ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์)

    ตอนที่ 31 ข่าวที่ไม่แน่นอนของสุดยอดเคล็ดวิชา

                      เควินลุกเดินตามเธอไปในทันที อริสพาเควินเดินออกไปนอกห้องรูปแบบของปราสาทสีฟ้าครามแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง ในตอนนี้ตรงกลางของปราสาทสีครามมีแท่นผลึกสีโลหิตตั้งตระหง่านอยู่บรรยากาศโดยรอบแท่นผลึกเต็มไปด้วยกลิ่นอายของโลหิตเข้มข้น


                อริสก้าวเดินเข้าใกล้แท่นโลหิต เควินก็เร่งฝีเท้าเดินตามไปในที่สุดเธอก็หยุดตรงหน้าแท่นผลึกสีโลหิต "ผลึกนี่ก็คือแก่นโลหิตแวมไพร์ต้นกำเนิดสายเลือดรุ่นแรกที่เจ้าตามหาอยู่"
                เควินตกตะลึงนี่ก็คือแก่นโลหิตแวมไพร์ต้นกำเนิดสายเลือดรุ่นแรกเหรอ นี่มันคือแหล่งพลังงานของปราสาทหลังนี่ทั้งหลังเลยนิ มันเรื่องบ้าอะไรกัน พลังแปลกประหลาดนั่นต้องการให้เขาเข้ามาเอาสิ่งนี้เหรอ
               อริสสังเกตเห็นท่าทางที่กำลังครุ่นคิดของเควิน "เจ้าอาจสงสัยว่าทำไมแก่นโลหิตแวมไพร์ต้นกำเนิดสายเลือดรุ่นแรกถึงเป็นปราสาทนี้ทั้งหลัง นั่นก็เพราะปราสาทแห่งนี้ไม่ใช่ปราสาทปกติทั่วไปเพราะมันคือศาสตร์เวทย์สายมิติ"
               "ศาสตร์เวทย์สายมิตินั่นมันมีอยู่แค่ในตำนานเท่านั่นนิ" เควินกล่าวออกมาอย่างตกใจ

                 "สำหรับโลกของเจ้ามันก็ใช่นั่นอาจเป็นตำนานเลยก็ว่าได้ แต่สำหรับโลกเบื้องบนนั้นมันถือเป็นสิ่งที่มีอยู่แต่มันก็เป็นสิ่งล้ำค่าที่หาได้ยาก การปรากฎของมันแต่ละครั้งจะชักนำยอดฝีมือมากมายเข้าต่อสู้ห่ำหันกันเพื่อแย่งชิง"

                  ศาสตร์เวทย์สายมิติมันคืออะไรมันก็คือศาตราที่ลึกล้ำที่สุดตามที่เควินได้ศึกษามานั้นมันสามารถใช้เป็นได้ทั้งที่อยู่อาศัย เป็นที่สำหรับฝึกฝนความสามารถ ที่สำคัญมันยังมีตำรามากมายอยู่ภายในที่แห่งนี้ด้วย
                 เควินไม่รอช้าก้าวเดินเข้าหาแก่นโลหิตแวมไพร์ต้นกำเนิดสายเลือดรุ่นแรกใช้มือขวาเข้าสัมผัสที่มันในทันที
                 อริสเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เบิกตากว้างพร้อมตระโกนห้าม "เจ้าบ้าเจ้าอยากตายรึยังไง"
              แต่เสียงของเธอมันเดินทางไปหาเควินช้ากว่ามือของเขาที่เคลื่อนที่ไปสัมผัสกับผลึกสีโลหิต พลังของผลึกสีโลหิตเคลื่อนที่เข้ามาในร่างกายของเควินพวกมันเข้าไปหลอมรวมในร่างกายของเขา ความร้อนของโลหิตราวกับเพลิงที่กำลังปะทุอย่างรุนแรง ร่างกายของเควินราวกับจะปริแตกออกได้ทุกเมื่อ

               กลิ่นอายโลหิตปกคลุมทั่วบริเวณมากขึ้นจนทำให้อริสต้องถอยร่นกลับไปตั้งหลักเธอทำสีหน้าราวกับพบสัตว์ประหลาด ผลึกโลหิตมันไม่โจมตีเควินนั่นทำให้เธอประหลาดใจมากกว่าเดิมราวกับว่ามันกำลังรอให้เควินมาหามัน
                 พลังขุมใหญ่พุ่งเข้ามาในร่างกายของเควินยิ่งขึ้นกว่าเดิมความเจ็บปวดที่ราวกับร่างกายจะระเบิดออก จิตวิณญาณก็ถูกพลังนี้ไหลเข้าหลอมรวมเช่นกันทำให้เควินต้องรับความเจ็บปวดที่มากกว่าเดิมถึงสามเท่า                         อาาาา

