“ครับ... ผมก็...สบายดีครับ” นัทพงษ์ตอบเสียงเบาขณะที่เขายังไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ กลัวว่าถ้าพูดมากเกินไปเขาจะทำให้ทุกอย่างผิดพลาดไป
พีชเห็นท่าทางของนัทพงษ์ก็ยิ้มน้อยๆก่อนจะเริ่มแซวเบาๆ “จะมองพี่รตีแบบนี้ไปจนกว่ามื้ออาหารจะจบไหม? แล้วอย่าลืมกลืนน้ำลายด้วยนะคะ?”
นัทพงษ์แทบจะไม่ทันตั้งตัวจากคำแซวของพีชแต่นั่นก็ทำให้เขาได้คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาในที่สุดเขาก็หลุดจากภวังค์ที่ลึกไปกับความงามของมารตี เขามองไปที่พีชแล้วพูดว่า“จะลองดูนะครับ”
หญิงสาวหัวเราะเบาๆก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วเหมือนยั่วยวน “เอาน่ะ... อย่ามาแซวกันเลยค่ะเรามากินข้าวกันเถอะ”
การสนทนาเล็กน้อยทำให้บรรยากาศเริ่มเบาลงก่อนที่พนักงานเสิร์ฟจะนำอาหารจานแรกมาวางบนโต๊ะ กลิ่นหอมของอาหารทะเลสดใหม่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณกลิ่นหอมจากเทียนยังทำให้ทุกอย่างดูงดงามยิ่งขึ้น การรับประทานอาหารมื้อค่ำในคืนนี้ไม่ใช่แค่การอิ่มท้องแต่เป็นการเติมเต็มความสัมพันธ์ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกความสนิทสนมที่มารตีและนัทพงษ์กำลังสานสัมพันธ์กันมากขึ้น แม้ว่าอาการเขินอายจากนัทพงษ์จะยังคงอยู่แต่ทุกอย่างก็เริ่มรู้สึกได้ถึงการเปิดใจที่กำลังเกิดขึ้น
ในระหว่างที่พวกเขากำลังกินอาหารกันอย่างสนุกสนานพีชก็เริ่มแซวทั้งสองอย่างไม่ยั้ง “ นี่นัทพงษ์ นายน่ะต้องคอยระวังตัว ไว้ตลอดนะไม่งั้นจะหาทางออกไม่เจอ”เธอหัวเราะเบาๆ ขณะตักอาหารเข้าปาก
มารตีมองไปที่นัทพงษ์พร้อมกับรอยยิ้มที่เจือไปด้วยความรู้สึกหวานปนขบขัน“อย่าทำให้น้องเขาตกใจสิคะ พีช บางทีก็ให้นัทพงษ์ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง”
นัทพงษ์นั่งยิ้มขำๆ “ผมโอเคครับ พี่รตี”แล้วเขาก็ยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบช้าๆ พลางตั้งใจฟังบทสนทนาระหว่างพีชและมารตี
ในช่วงเวลาที่ทั้งสามคนกำลังกินอาหารอย่างสนุกสนานความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ มารตีเองก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ความรู้สึกของนัทพงษ์ที่ไม่ได้พูดออกมา แต่แสดงออกมาผ่านสายตาและการกระทำมากมายที่เธอสังเกตเห็น
...อืม...ดูท่าหนุ่มน้อยคนนี้คงจะหลงรักเธอจริงๆแล้วสิ...มารตีอมยิ้มอย่างสุขใจและคาดหวัง...
