อ๊อด...
มันเป็อะไรที่ดูไร้เหตุผลและสิ้นคิด หลังจากเมื่อวานตั้งใจไว้เป็มั่นเหมาะปฏิญาณกับตัวเองอย่างแน่วแน่ว่าฉันจะเดินหน้าใช้ชีวิตต่อโดยฝังกลบเื่ราวเมื่อคืนและไม่ขุดมันขึ้นมาใส่ใจอีก แต่ไปไงมาไงไม่รู้กลายเป็ว่าตอนนี้ฉันกำลังกดออด และยืนรออย่างใจจดใจจ่อให้คนที่อยู่ภายในห้องเปิดประตูต้อนรับฉันเข้าไป
บ้าสิ้นดี! ฉันเอาแต่วนคิดถึงผู้ชายคนนี้ไม่ยอมเลิกไม่เป็อันกิน นอนหรือทำอะไรก็แล้วแต่ ภาพของเขามักจะปรากฏอยู่ในทุกที่รอบกาย ฉันรู้ว่าเขาอันตรายเป็เหมือนกับกองไฟร้อนระอุ มีโอกาสเผาผลาญหัวใจให้มอดไหม้ แต่แปลกมากที่ความรู้สึกกลัวว่าจะต้องเสียใจกลับไม่มี
ยอมลงทุนเอาหัวใจเข้าไปเสี่ยงกับอะไรที่มันดูไร้สาระไม่มีเค้าโครงความมั่นคงแน่นอนให้เห็นแม้เพียงเลือนราง อาจเป็ได้แค่ของเล่นฆ่าเวลาให้กับผู้ชายคนนั้น
่จังหวะกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยฉันรู้สึกได้ว่าบรรยากาศรอบข้างเย็นะเืขึ้นเรื่อยๆ ทั้งชั้นมีเพียงห้องนี้ห้องเดียวและแน่นอนว่าบริเวณโถงทางเดินมีฉันยืนอยู่เพียงลำพัง
ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมอย่างที่คิดไว้ มันเป็เพนท์เฮ้าส์หรูใจกลางกรุงราคาเหยียบร้อยล้านอสังหาริมทรัพย์ที่ฉันเองก็เคยใฝ่ฝันอยาก ทว่ามีแค่เงินแต่ไร้อำนาจทำให้ไม่อาจเป็เ้าของได้
ความเงียบสงัดทำให้ฉันได้ยินเสียงเข็มวินาทีของนาฬิกาบนข้อมือซึ่งกำลังทำหน้าที่เดินนับเวลาดังก้องอย่างชัดเจน ผ่านไปยังไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำแต่กลับรู้สึกคล้ายว่าเวลาเดินมาแล้วครึ่งชั่วโมงการเฝ้ารอเป็อะไรที่ทรมานเหลือเกิน
แอ๊ด...
ในที่สุด่เวลาที่รอคอยก็มาถึงบานประตูถูกเปิดออก พร้อมบุคคลที่ฉันโหยหาอยากพบหน้ากำลังยืนล้วงกระเป๋ากางเกงนอนผ้าฝ้ายหรี่ตามองมาคล้ายจับผิด
“นึกว่าจะไม่มา”
เสียงทุ้มต่ำฟังดูแปร่งๆเ้าของห้องคงเพิ่งงัดตัวเองให้ลุกออกจากเตียงนอนอันหนานุ่มสังเกตได้จากเส้นผมพองฟูไม่เป็ทรง และคราบบางอย่างบริเวณหัวตา
ไม่แปลกหากเขาจะคิดเช่นนั้น ในเมื่อตอนนี้ปาเข้าไปตีหนึ่งเกือบครึ่งอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าดวงอาทิตย์จะกลับมาทำหน้าที่ของมัน แต่ฉันอ่ะมายืนเสนอหน้าอะไรอยู่ตรงนี้
“ก็คุณบอกถ้าอยากรู้ให้กลับมา นี่ไง ฉันก็มาแล้วทีนี้จะบอกได้หรือยังว่าคุณเป็ใคร?”
