เขตป่าหมอก
หลังฝ่าคลื่นสัตว์อสูรที่วิ่งพล่านจนทำให้แผ่นดินสั่นะเืออกมาได้ลีน่าต้องกัดฟันฝืนร่างกายที่เริ่มอ่อนล้าจนแทบจะขยับตัวไม่ไหว นางรีบวิ่งหาที่กำบังโดยไม่กล้าหยุดแม้แต่วินาทีเดียวแม้ฝูงสัตว์อสูรจะผ่านพ้นไปไกลจนไม่เหลือร่องรอยแล้วก็ตาม แต่ในใจของนางยังคงรู้สึกไม่ปลอดภัยในที่โล่งแจ้ง
เมื่อเหลือบไปเห็นต้นไม้ั์ต้นหนึ่งที่แผ่กิ่งก้านสาขาเป็ชั้น ๆจนบดบังแสงและทัศนวิสัยจากเบื้องล่าง ลีน่าจึงรีบะโปีนป่ายขึ้นไปอย่างคล่องแคล่วกระทั่งถึงกิ่งไม้ที่กว้างพอจะนั่งพักและซ่อนตัวได้สนิทก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก นางค่อย ๆ คลายทักษะที่ใช้สร้างเกราะป้องกันออกแสงสีม่วงอ่อนที่ห่อหุ้มร่างกายของนางเริ่มจางหายไปตามลำดับหางมายาทั้งสามเส้นที่ยื่นยาวออกมาจากเอวเลือนรางจนมองไม่เห็น
ทันทีที่ยกเลิกทักษะอาภรณ์จิ้งจอกมายา ความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นั์ราวกับว่าเรี่ยวแรงทั้งร่างและพลังิญญาที่สะสมมาตลอดได้ถูกสูบดูดหายไปในพริบตา อย่างไรก็ตามถึงแม้ร่างกายจะอ่อนเพลียเพียงใด นางก็ยังไม่กล้าปล่อยการควบคุมพลังทั้งหมดทิ้งไปลีน่าคงเหลือพลังส่วนสุดท้ายที่พอมีไว้ เพื่อควบคุมจิ้งจอกแดงเพียงสองตัวให้คอยเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณรอบโคนต้นไม้ คอยส่งสัญญาณเตือนภัยหากมีสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมเข้ามาใกล้ส่วนตัวนางเองก็ใช้่เวลานี้ปรับสติให้กลับมาสงบและฟื้นฟูพลังงานที่สูญเสียไป
“ก่อนอื่นข้าต้องรีบฟื้นฟูพลังให้กลับมาพร้อมใช้งานอีกครั้ง” ลีน่าได้หยิบขวดแก้วใสบรรจุของเหลวสีฟ้าออกมาจากช่องมิติระบบของผู้วิวัฒนาการนี่คือน้ำยาเข้มข้นที่สกัดจากแกนพลังสัตว์อสูรระดับสูง นางดื่มน้ำยาก่อนนั่งสมาธิเพื่อเร่งการฟื้นตัว พลังิญญาที่รับเข้ามาจะถูกดูดเข้าไปเติมในแกนิญญาเพื่อให้พร้อมใช้งานต่อไปได้
ทางด้านฝั่งผู้กองเกาหลิน
คลื่นสัตว์อสูรเริ่มลดความหนาแน่นลงและเคลื่อนตัวออกไปไกลจนพ้นบริเวณที่พักผู้กองเกา หลิน ก็รีบระดมกำลังทั้งหมดเพื่อออกค้นหาลีน่าและสมาชิกในทีมที่กระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทางด้วยความเร่งรีบทีมงานกระจัดกระจายเริ่มทยอยกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ทว่าทุกคนต่างก็มีสีหน้าวิตกกังวล
