แสงแดดยามเช้าลอดผ่านบานม่านที่ยังไม่ได้ปิดสนิท เงาไหวจากต้นไม้ข้างนอกทอดตัวเป็ลายคลื่นบนผ้าปูเตียงสีขาว ร่างของเขายังนอนอยู่ข้างเธอ แขนของเขาโอบรัดรอบเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเพียงคลายออกเล็กน้อยทุกอย่างจะหายไป
วริษานอนนิ่ง ไม่หลับตา แต่ก็ไม่ลุก ไม่ขยับ ไม่พูดอะไร อากาศเช้านี้อบอ้าวจนเหงื่อซึมตามไรผม แต่สิ่งที่หนักแน่นกว่าความร้อนคือความอึดอัดที่กำลังกัดกินในอก
เธอไม่ควรอยู่ตรงนี้ ไม่ควรอนุญาตให้เขายังแตะต้องเธอ ไม่ควรปล่อยให้หัวใจที่เกือบจะเยียวยาเริ่มกลับมาเจ็บใหม่ เธอไม่เคย้าความผูกพัน เธอรู้ดีว่าความรักมีแต่จะทำให้คนกลายเป็ซาก และเธอ…เธอก็เป็ซากของบางอย่างมาั้แ่นานแล้ว
เขาขยับตัว มือใหญ่ลูบหน้าท้องเธอเบา ๆ ปลายนิ้วลากผ่านสะดือโดยไม่ตั้งใจ ก่อนจะกระซิบเบา ๆ ข้างหูเธอด้วยเสียงง่วงงุน
“หมอ…ผมฝันว่าเรามีบ้านริมทะเล มีเตียงไม้ มีผ้าปูสีฟ้าอ่อน หมอใส่เสื้อเชิ้ตตัวเดียวของผมเดินออกมาจากห้องครัว แล้วหัวเราะตอนผมจับได้ว่าแอบกินกาแฟแก้วที่สองทั้งที่หมอสั่งคนไข้ให้ลดคาเฟอีน…”
เธอไม่พูดอะไร แต่อกเธอขยับแรงขึ้นนิดหน่อย
เขาแนบริมฝีปากลงที่หลังคอของเธอ จูบเบา ๆ อย่างไม่เร่งร้อน แล้วเปลี่ยนมาหยอกด้วยปลายลิ้นตรงรอยต่อของเส้นผมและผิวเนื้อ เสียงหอบเบา ๆ ดังขึ้นโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งใจ เธอหันหน้ามาอย่างช้า ๆ สบตาเขาตรง ๆ ดวงตาคู่นั้นยังเหมือนเดิม...แต่อะไรบางอย่างในนั้นเปลี่ยนไป
เธอกระซิบกลับ “ความฝันพวกนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริงหรอก”
เขายิ้มอย่างปวดร้าวก่อนจะตอบ “ผมก็รู้…แต่มันเป็ฝันเดียวที่ผมไม่อยากตื่น”
มือของเธอยกขึ้น ลูบกรามของเขาแ่เบา สายตาที่เคยแข็งอย่างหมอกลับอ่อนลงนิดเดียว ราวกับยอมแพ้ให้กับบางอย่างชั่วครู่ ก่อนจะพลิกตัวขึ้นคร่อมเขาช้า ๆ แล้วกดริมฝีปากจูบลงมาอย่างจงใจ
รสจูบครั้งนี้ต่างจากทุกครั้ง ไม่ใช่แค่แรง ไม่ใช่แค่ลึก แต่มันมีอะไรบางอย่างที่เหมือนอำลา
ลิ้นของเธอไล้เข้าไปในโพรงปากเขา ละเมียดละไมแต่ร้อนแรง มือทั้งสองวางบนอกเขาแล้วไล้ลงผ่านหน้าท้องแน่น ๆ ของเขา ก่อนจะหยุดอยู่ตรงขอบผ้าห่ม เธอล้วงเข้าไปปลดกางเกงนอนเขาออกช้า ๆ พร้อมสายตาที่ไม่ละไปจากเขาแม้แต่วินาทีเดียว
