“ต้องขออภัยที่ข้าเสียมารยาทเจ้าค่ะ เมื่อครู่ท่านบอกว่าเป็นคำสั่งซื้อมาจากที่ใดหรือเจ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อถาม
“เป็นคำสั่งซื้อของจวนแม่ทัพมู่หรง พวกเขาต้องการสั่งซื้อผ้าและชุดเครื่องนอนเป็นจำนวนมากเพื่อเป็นของขวัญต้อนรับลูกสะใภ้ ดูเหมือนว่าจะเป็นคุณหนูจากสกุลหลัว”
“คุณชายมู่หรงไม่ได้แต่งกับคุณหนูจากสกุลเหยาหรือเจ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อถามออกไปทันที นางนึกว่าหลังจากที่เหยาหนิงหย่ากับมู่หรงเฉิน เหยาหนิงจะวางแผนจับมู่หรงจิ่งแต่งงานด้วยเสียอีก แต่ไม่คิดว่าจะกลายเป็นคุณหนูจากสกุลหลัว คงไม่ใช่ ‘หลัวฉีฉี’ นางเอกของเรื่องหรอกกระมัง
“สกุลเหยาหรือ? ไม่นะ ข้าได้ยินว่าคุณชายมู่หรงจะแต่งกับคุณหนูหลัวฉีฉี แต่จะว่าไปคุณชายคนนี้ก็ไม่ใช่คุณชายที่เกิดจากภรรยาเอกหรอก เป็นแค่คุณชายที่เกิดจากอนุ และก็โชคดีที่อนุถูกแต่งตั้งให้เป็นฮูหยินเอกก็เท่านั้น ว่าแต่เจ้ารู้จักกับจวนท่านแม่ทัพมู่หรงด้วยหรือ” เหลียงฮูหยินถาม
“ไม่รู้จักหรอกเจ้าค่ะ เพียงแค่ได้ยินข่าวลือมาบ้างเท่านั้น”
“นั่นสินะ ข่าวลือของท่านแม่ทัพมู่หรงโด่งดังเสียขนาดนั้น น่าสงสารก็แต่คุณชายใหญ่ตัวจริงที่ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตยังไง ข้าได้ยินมาว่าตอนที่เขาถูกท่านแม่ทัพมู่หรงตัดสัมพันธ์และขับไล่ออกจากจวน เงินแม้แต่อีแปะเดียวยังไม่มีติดตัวออกมาเลย”
แม้ว่าอำเภอสือไห่จะอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง แต่ข่าวลือที่จวนแม่ทัพมู่หรงขับไล่บุตรชายที่เกิดจากภรรยาเอกออกจากจวนยังลือมาถึงที่นี่ คาดว่าที่เมืองหลวงคงพูดถึงเรื่องนี้กันอยู่ทุกตรอกซอกซอยแล้วเป็นแน่ หยุนหนิงเอ๋อยิ้มอย่างพอใจ ‘สมน้ำหน้า รอให้ข้าหาเงินได้เยอะๆ และมีคนหนุนหลังดีๆ เสียก่อนเถอะ จวนแม่ทัพนั่นจะต้องมาคุกเข่าขอขมาผู้ชายของข้า’
เพียงแต่ว่าเนื้อหาในนิยายได้เปลี่ยนไปอีกแล้ว จากเดิมที่นางเอกจะต้องมาพัวพันกับมู่หรงเฉินแล้วเกิดความเข้าใจผิดกับพระเอก จนพระเอกของเรื่องได้สังหารมู่หรงเฉินจนตายอย่างอนาถ กลายเป็นตอนนี้นางเอกกับมู่หรงจิ่งกำลังจะได้แต่งงานกัน ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไปเป็นมู่หรงจิ่งที่ต้องมารับเคราะห์แทนมู่หรงเฉิน แต่หยุนหนิงเอ๋อกลับรู้สึกกังวล เพราะเวลานี้นอกจากตัวละครที่ยังเป็นคนเดิมแล้ว เนื้อเรื่องต่างๆ ล้วนเปลี่ยนไปทั้งหมด แล้วนางกับมู่หรงเฉิน รวมถึงเด็กแฝดทั้งสี่คนจะมีชะตาชีวิตอย่างไรต่อไป เรื่องนี้คงต้องกลับไปปรึกษากับมู่หรงเฉินให้ดีเสียแล้ว