“ผู้กอง... แย่แล้ว... คุณหนู...” ซูเม่ยสมาชิกทีมสายสนับสนุน ที่ลีน่าเพิ่งผลักออกให้พ้นทางของคลื่นอสูรเมื่อครู่รีบวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก พูดจาติดขัดไม่เป็ประโยค
“ลีน่าเป็ไงบ้าง! เกิดอะไรขึ้น รีบพูดมาให้ชัดเจน! อย่ามัวแต่อ้ำอึ้ง!”ผู้กองเกา หลิน ถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงไปด้วยความเป็ห่วงสายตาคมกริบจ้องมองหาคำตอบทันที
“คือคุณหนู... นางผลักข้าออกมาให้พ้นจากทางวิ่งของสัตว์อสูรแต่นางเองติดอยู่ตรงกลางคลื่นสัตว์อสูรนั่น! พอฝูงอสูรวิ่งผ่านไป หมอกก็หนาทึบจนมองไม่เห็นอะไรเลยข้าค้นหาไปทั่วแล้วแต่ก็ไม่พบ!” ซูเม่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและทุกข์ใจ
“จุดที่เกิดเหตุอยู่ที่ไหน พาข้าไปดูเดี๋ยวนี้!” ผู้กองเกาถามก่อนหันไปสั่งเสียงดังกับหน่วยสื่อสาร “รีบติดต่อกลับไปยังศูนย์บัญชาการที่ฐานทันทีแจ้งเหตุฉุกเฉิน ขอกำลังเสริมและหน่วยค้นหาเข้ามาสนับสนุนด่วน!” แล้วเขารีบตามซูเม่ยไปยังจุดที่เกิดเหตุทันทีที่มาถึงก็พบว่าหมอกสีขาวขุ่นยังคงปกคลุมพื้นที่อย่างหนาแน่นจนมองเห็นได้เพียงระยะไม่กี่เมตรเท่านั้น
“จุดที่พวกเราพลัดหลงกับคุณหนูคือที่นี่ แต่ตอนนี้หมอกหนาจนแทบเดินหลงทางกันได้เลย”
“แล้วหน่วยไฮยีน่าที่นำทางอยู่ล่ะ ตอนนี้ไปไหน?”ผู้กองเกาถามขึ้น
“จ่าจอมและทีมงานได้กระจายกำลังออกไปค้นหาในรัศมีโดยรอบแล้วพยายามะโเรียกแต่เสียงก็ถูกหมอกกลืนหายไป”
“ดี ก่อนกำลังเสริมจากฐานจะมาถึง เ้าไปกับข้า อย่าเดินแยกกันการไปคนเดียวที่นี่มันอันตราย และอาจจะพลัดหลงไปไกลกว่าเดิมได้”
“ค่ะผู้กอง!”
ในขณะเดียวกันเ้าหน้าที่สื่อสารก็พยายามส่งสัญญาณคลื่นวิทยุออกไปอย่างต่อเนื่องแม้สัญญาณจะอ่อนแอและถูกรบกวนจากความชื้นและพลังงานในป่าหมอกแต่ในที่สุดก็สามารถเชื่อมต่อไปยังฐานได้ “หน่วยปฏิบัติการ C8883 เรียกฐานหลัก C8880... ได้ยินไหม ได้ยินแล้วตอบกลับด้วย!”
เสียงตอบรับดังขึ้นจากเครื่องรับสัญญาณในไม่ช้า “ฐานหลัก C8880 รับทราบแล้ว เปลี่ยน!”
“รายงานสถานการณ์ฉุกเฉิน!หน่วยปฏิบัติการประสบกับคลื่นสัตว์อสูรที่ไม่ทราบสาเหตุ กำลังพลกระจัดกระจายและสูญเสียการติดต่อกับสมาชิกคนสำคัญ ขอกำลังเสริมสนับสนุนและหน่วยค้นหาเข้ามาในพื้นที่ด่วนพิกัดตำแหน่ง X: 452, Y: 789 เปลี่ยน!”
“ฐานหลัก C888 รับทราบและบันทึกแล้วกำลังจัดส่งหน่วยกู้ภัยและกำลังเสริมระดับสูงไปยังจุดเกิดเหตุทันทีขอให้ระวังตัวและรักษาความปลอดภัยไว้ก่อน เปลี่ยน!”
