ราตรีผ่านพ้นไป ชายหนุ่มยังคงนั่งรอการฟื้นตื่นขึ้นมาของน้องสาวและเช่นเคยหนิงอันอันยังไม่ตื่นเป็เช่นนี้ จนวันเวลาล่วงเลยไปจนถึงวันที่ห้าหนิงเฟยหลงตัดสินใจที่จะออกเดินทางต่อ โดยจะพานางขึ้นรถม้าไปหากรอแบบนี้ต่อไปหนิงอันอันอาจตายก็เป็ได้
หนิงเฟยหลงพักผ่อนไม่เต็มที่มาหลายวัน รวมถึงหน่วยโอสถด้วยที่ต้องทำการดูแลหนิงอันอันแทบทุกๆชั่วยามหนิงเฟยหลงเลยให้องครักษ์ที่ว่างจัดทำรถม้าขึ้นอีกคันให้หน่วยโอสถได้พักผ่อนไประหว่างทางส่วนตัวมันจะคอยดูแลน้องสาวอยู่อีกคัน
ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วยามรถม้าก็ถูกทำเสร็จขบวนของหนิงเฟยหลงเคลื่อนออกจากป่าแห่งโชคชะตาใน่บ่าย
“แก่นอสูรเท่านี้ก็คงเพียงพอ..”ระหว่างที่หนิงอันอันยังไม่ฟื้นหนิงเฟยหลงได้ตัดสินใจเข้าไปป่าสมบัติแห่งโชคชะตาผู้เดียวเพื่อตรวจสอบร่องรอยการต่อสู้อีกครั้ง แต่กลับพบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
“ไม่มีคนลอบโจมตีงั้นหรือ?เหตุใดในตอนนั้นข้าถึงรับรู้ได้ถึงพลังไอหยินที่น่าสะพรึงกลัวแม้แต่ตอนที่ข้าสู้เต็มที่ก็ไม่แน่ว่าจะต้านรับไหว....”มันคาดว่าจะเป็ยอดฝีมือผู้หนึ่งที่มาลอบทำร้ายนางแต่จริงๆคงหวังจะมาปลิดชีพตนเสียมากกว่าเพียงแต่อาจจะโจมตีช้าไปเสียเล็กน้อยจึงคลาดกับตัวมัน ไปโดนน้องสาวแทน
ชายหนุ่มเดินวนรอบบริเวณที่เกิดการต่อสู้หลายชั่วยามจึงเดินลึกเข้าไปในป่าหวังที่จะได้พบกับคนผู้นั้น เพื่อจะนำยาถอนพิษไปให้น้องสาวมันคาดว่าอาการของน้องสาวคือการโดนพิษร้ายแรงชนิดหนึ่งแต่มันก็ยังสับสนอยู่ว่าเหตุใดคนผู้นั้นถึงต้องนำยาพิษร้ายแรงเช่นนี้โจมตีใส่น้องสาวตนหรือตนเองที่ไม่มีอะไรโดดเด่นในยามนี้
การเข้าไปในครั้งนี้เหมือนจะไม่ได้อะไรกลับมาแต่ไหนเลยที่หนิงเฟยหลงจะยอมกลับมามือเปล่า
“บัดซบ! บัดซบ!!” มันบุกตะลุยฆ่าสัตว์อสูรเพื่อระบายความอัดอั้นอย่างบ้าคลั่ง!
ตู้ม ตู้ม!!!! หมัดพิฆาตได้ถูกปลดปล่อยออกมานับไม่ถ้วนดั่งลูกอุกาบาตขนาดเล็กร่วงหล่นจากท้องฟ้า!โจมตีแผ่เป็วงกว้าง สัตว์อสูรที่ต่ำกว่าระดับสามตายเรียบไม่เหลือมีเพียงสัตว์อสูรระดับสามขั้นปลายที่เหลือรอด แต่ก็าเ็สาหัส
ชายหนุ่มทอดสายตามองต่ำลงมายังสัตว์อสูรเ่าั้ด้วยสายตาที่ดูเศร้ามันหวังว่าการกระทำนี้จะทำให้บุคคลปริศนานั้นออกมาได้ แต่ไม่เลยไม่มีแม้แต่เงาเท่ากับว่าสิ่งที่มันทำลงไปนั้นแทบไม่มีค่า ถ้านับเป็จุดมุ่งหมายก็เช่นนั้นแต่ถ้านับเป็มูลค่าละก็นี่นับเป็มูลค่าที่มหาศาล!!