เขาหอบแรงขึ้นเมื่อความแข็งขืนของเขาถูกปล่อยเป็อิสระ ใบหน้าของเธอก้มลงจูบไล้ั้แ่ยอดอกเขาลงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าท้อง ก่อนจะใช้ปลายลิ้นตวัดที่โคนลำแข็งของเขาเบา ๆ สายตาเธอยังแแ่กับเขาเหมือน้าจดจำทุกอณู ทุกความรู้สึก ทุกเสียงหายใจที่เปลี่ยนไปเพราะััจากเธอ
เขาแอ่นสะโพกเบา ๆ ตอบรับเมื่อเธออ้าริมฝีปากครอบลงไปอย่างลึกล้ำ เสียงครางต่ำกระซิบจากลำคอของเขา ความชื้นอุ่นภายในปากของเธอกับแรงดูดเบา ๆ ทำให้เขาเกร็งสะโพกไม่รู้ตัว มือทั้งสองจิกลงกับผ้าปูที่นอน ร่างสั่นระริก
เธอเร่งจังหวะขึ้นช้า ๆ ปลายลิ้นตวัดวนรอบส่วนปลายอย่างชำนาญ แล้วกดลงลึกสุดให้รู้สึกถึงแรงต้านจากลำคอ เสียงหอบหายใจเขาดังขึ้นจนห้องสั่นไหว
ก่อนที่เขาจะปลดปล่อย เธอกลับหยุด หยัดตัวขึ้นช้า ๆ แล้วจัดท่าคร่อมเขา ปลายลำแข็งของเขาเสียดสีจุดกลางที่เปียกชื้นและบวมเต่งของเธอจนเขาครางออกมาอย่างไม่อาจทน
เธอจับปลายสอดเข้ามาทีละน้อย ปล่อยให้แรงดันแทรกเข้ามาอย่างทรมานช้า ๆ ผนังด้านในตอดรัดรุนแรงทันทีที่เขาเข้าไปได้ครึ่งทาง เขากัดฟันกรอด พยายามไม่กระแทกสวนขึ้นไปอย่างควบคุมตัวเอง
แต่เมื่อเธอกดสะโพกลงจนเขาแแ่อยู่ข้างในจนสุด…เขาก็ไม่ไหวอีกต่อไป
เขาจับสะโพกเธอแน่น แล้วเริ่มขยับสวนจังหวะกับแรงโยกของเธอ สะโพกเธอกระแทกลงอย่างสม่ำเสมอ แรง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสะท้อนกับผนังห้อง ความลื่นและอุ่นของภายในเธอทำให้เขาแทบคลั่ง ร่องรักของเธอตอดรัดแทบไม่ปล่อย
เธอครางออกมาดังลั่น ร่างบิดเร่าด้วยแรงเสียวที่ค่อย ๆ ก่อตัวเป็คลื่น สะโพกเขาสวนขึ้นแรงขึ้น เขาโน้มตัวขึ้นมาดูดปลายยอดอกของเธอที่กระเพื่อมตามแรงกระแทก ทั้งดูด ทั้งบีบ ทั้งขบเบา ๆ จนเธอกระตุกเสียงหลง
“อีก…แรงอีก…อย่าหยุด” เธอกระซิบเสียงหอบติดขัด
เขารวบเธอไว้แน่นแล้วเปลี่ยนท่าในจังหวะเดียวให้เธอนอนหงายอยู่ใต้ร่าง เขากระแทกเข้ามาแรงขึ้นกว่าเดิม ผนังด้านในของเธอร้อนระอุจนเขาแทบขาดใจ
เสียงครางของเธอดังสั่นรัว เธอจิกเล็บลงบนไหล่เขา แล้วกระตุกเกร็ง ปลดปล่อยออกมาพร้อมเสียงสะอื้นดังขึ้นในลำคอในวินาทีที่ถึงจุดสุดยอด ร่างบิดเร่าขณะร่องรักตอดรัดแน่นอย่างบ้าคลั่ง