อีกฟากหนึ่งของป่าหมอก
หลังจากสั่งให้เ้าหมาโง่เริ่มแสดงบทบาทนักแสดงตัวจริง แม็กซ์ก็เกาะซ่อนตัวแนบสนิทกับขนหนาทึบบริเวณแผงคอของมันโดยใช้ร่างกายที่ใหญ่โตของาาหมาป่าทมิฬบดบังร่างเล็กของตนเองไว้จนมิดชิดเพื่อไม่ให้ถูกสายตาของอีกาเงาสังหารระดับขุนพลจับจุดได้
เ้าหมาป่าทมิฬที่ตอนนี้ทั้งร่างเปียกโชกไปด้วยเืของาาแรดภูผากำลังแสร้งทำเป็าเ็สาหัส วิ่งลากขาไปอย่างเชื่องช้า ราวกับทนความเ็ปไม่ไหวแล้วที่มุมปากคาบแกนพลังระดับาา ที่มีแสงสีส้มระยิบระยับส่องประกายออกมาเผยให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นตามที่แม็กซ์วางแผนไว้
จนกระทั่งทั้งคู่เคลื่อนเข้ามาถึงระยะห่างเพียง 1 กิโลเมตร ก่อนจะถึงบริเวณอาณาเขตหลักของาาอีกาที่ซึ่งมันเฝ้าดูแลและสอดแนมทุกการเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังตลอดเวลา
“เ้าหมาโง่ หายใจหอบแรงกว่านี้อีกหน่อย ปล่อยไอพลังิญญาออกมานิดหน่อยให้ดูเหมือนพลังรั่วไหลจนเก็บกักไว้ไม่อยู่แล้ว” แม็กซ์กระซิบสั่งเสียงเบา เพื่อให้คู่หูใส่ใจกับบทบาทให้สมจริงที่สุด
เมื่อเข้ามาถึงระยะที่สายตาและทักษะการรับรู้ของหัวหน้าฝูงอีกาสามารถตรวจจับได้เ้าหมาป่าทมิฬก็ค่อย ๆ ลดความเร็วลงจนเกือบหยุดนิ่งหายใจหอบลึกจนหน้าอกพองโตและยุบตัวลงอย่างรุนแรง ลากขาตามพื้นจนเหลือบเป็รอยยาว คล้ายจะล้มลงไปนอนได้ทุกเมื่อท้ายที่สุดมันก็ทิ้งตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรงปากที่คาบแกนพลังไว้ก็แผ่ออกกว้างราวกับหายใจไม่ทัน จนทำให้แกนพลังหลุดร่วงกลิ้งไปบนพื้นเผยแสงสว่างจ้าออกมาดึงดูดความสนใจอย่างยิ่ง
ขุนพลอีกาเงาสังหารเห็นสภาพเช่นนั้น ก็เอียงคอมองอย่างระมัดระวังสิ่งที่ดึงดูดสายตาของมันมากกว่าสภาพร่างกายของหมาป่าทมิฬก็คือแสงระยิบระยับสีสวยงามของแกนที่ตกอยู่ตรงหน้านั่นเอง มันบินลอยสูงขึ้นไปบนฟ้าทอดสายตามองตรวจสอบไปทั่วบริเวณอย่างรอบคอบ ก่อนจะบินวนไปยังจุดที่เกิดเสียงะเิดังสนั่นเมื่อครู่
