“คุณปู่ ปะป๊ามาม๊า สวัสดีครับ น้องพะแพงหวัดดี ยายบัวหวัดดีครับ”
พนัชกรลงมาทานข้าวกับครอบครัวในตอนเช้ากล่าวทักทายทุกคนด้วยใบหน้าแจ่มใส ก่อนที่จะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำของตัวเอง เพื่อที่จะทานอาหารเช้า
“วันนี้เอารถไปไหมลูก” นิลกาฬถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวน พนัชกรหันมายิ้มให้ผู้เป็พ่อ
“น้องง่วงอ่ะครับปะป๊า ว่าจะให้คนขับรถไปส่งได้ไหมครับ”
“เดี๋ยวปู่จะไปหาคุณตาของหลาน งั้นไปคันเดียวกับปู่ก็ได้เดี๋ยวปู่ไปส่งพู่กันก่อน จะได้ไปนั่งดูชีวิตเด็กในมหาลัยหน่อยซิว่าวัยรุ่นยุคนี้เค้าใช้ชีวิตยังไงกันแล้วตอนนี้” คุณปู่อาทิตย์บอกหลานชาย
“ก็ได้ครับ ขอบคุณมากนะครับคุณปู่”
ทุกคนพากันทานอาหารเช้าเสร็จก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถ โดยมีพนัชกรแยกไปนั่งรถกับคุณปู่อาทิตย์สองคน พอคุณปู่มาส่งถึงหน้าคณะก็มีเพื่อนอย่างกิตติภพมานั่งรอรับที่ม้าหินใกล้กับที่จอดรถของพนัชกร
“ขอบคุณนะครับคุณปู่ เพื่อนของพู่กันมารอแล้ว พู่กันไปเรียนก่อนนะครับ สวัสดีครับ ขอบคุณนะครับลุงปาน”
พนัชกรกล่าวลาคุณปู่ และขอบคุณคนขับรถที่มาเปิดประตูให้
“มาเดี๋ยวปู่เดินไปส่งที่เพื่อนด้วยดีกว่า ปู่อยากรู้จักเพื่อนของหลานด้วย” ปู่อาทิตย์บอกหลานชาย
“เอ่อ ได้ครับ” พนัชกรตอบคุณปู่เสียงเบา
กิตติภพพอเห็นพนัชกรเดินลงมาจากรถพร้อมใครสักคน ที่มองแล้วน่าจะเป็ผู้หลักผู้ใหญ่ของเพื่อนเลยลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาพร้อมกับยกมาไหว้
“สวัสดีครับ ผมบอมครับเป็เพื่อนสนิทของพู่กันครับ” ท่าทีนอบน้อมเข้าหาผู้ใหญ่ของกิตติภพถูกใจคุณปู่อาทิตย์มาก คุณปู่ถึงกับยิ้มรับไหว้
“หวัดดี หลานชาย”
“บอม นี่คุณปู่อาทิตย์ของพู่กันเอง คุณปู่ครับบอมเพื่อนของพู่กันเขาเป็เดือนคณะแพทย์ด้วยนะคับ”
“มิน่าล่ะ ปู่ถึงว่าดูหน้าตาดีหล่อเหลาเชียว ไว้ว่างไปทานข้าวที่บ้านกับพู่กันนะลูก ปู่ฝากให้ดูแลพู่กันด้วยนะ ปู่ไปล่ะ พากันตั้งใจเรียนนะลูก”
“สวัสดีครับคุณปู่”
ทั้งกิตติภพและพนัชกรยกมือไหว้คุณปู่อีกครั้ง ก่อนที่จะพากันไปซื้อกาแฟเข้าเรียน