“แต่ข่าวลือที่ข้าได้ยินมามันไม่ได้มีเท่านี้นะเจ้าคะ”
“ยังมีเรื่องใดอีกหรือ” เหลียงฮูหยินถามขึ้น เพราะจะมีเรื่องใดที่น่าสนใจไปกว่าเรื่องหลังบ้านของผู้อื่นกันเล่า
“ขอทานเร่ร่อนก็มักจะพูดกันไปเรื่อย ข้าจึงไม่แน่ใจว่าเรื่องที่ได้ยินมามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่ข่าวลือมันก็คือข่าวลือจริงไหมเจ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อหยุดครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดต่อ “ข้าได้ยินมาว่าหลังจากที่คุณชายใหญ่ถูกขับออกจากจวน เขาก็พาภรรยากับลูกออกเดินทาง แต่ไม่คิดว่าภรรยาจะวางยาพิษเขาจนพิการ จากนั้นนางก็กลับไปเป็นภรรยาลับให้กับน้องสามีตนเองเจ้าค่ะ”
“หา! คุณชายที่เกิดจากอนุคนนั้นถึงกับกล้ารับพี่สะใภ้มาเป็นภรรยาลับ เลวทรามสิ้นดี แต่เดี๋ยวนะถ้าข้าจำไม่ผิด ภรรยาของคุณชายใหญ่มู่หรงดูเหมือนจะชื่อเหยาหนิง แล้วคุณหนูหลัวฉีฉีก็คือลูกพี่ลูกน้องของนาง โอ๊ย!...ความสัมพันธ์ของพวกเขาทำไมยุ่งเหยิงเช่นนี้ ข้าว่าต่อไปจวนแม่ทัพมู่หรงต้องมีเรื่องให้ได้ปวดหัวกันทั้งวันเป็นแน่”
“ฮูหยินดูจะคุ้นเคยกับสกุลใหญ่ในเมืองหลวงไม่น้อยเลยเจ้าค่ะ”
“ไม่นับว่าคุ้นเคย แต่บ้านเดิมของข้าอยู่ที่เมืองหลวง จึงพอจะรู้จักกับสกุลใหญ่เหล่านั้นอยู่บ้าง คุยนอกเรื่องกันเสียนานจนเกือบลืมธุระสำคัญไปเสียแล้ว แม่นางหนิงเอ๋อ...เดิมทีสามีขอให้ข้ามาเจรจาขอซื้อสูตรทอผ้าซาตินจากเจ้า แต่ข้าไม่คิดเหมือนกับเขา สูตรทอผ้านี้เป็นสิ่งล้ำค่าที่ประเมินไม่ได้ เจ้ามีติดตัวไว้ก็ยังมอบให้ลูกหลานได้สืบสานต่อ จะให้ข้ามาเสนอเงินหรือบังคับซื้อสูตรไปจากเจ้า ข้าทำไม่ได้จริงๆ เพียงแต่คำสั่งซื้อนี้สกุลเหลียงของเราก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน ถึงแม้ครอบครัวของเราจะร่ำรวย แต่ตระกูลพ่อค้าจะไปสู้ตระกูลขุนนางได้ยังไง เอาเช่นนี้...หากข้าจะขอให้เจ้าทำชุดเครื่องนอนและทอผ้าซาตินให้ข้าจำนวนหนึ่ง เจ้าพอจะรับงานนี้ได้หรือไม่ ราคาตามแต่เจ้าจะเสนอ”
เดิมทีหยุนหนิงเอ๋อตั้งใจจะปฏิเสธการค้าในครั้งนี้ แต่เพราะเหลียงฮูหยินก็เป็นคนมีเหตุมีผลทั้งยังมีบ้านเดิมอยู่ในเมืองหลวง ไม่แน่ในวันหน้า นางกับเหลียงฮูหยินอาจจะร่วมมือทำการค้าอย่างอื่นร่วมกันอีกก็ได้