เมื่อเห็นซากร่างของแรดภูผาระดับาานอนจมกองเือยู่ก็สูดดมกลิ่นอายพลังที่ลอยปะปนอยู่ในอากาศ จึงเข้าใจทันทีว่าสัตว์อสูรสองตัวนี้คงเพิ่งผ่านการต่อสู้กันอย่างดุเดือดมา
‘ระดับขุนพล ขั้นสูงสุดงั้นเหรอ? เ้าบ้าเอ๊ย...จะระแวงอะไรขนาดนั้น ข้ารอจนเหงือกแห้งหมดแล้ว’ แม็กซ์บ่นพึมพำในใจด้วยความรำคาญเพราะความระมัดระวังเกินเหตุของศัตรูทำให้ต้องเสียเวลารอนาน
ขุนพลอีกายังคงบินวนอยู่บนที่สูงนานร่วมครึ่งชั่วโมง ทำให้มั่นใจว่าไม่มีอันตรายซ่อนอยู่เมื่อเห็นว่าหมาป่าทมิฬนอนนิ่งไม่ไหวติง และกวาดสายตาไปทั่วทั้งบริเวณแล้วไม่พบสัญญาณของสิ่งมีชีวิตอื่นใดจึงร้องเสียงดังก้องออกมา “ก๊าา...ก๊าา!” มันส่งเสียงสั่งการให้ลูกสมุนบินลงไปตรวจสอบอีกครั้งเมื่อไม่พบปฏิกิริยาใดเลย จึงใช้ปากคาบแกนพลังขึ้นไปส่งให้าาของมัน
แกนพลังหลุดออกจากปากของลูกสมุนก่อนจะลอยไปหาาาอีกาภายใต้การควบคุมของพลังจิต มันอ้าปากคาบแกนพลังเอาไว้ทันที หลังจากได้สมบัติอันมีค่ามาแล้วความโลภที่เข้าครอบงำก็ยังไม่หมด ในเมื่อเห็นซากสัตว์อสูรระดับาาขนาดใหญ่ที่ยังดูสดใหม่อยู่ตรงหน้ามีหรือที่มันจะปล่อยให้เสียเปล่า
เมื่อมั่นใจว่าหมาป่าทมิฬตายแน่นอนแล้ว าาอีกาจึงบินโฉบลงมาเรื่อย ๆ
ในขณะที่แม็กซ์คำนวณระยะห่างในใจอย่างแม่นยำ...‘200 เมตร... 100 เมตร... 70 เมตร... 40 เมตร...20 เมตร... 10 เมตร...’
สายตาของขุนพลอีกาจดจ้องอยู่เพียงแค่ร่างเหยื่อจนลืมระวังสิ่งอื่นปีกขนาดใหญ่กางออกเพื่อชะลอความเร็วก่อนจะยื่นกรงเล็บแหลมคมลงมาเตรียมฉีกเนื้อและขนไปเป็อาหาร
ทันใดนั้น!
ดวงตาคมกริบอีกคู่หนึ่ง ที่ซ่อนอยู่ใต้แผงคอหนาทึบของหมาป่าทมิฬพลันเบิกกว้างขึ้น แม็กซ์ล็อกเป้าหมายอย่างแ่า แล้วระดมพลังจิตพุ่งออกไปโจมตีด้วย<ทักษะจิตสังหาร>ทันที เส้นพลังงานสีแดงแหลมคมพุ่งเข้าปะทะกับจิตสำนึกของขุนพลอีกาในพริบตา
“ตอนนี้แหละเ้าหมาโง่!”
ขุนพลอีการู้สึกว่าสมองสั่นไหวและมึนงงไปชั่ววูบหนึ่ง แต่ด้วยปัญญาที่สูงมันจึงพยายามเรียกสติกลับมาและใช้<ทักษะร่างแยกเงา> เพื่อหลอกศัตรู
แต่ช้าไปแล้ว!
