Perfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์

    ตอนที่ 139 ลูกศรแห่งบาป

    ตอนนี้หยางไคทำได้เพียงเดินสำรวจสภาพห้องขังด้วยตนเอง จนมั่นใจว่าจางฉวนได้ใช้ฝ่ามือฆ่ามังกรกระบวนท่าที่ 3 เพื่อทำลายกรงเหล็กออกมาแล้วทำการหลบหนีไป แต่สำหรับพี่ใหญ่หวงของตนนั้นจะมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้หรือไม่นั้น ชายหนุ่มเองยังมิอาจสรุปใด ๆ ได้เลย 

    เนื่องด้วยในกรณีของจางฉวนซึ่งไม่มีภาระอื่นใดอีก และแม้นเขาจะต้องหลบหนีอาญาแผ่นดินซึ่งมีโทษถึงตายไปก็ยังพอนับว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่สำหรับหยางรุ่นชิงนั้นเป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐและก็มีความผิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่สำคัญยังมีภรรยาและลูกสาวสุดแสนจะน่ารักรอคอยอยู่ ซึ่งหากจะตัดใจหลบหนีไปเช่นนี้แล้ว ย่อมไม่อาจนับอยู่ในสามัญสำนึกของผู้คนอย่างแน่นอน

     

    วันนี้หยางไคจึงคลุกตัวอยู่ในสำนักซีฉ่างเพื่ออ่านสำนวนการสืบสวนซึ่งหลิวเย่ได้เรียบเรียงเอาไว้อย่างรัดกุม จนแม้แต่หยางไคซึ่งรู้สึกด้านลบกับชายผู้นี้เป็นอย่างมาก ก็กลับรู้สึกนับถือในฝีมือการไขคดีของหลิวเย่มิได้เลย

     

    ฝ่ายหลิวเย่เองเมื่อทราบว่าผู้ต้องหาคนสำคัญหลบหนีออกจากที่คุมขังอันแน่นหนาและรัดกุมถึงเพียงนี้ได้แล้ว ก็อดที่จะเป็นห่วงหลิวชิ่งผู้เป็นน้องชายรวมทั้งประมุขหลี่ซื่อซิ่นอีกทั้งคนในพรรคกระยาจกทั้งปวงมิได้ จึงรีบนำลูกน้องคนสนิททั้ง 20 คนไปแจ้งข่าวด่วนด้วยตนเองถึงที่พรรค จนทำให้เกิดความแตกตื่นตกใจขึ้นมาเสียแล้ว

     

    ส่วนหลี่ซื่อซิ่นประมุขพรรคซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนแออย่างที่สุด ย่อมไม่อาจปกป้องผู้ใดได้ เพราะแม้แต่การปกป้องตนเองหรือปกป้องบุตรสาวอันเป็นที่รักของตนก็ยังไมสามารถ จึงกล่าวไปด้วยความเหนื่อยล้าต่อหน้าทุกคนที่มารอว่า

    “บัดนี้คงถึงเวลาแล้ว ที่ข้าพเจ้าจำเป็นจะต้องสละตำแหน่งประมุขพรรคให้แก่ผู้เหมาะสม ท่ามกลางสภาวะการอันยากลำบากนี้”

     

    ซึ่งแน่นอนว่าผู้ถูกเลือก จะต้องเป็นผู้อาวุโส 1 ใน 4 คนนี้ ที่มีพลังฝีมือสูงส่งที่สุดและสามารถต่อต้านฝีมือของหลี่ฉวนผู้ร้ายหลบหนีคดีร้ายแรงได้ จึงกล่าวต่อไปอีกว่า

    “หลิวชิ่งรับตำแหน่ง”

     

    หลิวซิ่งผู้นี้แม้อายุน้อยกว่าผู้อาวุโสอีก 3 คนที่เหลือแต่ก็มีน้ำใจกว้างขวาง รวมทั้งมีวรยุทธ์ที่สูงส่งกว่าผู้ใดอีกด้วย ยังไม่นับรวมที่ยังเขาเป็นน้องชายของขุนนางระดับสูง ซึ่งจะสามารถประสานงานและช่วยยกระดับพรรคกระยาจกให้สูงขึ้นในอนาคตได้อย่างแน่นอน

     

    หลิวชิ่งได้ยินเช่นนั้นก็คุกเข่าแล้วกล่าวพี่น้องในพรรคทุกคนว่า

    “ข้าพเจ้าด้อยสามารถทั้งความอาวุโสก็น้อยกว่าผู้อื่นนัก ท่านประมุขโปรดพิจารณาใหม่ด้วยเถิด”

     

    แต่หลี่ซื่อซิ่นนั้นตรึกตรองมาเป็นอย่างดีแล้วทั้งตอนนี้ตนเองอาจจะเหลือเวลาอีกไม่มากเท่าใดนัก จึงกวักมือเรียกให้หลิวชิ่งเข้ามาเพื่อรับมอบไม้เท้าหยกประจำตัวเจ้าสำนักไป ฝ่ายหลิวชิ่งจำใจรับไม้เท้าแล้วก็ชูขึ้นไปบนฟ้าตามธรรมเนียม 

    ..ศิษย์ในพรรคทุกคนเมื่อเห็นหลิวชิ่งรับตำแหน่งก็น้อมกายคารวะ ด้วยต่างเห็นพ้องต้องกันว่าชายผู้นี้คือความหวังสุดท้ายของพรรคกระยาจก ณ เวลานี้อย่างแท้จริง

    ..

