หวังหน้าปรุหันไปมอง ก็เห็นสองสามีภรรยา ‘ผู้นำหมู่บ้านเฉินหยาง’ และ ‘ป้าจาง’ มาถึงหน้าประตูรั้ว
หลินซีถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อความตึงเครียดที่อัดแน่นในใจผ่อนคลายลง ขาทั้งสองก็อ่อนยวบเกือบทรุดนั่งลงกับพื้น แต่เพราะนึกได้ว่าเื่ยังไม่จบจึงต้องฝืนยืนต่อไปโดยใช้ท่อนไม้ในมือช่วยค้ำยันก่อนจะหันกลับไปมองเด็ก ๆ ทั้งสองด้วยความเป็ห่วง
ทว่าเมื่อสายตาประสานกัน เด็กน้อยทั้งคู่กลับสั่นสะท้านอีกครั้ง รีบก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
ฝ่ายผู้นำหมู่บ้านและป้าจาง เมื่อเห็นเหตุการณ์ในลานบ้านดูไม่สู้ดีก็รีบก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ข้างหลังยังมีต้าเป่าและเอ้อร์เป่าที่วิ่งตามมาติด ๆ สีหน้าตื่นตระหนก
เมื่อเด็กทั้งสองเห็นหลินซี ร่างเล็กก็ชะงักกึกไปวูบหนึ่ง แต่พริบตาก็พุ่งตรงเข้าหานางไม่ให้ตั้งตัว
หลินซีเห็นสีหน้าแตกตื่นของเด็ก ๆ ก็นึกไปว่าพวกเขาคงกำลังใกลัว นางกำลังจะเอ่ยปากปลอบโยน แต่กลับถูกร่างเล็กทั้งสองพุ่งเข้าชนเต็มแรง ร่างกายที่อ่อนแอเป็ทุนเดิมเสียหลักล้มลงกับพื้น ก้นจ้ำเบ้า เจ็บจนหน้าบิดเบี้ยว
“นี่...!”
หลินซียังไม่ทันได้พูดจบ ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็รีบเข้าไปยืนขวางซานเป่าและซื่อเป่าเอาไว้ทันที ทั้งคู่จ้องสตรีบนพื้นด้วยสายตาดุดัน ดวงตาแดงก่ำราวกับนางเพิ่งก่ออาชญากรรมร้ายแรงกับน้องของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น
หลินซีงุนงงจนทำอะไรไม่ถูก
ป้าจางที่ตามมาติด ๆ พอเห็นสภาพการณ์ก็พลันโมโหหน้าดำหน้าแดง ใช้นิ้วชี้หน้าหญิงสาวแล้วตวาดเสียงดัง “สะใภ้เสิ่น! ถึงเ้าไม่รักเด็ก ๆ ก็ไม่ควรทำถึงเพียงนี้!”
“ข้า?” หลินซีมองอย่างไม่เข้าใจ “ข้าทำอะไร?”
ป้าจางโกรธจนควันออกหู ชี้นิ้วไปยังหวังหน้าปรุที่ยังยืนเกาหัวด้วยความงุนงง “ครั้งก่อนเ้าคิดจะขายซื่อเป่า ยังดีที่ไม่สำเร็จ คราวนี้เ้ากลับถึงขั้นเรียกคนชั่วอย่างเ้าหวังเข้ามาที่บ้าน เ้ามันเกินเยียวยาแล้ว!”
ผู้นำหมู่บ้านพูดเสริมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “สามีเ้าอุตส่าห์ช่วยชีวิตเ้าไว้ ไม่ถือโทษเอาความเื่ก่อนหน้า ทั้งยังจ้างหมอรักษาเ้าอย่างดี แต่เ้ากลับอกตัญญูขนาดนี้เชียวหรือ?”
หลินซีเหลือบมองต้าเป่าและเอ้อร์เป่าที่ยังคงยืนจ้องเขม็งมาด้วยสายตาระแวง แล้วก็พลันเข้าใจกระจ่างแจ้งในทันที
ที่แท้ พวกเขาคิดว่านางเป็คนล่อลวงหวังหน้าปรุมาที่นี่เองสินะ!
