ภายในลานดินอันกว้างขวางของตระกูลเมิ่งเหล่าข้ารับใช้สองพันชีวิตกระจุกตัวกันจนทำให้ลานแห่งนี้ดูคับแคบไปถนัดตาพวกเขาล้วนอยู่ในอาการตื่นตระหนกปนง่วงงุนเนื่องจากตอนนี้คือยามโฉ่ว ซึ่งเป็เวลาที่ตามปกตินั้นเหล่าข้ารับใช้ส่วนใหญ่ล้วนหลับใหล
เนื่องจากตระกูลเมิ่งมีข้ารับใช้จำนวนมากบวกกับไม่ได้เคร่งครัดอันใดมากนักข้ารับใช้ส่วนใหญ่จึงมักจะตื่นนอน่ต้นของยามเหม่าในทุกวันเพื่อทำหน้าที่ประจำวันของแต่ละคน
“พวกเราถูกเรียกตัวมาทำไมกัน?” ชายชราผู้หนึ่งกล่าวถามออกมาด้วยความสับสนด้านข้างของเขามีลูกชายและลูกสะใภ้ของเขารวมอยู่ด้วย
“ข้าแอบได้ยินมาว่ายามนี้ตระกูลกำลังเกิดเหตุฉุกเฉินทุกทางเข้าออกล้วนถูกปิดตัวชั่วคราว”ชายกลางคนผู้หนึ่งกล่าวตอบคำถามของชายชราด้วยเสียงอันเบาเขากลัวว่าถ้าผู้คนตระกูลเมิ่งได้ยินเขาอาจจะซวยได้
“เกิดอันใดขึ้นกัน จะว่าไปก่อนหน้านี้ข้าได้ยินเสียงผู้คนกรีดร้องด้วยล่ะ”
“นั่นสิ เ้าเหมาไถกับพรรคพวกของมันก็หายไปไหนกันหมด”
“ได้ยินว่าพวกมันวางแผนจะเล่นงานครอบครัวของเ้าหรูเป้ยเฟิงนี่นาทำไมเ้านั่นยังอยู่ครบ 32 เช่นนั้นกัน?” ใครบางคนกล่าวถามขึ้นมาดูเหมือนว่าเขาจะรู้จักกับครอบครัวที่รวมหัวกันสั่งสอนลูกหลานให้ไปกลั่นแกล้งอิงฮวาและเป็สาเหตุที่เหมยลี่ถูกพาตัวไป
“ข้ารู้ว่าพวกเหมาไถหายไปไหน...”ชายกลางที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวกล่าวออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือดวงตาของเขากรอกไปมาด้วยความหวาดระแวงราวกับกลัวว่าจะมีใครเข้ามาทำร้ายตนเองอยู่ตลอดเวลา
“หืม? เ้ารู้จริงรึ เล่าให้พวกข้าฟังหน่อยสิ”ชายกลางคนซึ่งไร้เส้นผมบนศีรษะกล่าวออกมาด้วยความสนใจนั่นจึงทำให้ข้ารับใช้ที่อยู่โดยรอบหันมามุงดูเช่นกัน
“ข้า..ข้าเห็นปีศาจ” ชายคนนั้นกล่าวออกมาก่อนจะเงียบไป
“เ้าเมาสุรารีเฮ่าฟู่ ปีศาจอะไรของเ้ากันนั่นมันก็แค่เื่เล่าหลอกเด็กไม่ใช่หรือไร?” ชายชราคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อถือเขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหมือนมองคนเสียสติ
