แต่แล้วขณะที่กำลังพิศหาความงามของเธอเพลินๆอยู่นั้นชายหนุ่มก็ต้องดุ้งสุดตัว พร้อมกับร้องเสียงหลงแล้วชักขากลับเป็พัลวันเมื่อรู้สึกแสบจี๊ดที่าแขึ้นมากะทันหัน
“โอ๊ย..ย..นั้นคุณเอาทิงเจอร์ใส่แผลผมเหรอ?”
เขาโวยวายเมื่อรู้สาเหตุ
“แผลสดนี่คะ ใส่ทิงเจอร์จะได้หายเร็วๆ”
หญิงสาวกล่าวเสียงเรียบตามแบบฉบับของหล่อน
“แต่คุณก็น่าจะบอกผมก่อน ผมไม่ชอบนะ”
ชายหนุ่มต่อว่าเหมือนเด็กๆ
“เหรอคะ”
เรือนขวัญยิ้มนิดๆที่มุมปากเป็เหตุให้เกริกเกียรติถึงกับรู้สึกหน้าชาวูบ นี่หล่อนคงกำลังยิ้มเยาะเขาอยู่สินะ นึกได้ดั่งนั้นจึงค่อยๆยื่นขากลับไปอยู่ในท่าเดิมอย่างพยายามรักษาฟอร์ม เพราะไม่้าให้หล่อนคิดว่าเขานะใจปลาซิวทั้งๆที่รู้สึกเหมือนลมจะใส่ให้ได้ ก็เขานะกลัวการใส่ทิงเจอร์เสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด กลัวมาั้แ่เด็กแล้ว
หญิงสาวก้มหน้าก้มตาทำแผลให้เขาต่อโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ในขณะที่เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก กับสีหน้าเรียบเฉยเหมือนปูนปั้น น้ำเสียงราบเรียบเหมือนนักบวชผู้เคร่งศีล และที่สำคัญรอยยิ้มเหยาะหยันนั้นสิที่ทำให้เขาแทบทนไม่ได้ ก็เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมาแสดงท่าทางอย่างนั้นกับเขาเลยนี่นา
หล่อนเงยหน้าขึ้นเมื่อใช้พลาสเตอร์ปิดทับผ้าปิดแผลให้เขาเรียบร้อย
“มีแผลที่ไหนอีกคะ เห็นแม่บอกว่ามีหลายแห่ง”
เขาชี้บอกตำแหน่งรอยแผลตามขา แขนและไหล่ ให้หล่อนรู้แทนการพูด แผลที่ว่าเป็แค่รอยเขียวช้ำเท่านั้น เรือนขวัญจึงใช้แต่เพียงยาหม่องทาให้
“คุณมีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะ”
หญิงสาวถาม หลังจากทายาให้เขาเสร็จ และถอยออกมานั่งในระยะที่ห่างพอสมควร
“คุณพ่อให้ผมเอาเอกสารนี้มาให้คุณ” เขาหยิบซองสีน้ำตาลที่วางอยู่ข้างตัวส่งให้หล่อน “มันเป็เอกสารสำคัญเกี่ยวกับการประชุมที่คุณจะต้องรู้ จะให้ไปอ่านทำความเข้าใจเอาที่ทำงานคงไม่ทันเพราะพรุ่งนี้ต้องเข้าประชุมแต่เช้า คุณพ่อเลยให้ผมนำมาให้คุณทำความเข้าใจเสียแต่วันนี่ แต่ผมกลับต้องมาโดนไอ้พวกหมาบ้าของคุณกัด ซวยชะมัด”
ชายหนุ่มบ่นต่ออย่างหัวเสียในตอนท้าย
“อย่าห่วงเลยค่ะ เื่นั้น เพราะหมาที่นี่ฉีดวัคซีนกันโรคพิษสุนัขบ้าครบแล้วทุกตัว สำคัญก็แต่คุณจะเอาเชื้ออะไรมาติดหมาของดิฉันหรือเปล่าเท่านั้น”
หล่อนว่ากระทบให้เขาได้สะอึกเป็คำรบสอง พอตั้งตัวได้ ขยับปากจะเถียง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเสียก่อน จึงรีบหุบปากฉับ แต่ก็ไม่วายใช้สายตาคาดโทษยายแม่ชีปากกล้าคนนั้นไว้เป็ทำนองว่าฝากไว้ก่อนเถอะ