พวกเราตามกันกลับไปที่บ้านของไอเ้าคุณ ห้องเช่าเล็กๆ บนตึกแถวที่เรียงรายอยู่เต็มถนน ห้องขนาดเล็กที่พอจะอยู่ร่วมอาศัยกันได้สองคนแม่ลูก ซึ่งพวกเราเข้าไปเบียดกันอยู่ในห้องนั้น จนแทบหายใจไม่ออก ห้องเช่าที่บรรจุคนได้สองคนก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว แต่ในตอนนี้มีคนอยู่ในห้องมากถึงหกคน
“พวกนายหาที่นั่งกันเลยนะ เอาตามที่สะดวกเลย”
“มีที่ไหนให้นั่งบ้างวะ!!” ไอวินพูดก่อนจะหันมองซ้ายมองขวา หาพื้นที่นั่ง
“เออ ขอโทษละกันที่ห้องฉันมันเล็ก”
“วินเสียงเบา ๆ จะรบกวนข้างห้องเขา” ผมพูดปรามมันก่อนที่มันจะเอ่ยปากเถียงอะไรไอเ้าคุณออกมา ความปากไวปากหมาของมันนี่พาชีวิตเพื่อนวุ่นวายสุด ๆ
“แล้วแม่มึงอยู่ไหนอะเ้าคุณ” ไอปาล์มเงยหน้าขึ้นมาถาม ก่อนจะก้มไปหาอะไรสักอย่างในกระเป๋า
“ไอเหี้ยนี่ก็เอาแต่แดก” ไอมอสพูดขึ้นหลังจากที่เห็นไอปาล์มคว้าถุงสาหร่ายม้วนขึ้นมากิน
“เออ ปล่อยมันไปเถอะ แล้วสรุปแม่ไปไหน”
“แม่คงไปทำงานแหละ” มันตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะดี
“เอ่อ.. พวกกูขอโทษนะมึง” ผมพูดก่อนจะไปลูบหลังมัน
“ไม่เป็ไรหรอก” มันพูดพร้อมดึงมือผมออก ก่อนจะหันมายิ้มใส่ผม
“แพรวา นั่งบนเตียงเถอะ” ไอมอสพูดก่อนจะค่อย ๆ หลีกทางให้แพรวาเข้ามานั่งข้างใน
“จะตามมาทำไมยัยหนู”
“ก็ฉันกลัวพวกนายจะแกล้งคุณนะสิ”
“โอ้ย!! ยายบ้า ฉันจะทำไปทำไม โง่จังวะ!!!”
เพียะ
“ไอวินเสียงเบา ๆ” ผมตบไปที่หัวของมันแรง ๆ หนึ่งที ด้วยความรำคาญเต็มที่ คนห่าไรพกลำโพงติดตัวตลอดเวลา แต่จริง ๆ ก็ตบเพราะมันมาด่าหลานผมนี่แหละ
“ตามมาแค่วันนี้ก็พอนะวันอื่นไม่ต้องมา” ผมพูดก่อนจะลงไปนั่งที่พื้นแล้วเอาหลังพิงกับเตียง
พอจัดที่จัดทางเรียบร้อยไอเ้าคุณก็จัดแจงเอาน้ำเอาท่ามาให้พวกผม พวกเราคุยกันสัพเพเหระ ไปเรื่อยเปื่อยเพื่อรอเวลา รวมถึงเื่ไอนิคด้วย ทำให้ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเราเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น จนอยู่ๆประตูบานเล็ก ๆ ก็ถูกเปิดออกด้วยร่างของผู้หญิงที่อายุประมาณ 33-35 ปี เธอสวมชุดเดรสสีแดงรัดรูปที่เว้าจนเผยให้เห็นิัข้างใน เอวบาง ๆ ของเธอรับกับส่วนเว้าของชุดได้เป็อย่าง เธอก้มลงถอดรองเท้าส้นสูงจากขาที่เรียวยาว ท่อนล่างถูกปกปิดเพียงกระโปรงสั้น ๆ ผมที่ปรกลงมาทำให้ผมเห็นหน้าของเธอได้ไม่ชัดเท่าไหร่นัก ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาเฉี่ยวคมที่รับกับสันจมูกที่โด่งแหลม ปากกระจับถูกทาทับด้วยสีแดงชาด ทันทีที่ผมเห็นหน้าเธอผมถึงกับพูดไม่ออก ไม่ใช่เพราะตกตะลึงในความสวย แต่ผมคือลูกค้าประจำของเธอในชาติที่แล้ว
“โบตั๋น” ผมเผลอพูดชื่อเธอออกมา จนสายตาทุกคนหันมาทางผมรวมถึงเธอด้วย
