โหลวซีห่าวลอบมองเหลยเจียหลุนกับเติ้งหานอยู่เงียบๆเมื่อครู่เขาเห็นว่ามือปราบทั้งสองขยับมืออยู่ด้านหน้าระเบียง ทิศทางของอาวุธลับพวกนั้นพุ่งไปจากฝั่งนี้รอเพียงสวีเสี่ยวถงฟื้นจะได้วางแผนจับกุมพวกเขา
การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปกระทั่งผ่านไปอีกสองชั่วยามสวีเสี่ยวถงก็ได้ตื่นขึ้นมา ร่างกายนางกระปรี้กระเปร่าดังเดิม
“หัวหน้าสวีท่านตื่นแล้ว!”
“นี่มันที่ไหน?”
“ห้องนอนรับรองแขกของสกุลถานขอรับใต้เท้าโหลวอุ้มท่านมานอนที่นี่ทั้งยังทำแผลให้ท่านด้วยตนเอง”
นางพลันหน้าร้อนผ่าวจนขึ้นสีเมื่อได้คำประโยคหลังได้แต่พูดว่าอือออกมาเบาๆ ในเมื่อทุกคนรู้แล้วว่านางกับเขาเป็คู่หมั้นกันการถูกเนื้อต้องตัวล้วนไม่เป็ครหา หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง นางหันไปมองเตียงเล็กก็เห็นเหยาอิงิเพิ่งรู้ตัวตื่นขึ้นด้วยสาวใช้สกุลถานสองคนก็ยกอ่างทองเหลืองเล็กที่มีน้ำอุ่นพร้อมผ้าในถาดมาวางลง
“ท่านมือปราบเชิญล้างหน้าล้างตาก่อนเ้าค่ะ”
ไม่เพียงเท่านั้นอีกสองคนยังนำชาร้อนและของว่างมาวางบนโต๊ะตรงหน้า
“เชิญรับประทานของว่างก่อนแล้วค่อยออกไปเ้าค่ะ”
“ขอบใจพวกเ้ามาก”นางล้างหน้า จากนั้นก็หันไปนั่งดื่มน้ำชาและหยิบขนมใส่ปาก “พวกเ้ามากินด้วยกันสิ”
มือปราบสองนายที่นั่งเฝ้านางอยู่สองชั่วยามพากันกลืนน้ำลายดัง เอื๊อกกับกลิ่นเกี๊ยวไส้หมูเมื่อได้ยินคำอนุญาตก็รีบมาล้อมวงนั่งกินกับนาง
การสอบสวนภายนอกเสร็จสิ้นแล้วโหลวซีห่าวรู้ว่าได้เวลาที่นางจะตื่นเขากำลังจะขยับลุกไปดูแต่พลันเห็นนางเดินมาพอดี
“เ้าดีขึ้นแล้วสินะสีหน้าดูดีขึ้นมาก ได้เวลากลับกันพอดี”เขาเดินเข้าไปกุมมือนางจูงเดินลิ่วไปหน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์
“เดี๋ยวสิ!”
ชายหนุ่มไม่ฟังคำคัดค้านเขาดันนางขึ้นรถม้า“ขึ้นไปก่อนค่อยคุยกัน”
สวีเสี่ยวถงที่คิดจะขี่ม้ากลับถูกสายตาดุของโหลวซีห่าวทำให้จำยอมขึ้นไปนั่งรถม้ากับเขาสองต่อสอง นางเก้ๆ กังๆหันไปมองเหยาอิงิ โหลวซีห่าวจึงยกยิ้มมุมปาก
“เหยาอิงินั่งรถม้าคันหลังมีเพียงเ้าที่ควรนั่งกับข้า”
“แต่ว่าข้าเป็หัวหน้าของเขานะเ้าคะ”
“แล้วอย่างไร?ข้าเป็เ้านายและคู่หมั้นของเ้าต้องสำคัญกว่า เหยาอิงิอยู่แล้วใช่หรือไม่?”