เขาแทงเข้ามาสุดแรงอีกเพียงสองสามจังหวะก่อนจะปลดปล่อยตามเธอ ร่างกระตุกค้างอยู่ในตัวเธอ ลมหายใจหนักหน่วง ดวงตาหลับแน่น
เขาล้มลงกอดเธอไว้แน่นแนบอก ไม่พูดอะไรเลย
แต่ครั้งนี้…เธอกอดเขากลับ
เสียงหอบหายใจยังไม่ทันสงบ เธอก็พลิกตัวขึ้นคร่อมเขาอีกครั้งในจังหวะที่เขายังไม่ได้ถอนกายออกไป ร่องรักที่ยังเต็มแน่นอยู่ข้างในตอดรัดลำกายที่ยังอุ่นร้อน เธอขยับตัวเล็กน้อย สะโพกบดเบา ๆ ให้ลำเขาที่กำลังแข็งตัวใหม่อีกครั้งสีกับผนังภายในของตัวเองช้า ๆ
เสียง "อืม..." ลากยาวลอดจากลำคอเขาออกมา ราวกับกำลังฝืนทนต่อแรงปรารถนาที่ก่อตัวขึ้นรอบสอง
เธอก้มลงครางข้างใบหูเขาเบา ๆ
“ยังไม่จบ…ฉันยังไม่พอ”
เขากัดฟันแน่น มือทั้งสองข้างยึดสะโพกเธอไว้ขณะที่เธอเริ่มขยับขึ้นลงช้า ๆ แรงเสียดสีที่ชุ่มลื่นทำให้เสียงเฉอะแฉะดังชัดเจนในห้องเงียบ ทั้งเสียงครางที่สั่นระริกของเธอ ทั้งเสียงลมหายใจแรงของเขา ทั้งเสียงเตียงที่สั่นเบา ๆ มันกลายเป็ดนตรีที่ไร้จังหวะตายตัวแต่ปลุกอารมณ์ทุกวินาที
“อ๊ะ…อื้อ…อื้มมม…ตะ…ธันวา…” เธอครางเรียกชื่อเขาในจังหวะที่สะโพกกดลงจนลึกสุด เขาแทบไม่เชื่อว่าเสียงของเธอตอนเสียวจะเป็แบบนี้ เสียงที่สั่นแ่แต่ร้อนฉ่า เสียงที่หลุดออกมาจากหัวใจ ไม่ใช่แค่จากลำคอ
เธอขยับแรงขึ้น เร็วขึ้น จนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงโยก สายตาเขาแทบไม่รู้จะมองส่วนไหนก่อน ทั้งแววตาเธอที่เยิ้มด้วยไฟสวาท ทั้งปากที่เผยอหอบร้อน ทั้งยอดอกที่แข็งขืนสั่นสะท้าน เขาเด้งสะโพกสวนขึ้นรับทุกแรงกระแทกอย่างไม่ลดละ
เสียงครางของเธอดังขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบกลั้นไม่อยู่
“อ๊าา…อึก…อา…อาา…ธัน…อ๊ะ…จะ…ไม่ไหว…แล้ว…”
“หมอ…แน่นมาก…แม่ง…โคตรเสียว” เขากระซิบคำหยาบครั้งแรกด้วยเสียงพร่าแบบแทบขาดใจ เธอขยับเร็วขึ้นจนเตียงโยก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง พั่บ พั่บ พั่บ ไม่ขาดสาย
“แตกในนะ…” เธอกระซิบเสียงแหบ ขณะโน้มตัวลงใกล้
เขากระชากสะโพกเธอลงมาก่อนจะกดสวนขึ้นสุดแรง ลำกายเขาฝังแน่นอยู่ข้างในในจังหวะที่เธอกรีดร้องเสียงหลง ร่างกระตุกเกร็งปลดปล่อยอย่างรุนแรง ร่องรักบีบแน่นรัว ๆ รอบลำกายเขาจนเขาต้องเงยหน้าครางลั่น
“อ๊าาาา…เชี่ย…หมอ…อาาา!”