การตายของสัตว์อสูรหลายสิบตัว นำมาซึ่งแก่นสัตว์อสูรมากมาย จำนวนนี้สามารถทำให้ตระกูลระดับต่ำเลื่อนมาอยู่ระดับกลางได้อย่างไม่ยากเย็น
หนิงเฟยหลงค่อนข้างผิดหวังกับการกระทำนี้ของตนเองมันฆ่าสัตว์อสูรมากมายเป็สิ่งที่มันไม่ได้อยากจะทำ เพียงแต่ทำไปด้วยความจนใจมันเก็บเอาแก่นิญญาเข้าไปไว้ในมิติปริศนา แล้วจึงลองเดินดูในมิตินั้นเพื่อหาสมุนไพรแม้จะมีสมุนไพรมากมายก็ตาม แต่มันแทบจะไม่รู้คุณสมบัติของสมุนไพรพวกนั้นเลยทั้งหมดล้วนเป็พืชพรรณที่หายากตามธรรมชาติ
..........
ชายหนุ่มคิดถึงเื่ราวที่ผ่านมาเมื่อสองสามวันก่อนมันเหม่อมองหน้าหนิงอันอันก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
“พี่ชายท่านเป็อะไร?..” เสียงที่ดูอ่อนหวานฟังดูไพเราะล่องลอยมาเข้าที่หูของหนิงเฟยหลงมันลืมตาขึ้นด้วยความสะลึมสะลือ คิดว่าตนนั้นฝันไป
“เหตุใดท่านถึงขี้เซาเช่นนี้เล่า!” หญิงสาวเค้นเสียงขึ้น!
หนิงเฟยหลงตื่นจากภวังค์ทันที! มันรีบขยี้ตามองมาที่น้องสาวก็พบว่าหนิงอันอันได้ฟื้นขึ้นแล้ว มันรีบจับมือน้องสาวทำการตรวจสอบชีพจรและลมปราณมันก็ต้องแปลกใจอีก เพราะนางไม่ได้มีอาการาเ็เหมือนก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย!
ชายหนุ่มยิ้มร่าออกมาด้วยความดีใจ รวบตัวน้องสาวเข้ามากอดอย่างลืมตัว “ดีแล้วที่เ้าหายดี”
หนิงอันอันยังคงมึนงงอยู่จึงไม่ค่อยเข้าใจที่หนิงเฟยหลงกล่าว “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?”
“เ้าสลบไสลไปเสียตั้งสี่ห้าวัน ตอนนี้เ้าดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่?”มันอดไม่ได้ที่จะถามน้องสาว
“ข้าไม่เป็ไร...แต่ตอนนี้ข้าหิวมากเลย...” จ๊อก..จ๊อก!เสียงท้องร้องของหนิงอันอันเข้ามาแทรกจังหวะการพูดทำเอาหนิงเฟยหลงหลุดหัวเราะร่าออกมา ความอึกอัดทั้งหมดได้หายไปปลิดทิ้ง
ขบวนองครักษ์ได้ทำการหยุดขบวนตั้งค่ายลงอีกครั้งเพื่อทำอาหารหนิงเฟยหลงเข้าครัวด้วยตนเองทำอาหารมาให้หนิงอันอันชายหนุ่มนั้นหวังจะให้น้องสาวได้บำรุงร่างกายจึงนำโสมมายัดใส่ภายในหมอเต็มไปหมดทำเสร็จก็มาให้นางดื่มพร้อมกับนำเนื้อย่าง ผัดผักมาให้ทานและมันยังไปเก็บผลไม้ในป่ามาให้อีกด้วย
“แหวะ!ข้าว่าแล้วว่าทำไมท่านไม่ชอบทำอาหารทานเอง...”หนิงอันอันอดไม่ได้ที่จะไม่พึมพำออกมา รสชาติของแกงนั้นเข้มข้นเกินไปเนื้อนั้นก็ไม่สุก ผัดผักมาก็แห้ง เรียกได้ว่าไม่มีอะไรดีเลย
“อร่อยหรือไม่ ข้าลงครัวด้วยตนเองเลยนะ ตั้งใจทำให้เ้าสุดฝีมือเลยทีเดียว!” ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจผิดกับหน้าหญิงสาวที่ค่อนข้างจะเหยเก
“อะ..อาหร่อย....อร่อยมากเลยท่านพี่..ท่านมาทานดูหรือไม่?”หญิงสาวไม่ยากให้พี่ชายเสียน้ำใจจึงฝืนยิ้มกล่าวชมเชยและนางยังหวังจะเอาคืนพี่ชายโดยการเชิญให้มาทานร่วมกัน ทว่า..