ราชันหมาป่าทมิฬกระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว ใช้กรงเล็บทั้งสองข้างตะปบกดร่างจริงของาาอีกาไว้กับพื้นและกดปีกทั้งสองข้างแน่นจนไม่สามารถขยับตัวบินหนีไปไหนได้ ความพยายามดิ้นรนของมันไร้ผลเพราะความต่างระดับพลังทั้งสองห่างกันเกินกว่าจะต้านทานได้
ร่างเล็กของแม็กซ์ก้าวออกมาจากเงาของหมาป่า สายตาคมกริบจ้องมองศัตรูที่ตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบเต็มที่“เฮ้อออ...มันเหนื่อยยิ่งกว่าการต่อสู้แบบใช้กำลังกันตรง ๆ เสียอีกนะว่าไหม”
แม็กซ์ถามพลางส่ายหน้า “เ้านี่... ทำให้ข้าต้องเสียเวลานานเกินไปแล้ว” สิ้นประโยคแม็กซ์ก็ตวัดมือขวาไปที่ลำคอของอีกาเงาสังหารระดับขุนพล ขั้นสูงสุด ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำปลิดชีวิตมันลงในพริบตาไม่ปล่อยให้ต้องทนทุกข์ทรมาน
“ถ้าจะให้ข้าสู้กับเ้านี่อีกตัว ข้าขอไปสู้กับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิซะยังดีกว่า”แม็กซ์บ่นอุบด้วยความรู้สึกโล่งอก แกนพลังงานสว่างจ้าลอยออกมาจากร่างของาาอีกาเมื่อมองดูใกล้ ๆ กลับปรากฏว่าเป็สีม่วงปนเหลือง แท้จริงแล้วมันคือสัตว์อสูรระดับขุนพลที่มีการกลายพันธุ์ ทำให้พลังงานเกินมาตรฐานทั่วไป
“เ้านี่มันคงจะอัปค่าสติปัญญามาสูงน่าดู (เป็คำเปรียบเปรยของเกมเมอร์สำหรับสายปัญญาสูงเื่นี้ไม่มีการอัปค่าสถานะเหมือนในเกมส์) ดีนะที่มันใกล้จะเลื่อนระดับแล้วระดับของมันคือกึ่งาาไม่งั้นคงได้มือเปล่ากันแน่ แบบนี้ค่อยคุ้มค่ากับเวลาที่รอนานหน่อย” แม็กซ์หันมายิ้มให้กับคู่หูก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมอย่างเต็มที่ “เ้าทำได้ดีมากเ้าหมาโง่!แสดงบทบาทได้เนียนจนไม่มีใครจับผิดได้ เอารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมไปเลยฮ่าๆๆ!”
“โฮ่กกก!” เ้าหมาป่าทมิฬส่งเสียงร้องดังก้องด้วยความดีใจที่แผนการประสบผลสำเร็จอย่างสมบูรณ์ก่อนจะก้มหน้าลงมาถูแก้มกับร่างของแม็กซ์เบา ๆ
“ข้าจะบอกให้ฟังนะ สัตว์อสูรตัวนี้ทำให้ข้าปวดหัวมานานมากแล้วมันเป็ศัตรูที่ล่าได้ยากที่สุดตัวหนึ่งข้าพยายามเข้าใกล้และโจมตีมันมาหลายครั้งแล้วแต่แค่เห็นหน้าข้าจากระยะไกลมันก็บินหนีไป ทั้งที่ข้าแค่เดินเข้าไปในระยะของมันเอง”
“โฮ่ก!” เ้าหมาป่ายกเท้าหน้าขึ้นมาตบไหล่ของแม็กซ์เหมือนปลอบประโลมว่าสุดท้ายก็ทำได้สำเร็จแล้วจะบ่นไปทำไมนักหนา
“ก็จริง ถ้าไม่ใช่เพราะความโลภของมันที่สำคัญที่สุดคือมันไม่ระแวงเ้า เพราะมันไม่เคยเห็นหน้าเ้าและรู้สึกถึงพลังงานที่ต่ำกว่าเดิมจึงตกหลุมพรางได้ง่าย มันอยู่ใน่กำลังจะทะลวงขั้น เลย้าแกนระดับสูง” แม็กซ์พูดพลางเก็บสมบัติทั้งหมดเข้าช่องมิติของระบบ
“แต่ก็เอาเถอะ สุดท้ายก็ได้ผลลัพธ์ตามที่้าเดี๋ยวต้องรีบไปเก็บซากาาแรดภูผาตรงนั้นด้วย เดี๋ยวลืมไปจะเสียของ” เมื่อเก็บซากและแกนพลังงานทั้งของขุนพลอีกาและาาแรดภูผาเรียบร้อยแม็กซ์ก็ะโขึ้นไปนั่งบนหลังของเ้าหมาโง่พร้อมที่จะมุ่งหน้าต่อไปยังเป้าหมายถัดไปที่วางแผนไว้
หลังจากจบศึกครั้งนี้ การเดินทางของแม็กซ์จะนำพาเขาไปพบกับสิ่งใดต่อไปและจะเจอกับอันตรายรูปแบบไหนอีกบ้างนะ...