ตอน 11
เคียงคู่
เสียงดนตรีจังหวะเร็วเพิ่งจบลง ตามด้วยเสียงปรบมือโห่ร้องเกรียวกราว รู้ทันใดว่าเป็คอนเสิร์ตที่เปิดผ่านแผ่นเสียง
มีเสียงคนปรบมือย่อม ๆ ผ่านลำโพง ตามด้วยเพลงใหม่แสนเนิบช้า เสียงเครื่องเป่าแคลริเน็ตชวนให้หม่นเศร้า
“โชคดีเลย ลงมาตอนเพลงเร็วจบแล้ว เพลงช้าเพลงนี้เพราะมากนะ เศร้า ๆ เลย” ชายวัยสี่สิบยังสวมหมวกแดงขาว ยิ้มทักสองสาวที่เพิ่งลงบันได
“ถ้าลงมาช้ากว่านี้พ่อต้องเบาวอลูมเลยละค่ะ กลัวลอริสหัวใจเต้นเร็วเกิน แฮ่ะ ๆ” ลูกสาวยิ้มเขิน ๆ “พ่อยังเห่อเป็ซานต้าอีกหรอคะ แฮ่...”
เกริกไกรก้มหน้าขำเล็ก ๆ พลางเอื้อมมือจับหมวกไหมพรมที่สวมอยู่ นึกขึ้นพลันยังไม่ได้ทักตุ๊กตารัสเซียเลย
ได้เห็นเดรสขาวระพื้นงดงาม แขนยาวจั๊มแสนนุ่มฟู น่าเอ็นดูน่าทะนุถนอมเช่นวันเก่า ยิ่งเมื่อคืนก่อนได้โอบกอดต่อกันก็ยิ่งรู้สึกผูกพัน มองชุดสวย ๆ แบบนี้ทีไรหัวใจก็ชุ่มฉ่ำทุกครั้ง
“เพลงเพราะไหม ลอริส... เพลง 'อีสเตอร์'”
หญิงสาวผมน้ำตาลได้แต่สบมองผู้อุปการะ ประกายตาซื่อ ๆ ช่างอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง ก้มผงกทักทายเสียงหวาน ๆ “ซดราสท์ วุย ถิ”
“อีสเตอร์... ที่เป็เทศกาลขอบคุณพระเ้าหรอคะพ่อ...” สาววัยสิบแปดเริ่มสงสัย เกริกไกรได้แต่ส่ายหน้า “ไม่แน่ใจ เพลงของ 'เคนนี จี' มีแต่บรรเลงซะส่วนมาก เพลงนี้ก็บรรเลงเศร้า ๆ นะ ลอริสอาจชอบ”
ลูกสาวประคองเอวลอริสนั่งเก้าอี้นวมดุจเคย พลางหันมาสบตาซานตาคลอส “น่าจะชอบนะคะ เพลงเศร้าดีจัง เหมาะกับน้องที่ดูเศร้า ปนเหงาในบางครั้ง”
พ่อยิ้มบางเบาตอบรับ “งั้นให้เป็เพลงของลอริสเลยแล้วกัน เวลาฟังเพลงนี้ทุกครั้งเราจะนึกถึงน้อง นึกถึงตุ๊กตารัสเซียแสนอ่อนโยนนะ”
“พ่อโรแมนติกจังเลย” ลูกสาวแย้มหวานมอบเป็รางวัล “เมื่อคืนส่งเพื่อนหนูเรียบร้อยดีนะคะ”
“เรียบร้อย ถึงโดยสวัสดิภาพทุกคน” เกริกไกรพยักหน้ามั่นใจ นึกขึ้นได้ไม่ลืมถามไถ่ความรู้สึกของผองเพื่อนลูกสาว “แล้วเป็ไงบ้าง ตอนพ่อส่งลอริส ให้น้ำพาขึ้นห้องนอน เพื่อนทั้งสามก็ขอตามขึ้นไปดูด้วย”
ลูกสาวแย้มเขิน พลางถือหวีชมพูสางผมสวยให้ตุ๊กตามีชีวิต “ห้องหนูโรแมนติกเป็สิบเท่าเลยค่ะ สาว ๆ ห้อมล้อมลอริสกันใหญ่เลย ผลัดกันนั่งคู่น้องบนเตียงกัน ลอริสก็ตอบรับดีมาก ดีกับเพื่อนเหมือนที่ดีกับหนูเลย”
ซานตาคลอสยิ้มอย่างเบาใจ “แล้วได้ดูรูปก่อนกลับด้วยใช่ไหม เห็นลงมากันแล้วน้ำยกอัลบั้มให้เพื่อนดูกันต่อ”
“ได้ดูค่ะ แต่ก็เวลาจำกัดเพราะสี่ทุ่มแล้ว อืม... แต่ก็ดูจนครบทุกหน้าเลยค่ะ” สุรีย์รัตน์ยิ้มตอบให้พ่อก่อนหันไปหยิบกิ๊บโบขาวผ่อง ส่งยื่นให้เ้าของเอื้อมรับไว้ ได้ยินสำเนียงรัสเซียแสนอ่อนโยนประสานเสียงแคลริเน็ตจากเพลงเศร้า “สปาซิบะ...”
