ลี่อิน จอมนางบัลลังก์หงษ์

    ตอนที่ 1 คัดเลือกชายาเอก

    “ข้าต้องไปจริงๆหรอท่านแม่”  เสียงหญิงสาวพูดกับแม่ ด้วยความอ้อนพร้อมกับน้ำตาน้ำเสียงสั่นเคลือพร้อมกับจับมือแม่


    “เพื่อ ตระกูลน่าเหย่ลา ของเรา เ๽้าจะต้องไปนะ เพื่อความรุ่งเรืองของน่าเหย่ลา”  น้ำเสียงแม่ตอบลูกด้วยความอ่อนโยนพร้อมกับความจริงจังปนไปด้วยและทำหน้าสงสารพร้อมกอดลูกสาวอันเป็๲ที่รัก  

    ฮุ่ยเหมย หญิงสาว สวยหน้าเล็กเท่ามือ สีผิวขาวเหลือง ตาเล็กกลม คู่กับการแต่งตัวของเธอชุดสีชมพูอ่อนปักด้วยดิ้นเงิน เครื่องหัวสีเงินและมีปิ่นดอกไม้สีขาว เธอยิ่งสวยกว่าใครๆ


    “เ๯้าไม่ต้องร้องนะ แม่จะให้จินเหยว่ ไปรับใช้เ๯้าในวัง” แม่กอดฮุ่ยเหมยพร้อมพูดไปด้วย 


    “ท่านแม่” ฮุ่ยเหมยน้ำตาไหล พร้อมกับสะอึกสะอื้น ร้าวกับว่าเธอจะได้ไม่ได้เจอแม่อีกแล้ว


    ณ พระราชวัง


    “นายหญิงของจินเหยว่ ต้องได้เป็๞ชายาเอกแน่ๆ”  จินเหยว่พูดพร้อมยิ้มไปด้วย น้ำเสียงมีความตื่นเต้น


    “ขออย่าให้เลือกฉันเลย”  ฮุ่ยเหมยพูดกับตัวเองในใจ พร้อมทำหน้าไม่พอใจ หน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดทางเดินจนไปถึงสถานที่คัดเลือก



    “เข้าแถวๆ” น้ำเสียงของขันทีแก่ๆ สั่งให้ทุกคนเข้าแถวพร้อมกวักมือจัดระเบียบแถว


    “ทำหน้าดีๆ หน่อยแม่หญิง” เสียงดุจากขันทีคนนั้น พร้อมกับการมองหน้าและจากไป ฮุ่ยเหมยไม่มีทางเลือกเลยจำใจต้องทำหน้าดีๆ


    “เสร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ เหว่ยหวงกุ้ยเฟย”


    “ดี” น้ำเสียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ค่อนข้างหนักแน่น คนนั้นคือ เหว่ยหวงกุ้ยเฟย การแต่งตัวของเธอช่างหรูหรา เครื่องหัวใหญ่พร้อมปิ่นมุข กับชุดสีแดงปักลายดอกโบตั๋นสีเหลืองดิ้นทอง มันช่างดูดีจริงๆ


    “องค์ชายสี่พร้อมไหม”


    “พร้อมพ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่” เสียงโทนต่ำของหนุ่มหล่อ แต่มีความอ่อนโยนในน้ำเสียง พร้อมกับ ยิ้มให้ เหว่ยหวงกุ้ยเฟย เป็๲สัญญาณบอกว่าพร้อมและยินดีที่จะเลือกชายาของตัวเอง


    “คนแรก” เสียงขันทีแก่คนนั้นเริ่มประกาศชื่อแซ่ ให้องค์ชายสี่และเหว่ยหวงกุ้ยเฟยผู้เป็๲แม่ฟังและดู


    “แม่นางเจียวมิ่ง จากตระกูล เหย่เออหลินจี กองธงแดงขลิบ ธิดาของ จื่อหยวน เสนาบดี และ ฮูหยิน ลู่เสียน” หญิงสาวสูงศักษ์จากตระกูลใหญ่ ใบหน้าสวยร่าวกับภาพวาด การแต่งตัวที่เยอะแต่ไม่รก เดินมาข้างหน้าพร้อมกับย่อตัวทำความเคารพ


    “ใบหน้าสวย การแต่งตัวงามยิ่งหนัก ให้เป็๲ชายารอง” องค์ชายสี่พูดพร้อมให้ถุงหอม เจียวมิ่งทำหน้าเหมือนไม่พอใจ พร้อมรับถุงหอมจากองค์ชายสี่ หน้าเหว่ยหวงกุ้ยเฟยไม่พอใจกับสิ่งที่องค์ชายสี่เลือก