    ...ผ่านไปอีก 3 วัน ก็ยังไม่มีวี่แววของผู้ต้องขังที่หลบหนีไป หยางไคซึ่งอยู่เรือนรับรองของตนเพียงลำพังย่อมมีความทรมานด้วยความคิดถึงองค์หยิงหย่งชิงอย่างที่สุดในชีวิตแล้ว จึงคิดจะกลับไปค้างแรม ณ ตำหนักจิ่งเหรินสักคืนหนึ่ง แต่ขณะเตรียมตัวอยู่นั่นเอง ยุ่นเอ๋อก็ได้พาหยุ่นซีมาหาแล้วกล่าวขอร้องขึ้นว่า

    “ข้าพเจ้ามีธุระสำคัญ จึงจะขอฝากยุ่นซีไว้กับท่านสักชั่วยามจะได้หรือไม่ ?”

     

    หยางไคนั้นรักเอ็นดูหลานสาวคนนี้อย่างมากมายอยู่แล้วก็มีความยินดียิ่ง แต่ฝ่ายยุ่นซีนั้นชอบเที่ยวเล่นนอกบ้านเนื่องจากวันนี้ทั้งวันนางต้องขลุกอยู่กับมารดาในเรือน หยางไคจึงพานางขึ้นม้าไปเที่ยวเล่นที่ตลาด แล้วขณะนั้นก็มีขบวนแห่ประมุขพรรคกระยาจกคนใหม่ผ่านมากันอย่างเอิกเกริก ครั้นหยางไคทราบว่าพี่หลิวซึ่งสนิทกันได้ขึ้นเป็นประมุขแทนที่หลี่ซื่นซิ่นก็มีความยินดีนัก จึงคิดจะอุ้มเด็กหญิงยุ่นเอ๋อเข้าไปหา แต่ยุ่นเอ๋อกับเอี้ยวตัวไปอีกทางคล้ายไม่พอใจแล้วกล่าวขึ้นด้วยเสียงน้อย ๆ ของนางว่า

    “ยุ่นเอ๋อไม่ไป ยุ่นเอ๋อไม่ชอบ”

     

    หยางไคก็สงสัยจึงบอกว่า

    “ลุงหลิวเป็นคนใจดีนัก ยุ่นเอ๋ออย่างดื้อดึงเลย”

     

    แต่เด็กหญิงยังทำหน้าบึ้งตึงคล้ายโกรธแค้นอะไรบางอย่าง แล้วกล่าวขึ้นอีกว่า

    “ยุ่นเอ๋อไม่ชอบให้ผู้ใดมาโอบกอดมารดาของข้าพเจ้า!!”

     

    หยางไคได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจจึงรีบอุ้มเด็กหญิงหลบออกไปแล้วถามย้ำไปอีกว่า

    “ยุ่นซีนี่เป็นเรื่องจริงหรือ ?”

     

    แม้หยางไคจะสอบถามด้วยน้ำเสียงอันดุดันเป็นอย่างมาก แต่เด็กหญิงก็พยักหน้าด้วยความมั่นใจว่า ‘จริง’ !!

     

    หยางไคทั้งตกใจทั้งเสียใจ ละเรื่องราวเหล่านี้คงไม่พ้นเรื่องชู้สาวเป็นอันขาด กอปรกับพฤติกรรมของยุ่นเอ๋อในช่วงนี้ที่ชายหนุ่มเองก็เห็นผิดปกติวิสัยไปอยู่มาก จึงพายุ่นเอ๋อเลี่ยงไปทางอื่นจนได้เวลาแล้วก็พานางกลับไปส่งยังเรือนของพี่ใหญ่หวงด้วยความไม่สบายใจเลย ยิ่งเมื่อเห็นยุ่นเอ๋อออกมารับบุตรสาวโดยไร้แววตาแห่งความสำนึกผิดปรากฎอยู่เลยแม้แต่เพียงวูบเดียวชายหนึ่งก็ยิ่งทุกข์ใจเป็นอันมาก

     