เขาปลดปล่อยน้ำรักเข้าไปเต็มช่องทางที่ยังตอดรัดรุนแรง ทุกหยดพุ่งเข้าลึกจนอบอุ่นไปหมด เขากัดฟันแน่น ขณะสะโพกกระตุกเบา ๆ ซ้ำอีกสองสามครั้งก่อนจะหมดแรง
เธอฟุบลงบนอกเขาในสภาพที่ยังเชื่อมติดกันอยู่ เสียงหอบ เสียงหัวใจ เสียงทุกอย่างค่อย ๆ เบาลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ยังเชื่อมโยงกันอยู่
เขายกมือขึ้นลูบแผ่นหลังเธอเบา ๆ แล้วกระซิบลงบนเรือนผมที่เปียกเหงื่อ
“ผมไม่สนว่าหมอจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร…แต่ผมไม่เคยให้ใครขนาดนี้เลย…ไม่เคย”
เธอไม่พูดอะไร แต่ปลายนิ้วเธอกำชายผ้าปูแน่นขึ้น
ราวกับรู้ว่าเธอก็ไม่เคยเช่นกัน
เขาเฝ้ามองเธอหลับไปในอ้อมแขนอีกครั้งหลังพายุอารมณ์ซัดผ่านไป ร่างบางของเธอชื้นเหงื่อ ผิวเนื้อยังแดงระเรื่อด้วยร่องรอยที่เขาทิ้งไว้ทั่ว ไม่ว่าจะเป็รอยฟันจางๆ ที่ไหล่ รอยดูดบนเนินอก หรือแม้กระทั่งรอยกดนิ้วที่สะโพกขาวเนียน ทุกอย่างตอกย้ำว่าทุกวินาทีที่ผ่านมาไม่ใช่ความฝัน
เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรู้สึกแบบนี้อีกเลยหลังจากที่เคยพังไปในอดีต หัวใจที่ปิดตายเพราะการจากไปของพ่อแม่อย่างกระทันหัน และคนรักที่เขาเกือบแต่งงานด้วยแต่ทรยศเขาจนเกือบสูญเสียทุกอย่าง มันทำให้เขาเชื่อว่าความรู้สึกดีๆ ไม่ได้มีอยู่จริง มันก็แค่สิ่งที่คนอ่อนแอสร้างขึ้นไว้ปลอบตัวเองในคืนที่ไม่มีใคร แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันไม่ใช่แค่การปลอบใจ มันคือบางอย่างที่กัดกินใจเขาทุกวัน ทุกนาทีที่ไม่ได้เห็นเธอ
เขาลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ ไม่ให้เธอตื่นแล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะปลายเตียง รูปหน้าจอแชทที่เปิดค้างอยู่คือข้อความล่าสุดจากพี่ชายต่างมารดาที่เขาไม่เคยสนิทเลยแม้แต่นิดเดียว
"ถ้าแกยังไม่ยอมเข้ามาดูบริษัท ฉันจะขายมันทิ้ง"
เขาถอนหายใจ เหมือนถูกกระชากกลับเข้าสู่โลกความจริงอีกครั้ง ความสุขเล็กๆ ที่ได้ใช้เวลากับเธอเหมือนแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่าง แต่โลกด้านนอกกำลังเผาไหม้ทุกอย่างรอบตัวเขาไปทีละน้อย
เสียงขยับตัวเบาๆ บนเตียงทำให้เขาหันกลับไปมอง เธอกำลังลุกขึ้นนั่ง ดึงผ้าห่มคลุมกายไว้เพียงครึ่งตัว เส้นผมยุ่งเล็กน้อยเพราะแรงกระแทกเมื่อครู่ ดวงตาเธอยังง่วงงุนแต่มีประกายสงสัยเมื่อเห็นเขายืนเงียบอยู่อีกมุมห้อง
“มีเื่อะไร?” เธอถาม น้ำเสียงไม่ได้หงุดหงิดแต่ก็ไม่ได้อ่อนโยน
เขาวางโทรศัพท์ลงแล้วเดินกลับมานั่งข้างเตียง กุมมือเธอไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย
“ผมต้องกลับไปดูบริษัท พี่ชายผมจะขายกิจการทิ้งทั้งหมดถ้าผมยังทำเฉย”
เธอมองหน้าเขานิ่ง ก่อนจะพูดขึ้นช้าๆ “งั้นก็ไปจัดการให้เรียบร้อย ฉันไม่ได้รั้ง”
เขาส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะจับมือเธอแนบอกเขา
“หมอ…ผมกลัว ถ้าผมออกไปแล้วมันจะเปลี่ยนทุกอย่าง ผมกลัวจะเสียคุณไปแค่เพราะผมต้องกลับไปเป็คนเดิม คนที่ไม่มีอะไรในมือเลยนอกจากปมในใจ”