หวังหน้าปรุที่เห็นผู้คนเพิ่มมากขึ้น ก็คิดจะฉวยโอกาสเผ่นหนี แต่เมื่อได้ยินคำพูดของคนมาใหม่เข้า เขาก็นึกถึงความเจ็บที่ถูกหลินซีฟาดด้วยไม้เมื่อครู่ ความแค้นจึงปะทุขึ้นมาทันที
“ใช่แล้ว! สะใภ้เสิ่น! เ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้ตีข้า? ข้าจะเอาเื่เ้าให้ถึงที่สุด!”
“ข้าต่างหากที่จะเอาเื่เ้าให้ถึงที่สุด!”
หลินซีเห็นว่าตอนลูกเลี้ยงทั้งสี่อยู่กันพร้อมหน้า ก็รีบฉวยโอกาสทอง สร้างภาพลักษณ์ใหม่ในสายตาพวกเขาทันที
นางกัดฟันลุกขึ้นยืน ประกาศเสียงดังอย่างเด็ดเดี่ยว “เห็นกันชัด ๆ ว่าเ้านั่นแหละที่บุกเข้ามาในบ้านข้า คิดจะลักพาตัวซานเป่ากับซื่อเป่า! ข้ายอมรับว่าก่อนหน้านี้เคยทำผิดไปจริง แต่ตอนนี้ข้าสำนึกได้แล้ว ข้าไม่มีวันขายลูกเด็ดขาด! หากเ้ายังกล้าโผล่หน้ามาที่นี่อีก ข้าจะตีเ้าให้หนักยิ่งกว่านี้แน่!”
หลินซีพูดพลางยกท่อนไม้ในมือขึ้นข่มขู่ ท่าทางดุดันและจริงจังสุดชีวิต
สองสามีภรรยาผู้นำหมู่บ้านได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง สีหน้าราวกับเห็นผีกลางวันแสก ๆ
นี่...คำพูดพวกนี้ออกจากปากของหลินซีจริง ๆ หรือ? หรือว่าหูของพวกเขาเพี้ยนไปแล้ว?!
ฝ่ายต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็หันมองหน้ากันอย่างตกตะลึง
หวังหน้าปรุโมโหจนหน้าแดงก่ำ ะโสวนทันควัน “เ้าคิดจะปัดความผิดอย่างนั้นรึ? ไม่มีทาง! เ้าเองนั่นแหละที่บอกให้ข้ามาที่นี่!”
หลินซีไม่ลังเล ตอบกลับเสียงดังชัด “บอกรึ? เช่นนั้นเ้าก็บอกมาด้วยสิว่าข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าซานเป่ากับซื่อเป่าจะกลับมาบ้านเวลานี้?”
“เอ่อ...เื่นี้...” หวังหน้าปรุอึกอัก พูดไม่ออก
หลินซีฉวยโอกาสนี้รีบค้นความทรงจำของร่างเดิมอย่างรวดเร็ว หันไปมองสองสามีภรรยาผู้นำหมู่บ้าน แล้วเอ่ยด้วยเสียงสุภาพ “ลุงจาง ป้าจาง ข้าเพิ่งจะฟื้นขึ้นมาไม่นาน แต่ได้ยินแว่ว ๆ ว่าสามีของข้าได้ฝากเด็ก ๆ ไว้ให้พวกท่านช่วยดูแลใช่หรือไม่เ้าคะ?”
สองสามีภรรยาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว”
ป้าจางถอนหายใจ เอ่ยด้วยสีหน้าละอาย “ข้าต้องขอโทษเ้าด้วยจริง ๆ ที่ดูแลพวกเขาได้ไม่ดี ทำตามที่เสิ่นเฉินฝากฝังไม่ได้” นางเหลือบมองเด็กน้อยทั้งสองด้วยสายตาอ่อนโยน “เด็ก ๆ เอาแต่บอกว่าคิดถึงพ่อ ข้าเองก็ตั้งใจว่าพอเสร็จงานแล้วจะพาพวกเขามาส่ง แต่ดันยุ่งจนลืมเสียสนิท”
ซานเป่ากับซื่อเป่าได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าลงเงียบ ๆ อย่างรู้สึกผิด
ส่วนต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ามองน้อง ๆ ด้วยแววตาสงสาร
หลินซีเห็นสภาพเด็ก ๆ เช่นนั้นก็รู้สึกปวดใจ ความหงุดหงิดต่อหวังหน้าปรุยิ่งเพิ่มขึ้นเป็เท่าทวี นางตวาดเสียงดัง น้ำเสียงเด็ดขาด “เงินที่ข้าเคยรับจากเ้า ข้าก็คืนไปหมดแล้ว! ตอนนี้พวกเราไม่มีอะไรติดค้างกันอีก รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าซะ!”
