ข้าก็ััได้” เขาหยุดชั่วครู่ ยิ้มเ้าเล่ห์ “แต่นั่นคือสัญชาตญาณของสายลับในตัวข้า ส่วนอีกตัวตนหนึ่ง สัญชาตญาณของพ่อค้า มันบอกข้าอีกอย่าง” เขายิ้มกว้างจนเห็นฟัน “ข้าได้กลิ่น ได้กลิ่นทองลายออกมาจากตัวพวกเ้า ฮ่าๆ!” ราเมซหัวเราะลั่น
อาเธอร์ยิ้มเจื่อนๆ เดวิดเอียงคอ ทำหน้างง ก่อนจะก้มโน้มตัวลงเข้าดมอาเธอร์ราวกับจะหาว่ามี “กลิ่นทอง” จริงๆ หรือไม่ อาเธอร์รีบเอามือดันเดวิดออกไป แล้วกระซิบ “มันแค่เปรียบเปรยเฉยๆ นายไม่ต้องดมจริงๆ หรอก!” เดวิดพยักหน้าน้อยๆ แล้วนั่งนิ่ง
ราเมซหยุดหัวเราะ มองทั้งสองด้วยสายตาคาดหวัง “พวกเ้าว่ายังไงล่ะ?”
อาเธอร์หันไปมองเดวิดครู่หนึ่ง เดวิดนิ่งเงียบแต่พยักหน้าเบาๆ อาเธอร์หันกลับมามองราเมซ “ก็คงไม่เสียหายอะไร ตกลงตามนั้น”
ราเมซตบมือดัง “ดีมาก! เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะออกเดินทางตอนสายวันนี้เลย” เขาลุกขึ้น โบกมือให้ทั้งสองตามออกไปข้างนอก “วงวนแห่งามันเริ่มหมุนแล้ว และข้ามั่นใจว่าพวกเ้าไม่ใช่แค่นักเดินทางธรรมดาที่จะถูกมันกลืนกินแน่”