               อาาาา
                       เควินกัดฟันสู้กับพลังโลหิตที่เข้มข้นร้ายกาจนี้เขาชักนำโลหิตของเขาที่เป็นแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์หลอกล่อพวกมันให้มารวมกันในมหาสมุทรวิณญาณ พวกมันยิ่งมารวมกันสร้างพลังกดดันให้แก่ร่างกายของเควินมากขึ้น
               เขาจะมายอมแพ้แบบนี้ไม่ได้ พลังชนิดนี้เขาต้องควบคุมมันเอาไว้ในร่างกายเพื่อเพิ่มพลังแวมไพร์ของเขาให้มากขึ้น ข้างหลังของเขายังมีพวกอาริเชียอยู่เขาไม่อาจที่จะยอมแพ้ลงได้ เขาต้องแข็งแกร่งยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าใครทั้งหมดเพื่อที่เขาจะสามารถปกป้องคนที่เขารักเอาไว้ได้
                เข้ามาสิ เข้ามาอีก
               พลังแห่งโลหิตก็ไหลเวียนเร็วขึ้นกว่าเดิมแต่คราวนี้เควินใช้พลังเวทย์เข้าช่วยหนุนเสริมโลหิตแวมไพร์ของตนหลอกล่อพวกมันเข้าไปภายในมหาสมุทรวิณญาณมากขึ้น
               ตูม!
               ตูม!
              พลังแห่งโลหิตหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเควินมันแทรกซึมไปยังส่วนต่างๆของร่างกายและยังแทรกซึมไปถึงจิตวิณญาณเขายังรู้สึกได้อีกว่าพลังเวทมนตร์ของเขาเพิ่มมากยิ่งขึ้น
             หลอมรวมจิตวิณญาณขั้นที่สอง
             เควินในที่สุดก็ทะลวงพลังสำเร็จกลิ่นอายโลหิตได้หายไปผลึกสีโลหิตสีของมันได้จางลงจนกลายเป็นสีขาวรอยแตกราวเริ่มเกิดขึ้น จากนั้นมันก็ลุกลามไปทั้งผลึกไม่นานมันก็แตกสลายหายไปในอากาศธาตุในทันที
               พลังที่เควินได้รับมามันนั้น หนึ่งในนั้นคือพลังที่จะสามารถเปิดใช้งานปราสาทสีครามแห่งนี้ได้แต่ก็ยังมีพลังอีกสามชนิดที่เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันคือพลังอะไร เขาในตอนนี้กลายเป็นเจ้าของมันโดยสมบูรณ์แล้ว

