ตอนที่ 69 งานงอกราวกับเห็ดบนภูเขา
หานชีเยวี่ยไม่เชื่อคำพูดนี้หากมีคนจ้องเล่นงานเธออยู่จริงๆ คงไม่หยุดแค่เพราะเธอไม่อยู่ในชุมชนนี้หรอกไม่แน่ว่า อาจจะอิจฉาริษยาที่เธอโชคดีได้งาน แล้วก่อเรื่องร้ายๆ ขึ้นมาก็เป็นได้เธอรู้สึกเสียดายที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าคนคนนั้นคือใคร แต่เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรีบตราบใดที่เธอยังทำให้คนในชุมชนมีรายได้การหาตัวคนชั่วพวกนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องง่ายดายมากและเธอก็จะไม่ยอมเสียผลประโยชน์ที่ได้มาเพียงเพราะมีคนจ้องเล่นงานเธอแน่
การมีงานที่มั่นคงทำต่อให้ผ่านไปอีกหลายสิบปีก็ยังนับว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก
หากชาติที่แล้วเธอมีงานทำตระกูลจวงคงไม่กล้ารังแกเธอตามอำเภอใจเช่นนั้นแน่
"ป้าคะหนูก็คิดว่างานนี้ไม่เลวเลยค่ะ หนูจะตั้งใจทำงานพอมีรายได้แล้วจะซื้อของว่างกับขนมมาฝากนะคะ"
คำพูดของหานชีเยวี่ยทำให้หยางชุนจือปลาบปลื้มใจจนทนแทบไม่ไหวบนใบหน้ารอยยิ้มปรากฏกว้างจะปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด
"ซิ่วเหอ เธอฟังเข้าสิเด็กคนนี้ปากหวานจริงๆ ฉันนี่หนอ ไม่มีวาสนาได้ลูกสาวต่อไปคงต้องรอกินของว่างกับขนมจากชีเยวี่ยแล้วล่ะ"
คำพูดของหยางชุนจือพาให้หานชีเยวี่ยหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยฉู่เจี้ยนกั๋วที่เดินตามเข้ามาพอดีได้ยินบทสนทนาของครอบครัวสกุลหานเข้าพอดีเขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ครอบครัวสกุลหาน อ่า ไม่ใช่สิต้องบอกว่าหานชีเยวี่ยนั้นมีโชคมากมายขนาดไหนเชียวนะ?เมื่อวานได้งานหนึ่ง วันนี้ได้อีกงานหนึ่งใครที่ไม่รู้คงคิดว่างานนั้นหาง่ายราวกับเห็ดบนภูเขา เก็บได้เป็นกอบเป็นกำเชียว
จะบอกว่าไม่อิจฉาก็คงไม่ได้ฉู่เจี้ยนกั๋วรู้ดีว่าเรื่องบางเรื่องก็ไม่อาจอิจฉาได้
เมื่อรู้ว่าหานชีเยวี่ยได้เป็นเจ้าหน้าที่ในสหคามฉู่เจี้ยนกั๋วก็เปิดปากกล่าวแสดงความยินดีกับเธออย่างจริงใจ"งานในสหคามเหมาะกับผู้หญิง ชีเยวี่ยน่าจะลองทำดูนะ! "
เขาอยู่ในชุมชนนี้มานานหลายปีจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าครอบครัวสกุลหานรักและเอ็นดูลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านมากแค่ไหน
เมื่อเทียบกับเด็กผู้หญิงวัยเดียวกันหานชีเยวี่ยไม่เคยต้องลงไปทำนาเพื่อเก็บคะแนนแรงงาน หรือหากต้องลงไปทำงานจริงๆเด็กสาวคนนี้อาจจะไม่สามารถปรับตัวได้ แต่การมีอาชีพที่มั่นคงต่างออกไปแม้ว่านโยบายในปัจจุบันจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่การมีงานทำของหานชีเยวี่ยจะทำให้เธอหลุดพ้นจากชะตากรรมของการทำนาหาเลี้ยงชีพได้ในอนาคต
สายตาของหานเซี่ยงหยางเอาแต่จับจ้องอยู่ที่ฉู่เจี้ยนกั๋วตลอดเวลา