    ในคืนนี้หยางไคจึงไม่คิดจะกลับไปพระตำหนักฯ เพราะเกิดความไม่สบายใจเป็นอันมาก จากนั้นพอเริ่มทำใจให้สงบได้จึงนำสำนวนสอบสวนของหลิวเย่ออกมาอ่านทบทวนอยู่อีกหลายรอบ แล้วนั่งสมาธิเพื่อเข้าไปในสวนวิญญาณของตน 

    ภายในพื้นที่พิเศษ หยางไคได้เร่งเขียนแผนผังความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่จนเกิดความสมบูรณ์แบบขึ้นมา ก็พบว่าลูกศรแห่งความผิดมากกว่าครึ่งหนึ่งได้ชี้ตรงไปยังสองพี่น้อง ‘หลิวเย่’ กับ ‘หลิวชิ่ง’ โดยมี ‘ยุ่นเอ๋อ’ อยู่เบื้องหลัง เพราะต่างก็มีแรงจูงใจคือผลประโยชน์บางประการซึ่งได้มาจากผลทางคดีนี้เอง

     

    แต่แผนภูมิที่ตนวาดขึ้นบนพื้นดินเช่นนี้ ย่อมมิอาจนับว่าเป็นหลักฐานทางคดีได้จึงจำเป็นจะต้องหาหลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิดเอาไว้ให้แน่นหนา แต่ปัญหาคือบารมีของหยางไคในสำนักซีฉ่างได้ถูกส่งผ่านไปยังหยางรุ่นชิงเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งไม่ทราบว่าองครักษ์ที่เหลืออยู่นี้ผู้ใดน่าไว้ใจได้บ้าง จึงเห็นแค่เพียงซุนเหว่ยและจ้าวยู่ร์ที่เคยสนิทกัน ทั้งตนยังเคยช่วยชีวิตชายทั้งสองจากเครื่องประหารหัวพยัคฆ์เมื่อครั้งก่อน ก็สมควรจะเชื่อใจได้อยู่บ้างกระมัง ?

     

    ครั้นถึงพอถึงตอนเช้าก็เรียกให้องครักษ์เสื้อแพรทั้งสองคนเข้าไปพูดคุยกันเป็นการลับ แล้วสั่งให้จับตาดูยุ่นเอ๋อกับประมุขพรรคกระยาจกคนใหม่เอาไว้ให้ดีและอย่าให้รู้ตัวได้เป็นอันขาด

     

    จนถึงเวลาเย็นยุ่นเอ๋อก็ได้นำบุตรสาวมาฝากไว้ที่ตนเช่นเคย แต่ครั้งนี้หยางไคก็รีบพายุ่นซีตรงไปยังตำหนักจิ่งเหรินเพื่อฝากเด็กหญิงไว้กับเหล่านางกำนัลเอาไว้ให้ช่วยดูแล แต่่ฝ่ายองค์หญิงหย่งชิงเมื่อทรงทราบว่าพระสวามีกลับมาแล้วก็รีบออกมาพบ จึงทอดพระเนตรเห็นเด็กหญิงตัวน้อยก็นึกรักในทันที เพียงแต่ว่าเด็กหญิงผู้นี้กลับไม่ยินยอมให้องค์หญิงผู้งดงามเข้าใกล้ตนเลยแม้แต่นิดเดียว!!

     

    หยางไคเห็นเช่นนั้นแม้จะนึกขำแต่ก็ไม่หลงเหลือเวลาที่จะทำตัวตามสบายอีกแล้วในเวลานี้ จึงรีบจากไปสมทบกับองครักษ์ซุนเหว่ยซึ่งคอยประสานงานอยู่นั้น

    ฝ่ายซุนเหว่ยเห็นราชบุตรเขยติดตามออกมาแล้วจึงรายงานว่า

    “ข้าพเจ้ากับจ้าวยู่ร์แยกกันติดตามเป้าหมายทั้งสองคน เมื่อพบว่าคนทั้งคู่แอบมาพบเจอกันเข้าจริง ๆ จึงได้มารอที่นี่เพื่อจะนำท่านติดตามไป”

     

    หยางไคก็รีบพยักหน้า แล้วสั่งให้ซุนเหว่ยรีบพาตนไปให้ถึงโดยเร็วที่สุด

    ..แต่เมื่อมาถึงสถานที่เปลี่ยวร้างซึ่งเหมาะกับการพบเจออย่างมีนัยยะบางประการ กลับพบเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะนอกจากจะเห็นยุ่นเอ๋อกับหลิวชิ่งยืนโอบกอดกันคล้ายกำลังปลอบประโลมกันอยู่ ก็ยังพบว่าจางฉวนกับหยางรุ่นชิงได้ปรากฎกายขึ้นมาแล้ว และกำลังจะเกิดการทุ่มเถียงขึ้นในสถานการณ์อันซับซ้อนอย่างที่สุดนี้..

    คล้ายกับเรื่องPerfect Area : พลิกดินไต่สวรรค์ ที่คุณอ่าน