เธอนิ่งไปนาน ก่อนจะพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำ
“ธันวา ถ้าฉันจะอยู่ ฉันจะอยู่เพราะฉันอยากอยู่ ไม่ใช่เพราะคุณรั้ง ไม่ใช่เพราะคุณกลัวจะเสียฉัน แต่เพราะฉันเลือกคุณ…ไม่ว่าโลกข้างนอกจะเละขนาดไหน”
คำพูดของเธอกระแทกใจเขาอย่างแรงจนน้ำตาเกือบไหลออกมา
เขากอดเธอแน่น กอดแน่นกว่าครั้งไหน ไม่ใช่เพราะอยาก แต่เพราะอยากเป็ที่พัก เป็พื้นที่ที่เธอไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลา
เธอซบหน้ากับอกเขาอยู่นาน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วกระซิบเบาๆ ติดหอบ
“จูบฉันสิ…แล้วไปจัดการโลกของคุณให้เสร็จ”
เขาไม่รอช้า ประกบริมฝีปากจูบเธออย่างลึกซึ้ง ลิ้นของเขาแทรกเข้าไปในโพรงปากอุ่น ไล้เลียปลุกอารมณ์ที่ยังไม่หายสนิทให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง มือของเขาสอดเข้าใต้ผ้าห่ม ลูบไล้ผ่านเรียวขาที่ยังคงสั่นเบาๆ จากแรงรักก่อนหน้า
เธอครางเบาๆ เมื่อปลายนิ้วของเขาััจุดกลางที่เปียกชื้นอีกครั้ง
“อื้มม…อา…ธัน…ไม่ไหวแล้วนะ…”
“ผมแค่จะจำ…จำทุกอย่างของคุณก่อนผมต้องไป”
เขากดจูบต่ำลง ไล้ลิ้นลงไปตามลำคอ ไล่ไปจนถึงเนินอกที่ยังเต่งตึง แข็งขืนทันทีเมื่อเขาใช้ปลายลิ้นวนรอบยอดอกแล้วดูดเบาๆ สลับซ้ายขวาอย่างตั้งใจ เธอครางเสียงสูงในลำคอ นิ้วจิกลงบนต้นแขนเขา
“อ๊า…อาา…พอ…เธอจะทำให้ฉันไม่อยากให้เธอไป…”
เขาหยุดการจู่โจมลงเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบชิดริมฝีปากเธอ
“อยากให้ผมอยู่ใช่ไหมล่ะ?”
เธอไม่ตอบ แต่ใช้สะโพกบดเข้าหาเขาแทนเป็คำตอบ เสียงเฉอะแฉะจากร่องรักที่ยังลื่นทำให้เขาอดครางต่ำในลำคอไม่ได้
“เสียงแบบนั้น…หมอรู้ไหม…มันยั่วกว่าทุกอย่างที่ผมเคยได้ยิน”
เธอยิ้มมุมปาก ก่อนจะดันเขานอนลงแล้วคร่อมทับอีกครั้ง
“งั้นก็ฟังให้ดี เพราะมันมีแค่คุณที่ทำให้ฉันร้องเสียงแบบนี้ได้”
แล้วเธอก็เริ่มขยับ
เสียงสะโพกที่กระแทกกันดังพั่บพั่บรัวถี่ไปพร้อมเสียงครางหอบกระเส่าที่แทบกลั้นไม่ไหว ร่างของเธอขยับขึ้นลงเหนือเขาอย่างลื่นไหล ผิวเปียกชื้นแนบชิดทุกอณู เสียงเฉอะแฉะชัดเจนขึ้นทุกจังหวะที่เธอรูดตัวลงจนสุดความยาวของเขา ผนังด้านในที่ยังไวต่อััรัดแน่นรอบลำกายเขาจนเขาต้องจิกมือเข้ากับสะโพกเธอแน่น
“อา…อื้อ…อ๊า…ธัน…ธันวา…แน่น…แน่นไปหมดแล้ว…” เธอกระซิบเสียงสั่น ขณะโยกสะโพกวนช้า ๆ แล้วเปลี่ยนเป็กระแทกหนักขึ้น เสียงเตียงสั่นตามแรงกระทบเนื้อดังสะท้อนผนังห้องไปพร้อมเสียงครางพร่าของเขาที่ต่ำและหนักกว่าทุกครั้ง
“หมอ…แม่ง…คุณนี่มันโคตรร้ายเลย…รู้ไหม…อาาา…”
มือของเขาไล้ขึ้นมาบีบบนหน้าอกที่เด้งกระเพื่อมตามแรงโยก ดูดปลายยอดอกที่ชูชันเข้าไปในปากแล้วขบเบา ๆ ให้เธอกระตุกบิดตัวอยู่เหนือเขา เธอร้องเสียงหลง สะโพกกดลึกลงกว่าทุกครั้ง
“อ๊าาาา…อาาา…อื้ม…อื้มมม…จะ…อีกแล้ว…อีกแล้ว…”
“แตกเลยหมอ…แตกพร้อมกันเลยนะ…”
“ธัน…อา…อ๊ะ—อ๊าาา!”