“เ้า!–-” หวังหน้าปรุจะยอมง่าย ๆ ได้อย่างไร!?
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยจบ หลินซีก็เหวี่ยงท่อนไม้ฟาดเข้าใส่เขาอีกครั้ง
หวังหน้าปรุไม่ทันตั้งตัว โดนท่อนไม้ฟาดใส่เต็มแรงจนร้องโหยหวน
หลินซีเองก็ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงทั้งหมดนี้มาจากไหน ยิ่งหวดก็ยิ่งหนักมือขึ้นเรื่อย ๆ จนหวังหน้าปรุถึงกับสติหลุด วิ่งหนีไปทางประตูรั้วอย่างสิ้นท่า
สองสามีภรรยาผู้นำหมู่บ้านเห็นหลินซีลงมือหนักขนาดนั้น แม้จะเชื่อว่านางไม่ได้ล่อหวังหน้าปรุมา แต่ก็ยังอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูกอยู่ดี
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าเองก็เบิกตากว้าง มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตาเช่นกัน
หวังหน้าปรุถูกตามไล่หวดจนโกรธแค้น สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจแย่งท่อนไม้จากมือหลินซีแล้วเหวี่ยงกลับไปสุดแรง!
หัวใจหลินซีพลันกระตุกวูบ ตัวของนางเซตามแรงเฉื่อย ความกลัวแล่นวาบขึ้นมาถึงท้ายทอย หากโดนไม้นี้ฟาดเข้าไป ด้วยร่างกายที่อ่อนแอเช่นนี้ คงไม่พ้นต้องตายคาที่แน่นอน!
ในเมื่อหลบไม่ทัน นางจึงหลับตาปี๋อย่างยอมจำนน
แต่ในชั่วอึดใจที่ความเ็ปควรมาถึง นางกลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็การตกลงไปอยู่ในอ้อมอกอันกว้างขวางและอบอุ่นของใครบางคนแทน
เอวของนางถูกมือใหญ่กอดไว้อย่างมั่นคง!
หลินซีสะดุ้ง รีบลืมตาขึ้นมาทันที แล้วก็สบเข้ากับดวงตาดำสนิทคู่นั้น—
...เสิ่นเฉิน!
เขาไม่เพียงเข้ามาประคองรับร่างของนางไว้ได้ทัน แต่ยังใช้มืออีกข้างจับท่อนไม้ที่หวังหน้าปรุฟาดเข้ามาได้อย่างแม่นยำ จนอีกฝ่ายขยับต่อไม่ได้
ยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าดำคล้ำและรังสีอำมหิตเย็นะเืที่แผ่ออกมาจากตัวเสิ่นเฉิน หวังหน้าปรุก็ถึงกับหน้าซีดเผือด ปล่อยมือจากท่อนไม้แล้วเซถอยหลังไปหลายก้าว
ทั่วทั้งลานบ้านพลันเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ หลินซียืนนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ อย่างกระอักกระอ่วน “เอ่อ...เ้ากลับมาได้ทันเวลาพอดี”
เสิ่นเฉินไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เพียงคลายมือที่โอบเอวของนางออกช้า ๆ
หลินซีรวบรวมสติที่แตกกระเจิง พยายามยืนให้มั่นคงอีกครั้ง
แววตาของเสิ่นเฉินในยามนี้ดูซับซ้อนและยากจะคาดเดา เขาเหลือบมองไปทางหวังหน้าปรุเพียงแวบเดียว สายตาก็พลันเย็นเยียบขึ้นหลายส่วน ไอสังหารจากร่างใหญ่รุนแรงจนหวังหน้าปรุขาสั่นไม่หยุด
หวังหน้าปรุรีบชี้นิ้วไปที่หลินซี “ขะ...ข้าไม่ผิดนะ! นางเป็คนเรียกข้ามาเอง—”
*เป๊าะ!*
ยังพูดไม่ทันจบ เสิ่นเฉินก็ใช้มือข้างเดียวหักท่อนไม้ที่แย่งมาได้จนขาดสะบั้น
หวังหน้าปรุถึงกับอ้าปากค้าง เสียงติดอยู่ในลำคอทันที
เสิ่นเฉินจ้องเขาด้วยสายตาเ็า น้ำเสียงน่าเกรงขามเอ่ยขึ้นเพียงสั้น ๆ
“ไสหัวไป!”