“การทอผ้าซาตินต้องใช้เวลา ทั้งยังจะต้องนำผ้ามาตัดทำชุดเครื่องนอนอีก แม้ข้าจะรับปากกับฮูหยินว่าจะรับงานนี้ แต่จำนวนอาจจะได้ไม่มากเท่าไหร่เจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไร ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ทั่วทั้งแคว้นเรามีแต่เจ้าคนเดียวที่ทอผ้าชนิดนี้ได้ ดังนั้นของหายากเช่นนี้จะผลิตออกมาง่ายๆ ได้ยังไง มู่หรงฮูหยินเพียงต้องการผ้าและชุดเครื่องนอนไปมอบเป็นของขวัญต้อนรับลูกสะใภ้เท่านั้น เอาอย่างนี้...เจ้าทอผ้าสีพื้นมาสองพับและทำชุดเครื่องนอนออกมาแค่ห้าชุดก็พอ หากทางโน้นต้องการมากกว่านี้ ข้าจะปฏิเสธให้เจ้าทันที”
“ขอบคุณฮูหยินมากเจ้าค่ะ”
“เจ้าเป็นสหายกับซูเจี๋ยก็เปรียบเหมือนลูกหลานของข้าเหมือนกัน เจ้าอย่าได้เกรงใจข้าเช่นนี้ อีกอย่างครั้งนี้เป็นข้าต่างหากที่มารบกวนเจ้า” เหลียงฮูหยินหันไปมองหูซูเจี๋ย “เรื่องนั้นก็ผ่านมานานแล้ว ข้าอยากให้เจ้าเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน อย่าเอาแต่โทษตัวเองกับเรื่องของอาเซ่อ ไม่ว่าอนุหรานจะมาหาเรื่องเจ้ายังไง ตอนนี้เจ้าไม่ได้เป็นลูกสะใภ้ของนางแล้ว เจ้าก็สวนกลับนางไปเสียบ้าง ข่าวลือข้างนอกนั่นก็เป็นฝีมือของนางอีกแล้วใช่ไหม”
“ข้ากับผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีอะไรกัน เขาตั้งใจจะลวนลามข้า แต่ยังโชคดีที่มีคนเข้ามาช่วยข้าไว้ได้ทันเจ้าค่ะ” หูซูเจี๋ยอธิบาย
“ซูเจี๋ย แม้ว่าข้าจะไม่ใช่มารดาแท้ๆ ของอาเซ่อ แต่ข้าก็รักเขาและรักเจ้าไม่ต่างจากลูกหลาน ข้ายังอยากเห็นเจ้าออกเรือนไปกับคนดีๆ และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เจ้าเข้าใจใช่ไหม” เหลียงฮูหยินยิ้มให้หูซูเจี๋ย “ตัวข้ากับเจ้าแก่นั่นก็ไม่รู้ว่าจะอยู่กันได้ถึงเมื่อไหร่ หากข้าหมดความอดทนกับเขาและนังอนุหรานเมื่อไหร่ ข้าคงต้องกลับไปอยู่ที่เมืองหลวงเหมือนเดิมแล้ว”
“ท่านแม่ยังทำให้ท่านลำบากใจอยู่อีกหรือเจ้าคะ”
“เหอะ...มีวันไหนที่นางกับเหลียงซินทำให้ข้าสบายใจบ้าง ถ้าไม่นับว่าอาเหวินยังมีความกตัญญู ป่านนี้ข้าหย่ากับตาแก่นั่นไปตั้งนานแล้ว เอาล่ะ...ข้าต้องขอตัวกลับไปบอกข่าวดีกับตาแก่นั่นก่อน เอาไว้วันหลังข้าจะนัดพวกเจ้าออกมาเดินเล่นด้วยกันอีก”
