บทที่ 1 สวมร่างตัวรับะุ (รีไรต์)
“นังเด็กบ้านี่! ฉันสั่งให้แกไปชนบทแทนลี่ลี่ไม่ใช่เหรอ แต่แกดันไปรนหาที่ตายเนี่ยนะ!”
“นี่แกจะให้ฉันกับอาหวงเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”
“รู้จักเจียมตัวแล้วรีบไปลงชื่อยุวชน*[1]ซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่คิดถึงสายใยแม่ลูก ไปบอกคนนอกว่าแกคิดถึงผู้ชาย พออ่อยเขาไม่ได้เลยอับอายคิดหนีไปะโน้ำตาย!”
ภายในห้องเก็บของที่ทั้งมืดมิด คับแคบ และส่งกลิ่นเหม็นอับน่าสะอิดสะเอียน หลินเนี่ยนนอนอยู่บนเตียง ฟังแม่เ้าของร่างเดิมอย่างจางชุ่ยฟางด่าทอไม่หยุด
เฮ้อ...
หลินเนี่ยนถอนหายใจไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอคิดว่าตัวเองจะตายเพราะเรืออับปางซะแล้ว สุดท้ายกลับทะลุเข้ามาอยู่ในนิยายที่เคยอ่าน กลายเป็ตัวรับะุ*[2]ที่มีชื่อสกุลเดียวกัน
ทะลุเข้ามาตอนร่างลอยอยู่ในแม่น้ำ เธอว่ายน้ำไม่เป็ พอทะลุเข้ามาก็เกือบจะจมน้ำตาย โชคดีที่มีคนมาช่วยเธอไว้ได้ทัน
คนที่ช่วยชีวิตเธอชื่อ ‘จางไห่หยาง’
เขาคนนี้คือพระเอกในนิยายเื่นี้
‘หลินเนี่ยน’ ผู้เป็เ้าของร่างเดิม เป็แค่เครื่องมือพิสูจน์ความชั่วร้ายของ ‘หวงลี่ลี่’ ตัวประกอบหญิงผู้ชั่วช้า เพื่อให้พระเอกกับนางเอกใช้เป็ข้ออ้างในการกำจัดหวงลี่ลี่เท่านั้น
หลินเนี่ยนถูกบังคับให้ไปชนบทแทนลูกติดพ่อเลี้ยงอย่างลี่ลี่ และเพราะจางไห่หยางช่วยชีวิตเธอไว้ เธอจึงถูกหวงลี่ลี่เกลียดเข้าไส้
หวงลี่ลี่ติดสินบนอันธพาลในชนบทให้คอยเหยียดหยามหลินเนี่ยน ตามตอแยบังคับให้หลินเนี่ยนแต่งงานเป็ภรรยาเขา จากนั้นก็ถูกอันธพาลคนนั้นทรมานจนตาย
และเพื่อเสริมความชั่วช้าของหวงลี่ลี่ ชีวิตของหลินเนี่ยนในชนบทจึงช่างน่าเวทนายิ่งนัก ตอนตายก็ตายอย่างน่าอนาถ
หลินเนี่ยนสะบัดหัว เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง แล้วเอนกายพิงหมอนอย่างอ่อนแรง พูดแทรกเสียงด่าฉอด ๆ ของจางชุ่ยฟางว่า “แม่คะ หนูจะไปชนบทเองค่ะ”
“แต่หนูมีหนึ่งเงื่อนไข เอาเงินให้หนูห้าร้อยหยวน หนูจะเอาเงินไปซื้อของติดไปด้วย”
ในฐานะที่เธอทะลุมิติมา ดังนั้นจะต้องอยู่ห่างจากเมืองที่เ้าของร่างเดิมใช้ชีวิตอยู่มาสิบกว่าปี ไม่อย่างนั้นนิสัยที่เปลี่ยนไปกะทันหันจะสะดุดตาเกินไป
ในยุคนี้ การเป็ที่สะดุดตาไม่ใช่เื่ดี
ต้องเอาชีวิตรอดให้ได้!
อยู่ให้รอดจนถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปี 1977 แล้วค่อยออกจากชนบท สอบให้ติดมหาวิทยาลัยและกลับสู่เมืองที่เธอคุ้นเคย
แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องหาเงินก่อน!
แล้วล้างแค้นให้เ้าของร่างเดิมด้วยซะเลย!
“ห้าร้อย? ทำไมแกไม่ไปปล้นเลยล่ะ”
ห้าร้อยหยวนในปี 1973 ถือว่าเป็เงินจำนวนมหาศาล!