               อริสนึกว่าเควินจะตัวระเบิดตายไปแล้วเธอส่ายหน้าไปมาหลายรอบให้กับชะตากรรมที่น่ารันทดของเควินแต่ไม่คิดว่าเขาจะหลอมรวมมันเข้าไปได้จริงๆ
              "เจ้าทำได้ยังไงกันเจ้าดูดกลืนมันเข้าไปแล้วเปลี่ยนตนเองกลายเป็นเจ้าของมันไปเรียบร้อย"อริสได้แต่ทำท่าทางแตกตื่นกับเหตุการณ์ตรงหน้าเธอไม่อาจสงบสติอารมณ์เอาไว้ได้
              ตึง!
            ภารกิจสำเร็จ
             รางวัลภารกิจ       -  เลื่อนเลเวลทันที 3 เลเวล       - ความสนิทสนมของอริส + 50%
    ไม่ทันที่หน้ารวมของ "แถบสถานะ" จะปรากฎขึ้นมาก็มีเสียงแจ้งเตือนต่อทันที
             ตึง!
              ท่านหมดเวลาที่ใช้ในสถานที่ลึกลับแล้ว เหลือเวลาอีกห้านาทีท่านจะถูกส่งกลับไปในโลกเดิมของท่าน
             อริสยกยิ้มขึ้นมา "เจ้าคงจะถึงเวลาที่ต้องกลับไปแล้วสิ"             เควินพยักหน้า "อืม"
              "ถ้าเช่นนั้นไว้คราวหน้าเจ้าต้องพาข้าไปผจญภัยโลกภายนอกกับเจ้าได้หรือไม่" คำพูดที่แม้แต่ตัวของอริสยังไม่รู้ว่าตนเองพูดออกมาได้อย่างไร
                เควินตกตะลึงงันอริสบอกว่าอยากจะไปกับเขาด้วย เขาเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องปฏิเสธเธอ "ได้สิครั้งหน้าตอนที่ข้ามารับบททดสอบ ข้าจะมารับเจ้าไปกับข้าด้วย"
                 "สัญญากันแล้วนะ"
    .................
                ภาพตรงหน้าก็เลือนหายไปแทนที่ด้วยภาพผนังห้องเช่าในโรงเตี๊ยม เขาไปที่นั่นมาจริงๆเหรอทำไมไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้นเควินส่งจิตวิณญาณสำรวจร่างกายตนเองมีที่เปลี่ยนแปลงที่เดียวนั่นคือพลังวิณญาณที่เพิ่มขึ้นมาจากระดับหลอมรวมจิตวิณญาณขั้นที่หนึ่งเป็นขั้นที่สอง
                ก็อกๆๆ
                แอ๊ด!
                 เทียร่าเปิดประตูเข้ามาในห้องของเควินเธอก็พบว่าเขายังคงอยู่ท่าขัดสมาธิ
                 "เจ้าบอกข้ามาเสียเถอะเจ้ามาที่นี่ทำไม ให้เหตุผลที่ข้าฟังขึ้น"
               "เอ่อ.."เควินจ้องมองไปที่เทียร่าจากนั้นก็ยกยิ้มขึ้น"ถ้าเป็นฉากหน้านี่คงเป็นการเชื้อเชิญสามมหาอำนาจแห่งแดนใต้เพื่อเผด็จศึกใหญ่ที่กำลังจะมาในไม่ช้า....ถ้าเป็นความจริงก็คือพาอาริเชียออกมาจากที่นั่นเพื่อให้องค์จักรพรรดิทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น"
                เทียร่าถึงกับดวงตาเบิกกว้าง"มันเคลื่อนไหวแล้วอย่างนั้นรึ ถึงว่าท่านพ่อของข้าถึงผลักใสข้ามาให้เจ้า"
               "อืม พวกมันยังดักสังหารข้าระหว่างมาที่นี่เลย อีกทั้งยังส่งมาถึงสองกลุ่ม"               เทียร่ากล่าว "ถ้าเช่นนั้นคงต้องระวังมากยิ่งขึ้นไปอีก"                        เควินพึ่งอะไรบางอย่างขึ้นมาในทันที เทียร่าเคยบอกเขามาเนิ่นนานแล้วว่าเธอฝึกฝนมาสองธาตุแต่เขาก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอสักครั้งเดียว "เทียร่าเจ้าฝึกฝนธาตุที่สองคืออะไรอยู่ในตอนนี้"
               "ธาตุน้ำ ทำไมรึมีอะไร?"
               "วันนี้เป็นวันที่เทศกาลจัดเป็นวันที่เท่าไหร่แล้ว"เควินรีบกล่าวด้วยท่าทีร้อนรน
               "วันสุดท้าย"เทียร่ากล่าว
               "เทียร่าเจ้าอาจมาเพราะทำภารกิจแต่ในเทศกาลครั้งนี้ ข้าได้ข่าวที่ไม่แน่ใจว่าคือความจริงหรือไม่ "เคล็ดวิชาเทพมังกรธาราเยือกแข็ง" จะปรากฎมาในงานครั้งนี้ด้วย"
               !!!!
               เคล็ดวิชาเทพมังกรธาราเยือกแข็งสำหรับผู้ฝึกฝนธาตุอื่นที่ไม่ใช่ธาตุน้ำอาจไม่รู้จักมันแต่ในบรรดาที่เป็นผู้ฝึกฝนธาตุน้ำต้องรู้กันทุกคน มันคือวิชาของอสูรวิณญาณบรรพกาลที่เป็นตัวตนที่สูงส่ง อาจเรียกได้ว่ามันคือจักรพรรดิแห่งอสูรวิณญาณในอดีต
                เทียร่าตกตะลึงงันจนหลุดปากกล่าวออกมา "เจ้า...เจ้าว่าอย่างไรนะ"
