วันต่อมา
จวนตระกูลเว่ย
ข่าวเื่ร้านโอสถของตระกูลเว่ยกระจายออกไปอย่างรวดเร็วเพียงในชั่วข้ามคืนก็ไปไกลถึงต่างเมือง และรวมถึงในวังหลวงเช่นเดียวกันทำให้ทุกคนในตระกูลเว่ยที่นั่งฟังเื่ต่างๆจากปากมี่ถงที่ออกไปสืบข่าวในเมืองต่างก็ยกยิ้มขึ้นอย่างยินดี
"บ่าวยังได้ยินมาว่าพวกจวนตระกูลใหญ่ๆก็เร่งเตรียมเงินเพื่อมาซื้อโอสถและอุปกรณ์อักขระจากทางร้านบ้างแล้วเ้าค่ะ"มี่ถงเอ่ย
"ดีจริงแล้วเื่รับสมัครพนักงานเล่า ไปถึงไหนแล้ว" เฟยหรงเอ่ยถาม
"ตอนนี้มีคนมารอสมัครงานอยู่หน้าร้านเกือบร้อยคนแล้วเ้าค่ะ"มี่ถงเอ่ยทำให้เฟยหรงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"งั้นเดี๋ยวข้าออกไปดูก่อนนะเ้าคะท่านพ่อท่านแม่" เฟยหรงหันไปบอกทั้งสองคน
"ไปเถอะพวกเราจะรออยู่ที่นี่" หลิงเฟยพยักหน้าเบาๆ
ไม่นานเฟยหรงก็เดินออกมานอกจวนก็พบว่าตอนนี้มีคนมารอด้านหน้าร้านโอสถเป็จำนวนมาก มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงหลายชั่ววัยขึ้นไปบางคนถึงกับอุ้มทารกมาด้วยก็มี และส่วนมากก็ดูเป็คนเร่ร่อนอีกด้วย
"ยินดีต้อนรับผู้สมัครงานทุกท่านเข้าสู่ร้านโอสถนะเ้าคะ"เฟยหรงมองไปรอบๆแล้วยกยิ้มขึ้น ทำเอาหนุ่มหลายๆคนถึงกับเคลิ้มไปชั่วขณะ
"เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา"เฟยหรงปรบมือให้ทุกคนตั้งใจฟังหนึ่งครั้ง
"ในที่นี้ข้าจะรับพนักงานร้านที่สามารถอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็หากใครรู้ว่ามีคุณสมบัติดังกล่าวเชิญออกมาด้านหน้า"เฟยหรงเอ่ยทำให้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินแยกตัวออกมาด้านหน้า10คน และทั้งหมดยังเป็ผู้ชายอีกด้วย
"พวกเ้าสามารถอ่านออกเขียนได้งั้นหรือ"เฟยหรงเอ่ยถาม พวกเขาจึงพยักหน้า
"งั้นพวกเ้าไปนั่งรอข้าในร้านก่อนและเดี๋ยวข้าค่อยคุยกับพวกเ้าอีกที .... มี่ถงช่วยดูแลด้วย"เฟยหรงหันไปบอกมี่ถง
"เชิญพวกท่านตามมาด้านในเ้าค่ะ"มี่ถงเอ่ยแล้วนำทั้ง10เข้าไปด้านใน
"ส่วนที่เหลือหากไม่้าเป็คนใช้ในจวนตระกูลเว่ยก็เชิญกลับไปได้เลย"เมื่อเฟยหรงพูดจบก็มีบางส่วนเดินออกไป เหลือผู้สมัครเพียง73คน
"พวกเ้าตามข้าเข้ามาในจวนก่อน"เฟยหรงเอ่ยแล้วเดินนำกลุ่มคนทั้งหมดไปที่จวน เมื่อมาถึงก็พบว่ามีคนใช้ในตระกูล5คนยืนรออยู่ โดยทั้งหมดนั้นถือป้ายบอกหน้าที่ภายในจวนไว้
"ข้อตกลงขั้นแรกหากทำงานในจวนของข้าต้องทำสัญญาอักขระซะก่อน เพื่อป้องกันคนทรยศ..."เฟยหรงยิ้มเย็นพลางทอดสายตาไปยังคนที่เดินตามมาทำให้พวกเขารู้สึกร้อนๆหนาวๆไปตามๆกัน