“คราซิวา...” เกริกไกรเบิกแย้มอบอุ่นมอบให้ตุ๊กตาสาวสวย
“คราซิวา...” ลูกสาวชื่นชมตุ๊กตามีชีวิตดุจเป็กำลังใจ
ลอริสติดกิ๊บโบผ้าขาวน่าทะนุถนอมเป็ที่สุด ส่งสายตาอ่อนโยนใจดีเช่นเคย สองพ่อลูกดีใจแทบล้นปรี่
“พ่อคงเหนื่อยมากนะคะ ขับรถไปส่งตั้งหลายคน” สุรีย์รัตน์ส่งแววตาห่วงใย แต่ซานตาคลอสยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้า
“ไม่เหนื่อยหรอก ไม่เหนื่อยเหมือนคืนแรกที่รับลอริสเข้าบ้าน แค่ส่งให้เพื่อนลูกสามที่ แวะส่งอิเล็กโทนคืนเพื่อน แล้วก็ส่งอาวนัส แถมเพื่อนลูกก็ช่วยกันประคองอิเล็กโทนวางบนตักนั่งเบาะหลังกัน คุยกันจ้อเลย สนุกดี”
ลูกสาวยิ้มอ่อนโยน “ค่อยเบาใจนะคะ แต่เพื่อนหนูคุยเก่งมากค่ะ เกรงใจพ่อจัง แต่ละคนก็ตลก ๆ บ๊อง ๆ เหมือนหนูเลย”
“เื่เล็กน่า ปกติของวัยรุ่นน่ะลูก” พ่อขบขันเบา ๆ พลางกดหยุดเล่นแผ่นเสียงเมื่อเพลง 'อีสเตอร์' จบลง ไม่ช้าจึงเดินมาที่โต๊ะโทรศัพท์สีดำ
“เดี๋ยวพ่อโทร.หาแป๊บนึงนะ”
ไม่ได้บอกว่าจะโทรศัพท์ติดต่อใคร ลูกสาวคงต้องเดาจากเสียงพูดสนทนาฝ่ายเดียว ได้แต่มองเ้าของเครื่องที่ยกหูแล้วหมุนหมายเลข
“มลหรอ... นี่พี่เกริกนะ... สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะ ขอให้แข็งแรง...”
ปลายสายเหมือนมีเื่เล่ามากมาย เกริกไกรเงียบเสียงได้แต่ยกหูฟัง ไม่ช้าจึงมีบทสนทนาต่อ
“อ้าวหรอ อ๊อดไม่อยู่ไปธุระที่ปีนังหรอ อืม... ถ้าติดต่ออ๊อดได้ฝากสวัสดีปีใหม่เผื่อทีนะ บอกว่าจากพี่เกริกฝากมาสวัสดี แล้วก็... ปีนี้ไม่ได้จัดปีใหม่ที่บ้านพี่นะ พอดีไม่สะดวก”
เสียงสนทนาเงียบลง เว้นจังหวะเหมือนรอฟังปลายสายพูดบ้าง ไม่ช้าซานต้าจึงพูดเอื่อย ๆ ทิ้งท้าย พลางผินมองตุ๊กตารัสเซียที่นั่งสงบเสงี่ยม “ปีนี้ไม่พร้อม ต้องขอโทษที อย่าเพิ่งมากันเลยนะ ไว้ปีหน้ารวมตัวกันดีกว่า”
พอเห็นว่าวางสายเมื่อสนทนาจบ ลูกสาวเอ่ยถามระคนเกรงใจ “น้ามลใช่ไหมคะพ่อ...”
เกริกไกรยิ้มละมุนกลบเกลื่อน “ใช่แล้ว แต่คงติดต่อน้าอ๊อดไม่ได้ เพราะอยู่ต่างประเทศ ออฟลูกน้าอ๊อดก็เลยย้ายมาอยู่กับน้ามลชั่วคราว”
“ฟังดูเหมือนอยากจัดปีใหม่ที่นี่แบบปีก่อนนะคะ แต่...” สุรีย์รัตน์ชะงักจังหวะพูด ได้แต่ผินมองตุ๊กตามีชีวิตที่นั่งมองตาแป๋วต่อทั้งสอง
เื่ลอริสก็รู้อยู่แก่ใจทั้งพ่อทั้งลูก ตั้งใจว่าไม่อยากให้ญาติต้องล่วงรู้ เพราะแค่คำว่า 'ไม่พร้อม' ด้วยเหตุผลที่ยากยิ่งอธิบาย หรือบางทีก็ไม่อาจหาเหตุผลได้เลย ที่ไว้ใจได้ก็มีเพียงน้าไสวคนเดียว
“น้ามล น้าอ๊อด ใครพี่ใครน้องนะคะ หนูจำไม่ได้แล้ว” ลูกสาวพลันเปลี่ยนเื่ เกริกไกรก็รับรู้ว่าฝ่ายถามคงกังวล จึงลูบศีรษะแ่ปลอบโยน
“แม่ภาของลูกแก่สุด คนรองคือน้ามล คนเล็กคือน้าอ๊อด แต่... น้าไหวปีเดียวกับน้าอ๊อดนะ พี่น้องคนละแม่กัน”