“อย่าเลย ข้านะทานเรียบร้อยแล้วพร้อมกับองครักษ์นั่นแหละชงหยงลงครัวทำให้ทานรสชาติก็ใช้ได้ แต่ก็คงสู้ข้าไม่ได้เ้าเองพึ่งจะหายต้องฟื้นฟูร่างกายให้มากทานเยอะๆหละ”ชายหนุ่มกล่าวออกมาด้วยเสียงดังฟังชัดหวังให้ผู้อื่นได้ยินเผื่อจะได้อวดความสามารถด้านอาหารบ้าง
ทันทีที่ชายหนุ่มกล่าวจบหนิงอันอันแทบคลั่งตาย! “พี่ชายนี่ท่านจะมั่นหน้าไปไหนเนี่ย!!!!” นางแทบอยากจะแผดเสียงะโออกมาให้ลั่นป่าไปเลย!นางคิดว่าฝีมือของพี่ชงหยงต้องดีกว่าพี่ของนางเป็ไหนๆแต่หนิงเฟยหลงกลับนำตนเองไปเทียบกับชงหยง ช่างน่าไม่อาย!
หลังทานอาหารเสร็จหนิงเฟยหลงก็เริ่มสอบอาการอีกครั้งและถามถึงสถานการณ์ตอนนั้นว่าเกิดสิ่งใดขึ้น หนิงอันอันเพียงตอบว่า “ตอนนั้นข้ากลัวมากไม่อาจขยับตัวได้แต่ทว่าร่างกายได้ปล่อยไอเย็นะเืออกมาปกป้อง ข้าเห็นหมาป่าสีเทาตัวนั้นแข็งเหมือนน้ำแข็งเลยและก็ได้สลบไป
จากนั้นก่อนที่ข้าจะตื่นได้เห็นสตรีนางหนึ่งแต่งชุดสีขาวดุจหิมะไม่ได้มีลวดลายใดๆ มองดูยิ่งสง่างามนางหันมาปรากฏเป็ใบหน้าที่งดงามที่สุดเหมือนว่าบนโลกใบนี้จะไม่มีหญิงใดที่มีความงดงามเท่านางอีกผกายังหุบลงไม่กล้าเผยซึ่งความงามเมื่ออยู่ต่อหน้าเทพีนางนี้
ทว่าสีหน้าของนางนั้นดูเ็ายิ่ง นางเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยจนกระทั่งเหลือระยะห่างอีกห้าจั้งจึงหยุดลงและกล่าวด้วยเสียงอันไพเราะยากนักที่จะจินตนาการเสียงนั้นได้เสียงนั้นไพเราะยิ่งกว่าเสียงดนตรีใดในโลก ดุจเสียงนางฟ้านางอัปสรที่บรรเลงร้องก้องกังวานอ่อนหวานตรึงดวงใจบุรุษทั่วหล้าแม้สตรีก็คงต้องหลงใหล
หนิงอันอันเล่ามาถึงเท่านี้ก็หยุดลงเหม่อมองท้องฟ้าพยายามนึกถึงเทพีนางนั้น
“อะแฮ่ม!..ข้าอยากจะเจอนางบ้างเสียแล้วสิ”หนิงเฟยหลงเองก็พยายามจะจินตนาการตามแต่จะวาดออกมาเช่นไรก็คงไม่งดงามเท่านางเทพีที่หนิงอันอันพบเจอได้
“นางบอกกับข้าว่า ‘เ้าคือร่างบงกชเหมันต์ อนาคตอย่าได้ปล่อยให้ตนมีอันตรายเช่นนี้อีกโลกนี้ยังหวังความช่วยเหลือจากเ้า!’นางกล่าวด้วยเสียงราบเรียบแล้วก็หันหลังเดินจากข้าไป ข้าจึงตื่นขึ้นมา”