ฉันอ้างถึงข้อตกลงแรกที่เขาเคยเอ่ยไว้ ทั้งๆที่เป้าหมายหลักคือข้อเสนออันที่สองที่เขายื่นให้ สาเหตุที่ฉันมาที่นี่และกำลังยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนี้เป็เพราะ้าต่อเื่นั้นกับเขาต่างหาก การทำความรู้จักกันมันคือเหตุผลรอง
คิ้วเข้มเลิกขึ้น มือซึ่งกำลังล้วงจกกระเป๋าเปลี่ยนมายกขึ้นกอดอกและเอนกายพิงขอบประตูมองจ้องฉันอย่างมีเลศนัย สายตาคมที่ราวกับมองอะไรต่อมิอะไรได้อย่างทะลุปรุโปร่งสร้างความประหม่าให้อีกครั้ง ฉันเลี่ยงไม่สบสายตาและพยายามไม่โฟกัสกล้ามหน้าอกหนั่นแน่นที่ไร้สิ่งปกปิด หลังแอบชำเลืองมาได้สักพัก
“แล้วคีย์การ์ดที่ผมให้อยู่ไหน?”
เขาเมินสิ่งที่ฉันเอื้อนเอ่ยและถามหาอย่างอื่นแทน
“ทิ้งไปแล้ว”
ฉันโกหกตาใส ความจริงมันอยู่ที่บ้านต่างหาก
หลังทะเลาะกับตัวเองอยู่นานและด้านมืดชนะขาดด้วยความรีบร้อนเพราะออกมาดึกมาก กลัวว่าผู้ชายจะหลับหนีทำให้ฉันเผลอลืมสิ่งสำคัญไปเสียสนิท
ดีที่พนักงานรักษาความปลอดภัยจำได้ว่าเมื่อเช้าฉันเพิ่งเดินออกไปจากที่นี่ เลยปล่อยให้ขึ้นมาอย่างง่ายดายเพียงแค่ทำหน้าตาน่าสงสาร พูดจาออเซาะ และกุเื่โกหกเล็กน้อย
“ในเมื่อตัดสินใจทิ้ง แล้วจะแบกหน้ากลับมาทำไม?”
น้ำเสียงเ็าไม่ต่างจากคำพูดเขาดูไม่พอใจในคำตอบที่ฉันมอบให้
“เปลี่ยนใจไม่ได้หรือไง? ชื่อคุณมันสำคัญกับฉันมากนะเกิดพลาดท้องขึ้นมา อนาคตฉันจะบอกลูกยังไงว่าใครเป็พ่อ”
สร้างเื่ขึ้นเป็ตุเป็ตะกระดากปากชะมัดที่พูดถึงอะไรแบบนี้ ลูกอะไร ท้องอะไร ก่อนกลับบ้านฉันรีบแวะซื้อยาคุมฉุกเฉินแกะโยนใส่ปาก ั้แ่อยู่หน้าร้านขายยาไปละ ใครจะโง่ปล่อยให้ตัวเองท้องไม่มีพ่ออับอายขายขี้หน้าชาวบ้านชาวช่อง
“ท้อง? คุณกำลังพูดเื่ไร้สาระอะไรอยู่”
ใบหน้าคมคายฉายแววความสงสัยเขาดูไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันพูดจริงๆ ไม่ใช่กำลังแกล้งโง่หรือตั้งใจจะปั่นประสาทแต่อย่างใด
“เราจะยืนคุยกันตรงนี้อีกนานไหม? ฉันหนาว”
ได้โอกาสต้องรีบต่อรอง หากยังยืนคุยกันอยู่ตรงนี้มีหวังคืนนี้ฉันได้กลับไปนอนบ้านแน่
คู่สนทนาทำสีหน้าครุ่นคิดชั่งใจ ทั้งๆที่เขาเป็คนออกปากเชื้อเชิญฉันให้กลับมาทำเื่อย่างว่ากับเขาต่อแท้ๆ ทำไมจู่ๆ ดูเหมือนไม่อยากให้เข้าไปในห้องหรือเขาหิ้วชะนีตัวใหม่ขึ้นมาคั่ว
แต่สิ่งที่คิดและมโนไปเองอาจไม่ได้เป็เื่จริงเมื่อร่างสูงยอมกระเถิบถอยเปิดทางให้ ฉันจึงเดินเยื้องย่างเข้าไปภายในวางมาดให้ทุกท่วงท่าราวกับนางพญา