“ฮั่นแน่ ตาของหนูเ้าชู้” สุรีย์รัตน์ยิ้มขวยเขิน เกริกไกรได้ทีก็อยากเล่าความหลัง เล่าไปก็เขินไปเหมือนลูกสาว “โชคดีที่น้ำมีตาเ้าชู้นะ ปกติจะดุมาก แต่ตอนความแตกที่พ่อคบกับแม่ น้ำก็เกิดในท้องได้สามเดือน ก็ไม่ว่าอะไรเลยนะ คงมองเป็เื่ปกติ บอกเลี้ยงได้เลี้ยงเลย แต่ง ๆ กันซะ ฮ่า ๆ”
“หนูก็เลยขอบคุณพ่อน่ะค่ะ ที่ให้หนูได้มีชีวิต” ว่าแล้วลูกสาวเข้ามาซบไหล่พ่อแล้วกอดเอว
“ลูกโอบกอดแบบนี้ก็ไม่เขินนะ แต่พ่อก็ไม่เข้าใจ ทำไมกอดลอริสเมื่อคืน เขินจะแย่เลย”
สุรีย์รัตน์เงยหน้าเห็นพ่อเริ่มเกาหมวกไหมพรมแดงขาว ท่าทางคงอยากเกาหัวงง ๆ แต่ี้เีถอดหมวก “ขำ ๆ ดีค่ะพ่อ พ่อยังงง หนูก็งงไปด้วย แต่ถ้ากอดแล้วลอริสมีความสุขก็ทำไปเถอะค่ะ แฮ่ะ ๆ”
“เช้านี้กอดลอริสหรือยัง” ซานต้าอยากรู้ความผูกพัน
“กอดค่ะ และก็ จุ๊บด้วย แฮ่...” ลูกสาวยิ้มพริ้มส่งวาจาหวานให้พ่อ ทั้งไม่ลืมคนสำคัญจึงผลิแย้มอบอุ่นมอบให้ลอริส ได้สบแววตาละมุนเชื่อง ๆ เหมือนวันแรกที่รับมาดูแลไม่มีผิด
นึกได้อีกอย่างจึงอยากถาม “พ่อโทร.ติดต่อลุงเกรียงหรือยังคะ ลุงเกรียงไกรที่อยู่เชียงใหม่”
“ติดต่อแล้ว ลุงโทร.มาหาพ่อเองเลย...” เกริกไกรลูบศีรษะพลางเล่าต่อ “ตอนลูกพาลอริสขึ้นบนบ้านเมื่อคืน เพื่อนลูกก็ขึ้นไปด้วย จังหวะนั้นลุงเกรียงโทร.มาพอดี มาสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า ก็คุยสบาย ๆ สั้น ๆ”
ลูกสาวพลันเป่าปากโล่งอก “โชคยังดีนะคะ ลุงโทร.มาตอนปาร์ตี้จบแล้ว ไม่งั้นคงรู้ว่ามีจัดในวันคริสต์มาส บ้านเราและญาติเราไม่เคยจัดกัน คงจะงงแน่เลยทำไมจัดวันคริสต์มาส กลัวความลับเื่น้องลอริสจะแตก”
เกริกไกรทอดถอนใจแ่ “เฮ้อ... พ่อว่าคงปิดได้อย่างเก่งก็ปีเดียว จัดปีใหม่ปีต่อไปคงต้องมีเหมือนเดิม หรือแย่กว่านั้น ญาติ ๆ มาเยี่ยมที่บ้านอาจจะเร็ววันไม่แน่ไม่นอน เผลอ ๆ มากันพรุ่งนี้ ทำใจลำบากเลย”
พอลูกสาวเริ่มกังวลผ่านสีหน้า จึงตบบ่าแ่ปลอบ “ถ้าถึงที่สุดไม่อาจเลี่ยง พ่อจะรบเร้าพวกญาติว่าอย่ามา จะโกหกไปว่าไม่อยู่บ้านทั้งวัน น้าไหวก็บอกพ่อว่าจะปิดเื่นี้ให้มิด เรารู้กันสามคนก็พอแล้ว ส่วนลุงเกรียงไม่ค่อยปากสว่างหรอก ถึงรู้ความลับแล้วก็ทำเฉย พ่อรู้นิสัยพี่ชายคนนี้ดี”
“หนูก็... วางใจฝั่งลุงเกรียงมากกว่าญาติ ๆ ทางน้ามล น้าอ๊อด อีกค่ะ อย่างที่พ่อบอกเลย ญาติข้างแม่ ปิดความลับไม่อยู่ ชอบเอาเื่ของพวกเราไปบอกคนนอก เฮ้อ...”
สุรีย์รัตน์อยากลืมเลือนเื่ยุ่ง ๆ ของผู้ใหญ่ พลางเหม่อมองแสงไฟเทศกาลวิบวับหลากสี นึกขึ้นได้จึงบอกลาพ่อ “เดี๋ยวไปเปลี่ยนชุดนะคะ ใส่ชุดขาวที่น้าไหวตัด พ่อเตรียมฟิล์มเตรียมกล้องนะคะ แดดเช้า ๆ วันนี้สวย”
ซานต้าพยักหน้าโบกมือหย็อย ๆ ลูกสาวชุดนอนลายทางยิ้มหวานให้แล้วขึ้นบันได แต่ก็เกือบลืมจึงะโผสมภาษาส่งท้าย “ลอริส... เวต อะ โมเมนต์... นะคะ”
ตุ๊กตารัสเซียพลันเงยหน้าตามเสียงทัก สบมองทางขึ้นบันไดที่พี่เลี้ยงเร้นหายไปแล้ว ได้แต่ตอบรับเป็เสียงแ่ ๆ “ด๊า...”
