“เป้าหมายต่อไปคืออิคเคเซียหรอคะ?”
เมื่อทุกคนกลับมารวมตัวกันแล้ว ดอนจึงบอกทุกคนเกี่ยวกับจุดหมายต่อไปของพวกเขา เลย์อาจึงถามขึ้นมาเพราะระยะทางจากป่าทอร์เทียไปยังป่าอิคเคเซียมันไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆเลย
“ใช่ค่ะ ตอนนี้พวกเรา้ากำลังพลที่แข็งแกร่งให้มากกว่านี้”
แซนนี่ตอบขึ้นแทนดอนเหมือนกับว่าตอนนี้เธอเป็เลขาของเขาไปเสียแล้ว ซึ่งเ้าตัวก็กำลังลุกขึ้นแล้วแบกสัมภาระของตนขึ้นหลัง
“จากที่ฉันคำนวนระยะเวลาในการเดินเท้าดูแล้ว อย่างต่ำต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งอาทิตย์เลยนะคะ”
เลย์อาพูดขึ้นอีกครั้งด้วยท่าทีที่ดูกังวล เสบียงที่พวกเธอเตรียมเอาไว้มันไม่เพียงพอกับการเดินทางครั้งนี้เพราะจำนวนคนมีมากเกินไป แม้จะมีหนึ่งคนที่ไม่ต้องกินก็ตาม
“ถ้าเป็เสบียงไม่ต้องห่วง ค่อยหาซื้อเอาระหว่างทางก็ได้”
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของดอนก็รู้สึกใจชื่นขึ้นมา ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ขัดสนเื่งบประมาณเหมือนแต่ก่อนแล้ว การเดินทางครั้งนี้มันคงง่ายดายกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้ หวังว่านะ
เวลาเดียวกันภายในจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์(เทียม)
“ท่านทาเคดะ ถึงเวลาฝึกวิชาดาบแล้วนะครับ”
อัศวินในราชวังได้เรียกทาเคดะหรือก็เด็กหนุ่มผู้มาเยือนที่ถือครองอาชีพอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ตลอดเวลาสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาก็ฝึกวิชาดาบและเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์จากหัวหน้ากองอัศวินกับนักบวชระดับสูงมาโดยตลอด ทำให้ค่าสถานะของเขาเพิ่มขึ้นแม้ว่าเลเวลของเขาจะยังอยู่ที่เดิมก็ตาม
“คร้าบๆ~ กำลังเปลี่ยนชุดอยู่คร้าบ”
เขาตอบกลับไปขณะที่กำลังเปลี่ยนเป็ชุดที่ใช้สำหรับฝึกซ้อม เมื่อเดินผ่านหน้าต่างเขาก็มองออกไปดูแคเทอรีน พนังงานบริษัทที่ถูกอัญเชิญมาพร้อมกับเขาที่ฝึกการใช้เวทมนต์ระดับสูงอยู่ภายในสนามฝึกซ้อมสำหรับจอมเวทย์โดยเฉพาะ
ส่วนคุณหมอลู่เซียวนั้นอยู่ในห้องสมุดของราชวังมาสองสัปดาห์ เขากินและนอนอยู่ในนั้นราวกับว่ามันเป็ห้องของเขาไปแล้ว วันดีคืนดีก็มีเหตุเพลิงไหม้ในนั้นอยู่บ้างแหละ
“ท่านทาเคดะเชื่อเื่ัมั้ยครับ”
จู่ๆอัศวินที่คอยนำทางเขาอยู่ตลอดก็เอ่ยปากถึงเื่ัออกมา ถึงแม้ว่าในโลกของเขาจะไม่มีัอยู่ก็จริง แต่สำหรับคนบนคาลัสก็เริ่มเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกันแล้วว่ายังมีพวกมันอยู่ เพราะไม่มีใครพบร่องรอยมันมาเป็เวลากว่าร้อยปีแล้ว
“ก็คงเชื่อแหละครับ ขนาดโดนอัญเชิญมาต่างโลกยังโดนมาแล้วเลย”
เขาได้แต่ยอมรับอย่างช่วยไม่ได้ ถูกอัญเชิญมาต่างโลกก็โดนมาแล้ว จะเชื่อว่าัมันมีอยู่จริงก็คงไม่มีใครหาว่าบ้าไปแล้วหรอก
“ผมบังเอิญได้ยินเื่การเปิดตัวครั้งแรกของพวกท่านทาเคดะมาครับ ว่าต้องไปปราบเดรกที่อยู่ภายในป่าอิคเคเซีย”
อิศวินพูดขึ้นมาโดยไม่หันกลับมามองว่าตอนนี้ทาเคดะกำลังแสดงสีหน้าอย่างไร มันไม่เกี่ยวกับเขาอยู่แล้วว่าผู้มาเยือนจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง เขาแค่ทำหน้าที่ตามที่รับมอบหมายมาแค่นั้นก็พอแล้ว