"และแน่นอนนี่เป็เพียงการทำสัญญาการทำงานท่านนั้น ไม่ใช่การทำสัญญาทาสเพราะหากพวกเ้าอยากออกจากจวนไปก็สามารถทำได้โดยในทันที...เว้นแต่พวกเ้าจะคิดไม่ซื่อและจุดจบของคนพวกนั้นคงรู้ใช่มั้ยว่าเป็อย่างไร" นางมองด้วยแวววาวโรจน์และปลดแรงกดดันระดับปรานฟ้าครู่หนึ่ง
จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็สีหน้ายิ้มแย้มแบบเดิมทำให้หลายคนแอบคิดไม่ได้ว่าตนคิดถูกหรือผิดที่เข้ามาทำงานที่นี่กันแน่
"เอาล่ะหากใครที่สามารถทำหน้าที่อะไรได้ก็ไปยืนเรียงแถวตามป้ายซะ" เฟยหรงพูดจบทั้งหมดก็แยกย้ายเพื่อไปต่อแถวตามความถนัดเพราะหากทำให้เ้านายสาวตรงหน้าโกรธละก็เป็เื่แน่ๆเมื่อเสร็จแล้วพวกเขาก็มองหาเฟยหรง ไม่นานก็เห็นว่านางนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งที่ไม่รู้ว่าไปอยู่ตรงนั้นั้แ่เมื่อไหร่
"กลุ่มแรกคือเรือนเลี้ยงม้า"เฟยหรงเอ่ยทำให้คนใช้ที่ถือป้ายเรือนเลี้ยงม้าและกลุ่มผู้ชายอีก7คนเดินมาที่โต๊ะ เมื่อมองไปบนโต๊ะก็พบป้ายอักขระแผ่นหนึ่งวางไว้
"พวกเ้าหยดเืลงบนแผ่นป้ายแล้วสาบานพูดว่าจะรับใช้ตระกูลเว่ยและไม่มีวันทรยศหักหลัง ทีละคน"เฟยหรงเอ่ยแล้ววางมีดสั้นลงบนโต๊ะจากนั้นพวกเขาก็หยิบมีดมากรีดนิ้วเองเพื่อหยดเืลงบนแผ่นป้ายเสร็จแล้วก็เอ่ยสาบานไม่นานก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมา
หนึ่งคนผ่านไป อีก6คนจึงทำตามบ้างเมื่อเสร็จแล้วเฟยหรงก็ให้คนใช้ที่ถือป้ายพาพวกเขาไปที่เรือน
"ต่อไปกลุ่มห้องครัว"เฟยหรงเอ่ยอีกครั้ง จากนั้นกลุ่มต่อไปก็เดินเข้ามาทำสัญญากันนาง
"คนต่อไป"เฟยหรงเอ่ยขึ้นแบบนี้เป็รอบที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้เมื่อเอ่ยเสร็จก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินมากรีดเืหยดลงไปบนป้ายอักขระและพูดสาบานแต่ไม่มีแสงสว่างเกิดขึ้นเหมือนคนอื่นๆ ทำให้คนตรงหน้าเหงื่อตก
"แหม แหม"เฟยหรงยกยิ้มขึ้นพลางเอนตัวพิงเก้าอี้แล้วเงยหน้ามองหญิงสาวเมื่อตรวจระดับพลังก็พบว่านางมีระดับอยู่ที่ปรานจอมทัพขั้น2 แต่ก็ปิดบังไว้เพียงระดับนภาความสามารถพิเศษของป้ายอักขระนี้อีกอย่างคือทำให้สามารถตรวจระดับพลังที่แท้จริงของผู้ที่หยดเืลงบนป้ายได้และหากมีคนที่คิดไม่ซื่อกับตระกูลหยดเืลงไป อักขระก็ไม่สามารถทำงานโดยสมบูรณ์
"กะเกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะ" หญิงสาวตีหน้าซื่อทำเป็ไม่รู้เื่ แต่ก็ขยับก้าวเท้าออกจากตัวโต๊ะไปเยอะ