เกริกไกรขบขันเบา ๆ “ขี้เล่นจริง ๆ น้ำลูกพ่อ...” แล้วเข้าครัวตระเตรียมมื้อเช้าให้ลอริส
โต๊ะเสิร์ฟเป็อาหารง่าย ๆ นมสด แซนด์วิชทูน่า และปลานึ่งเหลือจากเมื่อคืนที่เพิ่งอุ่นใหม่ ลอริสก้มผงกขอบคุณ เสียงอ่อนโยนสำเนียงรัสเซียแท้ “สปาซิบะ” ยังได้ยินเสมอ ๆ
เปิดฟังเพลงดนตรีแคลริเน็ตผ่านแผ่นเสียงอีกครั้ง เพลงที่เลือกฟังช่างเคลิบเคลิ้มอบอุ่นใจเสียจริง
“เพลง 'ซองเบิร์ด' ชอบฟังไหม ลอริส...” เกริกไกรไม่รู้จะทักคำใดจึงชวนคุยเื่เพลง แต่เพราะพูดได้แต่ภาษาไทย ตุ๊กตาสาวสวยจึงทำได้เพียงส่งประกายตาแป๋ว ๆ เหมือนคนซื่อเท่านั้น
นั่นก็เป็การตอบรับที่ดีแล้ว ซานตาคลอสพอคุ้นเคยกิริยาอาการจากสาวรัสเซีย แม้ต่างคนต่างสื่อสารภาษาพูดกันไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องใช้ภาษากายกันแบบนี้ บางทีก็ต้องใช้ภาษาใจด้วย
มื้อเช้าผ่านไปอีกมื้อ รับยาบำรุงหัวใจไม่เคยขาดตก อาการป่วยแม้ไม่ดีขึ้นแต่ก็ไม่เลวลง อย่างน้อยก็เบาใจดูแลกันต่อไปอย่างวิธีที่คุ้นเคย
แดดสวยฟ้าใสในฤดูหนาว ลมเย็นเอื่อยอ่อนไม่ร้อนอบอ้าว สองสามวัน่เช้ามานี้อากาศสดชื่นแท้จริง เสมือนเป็ของขวัญคริสต์มาสจากธรรมชาติ
เห็นเตาย่างบาร์บีคิวจากเมื่อคืนยังวางที่เดิม เพิ่มเติมคือรถคันขาวเข้าจอดตามเดิม ถ่ายรูปเสร็จคงต้องล้างขัดเตาเป็งานต่อไป
มีนัดพบกับน้าไสวแต่ไม่ได้บังคับ หากตื่นนอนเร็วไม่เพลียกายจากงานคริสต์มาสเสียก่อน เช้านี้ก็อาจได้ร่วมเข้าฉากถ่ายรูปที่สวนหย่อมด้วยกัน
น้าไสวอยากเห็นรูปคู่พี่เลี้ยงสาวและตุ๊กตารัสเซีย หรือจะเรียกให้แน่นแฟ้นกว่าก็คงเป็พี่สาวและน้องสาว อยากเห็นเมื่อทั้งสองสวมชุดสวยสีขาวที่ตัดเย็บให้
สุรีย์รัตน์ยิ้มรวยรินลงบันไดแสนแช่มช้า พอก้าวถึงพื้นชั้นล่างจึงเดินหมุนตัว ราวกับอยากเต้นรำกลางเวทีย่อม ๆ
“มาแล้วค่ะ เป็ไงคะพ่อ... สวยไหมคะ”
เดรสยาวสีขาวคลุมน่องบนช่างสะดุดตาเสียจริง มองแล้วก็ยิ่งไม่คุ้นตาเลย ซานตาคลอสปรบมือยาวชื่นชม “ว้าว... นี่ลูกสาวพ่อเองหรอ สวยมาก สวย ๆ”
สุรีย์รัตน์แย้มขวยเขิน “ใช่ค่ะพ่อ หนูเองค่ะ... น้ำไงคะ...”
พอเห็นลูกสาวส่งสายตาเย้ายวนออดอ้อน ฝ่ายพ่อนึกอยากติดตลก “ใช่ลูกของพ่อหรอนี่... สวยเกินไป... ไม่ใช่มั้ง ลูกพ่อต้องชุดนอนลายทางสิ”
สาวชุดเดรสขาวพลันหมดความมั่นใจ กลั้นขำท้องแข็งไม่ไหวแล้ว “โอ๊ย... พ่อคะ... จำเดรสแบบเดียวกันไม่ได้หรอคะ เดรสสีน้ำเงินที่หนูใส่ไปโรง'บาลที่เราพาลอริสไปตรวจหัวใจ ก็ทรงเดียวกันไงคะ ฮ่า ๆ”
ซานตาคลอสได้แต่เกาหมวกไหมพรมแดง ๆ “เอ้อ ใช่ ทรงเดียวกันนี่หว่า พ่อลืม สงสัยไม่ชินสีขาว ฮ่า ๆ” ว่าแล้วก็นึกถึงภาพสวยแห่งความสุข จึงแนะนำลูกสาวแสนน่ารัก “น้ำยืนเกาะแขนลอริสสิ คู่กัน เดรสขาวสีเดียวกันเลย เดี๋ยวพ่อถ่ายรูปให้”
สุรีย์รัตน์ดีใจแทบลิงโลด วิ่งไปเกาะแขนตุ๊กตารัสเซียข้างเก้าอี้นวม พลางเอ่ยคำอ่อนละมุน “แหม่ม... เล็ตส์ เทก โฟโต้”
ลอริสเงยหน้าผินมองพี่เลี้ยงผ่านแววตาแสนซื่อ ก่อนหันมามองซานต้าที่ส่งเสียงให้สนใจกล้อง “ลอริส... เตรียมนะ น้ำ... เตรียมนะ... อะดีน... ดวา... ตรี...”
