“........”
“ชีวิตแชเกิดมาเพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่มีขาดตกบกพร่อง..แต่ฮานาต้องเกิดมาโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีแม่อยู่บนโลกนี้”
“............”
“อย่างน้อยแชก็ต้องคิดถึงลูกบ้าง..ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเอง ชีวิตฮานาจะเป็ยังไงถ้าไม่มีแม่..”
“แต่แด๊ดกับมี๊ก็ดีทุกอย่างนิ่..ไม่เห็นบกพร่องตรงไหน”
“ทำไมจะไม่..มี๊โตมาด้วยการประชดคุณตา พูดจาส่อเสียดคุณตา..เพราะคุณตาไม่เคยจะสนใจมี๊กับคุณยาย เพราะตอนนั้นมี๊คิดว่ามีพ่อก็เหมือนไม่มี จนกระทั่งชีวิตมี๊มีแด๊ดเข้ามา ทุกอย่างมันก็เริ่มเปลี่ยนไป มันเริ่มจะดีขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงตอนแรกๆมี๊จะพยายามทำเป็ไม่สนใจแด๊ดเลย เพราะคุณย่าแต่งงานใหม่กับคุณตา ส่วนชีวิตของแด๊ด..คือโตมาแบบไม่มีพ่อ แต่ก็เข้าใจทุกอย่าง แต่พอมีเหตุการณ์นึงก็จึงรู้ว่าตัวเองมีพ่ออยู่ ตอนนั้นแด๊ดสตันไปนานมาก จนต้องขอให้มี๊พาออกไปจากจุดๆนั้น พอคุณปู่มาขอโอกาสแก้ตัว รู้มั้ยแด๊ดของแชเค้าทำยังไง”
“แด๊ดก็คงทำอย่างที่แชทำนี่แหละมั้งคะ”
“เปล่า..ไม่ใช่เลย! แด๊ดเค้ายอมให้อภัยคุณปู่..ยอมให้โอกาสคุณปู่ถึงจะมีพูดจาดักดันอยู่บ้าง แชอยากให้อีกครึ่งชีวิตของฮานาเป็แบบนั้นงั้นหรอ แชลองคิดดู...”
“ขอโทษ..แต่แชคงทำไม่ได้”
เธอกล่าวแล้วเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นทิ้งให้ฮานาผู้เป็ลูกสาวตัวเองอยู่กับผู้เป็ย่าแท้ๆ
“คุณย่าคะ!! คุณย่ากับคุณปู่รู้หรอคะว่ามี๊โยจองของฮานาเป็ใครอยู่ที่ไหน”
ฮานายืนฟังอยู่นานแต่ก็ไม่ค่อยรู้เื่สักเท่าไหร่แต่ก็พอจับใจความได้จึงถามผู้เป็ย่าขึ้นมา
“เปล่าหรอกจ๊ะ!! คงต้องให้แด๊ดของฮานาบอกเองนะ”
.
โรงพยาบาล..
“แชๆ..เป็ไรเปล่าวะเนี้ยย!! ดูแกดูซึมๆไปนะ แถมยังเข้าเวรก่อนเวลาอีก”
“เปล่าา..แค่โดนแด๊ดกับมี๊หลอกไปดูตัวมาก็เท่านั้น”
“อ้าว..หรอกไปดูตัวแล้วทำไมต้องนั่งซึมแบบนี้ด้วยล่ะ เื่แค่นี้เอง”
“ก็คนที่มาดูตัวดิ! เป็แม่ของลูก..”
“ฮะะ..ว่าไงนะ! แม่ของลูกแก..อะไรโลกมันจะกลมขนาดนั้นวะ”
“นั่นดิ!! เมื่อวานก็เจอที่นี่ เจอที่นี่ไม่พอ..ดันไปเจอที่คอนโดอีกไปดักรอฉันกับฮานาเลย”
“พรหมลิขิตแล้วล่ะแบบนี้”
“พรหมลิขิตบ้าบออะไร..อะไรที่วิทยาศาสตร์พิสูตรไม่ได้ฉันไม่มีทางเชื่อหรอก”
“มันก็ไม่แน่น้าแชยองงง..”
“แต่มาดักรอทำไมวะ หายไปตั้งนาน”
“อยากเจอลูกไง..”
“จะมาอยากเจออะไรเอาตอนนี้ ทีตอนทิ้งไปทำไมไม่....”
“พอเถอะ..ไม่ต้องพูดต่อแล้ว..หาซื้อไรกินล่ะ ไปด้วยมั้ย! เดี๋ยวเลี้ยง..ไม่ไปก็ไม่ต้องไปนะ”
“ไปดิ!! ของฟรีทั้งที”
“เห็นแก่กินนะแก2คนอ่ะ”
.
.