"ฮะ ฮะดูเหมือนว่าป้ายอักขระจะไม่ทำงานกับ...พวกหนูสกปรก...นะสิ"เฟยหรงสะบัดมือทำให้ร่างของหญิงสาวตรงหน้าล้มลง คล้ายกับมีคนฉุดนางลงไปบนพื้นทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็เบิกตากว้างเพราะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้เท่าไหร่นัก
"อึก!"หญิงสาวคนนั้นหน้าเบ้เล็กน้อย แล้วพยายามลุกขึ้น นางเงยหน้ามองเฟยหรงที่เดินมาหาด้วยแววตาคั่งแค้น
'ไม่ว่าใครจะเป็ผู้ส่งเ้ามา...ก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้'เฟยหรงส่งลมปรานไปบอก จากนั้นนางก็ปักเข็มยาสลบแล้วนำร่างตรงหน้าเข้าไปในมิติเสร็จแล้วก็เดินกลับมานั่งที่เดิมเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
"คนต่อไป" เฟยหรงยิ้มทำให้ทุกคนสะดุ้งไปตามๆกันแล้วเดินเข้ามาทำสัญญาต่อ
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามทั้งหมดก็ได้ทำสัญญากันเสร็จสิ้น แต่ในระหว่างนั้นก็จับคนแฝงตัวเข้ามาได้อีก2คนเฟยหรงจึงทำการคุมตัวไว้และไม่ได้บอกเื่นี้กับใคร แม้จะมีคนใช้บางคนเห็นเหตุการณ์ก็ตามและนางเองก็สั่งไว้ว่าเื่นี้หาเอาไปพูดกับใครทั้งสิ้นหากไม่งั้นแล้วก็ต้องมีจุดจบแบบสามคนนั้น
หลังจากนั้นเฟยหรงก็กลับไปยังร้านโอสถเพื่อที่จะพูดคุยกับคนสมัครเป็พนักงานร้านอีก10 เมื่อนางเดินเข้าไปในห้องทำงานชั้น3ก็พบว่าพวกเขานั่งรออยู่ก่อนแล้วเฟยหรงพรายตามองพวกเขาเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะไม้อย่างดีตัวหนึ่ง
"ก่อนอื่นข้าขอแนะนำตัวเองข้า เว่ย เฟยหรง เป็บุตรคนที่3ของตระกูลเว่ยและเป็คนคุมร้านโอสถทั้งหมด" เฟยหรงแนะนำตัว
"คารวะคุณหนูเว่ย" ทั้งหมดเอ่ยขึ้นด้วยเสียงหนักแน่นพร้อมกันทำให้เฟยหรงเผยยิ้มพึงพอใจออกมา
"เอาล่ะไม่ต้องมากพิธี..." นางปรายตามองไปยังทุกคน
"หากพวกเ้า้ามาทำงานที่ร้านของข้าจะต้องทำสัญญาอักขระเสียก่อนพวกเ้าต้องเคารพเชื่อฟังคนในตระกูลเว่ยทุกคนและห้ามทรยศพวกเราเด็ดขาด..."ชายหนุ่มทั้งสิบต่างก็มองหน้ากัน
"หากวันใดที่พวกข้าอยากจะออกจากงานละคุณหนูจะให้พวกข้าไปหรือไม่" ชายหนุ่มคนที่3จากขวามือเอ่ยถามเฟยหรงมองดูเขาดูท่าทางฉลาดไม่น้อย
"สัญญานี้เป็เพียงสัญญาการทำงานและเป็สัญญาที่ไม่สามารถทรยศต่อพวกเราได้นอกเวลางานพวกเ้าก็มีอิสระเป็ของตนเอง...เว้นแต่ข้าจะเรียกใช้ละนะ...และสามารถไปจากตระกูลเว่ยเมื่อไหร่ก็ย่อมได้"เฟยหรงอธิบาย ทำให้ทุกคนต่างก็โล่งใจ
"หากพวกเ้าพร้อมแล้วก็กรีดเืลงบนแผ่นป้ายนี้แล้วพูดสาบานทีละคน"เฟยหรงนำป้ายหยกแผ่นและมีดเล่มเดิมขึ้นมา
จากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆเดินมากรีดนิ้วและพูดสาบานทีละคนคราวนี้ไม่มีหนอนบ่อนไส้ให้ต้องหงุดหงิดแบบในจวนเมื่อเสร็จแล้วทั้งหมดก็กลับไปยืนประจำที่เหมือนเดิม