ระหว่างที่เวลาอาหารมาถึงจานสุดท้าย มารตีก็เริ่มยิ้มน้อยๆและเริ่มถามขึ้น “นัทพงษ์... พีช... คิดว่าชีวิตพวกเราในอนาคตจะเป็นยังไงบ้างคะ?” น้ำเสียงของมารตีดูสงบและเต็มไปด้วยความคิดใคร่ครวญ
นัทพงษ์ที่อยู่ในภาวะเงียบงันและสับสนมาก่อนหน้านี้เริ่มพูดขึ้นด้วยเสียงที่มั่นคงขึ้น “ผมไม่รู้ครับ...แต่ตอนนี้ผมรู้แค่ว่าผมอยากให้ช่วงเวลานี้อยู่กับพี่รตีและพี่พีชไปนานๆ”
มารตีฟังแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเบิกบาน “งั้นเราก็ต้องสนุกกันให้เต็มที่สินะ...ใช่ป่าว”
คืนนี้ไม่เพียงแค่เป็นการรับประทานอาหารแต่มันยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ในใจของแต่ละคนความรู้สึกที่พัฒนาไปเรื่อยๆ ผ่านการสัมผัส การพูดคุย และความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความหมาย
เสียงคลื่นซัดฝั่งในยามค่ำคืนไม่ดังนักแต่มีจังหวะสม่ำเสมอเหมือนเสียงลมหายใจของใครบางคนที่เคยนอนอยู่ข้างกันเงียบๆ
หญิงสาวเดินกลับมาที่ห้องสูทของโรงแรมคนเดียวในชุดเดรสบางเบาสีแดงที่เธอสวมใส่มาจากมื้อดินเนอร์แสงไฟในห้องถูกปรับให้สลัวลงโดยอัตโนมัติเมื่อเธอสอดคีย์การ์ดเข้าไปในช่องเปิดประตูห้องกว้าง เงียบ เย็น และอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆจากกลิ่นเทียนอโรมาที่พนักงานจุดไว้ก่อนเธอกลับมา
รองเท้าส้นสูงถูกถอดออกช้าๆ ก่อนที่ร่างเพรียวบางจะเดินไปที่ระเบียงห้องที่เปิดกว้างรับลมทะเลเสียงคลื่นที่ได้ยินเมื่ออยู่บนชายหาดยังคงตามมาถึงที่นี่มันไม่ได้ลดทอนความเร่าร้อนในใจเธอลงเลยแม้แต่น้อยแต่กลับทำให้ความเงียบรอบตัวชัดเจนยิ่งขึ้น มารตียืนกอดอกหลวมๆ ผมถูกรวบขึ้นลวกๆด้วยกิ๊บตัวเล็ก แต่บางปอยผมก็ร่วงลงมาปรกแก้มเมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไปเห็นจันทร์เต็มดวงสว่างอยู่เหนือขอบทะเลเธอก็อดถอนหายใจไม่ได้ คืนนี้สวยเกินไป… สวยจนเธออยากมีใครสักคนยืนอยู่ข้างๆแทนที่จะยืนอยู่เพียงลำพังเช่นนี้
ขณะที่เธอคิดถึงตรงนั้นใครบางคนก็ยืนอยู่ระเบียงห้องที่อยู่อีกโซนหนึ่ง โดยมีตึกเป็นผนังกั้นไว้อีกหลังหนึ่งแม้ไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกลเกินไป...นัทพงษ์
เขายังไม่ได้เข้านอนแม้จะผ่านเวลามื้อค่ำมาสักพักแล้ว ชายหนุ่มยังนั่งพิงพนักเก้าอี้ระเบียงอยู่เงียบๆในชุดเสื้อยืด กางเกงผ้าขาสั้นธรรมดาแต่ใบหน้าของเขาดูจริงจังราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ คิดถึงมารตีหรือเปล่าเขาไม่รู้แน่ชัดแต่เขากำลังคิดถึงเรือนร่างขาวสวยยั่วยวน ในชุดบิกีนี่สีขาวตัวจิ๋วที่มักเผยไรขนละเอียดออกมาทุกครั้งที่ขยับตัวของหญิงสาวคนนั้น เธอสวยงดงามเกินไป เกินกว่าจะห้ามใจไม่ให้คิดถึงได้แม้เธอกลับห้องไปนานแล้วแต่ก็ยังทิ้งร่องรอยไว้ในใจเขาไม่จางหาย
เขาอยากเดินไปเคาะประตูห้องเธออยากรู้ว่าเธอยังไม่หลับเหมือนกันไหม แต่เขากลัว… ไม่ใช่แค่กลัวจะถูกปฏิเสธแต่กลัวว่าจะเดินออกไปแล้วทำให้ความรู้สึกบางอย่างเปลี่ยนไป
อีกห้องหนึ่งของชั้นนั้น หญิงสาวอีกคนนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงผ้าห่มคลุมเพียงครึ่งตัว เธอสวมชุดนอนเดรสบางเบาปราศจากชั้นในชิ้นบน ผ้านิ่มเปิดไหล่และถึงแม้เธอจะดูเหมือนตั้งใจจดจ่อกับบทสนทนาในหน้าหนังสือ แต่ทุกเสียงเคลื่อนไหวที่ได้ยินแผ่วๆจากห้องข้างเคียงกลับทำให้ใจเธอกระเพื่อม
จะมีอะไรเกิดขึ้นคืนนี้ไหม? พีชไม่กล้าคาดหวัง...แต่ก็ห้ามใจไม่ให้หวังไม่ได้ เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างมารตีและนัทพงษ์กำลังคืบคลานไปอย่างเงียบงันเธอเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ในเรื่องที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งแต่ทำไมความเงียบคืนนี้มันถึงหนาวนัก...
