ตอนที่ 15: ค่ายกลไร้พ่ายทางกฎหมาย กับความเคารพแบบงงๆ ของเทพา!
เปรี้ยง!! ตูมมม!!
เสียงกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นไปทั่วค่ายทหาร์ทิศอุดร หุ่นซ้อมรบที่ทำจากศิลาศักดิ์สิทธิ์และเหล็กกล้า์นับสิบตัว ถูกฟาดฟันจนแหลกละเอียดเป็ผุยผงด้วยคมง้าวเสี้ยวพระจันทร์ในมือของ 'เจิ้นอู่' เทพแห่งาผู้กำลังเดือดดาลถึงขีดสุด!
"ย้ากกก!! ไอ้เทพชั้นเก้า! ไอ้พนักงานเอกสารหน้าเหม็น! ไอ้... ไอ้คนบ้ามาตรา!!"
เจิ้นอู่คำรามลั่นค่าย เล่นเอาทหาร์นับหมื่นนายต้องหมอบราบกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้แม่ทัพใหญ่ที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงั้แ่กลับมาจากกรมคุมกฎ์
ตลอดสามพันปีที่ผ่านมา เจิ้นอู่ฝึกฝนวรยุทธ์จนถึงขั้นไร้เทียมทาน บุกเบิกดินแดน สยบอสูรอนธการและปีศาจทมิฬมานับไม่ถ้วน ไม่เคยมีศัตรูหน้าไหนที่ง้าวของเขาผ่าครึ่งไม่ได้ แต่กลับกลายเป็ว่า เขาต้องมายืนตัวสั่น ทำอะไรไม่ได้เลยต่อหน้ากระดาษแผ่นเดียวและคำขู่เื่ 'การกวาดลาน์' ของเทพที่พลังปราณอ่อนด้อยกว่ายุง!
"กุนซือหวัง!!" เจิ้นอู่ตะปูบด้ามง้าวลงกับพื้นหินจนเกิดรอยร้าว "เ้าไปสืบประวัติไอ้เซียวเซียนนั่นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้! ไปขุดคุ้ยมาให้หมด! มันต้องมีแผลอะไรสักอย่างสิ รับส่วย ยักยอกงบ มาสาย กลับก่อนเวลา หรือแม้แต่แอบกินขนมในเวลางาน... หาข้อหามาให้ข้า ข้าจะลากคอมันเข้าคุกทหาร!"
กุนซือหวัง ชายชราท่าทางฉลาดเฉลียวรีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาพร้อมกับม้วนแผ่นหยกข้อมูล เขามีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ซับเหงื่อบนหน้าผากก่อนจะคุกเข่าลงรายงาน
"ท... ท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าน้อยส่งหน่วยข่าวกรองที่เก่งที่สุดไปตรวจสอบพฤติกรรมของเซียวเซียนผู้นั้นอย่างละเอียดแล้วขอรับ ผลปรากฏว่า..." กุนซือหวังกลืนน้ำลาย "เขา... คลีนมากขอรับ คลีนจนน่าขนลุก!"
"หมายความว่ายังไง! ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่เคยทำผิดกฎหรอก!"
"เขาไม่เคยทำผิดเลยจริงๆ ขอรับ!" กุนซือหวังกางม้วนหยกออก "ั้แ่เขามารับตำแหน่งใหม่... เขาเข้าทำงานตรงเวลาเป๊ะระดับวินาที พักเที่ยงแค่หนึ่งชั่วยามไม่ขาดไม่เกิน ไม่เคยรับของกำนัลใดๆ แม้แต่ชา์ก็ชงกินเองจากใบชาแจกฟรีของสวัสดิการ เวลาเดินข้ามถนนเมฆก็ข้ามตรงทางม้าลาย์เป๊ะๆ ไม่เคยเหาะแซงคิวใคร ไม่เคยทิ้งขยะเรี่ยราด... ประวัติการทำงานของเขาไร้รอยด่างพร้อย ราวกับตำรากฎหมายที่เดินได้เลยขอรับ!"