ชัตเตอร์ลั่นหนึ่งหน ซานต้ายิ้มกริ่มชอบใจ “รูปสวยมาก โรแมนติกมากเลย คราซิวา...”
“อุ๊ย... ศัพท์ใหม่หรอคะพ่อ ฮ่า ๆ” สุรีย์รัตน์เพิ่งได้ยินคำรัสเซียใหม่ พลันถามเสียงใส “นับ หนึ่ง สอง สาม แบบรัสเซียหรอคะ”
“ด้า...” ซานต้ายิ้มแป้น “อะดีน / Один แปลว่า หนึ่ง ดวา / Два คือ สอง ส่วน ตรี / Три แปลว่า สาม บังเอิญ ตรี เหมือนภาษาไทยเลย เอกโทตรี หนึ่งสองสาม”
“พ่อหนูโดนอาวนัสให้เรียนรัสเซียั้แ่เมื่อไหร่คะนี่ ฮ่า ๆ” ลูกสาวยิ้มขบขันชอบใจใหญ่
“วนัสเพิ่งส่งเพจมาเมื่อเช้านี้เลย สามคำ พ่อเหมือนนักเรียนหัดใหม่แน่ะ” เกริกไกรแย้มเขิน ๆ เห็นทั้งสองสาวกำลังอยู่ในฉากโรแมนติกจึงไม่อยากพลาดรูปงาม ๆ “อีกรูปนะ เตรียมตัว อะดีน... ดวา... ตรี...”
ชัตเตอร์ลั่นอีกหนึ่งหน
“คราวนี้ลอริสเข้าใจง่ายเลยค่ะ ดีจัง” สุรีย์รัตน์หันมาแย้มให้ตุ๊กตาสวย ได้ยินเสียงหวานจับใจสำเนียงรัสเซียแท้ “สปาซิบะ สปาซิบะ...”
ลอริสคงซาบซึ้งที่สองพ่อลูกเอาใจใส่อย่างดี คอยให้ความรักเหมือนลูกสาวแท้ ๆ ก็ไม่ปาน จึงก้มผงกทั้งเอื้อนขอบคุณด้วยคำรัสเซียหลายครั้ง
“ออกไปถ่ายรูปที่สวนหย่อมกันนะคะ แดดกำลังสวย ลมเย็นสบายเลย” สุรีย์รัตน์ชักชวนซานตาคลอส ฝ่ายหลังยิ้มชื่นใจพลางตอบ “ลุยเลย...”
“เดี๋ยวนะคะพ่อ...” สุรีย์รัตน์พลันชะงักมือเตรียมจะจูงลอริสลุกจากเก้าอี้นวม
“อะไรหรอลูก...” เกริกไกรปั้นหน้างงเล็กน้อย
ลูกสาวยังไม่ตอบทันที ได้แต่ปล่อยมือขาวผ่องจากลอริส เอื้อมหยิบถุงใสที่วางอยู่ข้างรูปถ่ายครอบครัวบนโต๊ะเล็ก เปิดถุงออกแล้วหยิบชิ้นผ้าลูกไม้สีขาว บรรจงเลือกชิ้นที่สามารถจับคู่ซ้ายขวาได้
“ลอริสน่าจะใส่ถุงมือด้วย จะได้น่ารักขึ้นอีกค่ะ” ลูกสาวแย้มหวานให้พ่อ แล้วมอบคู่ถุงมือแสนงามให้ลอริสสวมใส่
“คราซิวา ลอริส...” พี่เลี้ยงเอื้อนเอ่ยให้กำลังใจ
“สวยนะ ถุงมือของน้อง มาจากรัสเซียแต่แรกเลย อย่างกับถุงมือชุดเ้าสาวแน่ะ” เกริกไกรผลิยิ้มชื่นชม รอจนตุ๊กตารัสเซียสวมถุงมือซ้ายขวาเสร็จ อดที่จะโปรยคำหวานมอบให้ไม่ได้ “คราซิวา ลอริส...”
ลอริสก้มผงกแ่เบา แววตาสบมองทั้งสองพ่อลูกสุดซาบซึ้ง “สปาซิบะ...”
“สวยเนอะ... พ่อคะ น่ากอดมาก ๆ” ลูกสาวหันมายิ้มรวยรินส่งให้ชายสวมหมวกขาวแดง พลางจูงมือลอริสลุกยืนเตรียมจะออกจากห้อง
“พ่อเห็นถุงใสวางเป็วันก็ลืมถาม ดูก็ไม่รู้ว่าคืออะไร ที่แท้เป็ถุงมือนี่เอง ว่าแต่...”
ซานต้าชะงักคำเอ่ย ลูกสาวปั้นหน้างงเล็กน้อย “อะไรหรอคะ”
“เดี๋ยวพ่อลองออกไปหาน้าไหวก่อนนะ ไม่รู้ตื่นหรือยัง แต่ถ้านอนอยู่ก็คงไม่กวนดีกว่า...”