“ท่านเมิ่งเหลียน..กลายเป็ปีศาจ เขาฆ่าพวกเหมาไถไปหมดเลย”เฮ่าฟู่ไม่สนใจว่าใครจะมองเขาว่ายังไงชายกลางคนเปิดปากกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“บ้านข้าอยู่ติดกับเหมาไถ ตอนนั้นข้าปวดปัสสาวะพอดีจึงลุกขึ้นมา”
“ในตอนแรกที่ข้ากำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำก็เห็นว่าพวกนั้นกำลังกินดื่มอย่างสนุกสนาน”
“แต่พอข้ากำลังจะกลับก็พบว่าท่านเมิ่งเหลียนได้เดินเข้าไปหาเ้าพวกนั้น”
“ข้าเห็นดังนั้นจึงซุ่มดูด้วยความสนใจ...แต่ไม่คาดคิดเลยว่าสิ่งที่ข้าจะได้เห็น..มันกลับเปรียบเสมือนนรกไม่มีผิด”เฮ่าฟู่เล่ามาถึงตรงนี้เขาก็เงียบไป
“เกิดอะไรขึ้นกัน! เ้าจะเล่าก็เล่าให้มันจบสิวะ!”เสียงของใครบางคนดังขึ้นมาด้วยความโกรธแต่ถ้าฟังให้ดีก็จะรู้ว่ามันเป็เพียงการแสดงความโกรธเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวภายในใจเท่านั้น
“ท่านเมิ่งเหลียนกลายเป็ปีศาจร้ายพุ่งเข้าไปสังหารพวกเหมาไถอย่างเืเย็นแขน ขา ชิ้นส่วนต่าง ๆถูกกรงเล็บอันคมกริบชำแหละอย่างน่าหวาดหวั่น...หลังจากนั้นข้าก็รีบหนีเข้าบ้านไปซุกอยู่ในที่นอนทันทีจนสุดท้ายก็ถูกพาตัวมาที่นี่นั่นแหละ เฮ้อ!” เฮ่าฟู่เล่าจบเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรงเหมือนได้ปลดปล่อยความเครียดสะสมภายใน
แต่สิ่งที่เขาเล่านั้นมันกลับทำให้เหล่าข้ารับใช้โดยรอบพากันหวาดกลัวขึ้นมา
“นี่เ้า! เ้าพูดจริงเรอะ!” ชายชราผู้หนึ่งกล่าวออกมาด้วยเสียงอันดังความหวาดกลัวพลันก่อเกิดขึ้นในใจของเขาเขาค่อนข้างจะเชื่อว่าอีกฝ่ายนั้นพูดความจริง
เพราะเฮ่าฟู่ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาโกหกพวกเขาเลยแม้สักนิดแถมสถานการณ์ในตอนนี้ก็ค่อนข้างจะสอดคล้องกับสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวออกมาเสียด้วย
เหล่าข้ารับใช้เริ่มส่งเสียงพูดคุยกันด้วยความตื่นตระหนกจากสิบคน เป็ร้อยคน จากร้อยคนกลายเป็หลายร้อยคนใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปข่าวลือเื่ที่เมิ่งเหลียนกลายเป็ปีศาจไปฆ่าข้ารับใช้ทั้งห้าก็เริ่มแผ่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
“เงียบ!!!”