ลมทะเลพัดเข้ามาปะทะหน้าของมารตี ร่างเธอสั่นเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้องปิดประตูกระจกเบาๆ และนั่งลงบนปลายเตียง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำให้น้ำเย็นลูบไล้ผิวกายเปลือยเปล่าที่ร้อนรุ่มให้บรรเทาลง แล้วสวมชุดนอนเดรสสายเดี่ยวบางเบาที่ชอบสวมนอนโดยไม่ต้องสวมอะไรไว้ข้างในอีก ใจเธอยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะแสงจันทร์ไม่ใช่เพราะเสียงคลื่น แต่เป็นเพราะบางอย่างในตัวนัทพงษ์ที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ชัดเจนเขาไม่ใช่เด็กหนุ่มคนเดิมที่เธอเคยปกป้องอีกต่อไปแล้ว เขากำลังเติบโตและในสายตาเธอ… เขากำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
มารตีเงยหน้ามองเพดานก่อนจะล้มตัวลงบนเตียง ผ้านวมสีขาวโอบล้อมเธอไว้ราวกับอ้อมแขนของใครบางคน เธอปิดตาพยายามจะนอนหลับ แต่ภาพรอยยิ้มของนัทพงษ์กลับลอยขึ้นมาในหัวชัดเจน เขาคิดอะไรอยู่…เขาจะมาไหม…และเธอเอง…อยากให้เขามาไหม…
ในอีกห้องหนึ่ง นัทพงษ์ลุกขึ้นยืนมองไปยังทิศทางห้องของมารตี เขาไม่เห็นเธออีกแล้ว มันไกลเกินไป แต่เขามั่นใจ "เธออยู่ข้างในห้องนั้น"เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความแล้วลบทิ้ง แล้วพิมพ์ใหม่อีกครั้ง
“คืนนี้...พี่ก็นอนไม่หลับเหมือนกันใช่ไหมครับ?”
เขาไม่กล้ากดส่ง เขากดบันทึกไว้ในโน้ตแทนแล้ววางโทรศัพท์ลง และกลับไปนั่งลงที่เก้าอี้เดิม
ใต้ท้องฟ้าคืนนั้นมีสองหัวใจนั่งอยู่ในห้องที่ต่างกัน โดยที่สองใจต่างก็กำลังส่งสัญญาณเดินทางสวนกันอยู่กลางอากาศมีเพียงเสียงคลื่น ที่ยังซัดฝั่งอย่างเงียบงัน…เหมือนเป็นสัญญาณว่า…บางสิ่งจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า
คืนนี้อาจยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ก็ใช่ว่าคืนต่อไปจะไม่มีอะไรเลย เพราะการไม่กล้าก้าวออกไปหนึ่งก้าวในคืนนี้อาจหมายถึงการเตรียมพร้อมที่จะก้าวอย่างมั่นใจในคืนถัดไปก็ได้ และอาจเป็นคืนที่จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทุกคนไปตลอดกาล.
สาวสวยนอนพลิกกายไปมาอย่างกระสับกระส่ายก่อนลุกขึ้นไปยืนมองตัวเองหน้ากระจกเงาบานใหญ่
เธอดูเร่าร้อนเย้ายวน… แบบที่ไม่เคยคิดมาก่อนชุดนอนบางเบา บางจนมองทะลุเห็นไรขนปุกปุย บนเนินหน้าขาอย่างชัดเจน ยามต้องแสงไฟ