จางชุ่ยฟางไม่เชื่อหูตัวเอง หลินเนี่ยนนังเด็กบ้านี่ช่างกล้าต่อรองจริง ๆ!
ตอนแรกที่เธอได้ยินหลินเนี่ยนบอกว่ายอมไปชนบท โทสะในใจก็มอดลงเล็กน้อย แต่พอได้ยินว่าขอเงินห้าร้อยหยวน ไฟโทสะก็ปะทุขึ้นทันใด ยกมือบีบหน้าหลินเนี่ยนเต็มแรง
หลินเนี่ยนไม่ได้หลบเลี่ยงแต่อย่างใด จางชุ่ยฟางลงน้ำหนักมือค่อนข้างแรง เจ็บจนหลินเนี่ยนน้ำตาเล็ด
“นังเด็กบ้า! แกอยากลองดีใช่ไหม!”
ขณะที่จางชุ่ยฟางกำลังจะลงมือต่อรอบสอง หลินเนี่ยนก็คว้ามือเธอและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “แม่! ถ้ามันมากไป งั้นหนูก็จะไปตายเดี๋ยวนี้!”
“หนูเคยตายมาครั้งหนึ่งแล้ว”
“ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว!”
“ถ้าแม่ไม่ให้เงิน งั้นหนูก็ไม่ไปหรือว่าหนูจะไปหาผู้อํานวยการหวังดีนะ หนูเชื่อว่าผู้อํานวยการใหญ่จะเห็นแก่หน้าพ่อ แล้วยอมให้หนูยืมเงินแน่!”
จางชุ่ยฟางชะงัก หลินเนี่ยนตรงหน้าค่อนข้างแปลกหน้าสำหรับเธอ นี่ใช่ลูกสาวที่ก้มหน้ายอมคนเหมือนนกกระทาคนนั้นหรือเปล่า
หลินเนี่ยนกระตุกปากส่งยิ้มให้จางชุ่ยฟาง “ยืมเงินจากผู้อำนวยการใหญ่แล้ว หนูก็จะไปหาเพื่อนร่วมงานเก่าของพ่อ ยืมไปทีละคน จนกว่าจะยืมเงินได้มากพอ!”
จางชุ่ยฟางสะบัดมือหลินเนี่ยนออกทันที แล้วตบไปที่หน้าหลินเนี่ยนจนหน้าของอีกฝ่ายบวมเป่งทันที
เธอโกรธมากจริง ๆ “แกกล้านักเหรอ!”
ถ้าหลินเนี่ยนไปหาผู้อำนวยการใหญ่กับเพื่อนร่วมงานของสามีเธอขึ้นมาจริง ๆ เธอก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว!
“แม่คิดว่าหนูกล้าหรือเปล่าล่ะ”
“งั้นพวกเราลองมาดูกันไหม” หลินเนี่ยนจ้องตาจางชุ่ยฟางทั้งที่ใบหน้าบวมเป่ง ไม่หลบเลี่ยงสายตาแต่อย่างใด
จางชุ่ยฟางไม่กล้าอยู่แล้ว!
เธอไม่กล้าปล่อยให้หลินเนี่ยนไปหาผู้อำนวยการใหญ่ เพราะหลายปีมานี้เธออ้างชื่อของหลินเนี่ยนไปไม่น้อยเพื่อไปขอผลประโยชน์จากเขา
ถ้าหลินเนี่ยนไปหาผู้อำนวยการใหญ่เพราะค่าใช้จ่ายที่จะไปชนบท...คงไม่ใช่เื่ดีแน่!
หลินเนี่ยนเห็นจางชุ่ยฟางเงียบไปก็หัวเราะเบา ๆ “แม่คะ การไปชนบทเป็เื่ของทั้งชีวิตหนูเลย ถ้าหนูไป ชีวิตนี้ก็ได้แต่อยู่ที่ชนบทนั่น กลับมาไม่ได้แล้ว ห้าร้อยหยวนเนี่ยซื้อทั้งชีวิตของหนูเลยนะ มันไม่มากเกินไปหรอก!”
จางชุ่ยฟางทำได้แค่กัดฟันกรอดตอบตกลง “ฉันหาเงินห้าร้อยหยวนให้ไม่ได้ทันทีหรอก หลังจากแกไปแล้ว ฉันรวบรวมได้ครบค่อยให้แกแล้วกัน!”