ครึ่งหลัง
เสียงะโด้วยความดุดันดังปานสายฟ้าฟาดสะท้อนเข้าสู่ใบหูของทุกคนภายในลานดินแห่งนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์เหล่าข้ารับใช้ทั้งสองพันชีวิตที่กำลังตื่นตระหนกพากันเงียบปากจนหมดสิ้นในยามนี้มันเงียบเสียจนถ้ามีเข็มหล่นลงพื้นสักเล่มก็คงได้ยินอย่างไม่ยากเย็นนัก
ทุกคนพากันหันไปมองยังต้นเสียงะโอันดุดันเมื่อสักครู่ในทันทีพวกเขาพบว่าผู้ที่เปล่งเสียงออกมาก็คือชายกลางคนรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนในชุดจอมยุทธ์สีดำของตระกูลเมิ่งเหล่าข้ารับใช้ได้แต่พากันมึนงงว่าชุดจอมยุทธ์สีดำนี้คืออะไรกัน? เพราะที่ผ่านมาพวกเขาล้วนพบเห็นเพียงชุดจอมยุทธ์สีขาวของตระกูลเมิ่งเท่านั้น
“ข้าคือผู้ฝึกตนของหน่วยจันทราทมิฬพวกเ้าจะไม่รู้จักข้าก็ไม่แปลกอะไรและไม่จำเป็ต้องรู้จักด้วย!”ราวกับว่าเขาสามารถรับรู้ความคิดของผู้คนโดยรอบได้ชายกลางคนผู้นั้นกล่าวออกมาด้วยเสียงอันดังอย่างต่อเนื่องทำให้เหล่าข้ารับใช้ได้แต่จ้องมองด้วยความมึนงง
“ที่เรียกพวกเ้ามาในวันนี้ก็เพราะมีเื่สำคัญจะประกาศ!ทุกเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้จะต้องเป็ความลับใครกล้าแพร่งพรายสู้ภายนอกจะถูกปะายกครอบครัว!” ชายกลางคนกล่าวต่อเนื่องออกมามีคลื่นพลังอันน่าสยดสยองแผ่กระจายออกมาจากตัวของเขา แม้ว่าเหล่าข้ารับใช้จะมองไม่เห็นแต่พวกเขาก็รู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ก่อตัวขึ้นได้อย่างชัดเจน
“นำตัวมันออกมา!!” เขาะโสั่งการด้วยเสียงอันดัง
ครืดดครืดด ครืดด
เสียงบางสิ่งถูกลากดังขึ้นมาจากตัวอาคารด้านหลังของผู้ฝึกตนของหน่วยจันทราทมิฬผู้นั้นทันใดนั้นก็มีร่างของผู้ฝึกตนชุดขาวหรือที่รู้จักในนามผู้พิทักษ์แห่งตระกูลเมิ่งเดินออกมาในมือของเขาถือโซ่ขนาดใหญ่อยู่เส้นหนึ่งปลายของโซ่เส้นนั้นมีร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่างถูกมัดเอาไว้
ทันทีที่เงาร่างของสิ่งที่ถูกมัดเอาไว้โผล่พ้นจากเงามืดปรากฏแก่สายตาของทุกคนเหล่าข้ารับใช้ก็ส่งเสียงขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายในสายตาของพวกขามีความหวาดกลัวแฝงอยู่ภายใน
เพราะสิ่งที่ถูกล่ามเอาไว้มันก็คือมารร้าย!ร่างของบางสิ่งที่คล้ายกับมนุษย์แต่มีผิวสีดำคล้ำและเขาสีแดงก่ำอยู่เหนือศีรษะพลังงานสีดำอันชั่วร้ายแผ่กระจายออกมาจากเ้าสิ่งนั้นเล็กน้อยแต่แค่เพียงเล็กน้อยก็ทำให้ทุกคนรู้สึกจิตใจปั่นป่วนได้แล้ว
“ทำจิตใจให้แข็งกร้าวเข้าไว้! อย่าอ่อนแอ!มิเช่นนั้นไอมารจะทำให้พวกเ้าคลุ้มคลั่งได้พวกข้าได้ปิดผนึกพลังส่วนใหญ่ของมันเอาไว้แล้วแต่ถ้าใครเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาเพราะไอมารข้าก็ขอบอกไว้เลยว่าข้าจะตัดหัวของมันผู้นั้นในทันที!”เสียงคำรามของผู้ฝึกตนแห่งหน่วยจันทราทมิฬดึงสติของเหล่าข้ารับใช้ให้กลับมาอีกครั้ง
แต่ถึงสติของเหล่าข้ารับใช้จะถูกเรียกให้กลับมาได้พวกเขาก็มองไปยังร่างของมารร้ายด้วยความหวาดกลัวมากกว่าเดิมอยู่ดีเพราะเพียงแค่เศษเสี้ยวไอมารที่แผ่กระจายออกมาก็เกือบทำให้พวกเขาคลุ้มคลั่งได้แล้ว!