ฉู่เจี้ยนกั๋วไม่ใช่คนในครอบครัวทว่ากลับมากินข้าวที่บ้านของเขาตลอดถือเป็นสมาชิกนอกบ้านคนหนึ่งของครอบครัวก็ว่าได้นิสัยของฉู่เจี้ยนกั๋วยังพอเชื่อถือได้ แต่หานเซี่ยงหยางกังวลว่ายามใดที่เขาต้องเผชิญกับสิ่งล่อตาล่อใจ ฉู่เจี้ยนกั๋วจะสามารถต้านทานได้หรือไม่
หากฉู่เจี้ยนกั๋วมีสิ่งใดที่ไม่น่าไว้วางใจหานเซี่ยงหยางกังวลว่ามันจะนำหายนะมาสู่ครอบครัวของเขา หลายปีมานี้มีผู้คนมากมายถูกคนใกล้ชิดที่สุดทรยศหักหลังจนนำไปสู่จุดจบที่เต็มไปด้วยความเสียใจตลอดชีวิตโชคดีที่ฉู่เจี้ยนกั๋วยังคงทำตัวปกติ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจแววตาไร้ความฝืนใจ หานเซี่ยงหยางจึงวางใจลง
หานชีเยวี่ยยกบะหมี่เย็นชามโตออกมาจากครัวก่อนจะเรียกทุกคนให้รีบมากินข้าว "ชามนี้หนูตั้งใจทำเองเลยถึงจะเป็นบะหมี่แป้งหยาบ แต่นวดแป้งได้อย่างดี เส้นเหนียวนุ่มค่ะ"
บะหมี่เย็นไม่ได้ทำโดยการลวกด้วยน้ำเย็นแต่จะต้องคลุกด้วยน้ำมันเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน ซึ่งใช้น้ำมันค่อนข้างมากทีเดียวแต่หานชีเยวี่ยไม่ได้กังวลใรเรื่องนั้น ต่อให้ในมิติของเธอจะไม่เหลืออะไรก็ยังมีน้ำมันพืชเหลืออยู่เต็มสองชั้นวาง ต่อให้กินกันทั้งครอบครัวเป็นสิบปีก็ไม่หมด
วันนี้เธอจึงใช้น้ำมันอย่างไม่คิดตระหนี่เลยแม้แต่น้อย
เส้นบะหมี่สีออกดำเล็กน้อยเคลือบน้ำมันจนเงาวาว ทำให้ดูน่ากินมาก ยังไม่ทันได้ลิ้มรสครอบครัวสกุลหานก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
"รีบกินข้าวก่อนเร็ว พอกินเสร็จแล้วพวกเธอสองคนก็ค่อยมาช่วยฉันเย็บเสื้อให้ซานหยางนะ"ย่าเฒ่าหานวางเสื้อที่เย็บไว้ครึ่งตัวลงในตะกร้าเย็บผ้าก่อนจะช่วยหานชีเยวี่ยตักบะหมี่ในชามใหญ่ให้ทุกคน
เมื่อหยางชุนจือได้ยินว่าจะเย็บเสื้อผ้าให้หานซานหยางทั้งยังเห็นผ้าสีเขียวทหารที่แม่สามีวางอยู่ในตะกร้า เธอก็ถามด้วยความประหลาดใจว่า"แม่คะ ผ้าผืนนี้เอามาจากไหนเหรอคะ?"
"ชีเยวี่ยของพวกเรามีฝีมือวันนี้ได้ผ้ามาผืนหนึ่ง จะเอามาทำเสื้อผ้าให้ซานหยางล่ะ! "ย่าเฒ่าหานไม่คิดตระหนี่คำชมให้หลานสาวโดยเฉพาะการที่ผลประโยชน์ของเรื่องนี้ตกเป็นของครอบครัวใหญ่เช่นนั้นก็ต้องให้ครอบครัวใหญ่จดจำความดีของชีเยวี่ยเอาไว้
"ไอ๊หยา ผ้าดีขนาดนี้ทำเสื้อผ้าให้ชีเยวี่ยก็ได้ตั้งหลายตัว ซานหยางเป็นผู้ชายใส่ยังไงก็ได้ไม่ใช่หรือคะ?" หยางชุนจือมองผ้าก่อนเอ่ยด้วยความเสียดาย
ย่าเฒ่าหานพ่นเสียงหัวเราะดังพรืด"พูดแบบนี้ คนอื่นที่ไม่รู้จักคงคิดว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงนะ! "
หยางชุนจือพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า"แม่พูดถูกแล้วค่ะ ฉันเป็นแม่แท้ๆ ของชีเยวี่ยเอง! "
"ได้ๆๆ เธอเป็นแม่แท้ๆ ของชีเยวี่ยแต่ว่า ลูกสาวในไส้ของเธอกังวลว่าลูกชายของเธอจะแต่งตัวไม่ดีไปทำงานเลยหาผ้ามาทำเสื้อผ้าให้โดยเฉพาะเลยล่ะ! "