คนสะพายกล้องอยากชวนสมาชิกเพิ่ม อุตส่าห์ตัดชุดเดรสขาวคู่ก็อยากให้มาร่วมเชยชมสักหน่อย ลูกสาวจึงขออาสาดูแลตุ๊กตามีชีวิต “งั้นหนูพาลอริสไปรอที่สวนหย่อมนะคะ”
พ่อเดินออกไปยังประตูเหล็กเพื่อบอกญาติ พี่เลี้ยงประคองเอวสาวฝรั่งเดินเคียงกัน ช่วยหยิบรองเท้าคัชชูขาวคู่ที่เคยใส่เดินทางข้ามแดน
รองเท้าประดับโบช่างเข้ากับเท้านวลขาวยามสวมใส่ เดรสขาวยาวคลุมมิดเท้ายิ่งงดงามดุจนางฟ้า น่าทะนุถนอมจนพี่เลี้ยงพลันหัวใจพองฟู
สุรีย์รัตน์สวมคัชชูสีครีมไข่ แย้มรวยรินเอ่ยทักตุ๊กตาสาว “เล็ตส์ ซี บิวติฟุล ฟลาวเวอร์ส”
พี่เลี้ยงพาเดินยังสวนหย่อมที่เคยนั่งเล่น แต่จังหวะยังไม่ถึงที่หมาย พลันได้ยินเสียงประตูเหล็กเปิด พอหันมาดูจึงรู้ว่าพ่อพาน้าไสวเข้ามาร่วม
“หวัดดีค่ะ สาว ๆ” หญิงร่างอวบคุ้นหน้ายิ้มทายทัก สุรีย์รัตน์ยกมือไหว้พลางเอ่ยติดตลก “ไม่ลองทัก สะ ด๊าส... หรอคะ น้าไหว แฮ่...”
“ยอมแพ้ค่ะ แฮ่ะ ๆ” น้าไสวขำน้อย ๆ สีหน้าพลันเขินอาย “น้ำสวยมากเลย ชุดขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องมาก นางฟ้าเลย”
สาวสวยเริ่มเคอะเขินแทบตัวลอย แต่ก็ถูกสกัดอารมณ์เคลิ้มจากอีกคนที่ชอบพูดติดตลก “สวยวันเดียวนะ วันอื่นก็... ชุดนอนลายทาง ฮ่า ๆ”
ลูกสาวหน้าจ๋อยหมดความมั่นใจ “โธ่ พ่อหนู...” ว่าแล้วก็ซบไหล่พ่อตีหน้าเศร้า
“เอาน่า หยอกเล่น” ซานตาคลอสตบบ่าเบา ๆ
ไม่ทันได้นึกกลับได้ยินเสียงแสนไพเราะ “ซดราสท์ วุย ถิ”
สุรีย์รัตน์หันมาหยีตาพริ้มให้ลอริส พ่อและน้าไสวก็อดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้ เห็นตุ๊กตามีชีวิตก้มผงกน่าเอ็นดู กิริยาช่างงดงามจับหัวใจเสียจริง
“น่ารักเนอะ ชุดขาวคู่ คนหนึ่งเดรสคลุมเข่า อีกคนเดรสยาวถึงพื้นเลย แขนยาวทั้งคู่ ของลอ... ลอริสแขนจั๊ม ของน้ำแขนระบาย”
น้าไสวพรรณนาเคลิบเคลิ้ม สุรีย์รัตน์ดีใจยิ้มแก้มปริ พลางบอกสิ่งสวยงามที่น้าอาจลืมสังเกต “ลอริสสวมถุงมือด้วยนะคะ สวยไหม”
น้าสาวยกสองมือแนบสองแก้ม “สวยจังเลย ลอริส น่ารักม้าก...”
“เราไปสวนหย่อมกันนะ เย้!” ซานต้าเอ่ยชวน เดินนำทางพลางได้ยินลูกสาวที่จูงมือลอริสถามหญิงร่างอวบ “เหมือนยังตื่นไม่เต็มที่เลยนะคะน้า แฮ่ะ ๆ”
ฝ่ายถูกแซวได้แต่ยิ้มเอียงอาย “นอนไม่หลับเลย แต่สนุกมาก ไม่ได้ปาร์ตี้สนุกแบบนี้มานานแล้ว”
“พ่อออกไปแค่พ้นบ้าน เห็นน้าเดินมาพอดี ใจตรงกันอะไรอย่างนี้นะ ไม่ต้องไปถึงบ้านเลย” เกริกไกรเล่าหมดจด ลูกสาวก็เพิ่งนึกขึ้นได้ มิน่าพอออกไปหาน้าแค่หายใจไม่กี่ทีก็กลับมากันแล้ว
สนามหญ้าขนาดย่อมชวนเย็นใจ เคียงคู่สวนหย่อมประดับแมกไม้หลากสี กระถางปลูกทั้งกุหลาบแดง กุหลาบขาว และเหล่าต้นเข็มทั่วพื้นที่ไม่กว้างไม่ใหญ่ มองที่กระถางแขวนเต็มไปด้วยบานชื่น คุณนายตื่นสายแข่งกันอวดสีสดใส กุหลาบขาวกุหลาบแดงก็ยังมีเหมือนเป็สิ่งขาดไม่ได้
ดอกกุหลาบช่วยเพิ่มความโรแมนติก ยิ่งสองสาวสวมเดรสขาวเคียงคู่อยู่ร่วมด้วยจะยิ่งโรแมนติกอีกเพียงใด
แดดแปดโมงเศษแม้แผดจ้า แต่ไม่ร้อนอบอ้าวกลับเย็นสบาย ลมโชยเอื่อยฤดูหนาวเหมือนเป็สิ่งวิเศษ นานทีหนึ่งปีมีเพียงไม่กี่วันที่จะััอากาศแสนดีแบบนี้
และเหมือนสิ่งมอบให้จากพระเ้า อากาศดี ๆ ลมเย็นสบายยิ่งดีต่อลอริส ได้รับอากาศบริสุทธิ์นอกชายคาช่วยรักษาสภาพจิตใจ
เกริกไกรยกโต๊ะสีขาวออกห่างจากสวนหย่อม สุรีย์รัตน์อุทานใ “พ่อ หนูช่วยไหม... กลัวหนัก” แต่คนยกกลับส่ายหน้า “เบาหวิวเลยลูก เตาย่างหนักกว่าเยอะ ฮ่า ๆ”
ซานตาคลอสขออาสาจัดฉากโรแมนติก “พ่อเห็นว่ามีโต๊ะแล้วถ่ายคู่น่าจะดูไม่สวย เลยเอาออก แล้วปรับทิศม้านั่งขาวตามขวาง ลูกกับลอริสนั่งคู่จะได้เห็นฉากดอกไม้ข้าง ๆ ล้อมรอบเลย”
“เก่งจังพ่อ...” ลูกสาวเอียงคอซบไหล่ ไม่กี่อึดใจจึงกระชับสองมือนวลของลอริส “ยู อาร์ เลิฟลี คราซิวา...”