สวีเสี่ยวถงพยักหน้ารับอย่างจนปัญญา“เ้าค่ะ”
“เ้าขยับมาใกล้ข้าอีกสักนิดสิห่างเช่นนั้นเดี๋ยวมีคนมาได้ยินเข้า”เขาทำเสียงเข้มขณะยื่นมือมาดึงแขนนางให้ไปนั่งเสียแทบชิด
“มันใกล้ไปกระมัง?”
“เ้าเป็คู่หมั้นข้าแล้วจะนั่งตักก็ยังได้” เขากระเซ้าหน้าขรึม
“ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ”นางรีบส่ายหน้าแต่ก็ไม่อาจดึงแขนของตนเองจากการยึดไว้แน่นของชายหนุ่ม“ใต้เท้าจะเล่าสิ่งใดก็รีบเถิด นั่งกันเช่นนี้ข้าอึดอัด”
“แต่ข้าว่าก็อบอุ่นดีนะเ้าไม่รู้สึกหรอกหรือ?”
สวีเสี่ยวถงเงยหน้าขึ้นนางเพิ่งรู้ว่าใบหน้าของเขายื่นเข้ามาใกล้นางจนเหลือแค่ฝ่ามือเดียวก็จะชนกันแล้วสายตาของเขาดูเปลี่ยนไป ประกายหวานนั้นทำให้นางรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ
“ก็ได้ๆท่านพูดมาเถอะ”
“ข้ามั่นใจว่าคนขว้างอาวุธลับใส่เ้ากับเหยาอิงิก็คือเหลยเจียหลุนกับเติ้งหานตอนที่เ้าถูกซัดข้าเห็นกับตาแต่เพราะหากยืนยันในยามนั้นเกรงจะหาหลักฐานเล่นงานเขาไม่ได้”
สวีเสี่ยวถงผงะนางนิ่งไปครู่หนึ่ง “ข้าไม่คิดเลยว่าจะเป็เขา อันที่จริงที่เราแข่งขันกันในงานข้าคิดเพียงว่าเราแข่งขันในเื่การทำงานว่าผู้ใดเก่งกว่าเท่านั้น ไม่คิดว่าเขาจะมุ่งร้ายถึงเพียงนี้”
“ใช้อาวุธลับอาบยาพิษที่อาจจะทำให้พวกเ้าตายได้เช่นนี้ไม่ใช่เื่อิจฉาริษยากันธรรมดาเสียแล้ว จากนี้ไปถงเอ๋อร์เ้าต้องระวังตัวให้มาก”
สวีเสี่ยวถงชะงักไปกับคำเรียกขานว่าถงเอ๋อร์ของเขานางพลันขนลุกขึ้นมาด้วยความใ
“ใต้เท้าโหลวท่านไม่ต้องเรียกข้าเช่นนี้ก็ได้ เรียกมือปราบสวีเหมือนเดิมก็พอแล้ว”
“ข้าต้องซ้อมไว้ก่อนสิถงเอ๋อร์อีกไม่ถึงสามเดือนเราก็จะแต่งงานกันแล้ว”
สวีเสี่ยวถงหน้าซีดนางคงต้องคิดหาวิธีให้โหลวซีห่าวคิดอยากถอนหมั้นนางให้เร็วที่สุดดูเหมือนชายหนุ่มจะรู้ทันความคิดของนาง
“ข้าจะบอกความลับของข้ากับมารดาให้เ้าอย่างหนึ่งนะ”
“เอ๋?ถ้าเป็ความลับท่านจะบอกข้าทำไม?”
