นับแต่ทั้งสองตกลงปลงใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จ้าวหานเฟิงก็ทุ่มเทปรนเปรอความรักและความใคร่ให้แก่ฮูหยินรักอย่างหิวโหยทุกหยาดหยดแห่งบุรุษเพศถูกอัดฉีดเข้าสู่กายของนางด้วยความตั้งใจมั่นมิใช่เพียงเพื่อกามารมณ์ที่พัดพาไป ทว่าคือความปรารถนาที่จะสร้างโซ่ทองคล้องใจให้ครอบครัวสมบูรณ์พร้อม แม้ใน่หลายราตรีที่ผ่านมาเขาจะเหนื่อยล้าเพียงใดแต่เมื่อได้เห็นหยาดเหง้าแห่งชีวิตที่เขามอบให้นางเขาก็พร้อมจะอุทิศกายใจให้จนสิ้นแรง
"ท่านพี่...ท่านช่างแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งนัก ข้าหวังเหลือเกินว่าหากลูกของเราเกิดมาเขาจะองอาจกล้าหาญได้ครึ่งหนึ่งของท่าน" ไป๋เหม่ยหลานเอ่ยชมพลางปรนนิบัติบุรุษของนางด้วยจริตที่เย้ายวน
"วางใจเถิดฮูหยิน...ข้ากำลังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสร้างเขาขึ้นมาเขาจะต้องสมบูรณ์แบบไม่แพ้เ้าและข้าแน่นอน" จ้าวหานเฟิงคำรามเบาๆ ในลำคอก่อนจะโหมกายเข้าใส่ร่องสวาทที่อุดมสมบูรณ์ของนางอีกครั้งเสียงร้องครวญครางที่เปี่ยมด้วยความสุขสมของนางยิ่งโหมไฟราคะให้ลุกโชนจนในที่สุดเขาก็ปลดปล่อยหยาดธารสีขาวขุ่นเข้าสู่ห้วงลึกของนางเพื่อฝากฝังทายาทไว้ตามปรารถนา
กาลเวลาผ่านไปภายใต้แสงแดดอันอบอุ่นไป๋เหม่ยหลานที่บัดนี้เริ่มมีครรภ์อ่อนๆแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยนขณะลูบหน้าท้องตนเองเบาๆนางอิงแอบแนบชิดไหล่ของสามีพลางเอ่ยขอของขวัญล้ำค่าสำหรับลูกที่กำลังจะเกิด
"ของขวัญชิ้นใดกันที่เ้าคิดว่าคู่ควรกับลูกของเรา?" จ้าวหานเฟิงถามพลางลูบศีรษะนางด้วยความเอ็นดู
"ตำแหน่งแม่ทัพ ของท่านอย่างไรเล่า...ข้าอยากให้ลูกภูมิใจที่มีบิดาเป็ยอดวีรบุรุษ"
คำพูดนั้นสะกิดใจนายกองหนุ่มวัย 28 ปีผู้นี้อย่างแรงแม้เขาจะมีพร์ล้ำเลิศแต่สมรภูมิจริงยังเป็สิ่งที่เขาไม่เคยััทว่าเพื่อความฝันของเมียรักและอนาคตของลูกจ้าวหานเฟิงจึงให้คำมั่นด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว "ได้...ข้าจะเป็แม่ทัพให้ได้ ข้าขอเวลาไม่นาน"
ทว่าในยามที่ดวงตะวันลับขอบฟ้าจดหมายฉบับหนึ่งก็ถูกส่งมาถึงมือเขา เนื้อความในนั้นระบุถึงศึกดุเดือดที่ เขาเทียนหลงและคำสั่งเรียกตัวนายกองฝีมือดีเข้าเสริมทัพภายใต้การบัญชาการของ แม่ทัพไร้พ่ายเซียวหลงเหยียนวีรบุรุษผู้เป็เสาหลักแห่งแผ่นดินที่จ้าวหานเฟิงเคารพนับถือยิ่ง
"แม่ทัพเซียวหลงเหยียน!" จ้าวหานเฟิงพึมพำด้วยความตื่นเต้นนี่คือโอกาสทองที่เขาจะพิสูจน์ตนเองโดยมีไป๋เหม่ยหลานคอยสนับสนุนด้วยแววตาเป็ประกายหวังให้สามีก้าวสู่จุดสูงสุด
แต่ภายใต้เกียรติยศและชื่อเสียงอันเกรียงไกรสิ่งที่จ้าวหานเฟิงมิอาจล่วงรู้คือ ความลับอันมืดของแม่ทัพเซียวหลงเหยียน ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้มิได้มีเพียงสายตาที่มองทะลุกลศึกแต่ยังมีรสนิยมลุ่มหลงในบุรุษเพศด้วยกันโดยเฉพาะนายกองหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับหยกสลักอย่างจ้าวหานเฟิง
การเรียกตัวนายกองหลายนายพร้อมกันนั้นเป็เพียงฉากบังหน้า ที่ชาญฉลาดเพื่อมิให้ผู้ใดจับพิรุธได้เป้าหมายที่แท้จริงของแม่ทัพไร้พ่ายคือการได้เพชรเม็ดงามก้อนนี้ไว้ข้างกาย
ขณะที่จ้าวหานเฟิงกำลังจัดเตรียมอาวุธและชุดเกราะด้วยความฮึกเหิมโดยมีภาพความสำเร็จและตำแหน่งแม่ทัพเป็แรงผลักดันเขากลับไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่ไม่ใช่เพียงการสู้รบเพื่อแผ่นดินแต่เป็สมรภูมิแห่งตัณหาที่จะสั่นคลอนเกียรติยศและชีวิตคู่ของเขาไปตลอดกาล!