ย่าเฒ่าหานพูดตามน้ำคำพูดเป็นธรรมชาติไม่เสแสร้งทุกคนต่างพากันหัวเราะกับคำพูดสัพยอกหยอกเย้าของย่าเฒ่าหาน
หานชีเยวี่ยยกไข่เจียวกุยช่ายจานใหญ่ออกมาแลได้ยินเข้าพอดี หล่อนก็อดอมยิ้มไม่ได้
วันนี้เธอทำกับข้าวสองจานจานแรกคือกะหล่ำปลีผัดพริก อีกจานคือไข่เจียวกุยช่ายกลิ่นหอมของอาหารทั้งสองโชยมาเตะจมูก โดยเฉพาะกลิ่นไข่เจียวกุยช่ายชวนให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่นน้ำลายแทบสอ
วันนี้เธอไม่ได้ทำอาหารจานเนื้อแต่น้ำมันที่ใส่ในอาหารเยอะมาก จึงทำให้มีกลิ่นหอมขนาดนี้
ย่าเฒ่าหานทำเหมือนเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติเห็นจนชินไม่มีอะไรแปลกประหลาดเธอไม่ได้พูดอะไรให้มากความ แค่เรียกให้ทุกคนรีบกินข้าวโดยเร็ว
ลุงหานหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วค่อยถามว่า"ชีเยวี่ย งานที่สถานีตำรวจเป็นยังไงบ้าง? ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปใช่ไหม?"
"ลุงคะพรุ่งนี้หนูจะพาพี่สามไปในเมืองถึงตอนนั้นก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของพี่สามแล้วค่ะ"
หานชีเยวี่ยตักบะหมี่เย็นใส่ชามเตรียมจะกินจากนั้นก็เห็นว่าย่าเฒ่าหานคีบแต่ผัก ไม่ยอมกินไข่เลยแม้แต่ชิ้นเดียวเธอจึงรีบคีบไข่ใส่ชามให้คุณย่า
"ไอ๊หยา ชีเยวี่ยพวกหลานกินไข่ไปเถอะ พวกเธอยังเด็ก ยายอายุขนาดนี้แล้ว กินไปก็สิ้นเปลือง"ย่าเฒ่าหานรีบห้ามไม่ให้หานชีเยวี่ยคีบไข่ใส่ชามตัวเอง
"ย่าคะ มีไข่อีกเยอะเลยไม่ต้องประหยัดหรอกค่ะ เงินน่ะหาเมื่อไหร่ก็ได้"ประโยคหลังหานชีเยวี่ยลดเสียงลง
คนในยุคสมัยนี้พูดถึงเรื่องหาเงินไม่ได้แค่ชอบเงินก็ถือว่าเป็นความผิดแล้ว ถ้ามีคนได้ยินว่าเธอยังอยากหาเงินอีกเยอะๆไม่รู้จะเกิดเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นอีก
ย่าเฒ่าหานมองหานชีเยวี่ยแต่ไม่ได้พูดอะไรในใจกลับคิดว่า ประเดี๋ยวต้องเตือนชีเยวี่ยเสียหน่อย บางคำพูดถึงจะคิดในใจก็ไม่ควรพูดออกมา
หานชีเยวี่ยคีบกับข้าวใส่ชามให้ตัวเองหลังจากนั้นก็ใส่น้ำส้มสายชู น้ำมันพริก และกระเทียมสับก่อนจะใช้ตะเกียบคลุกเคล้าให้เข้ากัน กลิ่นจึงยิ่งทวีความหอมชวนรับประทานยิ่งต้องยอมรับว่า กุยช่ายและกระเทียมที่ปลูกเองที่บ้าน รสชาติเยี่ยมยอดจริงๆ
เสียงดูดเส้นดังซู้ด รสชาติต่างๆผสมผสานเข้าด้วยกันในปาก อร่อยจนแทบทนไม่ไหว!
ฉู่เจี้ยนกั๋วกินบะหมี่อย่างเอร็ดอร่อยสายตาของเขาจดจ้องอยู่แต่ของกินตรงหน้าปรากฏว่าสุดท้ายก็กินหมดไปชามหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเห็นว่าคนอื่นยังกินชามแรกไม่หมดเลยเขาจึงรู้สึกเกรงใจที่จะเติมชามที่สอง และตอนนั้นหานเซี่ยงหยางก็เห็นเข้าพอดี
"เจี้ยนกั๋วนายยังกินไม่อิ่มไม่ใช่หรือ? ยังมีอีกเยอะเลยรีบเติมเร็วเข้า ไม่เห็นเหรอว่าชีเยวี่ยทำมาตั้งชามใหญ่เชียว"