“หนูรู้จักน้าหรอจ้ะ” เธอเอ่ยถามหลังจากที่เห็นผมหลุดพูดชื่อเธอออกไป
“เอ่อ. .คือว่า ผมจำได้จากพ่อน่ะครับ”
“พ่อ ?” เธอทำหน้าสงสัย หน้าตาเธอออกอาการประมาณว่าพ่อผมเป็ลูกค้าของเธอหรอ
“ไม่ใช่แบบที่แม่คิดนะครับ ตอนที่แม่โดนจับครั้งก่อน พ่อของทีมเขาเป็สารวัตรคดีนั้นน่ะครับ”
“อ๋อ น้าจำได้แล้วจ้ะ หนูคนที่มีเื่ชกต่อยมาแล้วมาหาคุณสารวัตรที่สถานีนี่เอง แต่ถึงน้าจะทำอาชีพแบบนี้ ยังไงก็ให้เกียรติเรียกน้าดี ๆ ด้วยนะจ้ะ ยังไงน้าก็เป็แม่ของเ้าคุณเขา” เธอพูดก่อนจะส่งสายตาดุ ๆ มาทางผม มันเป็สายตาที่ผมชอบมาก ยิ่งตอนที่อยู่บนเตียง มันเป็สายตาที่ดึงดูดอารมณ์ผมสุด ๆ
“ขอโทษครับคุณน้า แต่ผมมีเื่ให้ช่วยครับ”
“น้าพอจะรู้เื่มาบ้างแล้ว เ้าคุณส่งข้อความมาบอก แต่มันติดปัญหาอยู่อย่างเดียว ตอนนี้คนที่ช่วยได้เขาตายไปแล้วน่ะสิ”
“ห้ะ!! เวรแล้วไงทำไงล่ะทีงี้!!” ไอวินะโออกมาอีกรอบจนผมต้องเอื้อมไปตบหัวมัน ก่อนจะทำปากชู่ว ๆ ใส่มันให้มันรับรู้ว่าช่วยเสียงเบา ๆ ลงหน่อย หรือถ้าทำไม่ได้ ก็ควรจะหุบปากไปสะ
“เขาเป็ใครหรอครับ” ผมเอ่ยถามเธอขึ้นมา เพราะถ้าเดาไม่ผิดเธอก็คงหมายถึงผม
“เอ่อ. .น่าจะพูดได้แหละ ถ้าเื่ยาข่าวที่ดังเมื่อเดือนก่อน ที่ถูกตำรวจวิสามัญพวกหนูพอจะรู้กันไหมคะ”
“ระ..รู้ค่ะ นะ..หนูรู้ดีเลยค่ะ” เสียงยัยหนูดังขึ้น เสียงตอบที่ปนสะอื้นเล็กน้อย ทำให้ผมคิดได้ ผมลืมคิดไปว่าเหตุการณ์นั้นมันทำให้เธอเสียพ่อของเธอไป ผมเอื้อมมือไปจับที่มือของเธอ ก่อนจะพูดคำว่าขอโทษออกมาเบา ๆ
“ดีเลยค่ะ คนคนนั้นแหละที่พอจะช่วยพวกหนูได้ แต่น่าเสียดายที่เขาตายไปแล้ว ว่าแต่หนูร้องไห้ทำไมจ้ะ” เธอพูดก่อนจะหันไปลูบหัวยัยหนูเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“สาเหตุที่เขาถูกวิสามัญ ก็เพราะยิงตำรวจตายใช่ไหมครับ แล้วตำรวจคนนั้นก็คือเอ่อ.. พ่อของเธอแหละครับ”
“ตายจริง น้าขอโทษจ้ะ” เธอกล่าวคำขอโทษก่อนจะดึงยัยหนูเข้าไปกอด เธอหยุดร้องทันทีที่ได้ไออุ่นนั้น ผมรู้ดีว่าอ้อมกอดของเธอมันอบอุ่นแค่ไหน ผมได้รับมันมาเป็พันครั้งแล้ว
“ถึงน้าจะช่วยเื่นั้นไม่ได้ แต่พอมีหนทางที่ช่วยอยู่ได้นะจ้ะ” โบตั๋นเธอพูดขึ้นมาทำให้ความสนใจทุกอย่างไปหยุดอยู่ที่เธอ
“ช่วยยังไงครับ” มอสกับปาล์มเอ่ยถามขึ้นทันทีหลังจากที่เธอพูดจบ
“อาชีพแบบน้า ถ้าอยากจะซื้อยาเสพมันก็ไม่แปลกเท่าไหร่ใช่ไหมล่ะ ตัวล่อที่พวกหนู้าน้าจะช่วยเป็ให้เอง”
“ไม่ได้ครับ มันอันตรายเกินไปครับ น้าไม่ได้เกี่ยวข้องเลย พวกผมไม่สามารถรบกวนคุณน้าได้หรอกครับ” ผมปฏิเสธเธอทันที ใครมันจะไปยอมให้ยอดยาหยีของผมต้องไปเสี่ยงอันตรายล่ะ เหอะ ๆ ไม่มีทางหรอก
