ขณะคิดหาคําตอบอยู่นั้นแอมเบอร์รู้ดีว่าเขากําลังมีความรู้สึกอย่างไรน่าจะเป็ครั้งแรกที่พ่อเ้าชู้ไก่แจ้ตัวนี้ถูกถอนขน...เมื่อคิดถึงตรงนี้รอยยิ้มก็ฉาบขึ้นบนใบหน้าเธอเลียไล้ริมฝีปากอยู่ราว้ายืนยันในอะไรบางอย่าง
“ฉันต้องขอโทษอย่างมากเลยนะที่เราสองคนสร้างภาพไม่น่าดแบบนี้” เธอพูดเสียงหวาน “แต่จริง ๆ แล้วผู้ชายคนนี้ เขาเป็เพื่อนรักของฉัน หายไปตั้งนานเพิ่งจะกลับมาพบกันวันนี้เอง คิดดูก็แล้วกันว่าคนที่ไม่ได้เห็นหน้ากันนาน ๆพอเจอกันเข้าแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น...อะไร ๆ มันก็เลยหลุดหมดไม่ได้คิดจะระวังเนื้อระวังตัวหรอก...เื่มันก็แค่นี้เอง...ไม่ใช่ร้ายแรงอะไรอย่างที่พวกคุณคิดหรอก”
สายตาของรัฟเฟอรี่มิได้ละจากใบหน้าเธอเลยเป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นการโกหกด้วยสีหน้าซื่อ ๆ แต่มันก็ใช้ได้ผลอย่างเกินคาดและขณะนี้เธอก็กําลังมองผู้ชายคนที่ชื่อกิเดียนด้วยดวงตาสดใส ไร้มลทินคู่นั้น...
เขารู้ว่าเธอมีความเข้าใจในตัวเขาเช่นเดียวกับที่เขามีความเข้าใจในตัวเองและอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากเธอเป็ผู้หญิงที่เหลี่ยมจัดน่าดูทีเดียวแต่จะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ขณะนี้เธอกําลังช่วยเขาอยู่และเขาก็รู้ดีว่าไม่ควรจะอยู่ที่นี่ให้นานเกินไปนักความอาจจะแตกขึ้นมาเสียก่อนก็เป็ได้
“ใช่...” เขาคล้อยตามเมื่อลุกขึ้นจากร่างที่ยังทับอยู่“มิสลาแบลล์กับผมเคยเป็เพื่อนเก่ากันมาก่อนอันที่จริงผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เื่มันวุ่นวายขนาดนี้หรอกแต่บางครั้งใจคอมันก็เตลิดจนบังคับไว้ไม่อยู่”
“งั้นก็ออกไปให้พ้นจากที่นี่ได้แล้ว” ผู้ชายรูปร่างเล็กผอมเกร็งตวาดกลับมา “กําลังจะถึงเวลาเปิดการแสดงอยู่แล้วแอมเบอร์จะต้องเตรียมตัว”
แจ๊ครู้อยู่แล้วว่าจะต้องได้ยินคําพูดแบบนี้แต่เขาไม่ชอบให้ใครมาเตะออกไปง่าย ๆ และตอนนี้เขาก็จําได้แล้วว่าผู้ชายร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาขณะนี้คือกิเดียน มิดไนท์เ้าของและผู้จัดการคณะละครเร่ ที่เปิดการแสดงอยู่ในทั่วภาคตะวันตก เป็การทํามาหากินอันชาญฉลาดที่สร้างความมั่งคั่งให้กับกิเดียนได้ทันตาเห็นเขาเห็นป้ายโฆษณาการแสดงของคณะละครเร่ติดอยู่แทบทุกเมืองทางฟากตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี้
แต่ขณะเดียวกัน ป้ายประกาศจับตัวเขาที่ตั้งค่าหัวไว้เป็จํานวนไม่น้อยก็ติดอยู่ในทําเลที่ใกล้เคียงกัน
เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วแจ๊คก็บอกตัวเองอยู่ว่า เขาเห็นจะต้องระวังตัวให้มากกว่านี้เสียแล้วโดยเฉพาะในทุกเื่ที่มีมิสลาแบลล์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเขาสามารถััอันตรายที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ตัวได้ทุกเมื่อ
และถ้ากิเดียนรู้ว่าเขาเป็ใครไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องเรียกเ้าหน้าที่บ้านเมืองให้มาจัดการกับเขาอย่างน้อยก็ในข้อหาบุกรุก และกําลังจะเข้ามาลักพาตัวดาราสาวเ้าเสน่ห์ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าเป็ “ตัวเงินตัวทอง” ของเขาไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้และนั่นเป็สิ่งสุดท้ายในโลกที่รัฟเฟอรี่้า
เขายื่นมือไปให้สาวสวยผู้ช่วยชีวิตได้ััขณะที่หญิงสาวผู้อยู่ในเสื้อกระโปรงแบบยิปซีปัดคราบฝนที่เกาะติดอยู่กับกระโปรงสีแดงออกขยับคอเสื้อให้เข้าที่เข้าทางอยู่นั้นเอง เธอก็อุทานอะไรบางอย่างออกมาและโดยไม่อับอายต่อสายตาใครทั้งสิ้น เมื่อเธอคุกเข่าลงกับพื้นดินสอดส่ายสายตาหาอะไรบางอย่างอยู่ด้วยความร้อนใจจนในที่สุดก็คว้าถุงสีขาวสองถุงขึ้นมาจากซอกเต็นท์…
พอสายตาของเขาและเธอประสานกันใบหน้าของหญิงสาวก็แดงก่ำยิ่งกว่าสีกระโปรงที่สวมใส่และตอนนั้นเองที่แจ๊คเพิ่งสังเกตเห็นว่าทรวงอกของเธอเล็กกว่าตอนที่เขาก้าวเข้ามาในเต็นท์ครั้งแรก
เขารีบเดินหน้าไปกระแอมไอเพื่อกลบเกลื่อนเสียงหัวเราะเสียทางหนึ่งมีความรู้สึกอยู่ว่านักพยากรณ์สาวผู้นี้ก็มีความลับมากมายที่ปิดบังไว้ไม่ต่างไปกว่าเขาเลย...