“ขอบคุณนะคะคุณน้าที่มาส่งโยทีบริษัท..”
“ไม่เป็ไร..น้าเข้าใจ เพราะน้าก็เคยยืนอยู่บนจุดนั้นมาก่อน แต่ต่างกันที่ว่าน้ารับบทลูกก็เท่านั้น แต่น้าก็เข้าใจความรู้สึกของคนเป็พ่อแม่ดี ที่คุณโยทิ้งฮานาไปตอนนั้นก็คงจะเป็เพราะเหตุผลบางอย่าง แล้งก็คงจะเป็เพราะคำยืนกรานของยัยแชงในตอนนั้นด้วย”
“ยังไงโยก็ผิดอยู่ดี..”
“แชมันนิสัยเหมือนแม่..กว่าจะยอมใจอ่อนให้ใครได้ก็นาน น้าก็เกือบไม่รอดเหมือนกัน ถ้านิสัยเหมือนน้าอะไรก็ง่าย อ่ะ!! นี่นามบัตรน้า เอาเก็บไว้มีอะไรโทร.มาคุยกับน้าได้ น้ากลับล่ะ..”
“ค่ะ!! ขอบคุณนะคะ”
เธอรับนามบัตรมาไว้ในมือแล้วหญิงวัยกลางร่างสูงเดินกลับขึ้นรถแล้วขับออกไปจากบริษัทที่มาส่งโยจอง
.
.
.
หญิงยัยกลางคนพาเด็กผู้หญิงวัยเพียง5ขวบเดินเข้ามาในบ้าน
“คุณย่า..คุณย่ารู้จักคุณน้าคนนั้นด้วยหรอคะ”
“เปล่าค่ะ!! แต่ว่าคุณปู่รู้จักนะ..”
“คุณปู่รู้จักหรอ งั้นฮานารอถามคุณปู่ดีกว่า”
“หืมม..จะถามคุณปู่เื่อะไร”
“ก็ฮานาชอบคุณน้าคนนั้นมากๆเลย อยากเจอคุณน้าคนนั้นอีก”
“ถ้างั้นฮานาก็ต้องทำให้แด๊ดดี๊แชยองชอบคุณน้าคนนั้นด้วยนะคะ จะได้เจอกันบ่อยๆไง..”
“จริงด้วย!! เพราะว่าวันนี้แด๊ดทำให้คุณน้าคนนั้นร้องไห้ แด๊ดบอกว่าไม่เคยรู้จักกับคุณน้า..แต่ทำไมแด๊ดถึงทำให้คุณน้าเค้าร้องไห้ด้วยล่ะคะ”
“ย่าก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!! เอาไว้ฮานารอถามแด๊ดพรุ่งนี้นะคะ แต่ตอนนี้ฮานาต้องไปอาบน้ำกับย่ากันได้แล้ว”
“ค่ะะ!!”
ฮานาพยักหน้าตอบรับคำแล้วทั้งสองก็เดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน
“เป็ไงบ้างั์..ทำไมไม่กลับมาพร้อมกันล่ะ”
“ล้มไม่เป็ที่เลยค่ะแม่!! แชไม่ยอมเปิดใจเลย เมื่อรู้ว่าคนที่เราจับคู่ดูตัวให้เป็ใคร”
“อ้าวว..ทำไมล่ะ!! ฐานะทางครอบครัวเค้าก็ดี หน้าตาก็สะสวย..แถมคล้ายฮานาอย่างกับถอดแบบกันมาอีก แม่คิดว่าแชจะโอเคซะอีก”
“นั่นแหละค่ะ...คือปัญหา..คิม โยจองลูกสาวของคิม คยองคือแม่แท้ๆของฮานา”
“ว่าไงนะ!! คนที่คุณชัยเลือกจับคู่ให้ยัยแชคือแม่แท้ๆของเหลนแม่ แล้วทำไมยัยแชถึงทำมันพังล่ะ ทำไมไม่....!!!!”
“อคติสิคะแม่..เป็คนเลี้ยงลูกอยู่คนเดียวฝ่ายเดียวมาตลอดเกือบครึ่งชีวิต ท่าจะกลัวว่าฮานาจะเป็เหมือนตัวเองตอนเด็กๆ ที่ถึงลิซจะดูแลเค้ามากกว่าเพราะอยากให้เจนได้พักผ่อน ยังไงก็ยังติดรันแทนที่จะเป็ั์อยู่ดี ถ้าฮานารู้เข้าก็คงจะกลัวว่าลูกจะอยากเจอแม่อยากอยู่กับแม่มากกว่าอยู่กับตัวเองที่เป็คนเลี้ยงเค้ามา เพราะถึงยังไงลูกก็ต้องอยากอยู่กับแม่มากกว่าพ่ออยู่แล้ว ั์ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
“อ่าา..ไปเถอะ!! แม่ก็ว่าจะไปอาบน้ำแล้วเหมือนกัน”
“ค่ะ....”