                "เจ้าไปเตรียมตัวรับบททดสอบเถอะถ้าหากเป็นเรื่องจริงก็คงเป็นโชคของเจ้า ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันเวลา"
                เควินกล่าวจบเทียร่าเร่งฝีเท้าเดินกลับไปที่ห้องของตนเองทันที ในเมื่อมีโอกาสสามารถช่วยให้พลังคนในกลุ่มสามารถพัฒนาได้เขาก็ต้องทำ อีกทั้งเขายังเหมือนถูกรางวัลอีกด้วยเพราะเทียร่าที่เขาเห็นมาโดยตลอดการเดินทางของเขาเมื่อก่อนเธอจะใช้แต่พลังของธาตุมืดในการโจมตีเป็นหลักแต่ไม่คิดว่าเธอจะฝึกธาตุน้ำซุกซ่อนเอาและเขารู้สึกว่ามันก็เป็นไพ่ตายของเธออีกด้วย
                  ………
                เทียร่าทันทีที่กลับไปห้องของตนเองเธอใช้เวลาไม่นานผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเดิมออกนำผ้าคลุมสีดำประจำตัวของเธอและของที่จำเป็นติดตัวไปด้วยเสร็จแล้วเธอก็เหาะเหินไปอย่างรีบร้อนมุ่งหน้าไปที่บททดสอบที่อยู่ยังใจกลางงานเทศกาล
                เมื่อเดินทางมาจนถึงหน้าบททดสอบก็มีทหารเฝ้าตรวจเช็ดคนที่คอยเข้าไปรับบททดสอบ เทียร่าก็รีบตรงดิ่งหาพวกเขาเพื่อยืนยันการเข้าร่วมเข้าเธอในครั้งนี้ แต่ด้วยผ้าคลุมสีดำที่คลุมไว้ทั้งตัวทำให้เธอน่าสงสัยเมื่อเธอก้าวไปจนถึงก็ถูกทหารกีดกันไว้
                 "เจ้าถอดผ้าคลุมออกเสียเถอะที่นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ห้ามให้ปิดบังซ่อนเร่น"
                เทียร่าก็เกิดความขุ่นเคืองขึ้นในทันที "ข้ามีสิทธิ์เข้าไปและไม่ต้องแจ้งพวกเจ้า"
                 "พวกข้าไม่อาจฝ่าฝืนกฎที่ตั้งขึ้นได้เพราะฉนั้นถอดผ้าคลุมออกเสียเถอะ"
               ……
                 "นั่นเธอจะทำอะไรกัน"
                "ทหารพวกนั้นไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว ทำแบบนั้นไปก็เสียเวลาเปล่า"
                 "คงกลายเป็นจุดจบเหมือนพวกที่เคยกล้าลองอำนาจของทหารเหล่านี้แน่ๆ"
                  เสียงของผู้คนที่ซุบซิบกันถึงความไม่แยแสของทหารเหล่านี้ ทหารพวกนี้เป็นพวกราชสำนักส่งมาเพื่อเฝ้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองพวกเขาจะมาตรวจสอบการเข้ารับบททดสอบใครที่ไม่ถูกชะตาก็ไล่ตะเพิดไปนับว่าพวกเขาทำเพื่อความสนุกของตนเองทั้งนั้น
                แต่ถ้ามีใครฝ่าฝืนคำสั่งก็จะถูกทหารพวกนี้ใช้อำนาจจักรวรรดิซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิตจึงไม่มีใครกล้าต่อต้านพวกเขาแม้แต่คนเดียว
                  "ถอยออกไปเดี๋ยวนี้"เทียร่าแผ่พลังกดดันเล็กน้อยปกคลุมพื้นที่พลังความมืดมีมากจนคนที่อยู่รอบบริเวณหายใจลำบาก
                   ทหารที่เฝ้าประตูสี่ห้าคนร่างกายทรุดลงกับพื้นเข่าพวกเขาจมลงไปในพื้นดำ "อึก!...เจ้ากล้าฝ่าฝืนคำพูดของทหารรักษาการงั้นเหรอ...เจ้าจบแล้วเจ้าต้องได้รับโทษประหารชีวิตอย่างแน่นอน"
                 เทียร่าชักดาบเล่มสีดำที่อยู่ข้างกายออกมาชี้ไปที่ทหารคนที่กล่าวออกมาเมื่อครู่ปลายดาบจี้ไปที่คอหอยของเขา "ลองกล่าวลงโทษข้าดูสิ ใช่สิข้าขอบอกกล่าวแก่เจ้าไว้อย่างหนึ่งต่อให้จักรพรรดิมาที่นี่ก็ไม่กล้าวาจาเช่นเจ้ากับข้าคนนี้"
                  เทียร่ารั้งดาบกลับมาหันกายเดินเข้าไปในบททดสอบทันที พลังกดดันพลันหายไปอาการหายใจลำบากของผู้คนจากพลังความมืดก็กลับมา
               ในตอนนี้ทหารทั้งห้าคนอยู่ในสภาพกางเกงชุ่มชื้นที่ท่อนล่าง ดวงตาเบิงกว้างปากอ้าค้างมันเป็นอาการของคนตกตะตึงงัน ก่อนที่เทียร่าจะรั้งดาบกลับไปเมื่อครู่มันทั้งห้าคนสายตาตกไปที่ตัวดาบเล่มสีดำมันมีสัญลักษณ์พิเศษซึ่งเป็นตราประจำพระองค์ขององค์หญิงลำดับสองของจักรวรรดิรุ่งอรุณ ตราของราชวงศ์จะไม่สามารถลอกเลียนแบบได้เพราะมันมีเวทย์สะท้อนกลับที่ร่ายติดไว้กับตัวของตราหากผู้ใดฝืนทำขึ้นมาก็จะตายทันที
                 ……....