หวังหน้าปรุหน้าซีดเป็ไก่ต้ม สติแตกจนไม่กล้าเถียงต่อ รีบวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกจากลานบ้านทันที
หลังหวังหน้าปรุจากไป ทั้งลานบ้านก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ราวกับจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นของแต่ละคน
สองสามีภรรยาผู้นำหมู่บ้านกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแ่เบา “เสิ่นเฉิน...คือว่า เอ่อ...ซานเป่ากับซื่อเป่า—”
เสิ่นเฉินพยักหน้าเบา ๆ สีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย “เด็ก ๆ กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว ขอบคุณที่ช่วยดูแล ไว้วันหลังข้าจะไปขอบคุณท่านทั้งสองอย่างเป็ทางการอีกครั้ง”
ผู้นำหมู่บ้านโบกมือรัว ๆ สีหน้ากระอักกระอ่วน “ไม่เป็ไร ไม่ต้องขอบคุณหรอก ที่จริงพวกเราดูแลได้ไม่ดีนัก...เอาเป็ว่าพวกเ้าจัดการเื่ในครอบครัวกันก่อนเถอะ พวกเราสองคนขอตัวก่อนนะ”
พูดจบก็รีบจูงภรรยาจากไปทันที
พอคนนอกไปกันหมด หลินซีก็พลันรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเสิ่นเฉินกับเด็ก ๆ ทุกคนต่างจ้องมองมาที่นางเป็ตาเดียว สีหน้าของพวกเขาราวกับเห็นนางทำเื่ประหลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างไรอย่างนั้น
หลินซีเหลือบมองไปที่เด็ก ๆ
ต้าเป่า เอ้อร์เป่า และซานเป่า ต่างพร้อมใจกันยืนเรียงแถวบังซื่อเป่าเอาไว้แ่า สีหน้าระแวดระวังเต็มที่
หลินซียิ่งอึดอัดหนักกว่าเดิม รีบเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงไม่เป็ตัวเอง “เอ่อ...ข้าขอเข้าไปพักผ่อนในบ้านก่—”
ยังไม่ทันที่คำพูดจะจบลง สายตาของหลินซีก็พลันพร่ามัว ภาพทุกอย่างพร่าเลือนแล้วมืดดับลงฉับพลัน ร่างบางล้มคะมำไปข้างหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรง
ในขณะที่สติกำลังจะขาดหาย นางััได้เลือนรางว่ามีคนยื่นมือออกมารับร่างของนางไว้ทันก่อนกระแทกพื้น
หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย—-
‘ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปจริง ๆ เห็นทีคงต้องบำรุงให้ดีเสียแล้ว’
…
เสิ่นเฉินอุ้มหลินซีเข้าไปในห้อง แล้ววางนางลงบนเตียงอย่างเบามือ
สายตาเขาพลันเหลือบไปเห็นชามยาที่ว่างเปล่าตรงหัวเตียง ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องโดยไม่พูดอะไร
ด้านนอก ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ากำลังปลอบโยนซื่อเป่าที่ร้องไห้จนตาบวมช้ำ ใบหน้ายังเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ส่วนซานเป่ายืนเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ ด้วยสีหน้าหวั่นเกรง
เมื่อคนเป็บิดาเดินเข้ามาใกล้ เด็กทั้งสี่ก็ยืดตัวตรงอย่างเกร็ง ๆ ทันใด
ซื่อเป่ารีบเช็ดน้ำตาที่ค้างอยู่บนแก้ม แล้วเอ่ยเบา ๆ เสียงสั่น “ท่านพ่อเ้าคะ ซื่อเป่าผิดเองเ้าค่ะ...เป็เพราะซื่อเป่าอยากกลับบ้าน...”
น้ำเสียงของนางสั่นเครือ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด เพราะหากไม่ใช่เพราะนางดื้อดึง พวกพี่ ๆ ก็คงไม่ต้องเดือดร้อนอยู่แบบนี้
.
.
.