และถึงแม้เขาจะรู้ว่าไม่ควรอยู่ที่นต่อไป เพราะอาจจะมีใครจําหน้าได้ แต่กระนั้นมันก็ยังมีความรู้สึกหวั่นไหวเกิดขึ้นในใจเขาไม่เคยดูการแสดงของคณะละครเร่มาเป็เวลานานปีไม่เคยพบเห็นใครที่สามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมลวงล่อได้ยอดเยี่ยมเช่นมิสลาแบลล์ผู้นี้มาก่อนและยิ่งไปกว่านั้น ความอ้างว้างเดียวดายเนื่องจากเป็บุคคลที่ทางการกําลัง้าตัว มันทําให้เขาอยากจะหาที่พักพิงอย่างน้อยทางใจก็ยังดี
“เอาไว้ให้การแสดงจบเสียก่อนแล้วเราค่อยพบกันใหม่นะ”เขากล่าวพร้อมกับหลิ่วตาให้หญิงสาวหมอดูลายมือผู้นั้นอย่างเป็นัย
หลังจากนั้นเขาก็ก้มลงมองสุนัขพันธุ์คอลลี่สีขาว-ดําผู้เป็มิตรสนิทใจ ซึ่งกําลังจ้องมองเขาอยู่ด้วยดวงตาสีน้ำตาลคู่ใหญ่ด้วยความจงรักภักดีอันล้นเหลือ
“มา...เราไปกันเถอะโม้ดดี้ไปหาที่นั่งหน้าเวทีกันดีกว่าจะได้ไม่พลาดชมการแสดงไงล่ะ ฉันรู้นะว่าแกเองก็อยากจะแสดงกับเขาบ้างจะแย่อยู่แล้ว...”
การแสดงในค่ำคืนนี้ก็เช่นเดียวกับการแสดงละครเร่ของคณะต่าง ๆ ที่บัฟฟาโล่ บิลล์เป็ผู้ริเริ่มขึ้นเสียส่วนใหญ่ เพียงแต่การแสดงของคณะกิเดียน มิดไนท์ออกจะแตกต่างไปบ้างเล็กน้อยแต่กระนั้นก็ยังคุ้มกับค่าเงินทุกเซ็นต์ที่ซื้อบัตรเข้ามาดูรัฟเฟอรี่ครุ่นคิดอยู่ขณะนั่งชมการแสดงอย่างตื่นตาตื่นใจที่สุด
ความทรงจําของเขาหวนกลับคืนไปสู่เมื่อครั้งที่เขายังเป็เพียงเด็กชายตัวเล็กๆ ที่เดินทางมาจากคันซัส ซิตี้และเพิ่งได้ลิ้มรสชาติแห่งชีวิตของโคบาลกับอินเดียนเป็ครั้งแรกและการแสดงในคืนนี้ ก็เรียกความทรงจําในครั้งกระนั้นให้กระจ่างสดใสขึ้นเมื่อบรรยากาศของการต่อสู้ชีวิตในภาคตะวันตก ที่มีแต่เสียงปืนกับเสียงโห่ร้องของพวกอินเดียนดังกึกก้องไปทั่ว
เมื่อมาถึงยุคปัจจุบันภาคตะวันตกได้แปลงเปลี่ยนเป็แผ่นดินที่ศิวิไลซ์ไปแล้วดังนั้นมันจึงเป็ความรู้สึกที่ดีที่จะได้ย้อนยุคกลับเข้าสู่เื่ราวอันเป็ตํานานแห่งความตายในอดีตที่ผ่านมาอดีตที่ไม่มีผู้ใดรู้จักโทรศัพท์หรือไฟฟ้าอดีตที่ไม่มีมือกฎหมายเข้ามาจัดการกับผู้กระทําความผิด…
แจ๊คลอบกวาดสายตาไปยังผู้ชมทั้งหลายแล้วก็พบว่าทุกคนกําลังทุ่มเทความสนใจให้กับการแสดง ที่มีโคบาลนั่งอยู่หลังม้ายิงกันด้วยะุหลอกผสมโรงกับบรรยากาศของการแสดงจนเกินกว่าจะนึกรู้ ว่าขณะนี้มีอาชญากรที่ทางการกําลัง้าตัวเข้ามานั่งอยู่ในท่ามกลางพวกเขา