ภายในห้องยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือมืดแทบจะสนิทผ้าม่านหน้าต่างปิดชนกันทุกผืน คืนเดือนหงายไม่มีประโยชน์อะไรในค่ำคืนนี้ดีที่ยังมีแสงสว่างจากไฟดวงเล็กๆ ข้างกำแพง ส่องให้พอมองเห็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆและทางเดิน
ฉันไม่ค่อยถูกโฉลกกับความมืดสลัวอึมครึมจึงถือวิสาสะเดินไปกดเปิดสวิตช์โคมไฟกลางห้องโถงและหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวใกล้ๆโดยผู้เป็เ้าของห้องเดินมาทิ้งตัวนั่งฝั่งตรงข้าม ให้ความรู้สึกห่างเหินยังไงชอบกล
จู่ๆ ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบแทนที่เขาจะทวนคำถามด้วยความสงสัยเหมือนคราแรก แต่กลับนั่งมองหน้าฉันด้วยท่วงท่าสบายๆสายตามีแต่ความเรียบเฉยไร้แววความอยากรู้อยากเห็น จนฉันเกิดความกดดันเผลอตัวละล่ำละลักพูดออกไปเอง
“เมื่อคืนฉันไม่รู้ว่าคุณป้องกันหรือเปล่ามันอาจพลาด และไม่แน่ว่าตอนนี้อาจเกิดการปฏิสนธิอยู่ในท้องฉันแล้วก็ได้”
คนตรงหน้ายังคงความนิ่งสงบเอาไว้ประหนึ่งว่าตอนนี้เรากำลังเล่นเกมใครขยับก่อนคนนั้นแพ้กันอยู่จากที่เขาต้องเป็ฝ่ายอึ้ง กลายเป็ฉันลนลานแทน
“คุณจะไม่กังวลอะไรสักหน่อยเหรอ?ฉันอาจกำลังท้องลูกของคุณอยู่ก็ได้นะ”
“ถ้าคุณห่วงเื่นั้น สบายใจได้เลยยังไงคุณก็ไม่ท้อง”
อากัปกิริยานิ่งเฉยทำฉันงงแล้ว คำพูดกับท่าทางของเขาสร้างความงงงวยให้หนักเข้าไปใหญ่อะไรทำให้อีกฝ่ายดูมั่นใจได้ขนาดนั้น หรือว่าเขาป้องกัน
“คุณป้องกัน?”
“หึ!”
ฉันได้รับเสียงหัวเราะต่ำๆในลำคอแทนคำตอบ ใบหน้าเขายังคงไร้รอยยิ้ม แต่แปลกที่ฉันรู้สึกได้ว่าเขากำลังตลกขบขันอย่างมากแต่ก่อนจะได้เอ่ยถามอะไรคู่สนทนากลับไม่เปิดโอกาสให้
“อะไรทำให้คุณมั่นใจว่าเมื่อคืนเรามีซัมติงกัน?”
พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงเขากำลังจะบอกว่าฉันคิดไปเองฝ่ายเดียวงั้นเหรอแล้วเสื้อผ้าที่หลุดออกมาจากร่างกายฉันนั่นล่ะเื่นี้มีเหตุผลอะไรที่พอจะฟังขึ้นได้บ้าง
“ก็ถ้ามันไม่ใช่อย่างที่คิด แล้วเสื้อผ้าฉันหลุดออกจากร่างกายได้ไงคุณจะบอกว่าฉันเป็คนถอดมันออกมาเองงั้นเหรอ? เพราะถ้าอ้างแบบนั้นบอกเลยว่าฉันไม่เชื่อ!!”
ฉันยืนยันเสียงดังฟังชัดด้วยความมั่นใจในตัวเองก็อย่างที่บอกต่อให้เมาแค่ไหนฉันก็ไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนั้น อยู่ๆจะนึกอุตริลุกขึ้นมาแก้ผ้างั้นเหรอ ไม่มีทาง!!