ยื้อไว้ก่อน ยื้อจนกว่านังเด็กบ้านี่จะลงชื่อไปชนบท จากนั้นเธอก็จะขังนังเด็กบ้านี่ไว้ในบ้าน รอจนกระทั่งถึงเวลาเดินทางค่อยส่งเธอไปขึ้นรถ
ไม่ปล่อยให้มีโอกาสไปหาผู้อำนวยการใหญ่!
หลินเนี่ยนลังเลสักพัก “งั้นเอาให้หนูก่อนสามร้อย ไม่อย่างนั้นแม่ก็ตีหนูให้ตายเถอะ!”
จางชุ่ยฟางอยากตีอีกฝ่ายให้ตายจริง ๆ!
แต่มันทำไม่ได้!
ทำได้แค่กลับเข้าห้องไปหยิบเงินมาให้หลินเนี่ยน แล้วโยนเงินใส่ลูกสาว “ชาติก่อนฉันคงติดหนี้แกจริง ๆ!”
“นังเด็กอกตัญญู ถ้ารู้แบบนี้ตอนที่คลอดแกออกมาฉันน่าจะปล่อยให้แกจมน้ำตายในโถฉี่ไปซะ!”
เมื่อเงินสามร้อยหยวนมาถึงมือ หลินเนี่ยนก็ไม่ได้สนใจจางชุ่ยฟางอีก หลังจากจางชุ่ยฟางเดินสบถด่าออกไป เธอก็ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วซ่อนเงินเอาไว้อย่างดิบดี
เพิ่งจะซ่อนเงินเสร็จ หวงลี่ลี่ลูกติดพ่อเลี้ยงก็ถีบประตูเข้ามา เธอกระโจนเข้าใส่หลินเนี่ยนอย่างเดือดพล่าน ทว่าหลินเนี่ยนเบี่ยงตัวหลบทัน หวงลี่ลี่จึงชนเข้ากับเตียงของหลินเนี่ยนจนกรีดร้องโหยหวนด้วยความเ็ป
หลังจากรู้สึกตัว เธอก็ด่าหลินเนี่ยนสาดเสียเทเสีย “หลินเนี่ยนนังสารเลว! แกกล้าดียังไงถึงไปอ่อยพี่ไห่หยาง ฉันไม่เอาแกไว้แน่!”
หลินเนี่ยนส่งยิ้มให้ ขยี้ผมตัวเองต่อหน้าอีกฝ่าย ขยำเสื้อจนยับยู่ยี่ กระชากกระดุมออกสองเม็ดจนไปกลิ้งอยู่กับพื้น
จากนั้นก็วิ่งพรวดพราดออกไปท่ามกลางสายตาสับสนของหวงลี่ลี่
วิ่งไปพลางร้องไห้ไป “แม่จ๋า พี่จ๋า หนูผิดไปแล้ว หนูยอมไปชนบทแทนพี่แล้ว อย่าตีหนูเลยนะ ขอร้องละ...”
หวงลี่ลี่รีบตามออกไป “หลินเนี่ยน! นังสารเลวนี่ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“คอยดูเถอะว่าวันนี้ฉันจะตีแกให้ตายได้หรือเปล่า!”
“นังจิ้งจอกแพศยา แกคิดจะวิ่งไปอ่อยใครอีก?”
“จะไปชนบทแล้วยังไม่ทำตัวสงบเสงี่ยม แรดดีจริง ๆ ที่บ้านก็ไม่ได้ขาดแตงกวาหรือมะเขือม่วงสักหน่อย!”
“นังสารเลวนี่! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ คอยดูว่าฉันจะจัดการกับแกยังไง! วัน ๆ เอาแต่สร้างเื่!”
หวงลี่ลี่กับจางชุ่ยฟางวิ่งไล่ตามออกมาทีละคน หลินเนี่ยนวิ่งโซซัดโซเซไปข้างนอก คนในละแวกบ้านก็ต่างพากันวิ่งออกมาดู
เมื่อได้ยินคำพูดหยาบคายที่หลุดจากปากหวงลี่ลี่ เพื่อนบ้านต่างก็ซุบซิบนินทา และเห็นใจหลินเนี่ยนเป็อย่างมาก
“อย่าทำหนูเลย...” หลินเนี่ยนหันกลับมามองจางชุ่ยฟางกับหวงลี่ลี่ด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงและใบหน้าที่ยังบวมเป่ง ท่าทางของทั้งสองดุร้ายน่ากลัว โดยเฉพาะหวงลี่ลี่ ท่าทางเหมือนอยากกินหลินเนี่ยนใจจะขาด น่าสยดสยองมาก
พลั่ก!