ลอริสแก้มแดงเล็กน้อย แต่ไร้แย้มยิ้มเช่นเคย พี่เลี้ยงหันมาทักพ่อและน้าสาว “ดูสิคะ น้องเขิน... น่าร้าก... น่ารักจัง”
“น้องอิ่มเอิบนะคะ ถ่ายรูปคงสวยแน่เลย น้ำก็สวย” น้าไสวชมเชยสองสาวยกใหญ่ เกริกไกรยิ้มกริ่มพิมพ์ใจ “กล้องพร้อมแล้ว นั่งคู่กันเลยนะ”
สุรีย์รัตน์ตื่นเต้นหัวใจพองฟู จูงมือนวลนุ่มของลอริสแล้วโอบเอวประคองพักกายบนม้านั่ง ได้ยินสองผู้ใหญ่ใจดีรำพันสิ่งสวยงาม
“สวยสุด ๆ เลยลูกเอ๊ย... คราซิวา ลอริส...”
“ชุดสวยมาก ดีใจ... ฝีมือน้าตัดให้ไม่ผิดหวังเลย เข้ากับดอกไม้มากเลยละน้ำ น้องลอริส...”
“สปาซิบะ...” ตุ๊กตารัสเซียก้มผงกอ่อนโยน งดงามดั่งผ้าพับเมื่ออยู่เคียงพี่เลี้ยงใจดีและหมู่ดอกไม้
“ขอบคุณค่ะพ่อคะ น้าไหวคะ” สุรีย์รัตน์ผลิแย้มอบอุ่นที่สุดเท่าที่จะมอบให้ได้
ซานต้ายกกล้องปรับค่าจนลงตัว “เตรียมตัวนะ ลอริส... น้ำ... อะดีน... ดวา... ตรี...”
ชัตเตอร์ลั่นหนึ่งหน
“หนูยิ้มสวยไหมคะ” ลูกสาวถามเขิน ๆ
“สวยที่สุดเลยลูก พ่อขอขยับมุมกล้องอีกนิดนึง โอเค... เตรียมนะ อะดีน... ดวา... ตรี...”
ชัตเตอร์ลั่นอีกหนึ่งหน
เสียงม้วนฟิล์มถูกกรอกลับ
“อ้าว... ฟิล์มหมด” สุรีย์รัตน์ร้องใใหญ่ แต่เกริกไกรหาได้หวาดหวั่นไม่ เปิดฝาหลังกล้องหยิบกลักฟิล์มที่บันทึกหมดแล้ว อีกมือพลางหยิบกล่องทรงกระบอกสีดำจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมา “มีใหม่อีกม้วน ยังไงพ่อก็ไม่พลาด ฮ่า ๆ”
“โล่งอกไปทีค่ะ หนูช่วยเปิดฝาให้”
ลูกสาวช่วยเก็บฟิล์มม้วนเก่าเข้ากล่องทรงกระบอกแล้วปิดฝา ซานต้าใส่ฟิล์มใหม่อย่างชำนาญ ปิดฝากล้องจนได้ยินเสียงม้วนฟิล์มถูกโหลดพร้อมถ่ายภาพแรกอีกครั้ง
“ประคองมือกันนะสองสาว... ลอริส... น้ำ... สวยมาก ๆ” เกริกไกรยิ้มแย้มเล็งกล้องอย่างมั่นใจ “เตรียมนะ อะดีน... ดวา... ตรี...”
ชัตเตอร์ลั่นอีกครั้ง บันทึกภาพใหม่จากฟิล์มม้วนใหม่
“งดงามจริง ๆ ค่ะ สาว ๆ” หญิงร่างท้วมส่ายเอวอวบพลางยิ้มแป้น “ตะกี๊ พูดรัสเซียใช่ไหมคะ ก่อนถ่ายรูป...”
เกริกไกรกรุ้มกริ่มที่ได้อวด “ก็ขอพูดรัสเซียสักหน่อยนะ วนัสเพิ่งส่งเพจสอนนับ หนึ่ง สอง สาม เมื่อเช้าเอง อะดีน ดวา ตรี...”