“เพราะเ้าเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวแล้วจำต้องรู้เื่นี้เอาไว้”พูดถึงความลับเขายื่นแขนขึ้นโอบไหล่แล้วเอียงศีรษะมาจนแทบชิดกับศีรษะนาง
“อันที่จริงข้าไม่ได้ร่ำรวยอย่างแต่ก่อนแล้วท่านพ่อของข้าต้องโทษปะาชีวิตจวนสกุลโหลวถูกยึดทรัพย์เหลือเพียงสินเดิมของท่านแม่ติดตัวมาที่นี่ข้าเองก็ไม่อาจจะกลับไปรับราชการในเมืองหลวงได้อีกแล้ววันหน้าเ้าต้องเป็ฮูหยินนายอำเภอบ้านนอกเช่นนี้ไปจนข้าจะเกษียณไม่มีโอกาสได้เป็ขุนนางใหญ่อย่างผู้อื่น”
สวีเสี่ยวถงผงะความคิดที่จะหาทางให้เขาถอนหมั้นตนพลันสลาย ความรู้สึกสงสารและเห็นใจถาโถมเข้าจู่โจมจิตใจนางเพิ่งรู้ว่าเขาต้องแบกรับความทุกข์มากมายเพียงใดก่อนที่จะมายังอำเภอเชียนเยา
“ได้ยินเช่นนี้เ้ายังคิดจะถอนหมั้นกับข้า ข้าก็ยินดีจะทำให้เ้าข้ารู้ว่าคงไม่มีผู้ใดยินดีที่จะแต่งงานกับสกุลที่ด่างพร้อย”
“มะไม่! ข้าไม่รังเกียจ” สวีเสี่ยวถงหมายถึงว่าหากนางคิดจะแต่งงานกับบุรุษที่พึงใจก็มิได้ใส่ใจกับเื่ความด่างพร้อยของครอบครัวว่าที่สามีแต่มิได้หมายถึงว่านางยินดีจะแต่งงานกับโหลวซีห่าว
“ดี!ข้าคิดอยู่แล้วว่าคนอย่างเ้าต้องไม่สนใจเื่พวกนี้”
“เดี๋ยวนะข้าหมายถึงว่าข้ามิได้รังเกียจหากต้องแต่งงานกับครอบครัวที่มีเื่เช่นนี้แต่สำหรับท่านข้ายังไม่ได้ตั้งตัวเสียด้วยซ้ำ”
โหลวซีห่าวแสร้งทำหน้าเศร้า“ข้าคิดแล้วเชียว ตัวข้าไม่ดีพอที่เ้าจะยอมแต่งงานด้วยแต่ข้าจะบอกท่านแม่อย่างไรล่ะ?เงินทองที่ใช้หมั้นเ้าเป็เงินก้อนสุดท้ายของเราสองแม่ลูก หากข้าเป็คนถอนหมั้นย่อมต้องสิ่งของทั้งหมดให้ กับเ้า”
“เช่นนั้นให้ข้าเป็คนถอนหมั้นดีหรือไม่?ของหมั้นทั้งหมดก็คืนให้ครอบครัวท่านไป”
“ยิ่งแล้วใหญ่!ท่านแม่ของข้าก็คงจะยิ่งเสียใจว่ากระทั่งเ้าก็รังเกียจครอบครัวของข้า ก่อนที่ท่านแม่ข้าจะมาที่นี่นางตรอมใจเพราะเื่ของท่านพ่อจวนที่ถูกทางการริบไปทำให้คนในจวนทั้งหมดต้องแยกย้ายน้องสาวน้องชายต่างมารดาของข้าต้องตามแม่เล็กทั้งหลายไปอยู่กับบ้านเดิมของพวกนางช่างน่าเศร้านัก...ที่ข้าต้องกลายเป็คนบ้านแตกสาแหรกขาดวันที่บิดาของข้าถูกปะาชีวิต ข้ายังล้มป่วยอยู่บนเตียงเพราะความเสียใจอย่างหนักกว่าจะหายป่วยและไปดูศพบิดาได้ก็ตอนที่พวกเขาฝังท่านไปแล้ว”
สวีเสี่ยวถงฟังแล้วถึงกับน้ำตาคลอนางจึงเผลอกุมมือโหลวซีห่าวเอาไว้แล้วรับคำหนักแน่น
“ไม่ต้องถอนหมั้นก็ได้!ข้าจะแต่งงานกับท่านเองใต้เท้าโหลว!”
*************************