ท่ามกลางแสงสลัวรางของยามรุ่งสางที่ยังมิทันได้อาบฉาบขอบฟ้าจ้าวหานเฟิง จัดเตรียมชุดเกราะและศาสตราวุธด้วยหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความมุ่งมั่นนี่คือบันไดขั้นแรกที่จะนำเขาไปสู่จุดสูงสุดเพื่ออนาคตของภรรยาและทายาทที่กำลังจะลืมตาดูโลกเมื่อเสียงล้อรถม้าบดเบียดกับพื้นถนนดังขึ้นที่หน้าจวนเป็สัญญาณว่าเวลาแห่งการพรากจากมาถึงแล้ว
"ไป๋เหม่ยหลาน... เ้าจงรอข้าข้าจะกลับมาพร้อมกับเกียรติยศและความสำเร็จ"
จ้าวหานเฟิงกุมมือนางไว้แน่นััได้ถึงความอุ่นระอุและแรงสั่นเทาเล็กน้อยจากปลายนิ้วของหญิงคนรัก
"น้องเชื่อมั่นในตัวท่านพี่เสมอ...ท่านต้องทำได้" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหยาดน้ำตาคลอเบ้าเปี่ยมไปด้วยความอาลัยรัก
รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกไปทิ้งไว้เพียงเงาร่างของโฉมงามที่ยืนส่งสามีด้วยหัวใจที่บีบคั้นการจากลาครั้งนี้แม้จะเป็ไปเพื่อความก้าวหน้าแต่ความเ็ปจากการพรากจากกันในยามที่ข้าวใหม่ปลามันและมีพยานรักในครรภ์นั้นช่างแสนสาหัสเกินบรรยาย
รถม้าที่มารับจ้าวหานเฟิงนั้นช่างหรูหราสมฐานะของแม่ทัพเซียวหลงเหยียนผู้ใจกว้างท่านแม่ทัพถึงขนาดส่งพลคุ้มกันและรถม้ามาเกยถึงหน้าจวนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นายกองหนุ่มทว่าเมื่อจ้าวหานเฟิงก้าวเข้าไปภายในกลับพบว่าเขาไม่ได้เป็เพียงผู้เดียวที่ได้รับเกียรตินี้
ภายในรถม้าคันกว้างขวางมีนายกองหนุ่มอยู่อีกหลายคนซึ่งแต่ละคนล้วนมีลักษณะเด่นที่แปลกประหลาด
ไร้ชื่อเสียงพวกเขาเป็เพียงนายกองระดับล่างที่ไม่มีผลงานโดดเด่นในสนามรบ
หน้าตาหมดจดทุกคนล้วนมีใบหน้าที่หวานล้ำ ผิวพรรณละเอียดผ่องใสกว่าชายชาตรีทั่วไป
กิริยาแช่มช้อยท่วงท่าของคนเหล่านี้ดูละมุนละไมดั่งบุรุษหน้าหยกที่ถนัดการร่ายรำมากกว่าการถือดาบ
จ้าวหานเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยแม้เขาจะพยายามมองโลกในแง่ดีว่าท่านแม่ทัพอาจ้าสร้าง กองทัพรุ่นใหม่ที่สมบูรณ์แบบทั้งรูปสมบัติและสติปัญญาแต่บรรยากาศภายในรถม้าที่อบอวลไปด้วยกลิ่นแป้งหอมจาง ๆและสายตาที่สอดประสานกันอย่างมีเลศนัยของนายกองคนอื่น ๆกลับทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
เขาไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า...รถม้าคันนี้มิใช่พาหนะที่นำไปสู่สมรภูมิเกียรติยศเพียงอย่างเดียวแต่มันอาจเป็กรงทองที่กำลังพาสิ่งล้ำค่าไปบรรณาการแก่ เซียวหลงเหยียน
การเดินทางมุ่งหน้าสู่สมรภูมิเขาเทียนหลง นั้นยาวไกลและตรากตรำรถม้าเคลื่อนตัวฝ่าเข้าไปในหุบเขาลึกที่ขนาบข้างด้วยหน้าผาสูงชันและป่ารกชัฏบรรยากาศเงียบสงัดจนน่าประหลาดใจ ราวกับธรรมชาติกำลังกลั้นหายใจรอคอยโศกนาฏกรรมนายกองหนุ่มหลายคนภายในรถทนความเหนื่อยล้าไม่ไหวจนเผลอหลับใหลไปตามๆ กัน
ทว่าสำหรับ จ้าวหานเฟิง เขากลับมิอาจข่มตาลงได้แม้เพียงเสี้ยววินาทีสัญชาตญาณนักรบในกายร่ำร้องเตือนภัยสมรภูมิเบื้องหน้าคือจุดที่เดือดพล่านที่สุดในแผ่นดินในเส้นทางที่ตัดผ่านหุบเขาอับเช่นนี้ความตาย อาจจู่โจมเข้ามาได้ทุกเมื่อ
ฟิ้ว!