ทันใดนั้นหลินเนี่ยนก็ชนเข้ากับร่างชายหนุ่มในชุดทหารสีเขียว ขณะที่เธอกำลังจะล้ม เขาก็ยื่นมือมาประคองไว้
“ระวัง!” ชายหนุ่มรอให้หลินเนี่ยนทรงตัวได้จึงปล่อยมือ แล้วถอยไปอยู่ด้านข้าง
“ขอบคุณค่ะ!” หลินเนี่ยนไม่ได้สังเกตว่าอีกฝ่ายคือใคร เธอรีบกล่าวขอบคุณแล้วหันไปมองจางชุ่ยฟางกับหวงลี่ลี่ที่ตามมาอย่างลนลาน และวิ่งหนีไปอย่างบ้าคลั่ง
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วรีบตามเธอไป
“พวกเธอทำอะไรกัน?” ตอนนี้หวงเจี้ยนกั๋วพ่อเลี้ยงของเ้าของร่างเดิมพลันเข้ามาขวางหวงลี่ลี่กับจางชุ่ยฟาง
‘หวงเจี้ยนกั๋ว’ เป็พนักงานโรงงานธรรมดาที่เป็ลูกน้องของหลินฉางเจิง พ่อแท้ ๆ ของเ้าของร่างเดิม ต่อมาหลังจากหลินฉางเจิงย้ายแผนกและมีข่าวว่าพลีชีพ จางชุ่ยฟางก็หอบหิ้วเ้าของร่างเดิมไปแต่งงานกับหวงเจี้ยนกั๋วที่สูญเสียภรรยา และผ่าน่เวลาที่ยากลำบากมาพร้อมกับลูกสาวและลูกชาย
“พ่อ!”
“เหล่าหวง!”
หวงลี่ลี่เห็นหวงเจี้ยนกั๋วมีสีหน้าบูดบึ้งก็ตื่นตะลึงในทันใด เป็เพราะหลินเนี่ยนนังสารเลวนี่!
“พ่อฟังหนูก่อน หนูถูกใส่ร้าย นังบ้าหลินเนี่ยนมันปรักปรำหนู!”
จางชุ่ยฟางที่ตามออกมายิ้มแหย เธอดึงหวงลี่ลี่ออก แล้วเอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของหวงเจี้ยนกั๋ว “เหล่าหวงกลับมาแล้วสินะ นี่เป็เื่เข้าใจผิด นังเด็กหลินเนี่ยนนั่นจงใจ...”
ทางโรงงาน้าเลี้ยงดูหลินเนี่ยนลูกของวีรบุรุษผู้สละชีพ และเพราะหวงเจี้ยนกั๋วแต่งงานใหม่กับจางชุ่ยฟาง จึงเลื่อนตำแหน่งเขาจากตำแหน่งคนงานขึ้นมาฝ่ายบริหารงาน และเลื่อนขึ้นไปอีกหลายระดับใน่หลายปีมานี้ รวมถึงเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นมากด้วย
ตอนนี้เขาเป็รองผู้อำนวยการโรงงานรีดเหล็กสาขาย่อยของโรงงานเครื่องจักรหงซิง ผู้อำนวยการใหญ่กำลังจะเกษียณ หวงเจี้ยนกั๋วกำลังแข่งชิงตำแหน่งผู้อำนวยการกับจ้าวเซิ่งลี่รองผู้อำนวยการอีกคนอยู่
ท้ายที่สุดใครจะได้ตำแหน่งนี้ไป ย่อมขึ้นอยู่กับความเห็นของผู้อำนวยการใหญ่จาง
แต่ใน่เวลาสำคัญแบบนี้ ภรรยากับลูกสาวกลับหาเื่รังแกหลินเนี่ยนต่อหน้าสาธารณชน แบบนี้ถือว่ากำลังถ่วงรั้งเขาอยู่...
หวงเจี้ยนกั๋วหน้าบูดบึ้ง จ้องหวงลี่ลี่กับจางชุ่ยฟางตาเขียว ชี้ไปที่พวกหล่อนแล้วพูดอย่างฉุนเฉียว “ยังไม่รีบกลับไปอีก! น่าขายหน้าสิ้นดี!”
[1] ยุวชน คือเยาวชนนักเรียนที่ไปฝึกฝนตามชนบทในระหว่างปฏิวัติวัฒนธรรม
[2] ตัวรับะุ เปรียบเปรยเป็เบี้ยล่างที่เอาไว้ใช้งานแล้วทิ้ง