    “ขอบพระทัยเพคะ” น้ำเสียงสิ้นหวังพร้อมกับเดินกลับที่เดิม


    “คนที่สอง”


    “ฮุ่ยเหมย จากตระกูล น่าเหย่ลา กองธงเหลือง ธิดาของ มู่เฉิน สมุหพระราชวังชั้นสูง และ ฮูหยิน เจียวจู” เสียงขันทีแก่สิ้นสุด ฮุ่ยเหมยก้าวออกมาด้านหน้า พร้อมทำความย่อตัวทำความเคารพ


    “ถวายพระพรเหว่ยหวงกุ้ยเฟย และ องค์ชายสี่ เพคะ” เสียงฮุ่ยเหมยพูด

    “ฮุ่ยเหมยงั้นหรอ” องค์ชายสี่พูดกับยิ้มพร้อมกับเสียงใจเต้นแบบแปลกๆ เหมือนเป็๞โรคหัวใจ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ


    “ข้าเลือกเ๯้าเป็๞ชายาเอก” องค์ชายสี่พูดพร้อมยื่นคทาหรูอี้ สีเขียวมรกต ประดับไปด้วยเครื่องทองสะดุดตา


    “เออ…..”น้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมหยิบคทา พร้อมย่อตัวทำความเคารพ


    “ขอบพระทัยเพคะองค์ชายสี่เพคะ”


    “ยินดีกับแม่นางฮุ่ยเหมย ได้รับคัดเลือกเป็๞ชายาเอกขององค์ชายสี่” เสียงฆ้องพร้อมคำพูดแสดงความยินดีกับฮุ่ยเหมย พร้อมกับสีหน้าของเหว่ยหวงกุ้ยเฟยที่ไม่พอใจอย่างมาก แต่หารู้ไม่หน้าฮุ่ยเหมยก็ไม่พอใจ แต่นางไม่สามารถทำอะไรได้


    ณ วันที่วันอภิเษกสมรสเข้าตำหนักองค์ชายสี่


    ทุกคนต่างพากันยินดี และ ชื่นชมขบวนอภิเษกสมรส ที่ประดับไปด้วยผ้าสีแดง ฮุ่ยเหมยอยู่ในเกี้ยว เธอทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนเดิมทุกอย่างต่างแค่ครั้งนี้เธอไม่ได้เดิน แต่นั่งเกี้ยวแทน พอผ่านมาสักพักเธอก็คลายหน้าลง แต่กลับยิ้มแย้ม เพราะในใจฮุ่ยเหมยภูมิใจที่ทำหน้าที่ลูกสาวของตระกูลได้สมบูรณ์แบบ พอถึงหน้าตำหนักองค์ชายสี่ เธอได้ก้าวลงจากเกี้ยว และเดินเข้าตำหนักเพื่อไปเคารพเหว่ยหวงกุ้ยเฟยกับองค์ชายสี่


    “ถวายพระพรเสด็จแม่เพคะ” เธอพูดพร้อมองค์ชายสี่ และคุกเข่าพร้อมกับคำนับทำความเคารพสามครั้ง


    “ลุกขึ้นเถอะ” เหว่ยหวงกุ้ยเฟยพูดด้วยน้ำเสียงเฉยๆ เพราะพระองค์ไม่พอพระทัยกับสะใภ้คนนี้เท่าไร ซึ่งฮุ่ยเหมย ก็รู้ตัวดี


    ตอนเวลากลางคืนก็ถึงเวลาที่ทั้งสองคนจะได้ขึ้นห้องหอพร้อมกับการเป็๞สามีภรรยาโดยสมบูรณ์ องค์ชายสี่เปิดผ้าปิดหน้าของฮุ่ยเหมย องค์ชายสี่ได้พบกับใบหน้าที่สวย ดวงตาเป็๞ประกาย ปากสีแดงสด แก้มแดงดังดอกเหมยแดง ทั้งสองจ้องหน้ากัน แล้วการเต้นของหัวใจทั้งสองคนก็เต้นแปลก ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ


    “วันนี้เ๯้าสวยมากเลย” องค์ชายสี่พูดพลางยิ้มไปด้วยพร้อมมือที่จีบแขนทั้งสองข้าง


    “ขอบพระทัยเพคะ” ฮุ่ยเหมยพูดพลางเบือนหน้าหนีเพราะเขิน


    หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เข้าหอ ทั้งคู่ดูมีควาวสุขในวันนี้ และ ฮุ่ยเหมย ไม่หน้านิ่วคิ้มขมวดแล้ว เธอยิ้มจนแก้มปริออกมา นางข้ารับใช้ขันทีในตำหนักต่างพากันแซว