“น้องลอริสเข้าใจง่ายเลยค่ะแบบนี้ รูปก็จะสวย ๆ ให้กล้อง” ลูกสาวเบิกยิ้มผินมองตุ๊กตามีชีวิตพลางไล้ผมหนานุ่มให้ “ที่จริง... น้องสวยตลอดเวลาเลยค่ะ ไม่ต้องนับหรือถ่ายแคนดิดก็ยังสวยเลยค่ะ”
ชัตเตอร์ลั่นหนึ่งหน
“อุ๊ย... แคนดิด” สุรีย์รัตน์หยีตาพริ้มจนแก้มแดง เ้าของกล้องเอ่ยสนุก ๆ “ตอนลูบผมให้น้องกำลังสวยเลย”
“อีกรูปนะ แนวนอน” เกริกไกรพลิกกล้องกดชัตเตอร์ “แคนดิดตอนลูบไล้ผม สวยอย่าบอกใครเลย เอ้อ... น้องไหวนั่งข้าง ๆ น้ำนะ เชิญเลย”
“เขินเลยค่ะ” น้าสาวบิดเอวเอียงอายแต่ก็ไม่ปฏิเสธ “อยากอยู่กับสองนางฟ้าชุดสวย ๆ”
ชัตเตอร์ลั่นอีกสองครั้ง
“แจ๋วมาก สามสาว ดอกไม้ล้อมสะพรั่งเลย” เกริกไกรแย้มแช่มชื่น
“ตัวลอยเลยค่ะ” น้าไสวยิ้มแก้มปริขีดสุดเมื่อถูกเรียกว่าเป็ 'สาว' ไม่กี่อึดใจจึงลุกให้เ้าของกล้องเก็บบันทึกภาพสวย ๆ ที่เหลือ
“อ้าว พอแล้วหรอคะน้าไหว” สุรีย์รัตน์ถามไถ่ระคนเสียดาย ได้แต่เห็นน้าสาวโบกมือส่าย “พอแล้วจ้า น้าเขิน...”
“สองสาวซบไหล่กันนะ จับมือกัน... นั่นแหละ สวยมาก เตรียมนะ อะดีน... ดวา... ตรี...”
ชัตเตอร์ลั่นสองสามครั้ง เกริกไกรพลิกกล้องทั้งแนวนอนแนวตั้ง ได้ลองมุมเอียงที่ดูสวยไปอีกแบบ
“วันนี้รู้สึกได้ภาพสวยมาก ๆ แดดสีสวย ดอกไม้ก็สวย สองสาวก็น่ารัก” เกริกไกรแย้มพอใจกับภาพบันทึกวันนี้
“น้องลอริสและน้ำน่ารักม้ากมาก ลุ้นดูตอนล้างรูปเลยค่ะ” หญิงร่างท้วมอยากเห็นรูปบนกระดาษอัดเร็ววัน ซานต้าจึงบอกเื่น่ายินดี
“เดี๋ยวเที่ยงจะไปล้างรูปจากฟิล์มที่หมดแล้วนะ ดูรูปสวย ๆ คืนงานคริสต์มาสกัน”
“ตื่นเต้นเลยค่ะ รูปเพื่อนหนูก็คงน่ารักด้วย พ่ออย่าลืมอัดรูปเผื่อหนูไว้แจกเพื่อนด้วยนะคะ รูปที่มีเพื่อนหนูกับลอริส แฮ่ะ ๆ”
สุรีย์รัตน์ขอฝากธุระ ซานตาคลอสยิ้มกริ่มพยักหน้า “ได้เลย” แต่ก็อยากเก็บภาพประทับใจ่ท้ายจึงถามลูกสาว
“ลูกจะถ่ายรูปเดี่ยวไหม”
สุรีย์รัตน์ส่ายหน้า “ชอบรูปคู่กับลอริสมากกว่าค่ะ ถ้ารูปนั่งเดี่ยวแค่น้องก็พอค่ะ”
พี่เลี้ยงสาวค่อยคลายประคองมือจากตุ๊กตารัสเซีย “แหม่ม... ฟอร์ ยู โอนลี่”
“ด๊า...” เสียงตอบรับแสนละมุนนุ่ม ส่งสายตาซื่อ ๆ สื่อถึงความจริงใจให้พี่เลี้ยง สุรีย์รัตน์แย้มรวยรินแล้วลุกออกมายืนใกล้ซานตาคลอส
เกริกไกรรำพันคำอบอุ่นอ่อนโยน “คราซิวา... ลอริส”
“ตาสวยมากเลย... เลิฟลี...” พี่เลี้ยงสาวส่งคำชมหวาน ๆ
“งดงามจัง สาวฝรั่งผู้น่ารัก” น้าไสวผุดยิ้มละเมียด
ชัตเตอร์ลั่นหนหนึ่ง ซานต้าพลิกกล้องแล้วกดชัตเตอร์อีกครั้ง บันทึกภาพสุดท้ายก่อนพาลอริสกลับไปพักผ่อน
ดั่งภาพประทับใจสุดชวนฝัน หญิงสาวผมน้ำตาลสวมเดรสขาวยาวคลุมเท้า สองมือวางบนตักแสนเรียบร้อย ท่ามกลางมวลไม้ดอกผลิบานหลากสีสัน งดงามโรแมนติกเกินบรรยาย
ลอริสก้มผงกส่งแววตาซาบซึ้งต่อทุกคน เอื้อนเสียงหวานจับหัวใจดั่งมนต์ขับกล่อม
“สปาซิบะ...”
-จบตอน-