เขาเกาหลังใบหูโม้ดดี้แรง ๆแล้วก็ก้มลงยิ้มให้มัน นังโม้ดดี้เองก็ดูจะซาบซึ้งกับบทบาทอย่างมากมิได้ต่างไปกว่าเขาเลย มันนั่งหอบหายใจอยู่บนที่นั่งข้างตัวเขาอยู่ขณะนี้
เสียงแตรฟันฟาร์ดังขึ้น เมื่อนักแม่นปืนชูมือทั้งสองขึ้นต้อนรับเสียงโห่ร้องของผู้ชมก่อนที่จะกระตุ้นมาให้วิ่งเหยาะออกจากลานแสดง แจ๊คปรบมือให้กับนักแสดงดังลั่นแม้จะมองเห็นอยู่ว่าเครื่องดนตรีที่นํามาใช้บรรเลงจะเก่าแทบขึ้นสนิมแต่มโนภาพนั่นเองที่ทําให้เขามองเห็น ว่ามันเป็เครื่องทองเหลืองที่สุกใสแวววาวลมที่เป่าอัดเข้าไประบายออกมาเป็เสียงเพลงอันไพเราะ
และเมื่อดูเสื้อผ้าที่นักแสดงสวมใส่เขาก็เห็นอยู่เช่นกันว่าสีสันมันซีดจางลงตอนที่นักแม่นปืนยกมือขึ้นต้อนรับเสียงโห่ร้องนั้นเขาก็ยังสังเกตเห็นตะเข็บใต้ท้องแขนที่ปริขาด เห็นได้ชัดว่าคณะละครเร่ของมิดในท์หากินกันไปวันๆโดยไม่ได้คํานึงถึงเื่การซ่อมแซมเครื่องแต่งตัวหรือเครื่องมือที่ใช้ประกอบการแสดงแต่อย่างใดเลย
แต่กระนั้นรัฟเฟอรี่ก็ยังยึดมั่นอยู่กับภาพที่มองเห็นอยู่ในจินตนาการ ภาพแห่งความยิ่งใหญ่ภาพแห่งอดีตที่จะไม่มีวันกลับคืนมาสู่อีกแล้วและในตอนนั้นเองที่เสียงประกาศของโฆษกทําลายความคิดคํานึงของเขาลง
“การแสดงในอันดับต่อไปของเรา...จะเป็การพาท่านผู้ชมทั้งหลายให้ย้อนอดีตกลับไปยังค.ศ.1904 ตอนที่หญิงสาวชาวอินเดียนผู้หนึ่งชื่อ ซาคากาเวียทําหน้าที่เป็คนนําทางและล่ามให้กับเมรี่เวเธอร์ เลวิส และวิลเลียม คลาร์ค”
และแล้ว...เธอก็เผยโฉมออกมาพวงผมถักไว้เป็สีดำ ระอยู่กับแผ่นหลังที่คลุมไว้ด้วยเสื้อหนังสัตว์ขณะเดินนํานักสํารวจทั้งสองออกมาโดยมีฉากของบรรยากาศในป่าดงดิบช่วยเสริมให้ดูสมจริงขึ้น
แจ๊คหัวเราะลึกอยู่ในลําคอเมื่อสังเกตเห็นว่ามิสลาแบลล์ได้เสริมหน้าอกปลอมเป็ที่เรียบร้อยแล้วและไม่ต้องสงสัยเลยว่ารูปร่างหน้าตาของเธอในตอนนี้มิได้ต่างไปกว่าหญิงสาวชาวอินเดียนในอดีตแม้แต่น้อย แต่ไม่ว่าเธอจะแสดงเป็อะไรเธอก็ยังน่ารักในสายตาของเขาอยู่ดี...
แอมเบอร์...เขาจําได้ว่ามิดไนท์เรียกเธอด้วยชื่อนั้นและเป็ชื่อที่ใช้อธิบายถึงผิวพรรณของเธอได้อย่างใกล้เคียงความจริงที่สุด