"ข้าจะให้พวกเ้าแนะนำตัวเองอายุ ประวัติคร่าวๆและเหตุผลที่อยากมาทำงานกับร้านหน่อย เริ่มจากทางซ้าย"เฟยหรงชี้ไปที่ชายหนุ่มคนหนึ่ง
"ข้าชื่อ เฟิง จินไห่ อายุ18ขอรับ เดิมทีข้าเคยเป็ชาวประมงในเมืองคุนิพ่อแม่ของข้าเสียไปแล้ว ต้องเลี้ยงน้องอีก5คนด้วยตัวคนเดียวน้องรองก็ป่วยเป็โรคประหลาดค่ายาและรักษาก็แพงเงินที่ได้จากการหาปลามีเพียงน้อยนิดไม่พอให้ข้าและน้องๆ ข้าจึงตัดสินใจเข้าเมืองหลวงเพื่อหางานขอรับเลยได้รู้ว่าร้านโอสถของตระกูลเว่ยรับสมัครพนักงานอยู่"จินไห่เอ่ยอย่างนอบน้อม
"แล้วน้องๆของเ้าเล่าทิ้งให้อยู่กันลำพังไม่ห่วงบ้างหรือ" เฟยหรงเอ่ยถาม
"ห่วงขอรับแต่น้องรองอายุห่างจากข้าเพียง3ปี สามารถหาปลาทำประมงได้บ้างข้าจึงไม่ห่วงมากนัก" จินไห่เอ่ยเฟยหรงจึงพยักหน้าเข้าใจ
"แล้วเ้าล่ะ"เฟยหรงหันไปถามคนที่สอง
"ข้า หนิง กุ้ยจือ อายุ23เป็เด็กกำพร้าเกิดแต่มีพ่อบุญธรรมที่เป็พ่อค้าเป็ผู้ชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่เลยคลุกคลีกับการขายของมานักต่อนักของที่พ่อข้าเอาไปขายได้รับความนิยมมากจนพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างก็อิจฉา...เลยใส่ร้ายป้ายสีพวกข้าทั้งยังให้คนปลอมเป็ลูกค้ามาโวยวายว่าของๆพวกข้านั้นเป็ของปลอมทำให้ลูกค้าหลายๆคนหมดความไว้เนื้อเชื่อใจ" กุ้ยจือกำมือแล้วก้มหน้างุด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธไว้จนเฟยหรงเองก็รู้สึกได้
"แต่พ่อข้าก็ไม่ยอมแพ้ ขายของในตลาดแห่งนั้นไปเรื่อยๆทำให้คนที่เกลียดพ่อข้าอยู่แล้วไม่พอใจเลยรวมหัวกันใส่ร้ายป้ายสีและขับไล่ออกมาจากตลาด เราทั้งสองเร่ร่อนขายของไปเรื่อยๆพ่อข้าก็อายุมากแล้วรับภาระการเดินทางแบบนั้นไม่ไหว...จึงล้มป่วยและตายไปเมื่อไม่นานข้าเองก็ไม่รู้ทำอย่างไร โชคดีที่เมื่อคืนข้าบังเอิญแวะมาเมืองหลวงเลยได้ยินว่าร้านค้าแห่งนี้รับสมัครพนักงานข้าเลยตั้งใจจะอยู่ทำงานที่นี่เพราะยังไงก็ไม่มีที่ให้กลับไป"กุ้ยจือเอ่ยแล้วเงยหน้าโกรธแค้นขึ้นมองเฟยหรง เมื่อเห็นนางส่งยิ้มให้ก็ทำให้แววตาของเขาอ่อนลง
"อืม อย่างนี้เองคนต่อไป" เฟยหรงพยักหน้า
"ข้า เจิ่น ฉิงเจีย อายุ20เป็คนในเมืองหลวงขอรับ ข้าเคยเป็คนสนิทของคุณชายใหญ่ตระกูลฟางอยู่มาวันหนึ่งข้าไปหลงรักคุณหนูที่เป็คู่หมายของคุณชายใหญ่ที่ถูกครอบครัวหมั้นหมายให้...แต่นางเองก็รักข้าถึงข้าอยากพานางหนีแต่ก็ยังสำนึกในบุญคุณของคุณชายใหญ่เสมอข้าจึงพยายามหลีกเลี่ยงนางมาตลอดถึงอย่างนั้นพวกเราก็แอบพบกันบ่อยๆเพียงเพราะอย่างน้อยก็ขอให้ได้คุยกันเพียงนิดก็ยังดี...จนกระทั่งมีคนจับได้แม้คุณชายจะไม่เอาผิดแต่ข้าก็โดนผู้นำตระกูลฟางไล่ออกมา" เขาทำหน้าเ็ปแต่ในใจก็รู้สึกว่าตัวเองสมควรโดนแล้ว