“นี่พู่กันเย็นนี้กลับบ้านยังไง ไปเดินห้างซื้อของเป็เพื่อนบอมได้ไหม เสร็จแล้วเดี๋ยวบอมไปส่งที่บ้าน หรือพู่กันติดธุระที่ไหนหรือเปล่า”
ตอนแรกพรัชกรจะปฏิเสธแค่นึกได้ว่าครั้งที่แล้วได้รับปากเพื่อนไว้และตอนนี้กำลังจะมูฟออนจากวรานนท์เลยตกลงที่จะไปเป็กับเพื่อนโดยทั้งสองนั่งรถของกิตติภพไปด้วยกัน
“มามี้ดูนี่ซิคะในเพจตมหาลัยลงข่าวพู่กันบ่อยมากเลย่นี้”
วราภรณ์ที่เห็นพี่ชายคนโตเดินเข้าบ้านมาก็พูดขึ้นทันทีทำเป็ไม่เห็นพี่ชาย
“เขาว่ายังไงบ้างลูกไหนเล่าให้มามี้ฟังหน่อยซิ”
“นี่ไงคะเค้าลงเพจคิ้วท์บอยค่ะมีแต่รูปพู่กันกับเดือนคณะแพทย์ทั้งนั้นเลยค่ะ เห็นบอกว่าฝ่ายชายตามจีบอยู่ ท่าทางจะถูกใจคุณปู่อาทิตย์ด้วยนะคะ เห็นในเพจเค้่ามีรูปคุณปู่ถ่ายคู่กับบอมมาลงด้วยด้วยค่ะ มีมือดีแอบตามไปถ่ายทั้งในห้างที่เหมือนไปเดทกัน ทั้งพากันไปทานข้าวที่ห้องอาหารของมาม๊าพรีนด้วยค่ะ”
“ไหนหน้าตาเป็ยังไงขอมามี้ดูหน่อยซิ อือ ก็ดูหล่อดีนะลูก ดูสภาพดี” นวพรรษดูโทรศัพท์ที่ลูกสาวยื่นให้ดู
“เรียนเก่งด้วยค่ะมามี้ สงสัยเรียนจบแล้วจะขอเป็เขยบ้านธีรวัฒนาวัฒน์ของปะป๊านิลกับคุณปู่อาทิตย์และมาช่วยบริหารโรงพยาบาลแน่เลยค่ะ”
เสียงน้องสาวยังเจื้อยแจ้วคุยจ้อกับผู้เป็มารดาอย่างออกรสโดยไม่ได้สนใจร่างสูงของพี่ชายทั้งสองและผู้เป็พ่อที่เดินเข้ามาเลย
“ทำอะไรกันสองแม่ลูก คุยอะไรกันอยู่ครับ แด็ดดี้คุยด้วยได้ไหมเอ่ย”
เวทานนท์เดินพาลูกชายทั้งสองคนเขามานั่งที่โซฟาที่สองแม่ลูกนั่งอยู่
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแด็ดดี เหนื่อยไหมคะเดี๋ยวน้องเนยไปเอาน้ำไปให้”
คนที่หวังว่าน้องสาวจะเอาเื่ของร่างบางมาเล่าให้แด็ดดี้ฟังเขาจะได้ฟังรายละเอียดอีกที แต่น้องสาวดันเหมือนไม่อยากให้ใครรู้ นอกจากผู้เป็แม่ ั้แ่วันโน้นที่วรานนท์ไปส่งพนัชกรก็เกือบเดือนแล้วที่เขาห้ามไม่ให้พนัชกรติดต่อเขาซึ่งก็ปรากฏว่าร่างบางก็ไม่ยอมติดต่อจริงๆ แม้กระทั่งมาที่บ้านที่ปกติจะตามน้องแฝดเขามาไม่ต่ำกว่าอาทิตย์ละครั้งก็ไม่มา หรือว่าจะตัดใจจากเขาได้แล้ว เห็นบอกว่าลงเพจคิ้วท์บอยของมหาวิทยาลัยด้วยเดี๋ยวตอนอยู่คนเดียวค่อยไปอ่านดูดีกว่า