“อ่อ ผมเป็คนถอดมันออกเอง”
“น่ะ!เห็นไหม? คุณยอมรับแล้ว”
ฉันลุกพรวดพร้อมยกนิ้วชี้หน้าอีกฝ่ายรู้สึกภาคภูมิใจที่ตัวเองเป็ฝ่ายชนะ แต่ดีใจได้เพียงไม่นานรอยยิ้มบนริมฝีปากกลับต้องหุบลงและเปลี่ยนเป็เบ้ด้วยความเสียหน้า
“แต่เป็เพราะคุณอ้วกใส่ตัวเองจนเปื้อนและเหม็นชึ่งผมทนให้คนสกปรกอยู่ในห้องด้วยไม่ได้จริงๆ เลยต้องถอดและเอาไปซักอบให้”
“แล้วจำเป็ต้องถอดชั้นในออกทั้งหมดด้วยเหรอ?”
ฉันยังคงไม่ลดละความพยายามในการจับผิดไล่ต้อนอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ จนกว่าเขาจะหาข้ออ้างไม่ได้ และยอมรับความจริงว่าเมื่อคืนเราสองคนมีอะไรกัน
“ความจริงก็ไม่ต้องหรอกแต่คุณดันอ้วกอีกรอบน่ะสิ”
ไหล่กว้างไหวเล็กน้อยอีกทั้งกลีบปากหยักยังยกยิ้มเย้ยหยันฉันหงุดหงิดจนต้องกำมือแน่นพร้อมกัดฟันระงับโทสะ เคยเป็แต่ผู้ชนะพอมาเจอเขาฉันกลับแพ้ราบคาบครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังทำอะไรไม่ได้ด้วยจะไม่ให้โมโหได้ยังไง
ยัง...ฉันยังเหลือไพ่ใบสุดท้ายที่จะงัดขึ้นมาเป็ฝ่ายนำเกมเพราะเขาเป็คนหลุดพูดมันออกมาเอง ฉันได้ยินเต็มสองรูหู
“งั้นที่คุณบอกกับฉันว่า ‘เจอกันมากกว่า 1 ครั้งแถมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยกันอีกตั้ง 1 คืน’ คุณจะแก้ตัวยังไงดี?”
ชัดเจนขนาดนี้ดิ้นไม่หลุดล่ะสิถึงได้นั่งนิ่งไม่ไหวติงแบบนั้น คำพูดย้อนกลับไปฆ่าตัวเองแท้ๆ
ได้เวลาที่ฉันต้องยิ้มกว้างและหัวเราะให้กับชัยชนะโง่ๆ ที่เพิ่งได้มาสักที ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันจะมาเสียเวลานั่งเถียงยืนเถียงกับผู้ชายคนนี้ทำไม โคตรเสียเวลาชีวิต แต่แปลกมากฉันกลับมีความสุขอย่างไร้สาเหตุ
“ฮ่าๆ”
ลุคหนุ่มมาดขรึมจอมเ็าถูกทำลายอย่างย่อยยับเมื่อริมฝีปากหยักที่มักยกยิ้มมุมปากนิดๆ หน่อยๆ กลับอ้ากว้างจนสุดและปล่อยเสียงหัวเราะร่าออกมา บริเวณหางตามีหยดน้ำใสๆ ซึมไหลจนแทบมองไม่เห็นแต่เพราะมีแสงของโคมไฟส่องสะท้อน มันเลยดูโดดเด่นสะดุดสายตา
นี่เขากำลังขำจนน้ำตาเล็ดเลยเหรอมันมีอะไรส่วนไหนที่ดูน่าตลกกัน?
ฉันที่กำลังจะยิ้มเย้ยต้องรีบหุบปากและมองเขาด้วยสายตางุนงง ไม่นานอาการอึ้งจนเอ๋อรับประทานก็มาเยือนเมื่อสิ่งที่ฉันกำลังสงสัยถูกไขจนกระจ่าง
“ที่พูดน่ะ ผมหมายถึงเมื่อ 3เดือนก่อนที่นิวยอร์กต่างหาก”