ร่างเธอสั่นกระตุกสุดแรงในจังหวะที่เขากระแทกสวนขึ้นไปสุดลำในตอนที่เธอรูดตัวลงจนสุด ความร้อนระอุที่สาดเข้าภายในพร้อมแรงตอดรัดรุนแรงจากผนังรักที่ปลดปล่อยอย่างไม่ยั้งทำให้เขากระแทกอีกครั้งจนสุดแล้วปล่อยตามเธอออกมาอีกรอบ เสียงครางของทั้งคู่ผสมปนกันจนห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยความเสียวสะท้าน
เธอทรุดตัวลงกับอกเขา หอบหายใจแรง น้ำตาซึมขอบตาโดยไม่มีคำพูด เขาลูบหลังเธอแ่เบา จูบหน้าผากแล้วหลับตาลงเงียบ ๆ
ทุกอย่างเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่ยังไม่ทันกลับสู่จังหวะปกติ ร่างทั้งสองแนบชิดกันเหมือนจะฝังใจไว้ให้แน่นยิ่งกว่ารอยใดในร่างกาย และเธอรู้…เขากำลังจะไปจริง ๆ
พวกเขาแต่งตัวกันอย่างเงียบ ๆ ต่างคนต่างไม่เอ่ยคำลา ไม่มีคำสัญญา ไม่มีน้ำตา แต่ทุกััที่มอบให้กันในครั้งสุดท้ายนั้นคือความรู้สึกที่ไม่มีใครพูดถึง
เขาจูบหน้าผากเธอก่อนจะเดินออกจากห้องไปช้า ๆ โดยไม่หันกลับมา เธอยืนนิ่งมองประตูที่ปิดลงด้วยหัวใจที่เหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เธอคิดว่าเธอจะทำใจได้ง่ายกว่านี้ เพราะเธอคือหมอ เธอเห็นความเป็ความตายมานับไม่ถ้วน เธอจัดการกับการจากลาในห้องฉุกเฉินได้ทุกวัน แต่ทำไม…ทำไมการจากลาครั้งนี้ถึงเจ็บราวกับมีมีดกรีดกลางอก
เธอล้มตัวลงนั่งบนปลายเตียง สายตาจ้องผ้าปูที่ยังมีรอยยับจากร่างของเขา กลิ่นน้ำหอมของเขายังอวลในหมอน ผิวของเธอยังรู้สึกถึงแรงััจากปลายนิ้วเขา แล้วน้ำตาก็ร่วงเงียบ ๆ ลงมาอีกรอบอย่างที่เธอไม่ทันรู้ตัว
เธอร้องไห้เงียบ ๆ เหมือนคนที่เพิ่งเสียคนไข้ที่สำคัญที่สุดในชีวิต ไม่ใช่เพราะเขาตาย…แต่เพราะเขาหายไป
เธอรู้ว่าเธอรักเขา แต่เธอกลัวเกินกว่าจะพูด
และเขาเองก็อาจรักเธอ…แต่ชีวิตของเขายังเต็มไปด้วยเื่ที่ต้องต่อสู้
บางทีโชคชะตาอาจให้พวกเขาเจอกันเพียงเท่านี้
แต่เธอไม่เสียใจเลย
ไม่เลย
เพราะเขาคือคนไข้เพียงคนเดียว…ที่ทำให้เธอรู้สึกถึงหัวใจของตัวเองอีกครั้ง