"ตอนนี้ข้าเพียงเป็คนไร้บ้าน...ที่มาสมัครงานก็เพราะ้าก่อร่างสร้างตัวเผื่อวันใดนางผู้นั้นยังไม่ออกเรือนหรือถอนหมั้นกับคุณชายใหญ่ข้าจะไปสู่ขอนางให้จงได้"ฉิงเจียเอ่ยด้วยสีหน้าหมายมั่น ทำเอาเฟยหรงอดขำไม่ได้...นี่แหละหนาความรัก...จากนั้นเมื่อฉิงเจียเอ่ยจบเฟยหรงก็ให้คนที่4ต่อ
"ข้า เปา หยางเจีย อายุ20ขอรับ อาศัยอยู่กับแม่ในเมืองหลวง ข้ามีอาชีพขับรถม้าแต่ม้าของข้าเกิดเป็โรคและตายไป ทำให้ไม่มีงานทำข้าและแม่ออกไปหางานได้งานเป็เสี่ยวเอ้อในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งโชคดีที่นายท่านเป็คนใจดีสอนหนังสือและคิดเลขให้เหล่าเสี่ยวเอ้อ แต่จากนั้นไม่นานเศรษฐกิจในเมืองหลวงก็ตกลง ราคาของใช้ต่างๆก็สูงขึ้นโรงเตี๊ยมเล็กๆของนายท่านจึงได้รับผลกระทบไปด้วยเพียงไม่นานก็ปิดตัวลงข้าและแม่ใช้เงินก้อนสุดท้ายเพื่อซื้อของใช้มาตุนไว้ เพราะยังหางานใหม่ไม่ได้พอเห็นว่าตระกูลเว่ยรับสมัครพนักงานข้าจึงลองมาเสี่ยงดูขอรับ"หยางเจียเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าทะเล้น ดูเป็คนกวนๆขี้เล่นไม่น้อย
"ฮะ ฮะเ้าเนี่ยดูจะชอบเสี่ยงโชคด้วยสินะ" เฟยหรงเอ่ยขำๆ
"เอาล่ะคนที่5" เฟยหรงเอ่ย
"ข้า อิง หย่งเหอ อายุ16ขอรับ ประวัติของข้าไม่มีอะไรมาก ข้าเป็คนเมืองหลวง อาศัยอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ที่เปิดร้านเสื้อผ้าจริงๆข้าจะรับสืบทอดร้านก็ได้แต่การเย็บปักถักร้อยยังไงก็ไม่ใช่แนวทางข้าแน่ๆเมื่อคืนได้ยินว่าตระกูลเว่ยรับสมัครพนักงานร้านโอสถก็เลยลองมาดูขอรับ"หย่งเหอเอ่ย รายนี้เองก็ดูเป็เด็กกวนๆอยู่เหมือนกัน ทำให้เฟยหรงนึกถึงตัวเองในอีกโลกไม่น้อย
"คนที่6" เฟยหรงหันไปหาชายหนุ่มที่ดูเคร่งขรึมและไม่ค่อยพูดจากเหมือนคนอื่นๆเมื่อตรวจสอบระดับพลังที่แท้จริงก็พบว่าเขาอยู่ในระดับจอมทัพขั้น4 ทำให้เฟยหรงรู้สึกแปลกใจที่คนที่มีพลังระดับนี้มาสมัครงานในร้านโอสถเล็กๆแห่งนี้ได้
"ข้า เสี่ยวฝาน ไม่มีแซ่อายุ28ขอรับส่วนประวัติถ้าจะให้พูดตรงๆเลยก็คือเคยเป็นักฆ่าแต่แยกตัวออกมาจากกลุ่มแล้ว" เสี่ยวฝานเอ่ยทำให้เฟยหรงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
"ที่มาสมัครทำงานที่นี่เพราะข้าเบื่อที่จะฆ่าคนและเห็นว่าร้านนี่น่าสนใจดี" เสี่ยวฝานไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก
"ดูขวางโลกจังวะ" เฟยหรงพึมพำเบาๆแล้วส่ายหน้า
"คนต่อไป" เฟยหรงเอ่ย
"ข้าง ผิง ต้าห่าย อายุ23ขอรับ เคยเป็เด็กรับใช้ในวังหลวงจนกระทั่งหลานเดือนก่อนโดนขับไล่ออกมาแบบงงๆเร่ร่อนในเมืองไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้ยินข่าวตระกูลเว่ย ข้าเองก็เคารพนับถือท่านแม่ทัพทั้งสองอยู่แล้วเลยอยากเข้ามาทำงานที่นี่ด้วยก็เท่านั้น" ต้าห่ายเอ่ยขึ้น รายนี้เองก็ดูจะชิวกับชีวิตเหลือเกิน
"คนที่8" เฟยหรงหันไปหาชายหนุ่มทางขวา
"ข้า เหลียน หลี่จง อายุ25และนี่น้องชายของข้า เหลียน หลี่อี้ อายุ19 พวกเราเคยทำงานให้กับขุนนางท้องพระคลังในวังหลวงแต่ขุนนางท่านนั้นคิดคดต่ออาณาจักรและชอบใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นเลยทำให้จักรพรรดิองค์ใหม่ไม่พอใจขับไล่เขาและริบสมบัติจนหมด พวกข้าเลยพลอยโดนหางเลขไปด้วยเมื่อออกจากวังก็หางานอื่นทำ ได้งานเป็เสี่ยวเอ้อโรงเตี๊ยมในเมืองถึงชีวิตจะไม่ได้ดีมากแต่มีเงินมีที่พักให้และข้าวทุกมื้อพวกข้าก็ไม่ขออะไรแล้ว เมื่อคืนพวกข้าก็บริการลูกค้าตามปกติได้ยินว่าตระกูลเว่ยรับสมัครพนักงานจึงลองมาเสี่ยงดูเช่นกัน"หลี่จงเอ่ยแล้วกอดคอน้องชายข้างๆ เฟยหรงจึงพยักหน้าเบาๆ ...ดูเหมือนทุกคนจะมาจากหลายๆที่นะเนี่ย...นางคิดในใจแล้วมองไปยังคนที่10
"แล้วเ้าล่ะ?" เฟยหรงเอ่ย
"ข้า ติง เฟิงอิ่งขอรับ ส่วนอายุ ข้าเองก็ไม่แน่ใจั้แ่จำความได้ก็เดินทางกับกลุ่มคนเร่ร่อนผ่านเมืองนั้นเมืองนี้ทีก่อเื่ไว้มากมาย แต่ได้ผู้าุโท่านหนึ่งเอ็นดู รับไปสั่งสอนเหมือนลูกหลานคนหนึ่งผ่านไปหลายปีท่านก็ด่วนจากไป ส่วนครอบครัวของท่านก็เอาแต่แก่งแย่งสมบัติข้าเองก็ไม่อยากอยู่บ้านหลังนั้นเท่าไหร่จึงออกมาใช้ชีวิตด้านนอกได้พบเจอผู้คนและสิ่งต่างๆมากมายจนเดินทางมาเมืองหลวงก็ได้พบรักกับหญิงสาวนางหนึ่ง เราทั้งสองช่วยกันค้าขายอยู่กินกันมาหลายปีแล้วนางเป็คนบอกให้ข้าลองมาสมัครงานกับตระกูลเว่ยเองขอรับ" เฟิงอิ่งกล่าวจากการกะดูคร่าวๆแล้วเขาน่าจะอายุ28-29ปี
"เอาล่ะในเมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้วข้าจะบอกหน้าที่ให้ฟัง" เฟยหรงเอ่ย
"3คนต้องเป็พนักงานคิดเงินให้ลูกค้า 3คนทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยด้านล่าง1คนทำหน้าที่พาลูกค้าขึ้นมา้าชั้นสอง และ3คนดูแลร้านอักขระชั้น2และต้องคิดเงินเป็"เฟยหรงเอ่ย
"เริ่มจับกลุ่มกันได้"เมื่อเฟยหรงพูดจบทั้งหมดก็เริ่มคุยและแบ่งหน้าที่กันเฟยหรงเห็นพวกพวกเขายังตกลงกันไม่ได้ นางจึงนั่งเขียนงานไปพลางๆ