เจิ้นอู่อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง
ในหัวของนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ผู้คุ้นเคยกับการมองหา 'จุดอ่อน' ในค่ายกลของศัตรู เริ่มเกิดกระบวนการคิดวิเคราะห์แบบทหารขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ไม่มีจุดอ่อน? ป้องกันตัวสมบูรณ์แบบ? ไม่เปิดช่องว่างให้ศัตรูโจมตีกลับได้เลยแม้แต่นิดเดียวงั้นรึ!?
ง้าวในมือของเจิ้นอู่ค่อยๆ ลดระดับลง ความโกรธแค้นที่สุมอกเมื่อครู่ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความรู้สึกตื่นตะลึง และ... ยอมรับ!
"ค่ายกลไร้พ่าย..." เจิ้นอู่พึมพำออกมาเบาๆ ั์ตาสีทองทอประกายประหลาด "มันคือวิชาการป้องกันตัวขั้นสูงสุด! การปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดจนไม่มีใครเอาผิดได้ นี่มันวิชาเกราะคุ้มกายที่เหนือกว่าเกราะเพชรเจ็ดชั้นของข้าเสียอีก!"
"ท... ท่านแม่ทัพ?" กุนซือหวังงงเป็ไก่ตาแตกที่จู่ๆ เ้านายก็ทำหน้าเหมือนบรรลุธรรม
"ข้าเข้าใจแล้ว!" เจิ้นอู่หัวเราะลั่นออกมาตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ "ข้าคิดว่ามันเป็แค่หนูตัวเล็กๆ ที่เอาแต่หลบหลังแผ่นกระดาษ แต่ข้าคิดผิด! เซียวเซียนผู้นี้ คือยอดฝีมือที่ใช้ 'กฎหมาย' เป็อาวุธ และใช้ 'ความถูกต้อง' เป็โล่! ไม่แปลกใจเลยที่ง้าวของข้าทำอะไรมันไม่ได้ เพราะมันไม่มีช่องโหว่ให้ข้าฟันเลยต่างหาก!"
ในใจของเทพแห่งา ผู้เคารพในความแข็งแกร่งเป็ทุนเดิม เริ่มเกิดความเคารพแบบงงๆ ขึ้นมาต่อตัวรพี ชายผู้ไม่ได้ใช้กำลัง แต่สามารถสยบแม่ทัพใหญ่ได้ด้วยสมองและความรัดกุม
"ยอดเยี่ยม! ช่างเป็บุรุษที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้!" เจิ้นอู่ยิ้มกว้างอย่างนักรบที่เจอคู่ควร "สั่งการลงไป! ต่อจากนี้ ทหารในกองทัพของข้าทุกคนต้องท่องประมวลกฎหมาย์ให้ขึ้นใจ ใครเมาแล้วไปพังข้าวของชาวบ้านอีก ข้าจะจับโบยด้วยตัวเอง! ข้าจะไม่ยอมให้กองทัพของข้าพ่ายแพ้ต่อค่ายกลกฎหมายของไอ้หมอนั่นอีกเป็อันขาด!"
กุนซือหวังได้แต่อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าการไปข่มขู่แล้วโดนตอกหน้ากลับมา จะทำให้กองทัพ์กลายเป็กองทัพที่ปฏิบัติตามกฎจราจรและกฎหมายแพ่งอย่างเคร่งครัดที่สุดในประวัติศาสตร์ไปเสียได้!
ทางด้านกรมคุมกฎ์ แผนกรับเื่ร้องเรียน...
"ฮัดชิ่ว!!"