เสียงแหวกอากาศอันแหลมคมดังขึ้นทำลายความเงียบจ้าวหานเฟิงเอี้ยวตัวหลบตามสัญชาตญาณลูกธนูอาบยาพิษพุ่งเฉียดใบหน้าเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดก่อนจะปักเข้ากลางอกของนายกองหนุ่มที่กำลังหลับใหลอยู่ข้างๆ อย่างแม่นยำร่างนั้นกระตุกเพียงครู่ก่อนจะนิ่งสนิทไป... เป็การหลับใหลชั่วนิรันดร์โดยมิได้ทันสั่งลา
"ศัตรูบุก!คุ้มกันรถม้า!"
เสียงะโของพลคุ้มกันดังระงมผสมกับเสียงฝีเท้าม้าที่แตกตื่นจ้าวหานเฟิงถีบประตูรถม้าออกอย่างแรงมือแกร่งคว้ากระชับศาสตราวุธคู่ใจทะยานออกไปตั้งรับทันทีภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือเงาร่างทมิฬของกองทัพฏที่พรั่งพรูออกมาจากเงามืดของป่าพวกมันปิดล้อมหุบเขาไว้ทุกทิศทาง ตัดขาดทางหนีทีไล่จนสิ้นสรรพ
ท่ามกลางห่าฝนธนูและเสียงโห่ร้องกึกก้องจ้าวหานเฟิงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางวงล้อมด้วยสายตาที่ลุกโชนแววตาของเมียรักและภาพทายาทที่ยังมิได้เห็นหน้าผุดขึ้นในมโนสำนึกนี่มิใช่เพียงการรบเพื่อตำแหน่งแม่ทัพที่นางปรารถนาแต่มันคือการรบเพื่อรักษาลมหายใจกลับไปหานางให้ได้!
"ข้าจะไม่ยอมทิ้งชีวิตไว้ที่นี่อย่างเด็ดขาด!"
เสียงคำรามกึกก้องของจ้าวหานเฟิงดังแหวกม่านหมอกและเสียงโลหะปะทะกันนายกองหนุ่มรู้ซึ้งถึงความตายที่กรายเข้ามาใกล้หากเขายอมทอดใจแม้เพียงเสี้ยววินาทีร่างของเขาคงกลายเป็เพียงซากศพไร้ญาติกลางหุบเขาอับโชคแห่งนี้มือแกร่งกระชับด้ามดาบที่บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตจนลื่นมือ เขาข่มความเ็ปฟาดฟันคมดาบเข้าใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่งท่วงท่าที่เคยงดงามสละสลวยกลับกลายเป็ดุดันและเฉียบขาดเพื่อการเอาชีวิตรอด
ทหารคนคุ้มกันที่เหลือเพียงหยิบมือเริ่มขยับกายเข้ามาประชิดหลังพยายามรวมกลุ่มตั้งค่ายกลขนาดเล็กเคียงข้างเขาท่ามกลางวงล้อมที่บีบคั้นเข้ามาทุกทิศทาง
กาลเวลาผ่านไปราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ในสนามรบที่ไร้ทางออกทัศนียภาพที่พร่าเลือน หยาดเหงื่อและคาวเืไหลซึมเข้าตาจนภาพตรงหน้าเริ่มกลายเป็สีแดงฉานสลับกับความมืดมัวความล้าที่หยั่งรากกล้ามเนื้อทุกส่วนสั่นระริกจากการปะทะซ้ำแล้วซ้ำเล่าลมหายใจของเขาหอบถี่จนแสบหน้าอก
"ข้าจะตายไม่ได้...เมียและลูกของข้ายังรออยู่!"
ใบหน้าอ่อนโยนของไป๋เหม่ยหลานผุดขึ้นมาในมโนสำนึกเป็เชื้อไฟกองสุดท้ายที่รั้งสติที่จวนจะหลุดลอยของเขาไว้