“น้ำเย็นๆ ค่ะแด็ดดี้ นี่ของเฮียเนมกับของโน้ตค่ะ” สาวน้อยคนเดียวของบ้านเดินถือแก้วน้ำมาพร้อมกับสาวใช้เพื่อวางให้ชายหนุ่มทั้งสามที่ต่างวัยก่อนที่จะไปนั่งข้างมามี้เหมือนเดิม
“ว่าแต่คุยกันเื่อะไรอยู่ลูก มีความลับกับแด็ดดี้เเล้วเหรอตอนนี้”
เวทานนท์พยายามถามลูกสาวอีกครั้ง วราภรณ์ยิ้มอ่อนให้ผู้เป็พ่อก่อนที่จะปฏิเสธเสียงหวานเพราะตั้งใจจะกระตุ้นความอยากรู้ของคนปากแข็งใจแข็งอย่างพี่ชายคนโต
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแด็ดดี้ น้องเนยคุยเื่เพื่อนที่มหาลัยให้มามี้ฟังค่ะ คุณปู่กับยาย่าท้อปล่ะคะอาบน้ำเสร็จหรือยังน้องเนยหิ้วววหิว อยากทานข้าวแล้วอ่ะ”
“อะไรบ่นอะไรปู่ลูก หิวแล้วเหรอ ป่ะทานข้าวกันถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหลานปู่จะผอม เดี๋ยวขายไม่ออก”
เ้าสัวเวทินกับธนศิลป์คู่รักสูงวัยลงมาพอดีทุกคนเลยพากันลุกไปทานข้าวเย็น
“ฮึ ทำเป็รักเรา พู่กันรักพี่เนมอย่างโน้นอย่างนี้ เช้าถึงเย็นถึงข้อความส่งมาตลอด โดนห้ามแค่นี้นึกว่าจะดื้อตื้อต่อหรือยังเสียใจถึงได้หายไปเป็เดือนที่ไหนได้ไปคบกับคนอื่นแล้ว คงจะหาลูกเขยหมอให้ลุงหมอล่ะซิ คนตัวสูงที่เข้าห้องมาอยู่คนเดียวตอนนี้หัวใจไม่เป็สุขนักกับสิ่งที่ได้ยินน้องสาวพูดและรีบมาเปิดเพจคิ้วท์บอยของมหาวิทยาลัยดูทันที และเห็นทางเพจเขียนแซวและเชียร์ลุ้นให้พนัชกรและกิตติภพคณะแพทย์เป็คู่รักกัน ไหนทางเพจจะลงรูปคู่ที่ทั้งสองอยู่ใกล้ชิดกันในอริยาบทต่างๆ ไหนจะตามถ่ายถึงตอนที่คุณปู่อาทิตย์ลูบหัวเดือนแพทย์ด้วยความเอ็นดู ฮึ ก่อนที่จะเอ็นดูเดือนแพทย์คนนั้นคุณปู่ท่านก็เคยเอ็นดูวรานนท์มาก่อนเถอะ ทำไมมันรู้สึกเป็ห่วงพนัชกรน้องน้อยของเขาที่รู้จักกันไม่ทันไรถึงขั้นจะคบเป็แฟนพามาพบผู้ใหญ่ที่บ้านแล้ว ทำไมไม่ศึกษานิสัยใจคอให้นานกว่านี้ก่อน ทำให้เค้าเป็ห่วงอีกแล้ว สงลัยต้องโทรไปเตือนซะหน่อยแล้ว
วรานนท์เอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของพนัชกรที่ไม่ได้กดโทรออกมานานเพราะก่อนหน้านี้อีกฝ่ายจะเป็ฝ่ายโทรมาหาตลอด แต่ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้เป็ลักษณะเหมือนโดนบล็อค พอไปดูช่องทางการติดต่ออื่นก็โดนอีกคนบล็อคหมด นี่ใจคอในอนาคตจะไม่ติดต่อรับรู้ข่าวสารกันเลยใช่ไหม ได้งั้นก็โดนหลอกเสียใจมาอย่าหาว่าเขาไม่เตือนแล้วกัน วรานนท์บ่นฟึดฟัดอยู่คนเดียวก่อนที่จะนอนหลับไปด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด
“ตอนนี้ถ้าใครได้ลองเดินไปที่คณะแพทย์ก็จะเห็นมีแต่ต้นดอกรักบานสะพรั่งเป็สีชมพูเต็มไปหมดไม่ใช่อะไรน้องบอมหนุ่มหล่อตำแหน่งเดือนแพทย์เป็คนปลูกไว้นี่เองขยันปลูกเช้ากลางวันเย็นอีกไม่นานน้องพู่กันคนน่ารักคงจะรับรักแล้วมาสร้างสวนดอกรักสีชมพูเต็มคณะแพทย์แน่เลย”
วรานนท์กดอ่านในเพจคิ้วท์บอยของมหาวิทยาลัยตอนนี้มีแต่่แอดมินแซวและเชียร์คู่รักคูใหม่ ที่จริงก็ไม่ได้อยากจะกดเข้ามาอ่านหรอกแต่มันว่างไม่มีอะไรทำตอนนี้อีกแค่ไม่ถึงสองอาทิตย์ก็จะฝึกงานจบแล้วที่เหลือก็ทำเื่รอจบ เดี๋ยวเขาก็จะว่างแล้ว และก็รอติดต่อทำเื่เรียนต่อต่างประเทศ คงมีเวลาไปเดินดูต้นดอกรักที่คณะแพทย์ที่เค้าว่ากันซะหน่อย
วันนี้วรานนท์บอกที่บ้านไว้ว่าจะไปนอนคอนโดเพราะเพื่อนนัดไปนั่งดื่มกัน พอขับรถไปจอดที่ร้านที่เพื่อนๆ นัดหมายกันแล้วก็เดินเข้าไปยังห้องที่เพื่อนได้จองไว้ทันที ห้องที่วรานนท์นั่งดื่มกับเพื่อนเป็ห้องวีไอพีที่อยู่ชั้นสองกรุกระจกใสมองเห็นด้านนอกได้ชัดเจน ขณะที่กำลังสังสรรค์ดื่มอยู่ตาคมกวาดสายตาลงไปมองบรรยากาศข้างล่างรอบๆ ก็สะดุดเข้ากับร่างโปร่งบางที่กำลังเดินออกไปกับจากร้านอาหารกึ่งผับกับเพื่อนๆ และน่าจะเป็รุ่นเดียวกัน ดูแล้วร่างบางน่าจะดื่มหนักเพราะดูจะเดินไม่ตรงและมีคนพยุง ทำให้คนตัวสูงที่เห็นเช่นนั้น รีบขอปลีกตัวจากเพื่อนทันที
“เฮ้ย กูขอกลับก่อนนะ พอดีกูมีธุระด่วนมาก”
“เออๆ ไปเถอะ กูว่าจะบอกมึงอยู่เมื่อกี้กูเจอน้องมึงที่เรียนหมออ่ะ เหมือนจะโดนมอมเหล้าอยู่”
“โอเค งั้นกูไปก่อนนะ แล้วเจอกัน”
ร่างสูงรีบออกจากห้องแล้ว วิ่งตามกลุ่มนักศึกษาแพทย์ออกไปจนทัน
“พู่กันหยุดก่อน มาได้ยังไง”
“ครายเหรอ อ้าวนึกว่าครายพี่ชายเพื่อนนี่เอง”
ร่างสูงสะอึกกับสถานะที่ร่างบางยกให้ตัวเองตอนนี้เป็แค่พี่ชายเพื่อน แล้วไอ้คนที่ร่างบางเคยบอกรักมันไปอยู่ไหนเหลือแต่ไอ้พี่ชายเพื่อน อ่ะพี่ชายเพื่อนก็พี่ชายเพื่อน แต่ต้องพาเพื่อนน้องกลับบ้านก่อนแล้วกัน