.
.
หญิงสาวคนหนึ่งนั่งขับรถด้วยความเร็วสูงระดับหนึ่ง ขับไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมายด้วยสีหน้าอันตึงเครียดในหัวคิดจนสับสนวุ่นวายไปหมด แล้วรถก็ติดไฟแดงเธอจึงจอดเพื่อรถสัญญาณไฟอีกรอบ เมื่อสัญญาณเปลี่ยนเป็สีเขียวเธอก็เหยียบคันเร่งเพื่อขับต่อไปเรื่อยๆ
เธอหันไปมองโทรศัพท์ที่วางไว้บนเบาะรถแล้วยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก
“ฮัลโหล..ว่าไงโย”
“แกอยู่ไหนวะ..แล้วว่างมั้ย!!”
“ว่างง..อยู่คอนโด ถามทำไม”
“ออกมาหาหน่อยได้มั้ย ที่เดิม..”
“เออได้! เจอกัน แกเป็ไรรึเปล่าวะ น้ำเสียงฟังดูไม่ค่อยดีเลย”
“เปะะ..เฮ้ยยยย!!”
ปรี๊กกกกกกกกกกก!!!
เธอหลุดอุทานใออกมาแล้วบีบแตรรถเสียงดังสนั่นยาวเหยียดเมื่อมีรถคันหนึ่งขับออกมาจากยูเทิร์นกลับรถแล้วสายก็หลุดไป
.
.
“เฮ้ย!! อุบัติเหตุรถชน้ารถambulanceสองคัน”
“เรียกหมอแปปนึง..”
“เรียกมาคนเดียวพอ แล้วแกก็รอไปกับหมอที่แกเรียก ส่วนฉันจะเอาอีกคันไปพร้อมกับหมอแช..เพราะหมอเดินมากับหมอวีย์และหมอกานจณ์พอดี”
เขาพูดจบก็รีบวิ่งไปหาหญิงสาวที่ใส่ชุดกาวน์เดินเข้ามาสามคน
“หมอแชครับ..เกิดอุบัติเหตุรถชนครับ.....”
ชายร่างสูงเรียกนามของใครบางคนในสามคนนั้นที่พึ่งเดินเข้ามาในโรงพยายาล แล้วบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“งั้นรีบไปกันค่ะ!! โทษทีเว้ยย..ฉันต้องไปแล้ว”
เธอรีบวิ่งไปพร้อมกับผู้ที่รายงานเหตุการณ์เธอ จนไปถึงรถฉุกเฉินที่จอดแน่นิ่งอยู่แล้วจึงรีบเข้าไปนั่งในรถ ส่วนคนที่นำหน้าที่ขับรถก็ขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับแล้วเปิดเสียงไซเรนก่อนจะขับออกไปจากโรงพยาบาลเพื่อไปยังจุดเกิดเหตุ
“คนที่าเ็มีกี่คน..”
“มีรายงานมาว่าหนักๆที่สุดมีอยู่หนึ่งคนครับหมอ..ส่วนอีกสองคนนั้นาเ็และมีแผลถลอกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับหมอ”
“งั้นรีบขับไปเลย..”
“ครับๆ”
จุดเกิดเหตุ..
หมอสาวร่างสูงรีบลงมาจากรถambulanceฉุกเฉินพร้อมด้วยพยาบาลลงมาช่วยเหลือผู้าเ็ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์แล้วเข้ามาช่วยประถมพยาบาลก็ถอยออกเมื่อหมอและพยาบาลมาถึงแล้วเพื่อให้ได้เข้ามาดูผู้ที่าเ็
เสียงไซเรนของรถพยาบาลอีกคันขับเข้ามาจอดยังจุดเกิดเหตุ แล้วหมอพร้อมบุรุษพยาบาลก็ลงมา
หมอสาวกับพยาบาลที่มาด้วยกันเห็นรถฉุกเฉินอีกคันขับเข้ามาจอดจึงเข้าไปดูคนเจ็บอีกคนที่นอนราบระนาบอยู่กับพื้นถนนที่ดูจะาเ็หนักที่สุดกว่าใคร ส่วนอีกคนก็ให้หมอและพยาบาลที่พึ่งมากับอีกคันนึงดู แล้วรีบจับตรวจเช็คอัตราการเต้นของชีพจรและลมหายใจ ก่อนที่จะหันไปมองหน้าของคนที่นอนเจ็บและสลบไปเพราะสภาพร่างกายรับมือกับอาการาเ็ไม่ไหวแล้วสตันนิ่งแข็งแทบจะไม่มีการตอบสนองไปชั่วขณะหนึ่ง