เหลียงฮูหยินกลับบ้านด้วยความดีใจ การเจรจาการค้าครั้งนี้จะนับว่ายากก็ยาก นับว่าง่ายก็ง่าย ที่ยากคือนางกลัวว่าอดีตลูกสะใภ้จะคิดว่านางเอาความเป็นผู้อาวุโสมาข่ม แต่ที่ว่าง่ายก็คือหากแม่นางน้อยหยุนหนิงเอ๋อปฏิเสธ นางก็คงต้องปล่อยผ่านการค้าครั้งนี้ไป แต่แม่นางน้อยกลับตอบตกลงแต่โดยดี
เมื่อเหลียงฮูหยินนึกถึงหยุนหนิงเอ๋อขึ้นมาอีกครั้ง นางก็อดเสียดายไม่ได้ หากหยุนหนิงเอ๋อยังไม่มีคู่หมาย นางจะออกหน้าเป็นแม่สื่อให้กับเหลียงเหวินดูสักครั้ง
“เหลียงฮูหยินดูเป็นคนดีมากนะเจ้าคะ”
“ตั้งแต่ที่ข้ากับท่านพี่แต่งงานกันและย้ายออกมาอยู่ข้างนอก ก็ได้แม่ใหญ่กับคุณชายเหวินนี่ล่ะที่คอยช่วยเหลือ”
“แล้วคุณชายเหวินเป็นคนยังไงหรือเจ้าคะ”
“คุณชายเหวินเป็นน้องชายฝาแฝดของสามีข้า เป็นคนเคร่งขรึมและพูดน้อย ข้ากับเขาเคยคุยกันแค่ไม่กี่ครั้ง และครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกันคืองานศพของท่านพี่ เขาบอกกับข้าว่าเขาจะปกป้องข้าแทนพี่ชาย เมื่อข้าออกเรือนกับผู้ชายดีๆ อีกครั้ง เขาจะมาทำหน้าที่น้องชายเพื่อแบกข้าขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวด้วยตัวเอง”
“นับว่าคุณชายเหวินเป็นคนดีมากคนหนึ่ง”
“นายท่านเจ้าคะ ในเมื่อฮูหยินเจรจาการค้าสำเร็จ ทำไมนางไม่ขอซื้อสูตรผ้ามาเลยเล่า ได้ยินว่าเป็นแค่สาวชาวบ้านคนหนึ่งเท่านั้น เราเอาเงินฟาดหัวมันไปสักห้าร้อยตำลึง หรือไม่ก็ส่งคนไปบังคับให้นางเขียนสูตรมาให้ เท่านี้สูตรทอผ้านั้นก็เป็นของเราแล้ว หรือว่าฮูหยินแสร้งเจรจาไม่สำเร็จแล้วแอบไปเจรจาการค้าลับหลัง ไม่ใช่ว่าบ้านเดิมของฮูหยินก็อยากเปิดร้านขายแพรพรรณเหมือนกันหรือเจ้าคะ” อนุหรานเริ่มยุยง
“เจ้าพูดอะไร ฮูหยินไม่ใช่คนเช่นนั้น” นายท่านเหลียงแสร้งดุอนุ แต่ในใจเขาเวลานี้กลับคิดตามคำพูดของนาง ระยะนี้ฮูหยินไม่ได้สนใจและเอาใจใส่เขาเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งยังเคยพูดเรื่องหย่ากับเขามาตั้งหลายครั้ง ทีแรกเขาคิดว่านางคงรำคาญกับนิสัยของอนุหราน แต่มาคิดอีกทีที่นางเปลี่ยนไปก็ตั้งแต่ที่เขาปฏิเสธจะให้ความช่วยเหลือกับบ้านเดิมของนางไม่ใช่หรือ แล้วมันเป็นความผิดของเขาหรือที่ไม่อยากให้ญาติสนิทต้องกลายมาเป็นคู่แข่งทางการค้า
“นายท่านเจ้าคะ ฮูหยินใหญ่เป็นคนกตัญญู นางไม่เหมือนข้าที่ไร้บิดามารดาที่ชั่วชีวิตนี้ของข้าย่อมเป็นของท่านแต่เพียงผู้เดียว” อนุหรานล้มตัวเข้าไปในอ้อมกอดของนายท่านเหลียง