“แล้วพวกหนูจะทำยังไงล่ะ ฟ้องคุณพ่อหรอ ? น้ารู้นะว่าสาเหตุที่หนูไม่บอกพ่อแต่แรก เพราะกลัวเพื่อนโดนจับ” เธอตอบผมกลับทันควัน คำตอบของเธอทำให้ผมไม่สามารถโต้เถียงอะไรเธอได้เลย
“ก็ใช่ครับ ตะ..แต่คุณน้า”
“ไม่เป็ไรจ้ะ เ้านิคมันก็เป็เพื่อนกับเ้าคุณมาแต่เด็ก น้าเต็มใจที่จะช่วย”
“ออบอุนอากอั้บอุนอ๊า(ขอบคุณมากครับคุณน้า)” เสียงไอปาล์มที่ปากเต็มไปด้วยขนมเอ่ยขึ้นมา
เพียะ
เสียงตบดังลั่นขึ้นมา สาเหตุเกิดจากไอมอสที่เอื้อมมือไปตบหัวไอปาล์มอย่างแรง
“แดกให้หมดแล้วค่อยพูด ไอตะกละ”
“ฮิฮิ พวกหนูนี่ดูรักกันแบบรุนแรงดีนะ”
“แล้วเราควรจะเริ่มยังไงดีครับ” ผมพูดแทรกขึ้นไป
“เื่การซื้อขายน่ะมันไม่ยากหรอก แต่จะทำยังไงให้เ้านิคมาส่ง เอ่อ…แล้วก็เื่…”
“ถ้าเื่เงินผมออกเองครับ!!!” วินเป็คนเสนอตัวเื่ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ตามประสาลูกคนรวย
“ไม่ใช่แค่เื่นั้น เอ่อ..น้าหมายถึงของกลางอะจ้ะ พวกหนูคงไม่คิดว่าน้าจะเสพเองหรอกใช่ไหม”
“กดลงชักโครกไปครับ ทางที่ดีก็ห้องน้ำสาธารณะ” ผมตอบออกไปแบบไม่ได้คิดอะไร มันเป็วิธีพื้นฐานเลยที่คนเสพยาเขาใช้กันเวลาเจอตำรวจ
“มึงรู้ได้ไงอะ!!” ไอวินะโถาม ผมจะเงยหน้าขึ้นมาตบหัวมันอีกครั้ง แต่สายตารอบ ๆ ที่มองมาคือเห็นด้วยกับคำถามของไอ้วิน ผมเองก็ลืมคิดไปว่าไอเด็กนี่มันไม่เคยเสพยา ถ้ารู้วิธีพวกนี้ก็คงผิดปกติ
“พ่อบอก” ข้ออ้างสุดฮิตครับ พ่อเป็ตำรวจจะไม่รู้ได้ไง รู้สึกว่ามันเป็ข้อแก้ตัวที่ทำให้ตัวเองดูฉลาดสุด ๆ
“มึงคุยกับพ่อมึงหรอ อ้างไปเรื่อย มึงต้องเคยเสพแล้วพ่อจับได้ มึงเลยใช้วิธีนี้แน่ ๆ”
“ไปตายไอสัส” ผมถีบเข้าไปที่ไอมอสอย่างแรง จนมันเซล้มไปหาไอปาล์ม
“ออกไออะ (ออกไปนะ)” ไอปาล์มพูดก่อนจะผลักไอมอสให้ออกจากตัว แต่เขาก็ขึ้นชื่อนะครับ สามารถแดกได้ตลอดเวลาจริง ๆ ประทับใจในตัวเพื่อนสุด ๆ
“งั้นก็เอาตามนั้นจ้ะ ส่วนเื่ซื้อขายอะไรน้าเป็ธุระให้ได้”
“ครับขอบคุณครับ น้าจะเริ่มตอนไหนก็บอกได้เลยนะครับ พวกผมจะสแตนด์บายรอ”
“เสาร์นี้เลยไหม น้าว่างพอดี”
“โอเออั้บ”
“ได้ครับผม!!”
“ครับ”
“ได้ครับ ส่วนเธอไม่ต้องมานะยัยหนู อยู่บ้านทำการบ้านไป”
พวกเราจัดแจ้งนัดหมายเวลาอะไรกันเรียบร้อย ก็เตรียมตัวแยกย้ายกลับบ้าน ผมเดินออกจากห้องของโบตั๋น สายตาก็ชำเลืองมองไปที่ห้องของไอนิค แม่ของมันเปิดประตูออกมาพอดี สภาพของแม่มันตอนนี้คือหน้าซูบผอม จนเห็นกรามได้ชัด ตาลึกโบ๋ รอบตาดำจากการไม่ได้นอนมาหลายคืน
“นะ..หนู เป็เพื่อนของนิคใช่ไหมลูก..ชะ..ช่วยนิคด้วยนะลูก เอานะ..นิคกลับมาคืนแม่ที” อยู่ดี ๆ แม่ของมันก็วิ่งเข้ามากอดผม ร้องไห้ฟูมฟาย เป็ครั้งแรกที่ผมได้เห็นการสูญเสีย ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยมองเห็นตรงนี้เลย ไม่เคยรับรู้ว่าการสูญเสียมันเกิดขึ้นจริง ผมสนใจแค่เงินที่ได้มาจากมัน