“หา? แต่พวกผมไม่เคยสู้จริงมาก่อนเลยนะครับ”
ทาเคดะแสดงอาการใออกมาในทันที ประสบการณ์ภาคสนามของพวกเขานั้นเท่ากับศูนย์ นอกจากฝึกซ้อมกับหัวหน้ากองอัศวินแล้วเขาก็ไม่เคยสู้กับใครมาก่อนเลย รวมถึงอีกสองคนที่เหลือด้วย
“ตอนนี้ยังไม่ต้องกังวลไปหรอกนะครับ ตอนทางกรมอัศวินหลวงได้ว่าจ้างกลุ่มทหารรับจ้างให้ไปตรวจสอบแล้วครับ หากเป็แค่ข่าวลือก็คงเป็เื่ดีนะครับ”
ตัวเขาเองก็อยากให้มันเป็เพียงแค่ข่าวลือเหมือนกัน ตามบันทึกของท่านล็อคเวล อาร์ติแฟกต์มาสเตอร์ได้จดบันทึกเอาไว้ แม้ว่าจะเป็ัที่อ่อนแอที่สุดก็ยังคงแข็งแกร่งสำหรับพวกมนุษย์อยู่ดี หรือแม้แต่พวกปีศาจเองก็ไม่อยากเอาตัวเองเขาไปยุ่งกับพวกัเสียด้วยซ้ำ
“ผมก็หวังว่ามันจะเป็แบบนั้นเหมือนกันครับ”
ตอนนี้ทาเคดะรู้สึกกังวลเป็อย่างมาก ในความคิดของเขา ‘การสู้กับมอนสเตอร์ครั้งแรกมันควรเป็ก็อบลินหรือพวกออร์คสิ่’ แต่อีกใจนึงเขาก็อยากทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเองเหมือนกัน เพราะด้วยสกิล ‘ตรวจสอบ’ ค่าสถานะของเขามันก็ใกล้เคียงกับหัวหน้ากองอัศวินแล้ว ถ้าเลเวลอัพในระหว่างการเดินทางไปปราบัมันคงเพิ่มค่าสถานะของเขาได้อีกมากโข
อนึ่ง การเพิ่มของค่าสถานะอย่างมากในเวลาสองสัปดาห์ของเขามันเป็เพราะสกิล ‘เร่งการเติบโต’ ที่เป็ความสามารถเฉพาะของผู้มาเยือน ไม่เพียงแค่เพิ่มค่าสถานะให้ได้อย่างเดียว เลเวลของพวกเขายังสามารถพุ่งทะยานได้มากกว่าคนทั่วไปอีกด้วย แถมค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นหลังเลเวลอัพก็ยังมากกว่าอีกด้วย หากถามว่ามันยุติธรรมสำหรับผู้คนของคาลัสมั้ย? ให้ตอบแบบจริงใจก็คงไม่
“อีกหนึ่งสัปดาห์ท่านทาเคดะต้องออกเดือนทางไปปราบัที่อาศัยอยู่ในป่าอิคเคเซีย แต่ท่านไม่ต้องกังวลไป มีกลุ่มของฟรอสต์เบลดที่เราว่าจ้างให้สำรวจคอยช่วยเหลือท่านอยู่ ตอนนี้เพียงแค่รอให้พวกเขาติดต่อกลับมาก็เท่านั้น ท่านอาจจะต้องออกเดินทางเร็วกว่าที่คาดก็เป็ได้”
เสียงทุ้มต่ำภายใต้หมวกเกราะของหัวหน้ากองอัศวินที่นั่งรอทาเคดะอยู่ในสนามฝึกดังขึ้นทันทีเมื่อเห็นทาเคดะอยู่ภายในกรอบสายตา
เขาเป็ชายร่างสูงใหญ่ที่สวมเกราะเต็มยศแทบตลอดเวลาจนพวกทหารบางส่วนลืมหน้าตาของเขาไปแล้ว บางส่วนก็ไม่เคยแม้แต่เห็นหน้าเขาเหมือนกับทาเคดะ ถึงแม้ภายนอกจะดูน่าเกรงขามและน่าสะพรึง ความเป็จริงเขากลับเป็คนที่ใจดีและห่วงใยผู้อื่นเป็อย่างมาก บางครั้งก็มีคนเห็นเขาช่วยชาวเมืองขนของระหว่างออกลาดตะเวน
“ถ้าเป็เื่จริงผมจะสู้ได้จริงๆใช่มั้ยครับ?”
ทาเคดะที่หวาดวิตกเื่ความแข็งแกร่งที่มันอาจจะผิดสเกลเกินไปจึงถามออกมาด้วยความสงสัย
“ข้าก็… ไม่รู้เหมือน”
“แต่เอาเป็ว่าตั้งใจฝึกซ้อมกันเถอะ อย่างไรซะก็มีพวกฟรอสต์เบลดคอยช่วยเหลืออยู่แล้ว หากเอาชนะด้วยกำลังไม่ได้ก็ต้องเอาชนะด้วยจำนวน พลังเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเอาชนะทุกสิ่งได้หรอกนะ เรามาฝึกซ้อมในส่วนของวันนี้กันเถอะ!”
เมื่อได้ยินคำตอบของหัวหน้ากองอัศวิน ทาเคดะกับอัศวินคนนั้นไม่ยังไม่ได้ไปไหนก็เกือบหัวทิ่มดินกับคนตอบแบบนั้นของเขา และแล้วพวกเขาก็เริ่มฝึกซ้อมใน่เช้ากันโดยมีอัศวินคนนั้นโดนหัวหน้ากอ
งลากมาฝึกซ้อมด้วยกัน แล้วตามด้วยการฝึกเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ใน่บ่าย