“ไม่ต้องพูดแล้ว ตอนนี้เจ้าออกไปก่อนเถอะ เอาไว้คืนนี้ข้าจะไปค้างที่เรือนของเจ้า” นายท่านเหลียงบอก
อนุหรานที่คิดว่าแผนยุยงของตนเริ่มเป็นผลแล้ว “เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะตุ๋นน้ำแกงไก่บำรุงกำลังไว้รอนะเจ้าคะ”
อนุหรานเดินออกจากห้องหนังสือของนายท่านเหลียงมาอย่างพอใจ นางยิ้มกว้างจนตาแทบจะปิดแล้ว ทั้งยังคิดฝันไปถึงวันที่ฮูหยินใหญ่ถูกนายท่านหย่า ถึงเวลานั้นนางจะออดอ้อนให้นายท่านยกตำแหน่งฮูหยินเอกให้ เท่านี้นางก็จะหลุดพ้นจากสถานะของอนุไปได้แล้ว ลูกๆ ของนางก็จะกลายเป็นคุณชายและคุณหนูจากภรรยาเอก และพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับบุตรของอนุหรือบ้านสายรองของครอบครัวใดอีกแล้ว
“ท่านแม่ยุยงท่านพ่อด้วยเรื่องใดอีกแล้วหรือขอรับ”
“อะไรที่เรียกว่ายุยง ที่ข้าพูดไปก็คือความจริงทั้งนั้น เรื่องซื้อขายสูตรผ้าซาตินนั่นเจ้าก็รู้เรื่องแล้วใช่ไหม” อนุหรานปฏิเสธ
“เจ้าของสูตรเขายอมขายผ้าให้เราเท่านั้นก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่หรือขอรับ ท่านแม่ยังอยากจะให้เขาขายสูตรผ้านั้นให้เราอีก การค้าที่เอาเปรียบผู้อื่นเช่นนี้คงมีแต่ท่านแม่เท่านั้นที่คิดได้ แต่ข้ากลับเห็นด้วยกับแม่ใหญ่ที่ไม่ไปบังคับแม่นางคนนั้น”
“อาเหวิน! นี่เจ้ากล้าต่อว่าข้าแล้วไปเข้าข้างนังแก่นั่นเชียวหรือ ทำไม...อยากเป็นเหมือนเจ้าลูกชายไม่รักดีคนนั้นแล้วคิดจะต่อต้านข้าอย่างนั้นหรือ ข้ามีพวกเจ้าออกมาได้ ต่อไปข้าก็จะมีลูกชายคนใหม่ได้เหมือนกัน”
“ท่านแม่จะให้ท่านพ่อตัดสัมพันธ์กับข้า หรือจะให้ท่านพ่อขับไล่ข้าออกจากบ้านก็ได้ แต่ที่ข้าเห็นด้วยกับการกระทำของแม่ใหญ่เพราะนางเป็นคนมีเหตุผลและทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คนเราหากไม่มโนธรรมในใจ แล้วเราจะเอาหน้าที่ไหนไปสู้ฟ้าดิน”
“นี่...นี่เจ้าด่าข้าว่าเป็นคนเลวหรือเจ้าลูกไม่รักดี”
“ข้าแค่อยากเตือนท่านแม่ว่าอย่าไปยุยงท่านพ่อให้เกลียดแม่ใหญ่ เพราะถึงแม้ท่านพ่อจะหย่ากับแม่ใหญ่จริง แต่ตำแหน่งฮูหยินเอกก็ไม่ตกมาถึงท่านได้หรอก ชาติกำเนิดของท่านเป็นอย่างไรท่านลืมไปแล้วหรือ เป็นแค่นางรำที่เติบโตมาในหอคณิกา ท่านคิดว่าใครจะกล้ายกตำแหน่งฮูหยินเอกให้ท่าน”
เพียะ!
“เจ้าลูกเลว ถึงกับกล้ามาดูถูกข้า!” อนุหรานตบหน้าลูกชายเต็มแรง