รพีจามออกมาเสียงดังสนั่นจนพู่กันในมือแทบหลุด เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาสั่งน้ำมูก พลางขยี้จมูกตัวเองเบาๆ
"มีใครกำลังนินทาผมอยู่แน่ๆ เลย" รพีบ่นอุบอิบ
เหม่ยหลิงที่กำลังจัดเรียงฎีกาอยู่โต๊ะข้างๆ รีบชงชาอุ่นๆ มาวางให้ "ท่านเซียวเซียนพักผ่อนบ้างเถอะเ้าค่ะ ทำงานหนักมาหลายวันแล้ว ั้แ่ท่านเอาชนะแม่ทัพเจิ้นอู่ได้ ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่ว ตอนนี้ไม่มีใครกล้ามาดูถูกแผนกของเราอีกแล้วนะเ้าคะ"
"ยังหรอกครับคุณเหม่ยหลิง นี่ยังแค่เริ่มต้น" รพียกชาขึ้นจิบ ั์ตาสีดำทอประกายคมคาย "การที่เราทำงานเป๊ะทุกระเบียบนิ้ว ไม่รับสินบน ไม่ทำผิดกฎแม้แต่ข้อเดียว คือ 'เกราะป้องกัน' ที่ดีที่สุดสำหรับข้าราชการชั้นผู้น้อยอย่างเรา ตราบใดที่เราไม่พลาด พวกเบื้องบนที่จ้องจะเล่นงานเราก็ทำอะไรเราไม่ได้"
"ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ การทำตัวดีคือการต่อสู้อย่างหนึ่งนี่เอง!" เหม่ยหลิงพยักหน้าหงึกๆ จดจำคำสอนของเ้านายไว้อย่างขึ้นใจ
"ถูกต้องครับ" รพียิ้ม
ทว่า ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พักหายใจอย่างเต็มอิ่ม หน้าต่างของแผนกก็ถูกลมพัดเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่หนักอึ้ง พุ่งทะลุเข้ามาตกกระแทกพื้นห้องเสียงดังสนั่น!
ตึงงง!!
ฝุ่นควันคลุ้งไปทั่ว รพีและเหม่ยหลิงรีบลุกขึ้นยืนระวังตัว เมื่อฝุ่นจางลง ปรากฏร่างของชายร่างั์ผิวสีเทาเข้มราวกับหินผา ตามตัวมีรอยแตกร้าวและคราบเืสีน้ำเงินไหลซึม เขาหอบหายใจรวยริน ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวและเคียดแค้น
"ช... ช่วยข้าด้วย... ศาล์... ข้า้าความยุติธรรม..." ชายร่างหินเอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนจะสลบเหมือดไปคาพื้นห้อง
รพีขมวดคิ้ว มองสภาพของผู้บุกรุก สัญลักษณ์บนหน้าผากของชายคนนี้ไม่ใช่เทพ และไม่ใช่เซียน...
"ปีศาจ?" รพีหันไปมองหน้าผู้ช่วยสาว
เหม่ยหลิงหน้าซีดเผือด "ท... ท่านเซียวเซียน นี่คือ 'เย่เฮย' ปีศาจแห่งูเาหินเ้าค่ะ! แต่... แต่ศาล์ไม่มีอำนาจรับฟ้องคดีของเผ่าพันธุ์ปีศาจนี่เ้าคะ! ตามกฎแล้ว ปีศาจที่ลักลอบเข้ามาในเขต์ จะต้องถูกจับไปปะาทันที!"
รพีก้มลงมองร่างที่าเ็สาหัสของเย่เฮย สลับกับมองม้วนประมวลกฎหมาย์บนโต๊ะ รอยยิ้มท้าทายของนักกฎหมายปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง
"ไม่มีสิทธิ์ฟ้องงั้นเหรอ? กฎหมายที่เลือกปฏิบัติแบบนั้นน่ะ..." รพีเดินไปหยิบแผ่นหยกกฎหมายขึ้นมา "มันเกิดมาเพื่อถูกรื้อทิ้งยังไงล่ะครับ"